ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน สโมสรดังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่า พร้อมปล่อย “อีฟ บิสซูม่า” กองกลางทีมชาติมาลีออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยหากมีข้อเสนอที่น่าพอใจยื่นเข้ามาจริง ทีม “นกนางนวล” ก็จะไม่ขัดขวางเรื่องการย้ายทีมอย่างแน่นอน

ขณะที่สื่อดังเมืองผู้ดีได้ออกมาเปิดเผยว่า “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซนอล และ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กำลังจับตาดูสถานการณ์ของมิดฟิลด์รายนี้อย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะยื่นข้อเสนอคว้าตัวนักเตะทันทีที่โอกาสอำนวย

ไบรท์ตัน พร้อมปล่อย “บิสซูม่า”

ไบรท์ตัน ตั้งค่าหัว “บิสซูม่า” ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านปอนด์

            ตามการรายงานของ เดอะ ซัน สื่อชื่อดังของอังกฤษ ระบุว่าไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน พร้อมพิจารณาขาย “อีฟ บิสซูม่า” มิดฟิลด์วัย 24 ปี ออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังดาวเตะทีมชาติมาลีทำผลงานได้อย่างโดดเด่นด้วยการลงสนามไปถึง 37 นัด ทำได้ 1 ประตู รวมทุกรายการในซีซันนี้

แม้ว่าผลงานโดยรวมทีมจะอยู่ในโซนหนีตกชั้นแทบจะทั้งฤดูกาลก็ตาม โดยคาดกันว่า ทีม “นกนางนวล” ตั้งค่าหัวของกองกลางรายนี้ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,773 ล้านบาท ซึ่งสโมสรที่ตกเป็นข่าวว่า กำลังให้ความสนใจคว้า บิสซูม่า ไปร่วมทีมก็คือ สองยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อย่าง “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซนอล และ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล นั่นเอง  UFABET

ไบรท์ตัน พร้อมปล่อย “บิสซูม่า”

            อย่างไรก็ตาม “แกรม พ็อทเทอร์” ผู้จัดการทีมของ ไบรท์ตันยังหวังว่านักเตะจะยังค้าแข้งอยู่กับสโมสรต่อไปอย่างน้อย 1 ฤดูกาล แต่ก็เป็นที่เชื่อกันว่า หากทีม “นกนางนวล” ได้ข้อเสนอที่สมน้ำสมเนื้อจากสโมสรหัวแถวของ พรีเมียร์ลีก ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะรั้งมิดฟิลด์รายนี้ให้อยู่กับทีมต่อไปได้ ส่วนทางด้านของ ลิเวอร์พูล และ อาร์เซนอล ก็มีข่าวลือว่า พร้อมที่จะยื่นข้อเสนอให้ ไบรท์ตัน พิจารณาทันทีหลังจบฤดูกาลนี้

ไบรท์ตัน พร้อมปล่อย “บิสซูม่า”

            สำหรับ อีฟ บิสซูม่า ย้ายจาก ลีลล์ สโมสรดังในลีกแดนน้ำหอมมาค้าแข้งในถิ่น ฟัลเมอร์ สเตเดี้ยม ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 2018 ลงสนามไปแล้ว 93 นัด ทำได้ 4 ประตู รวมทุกรายการ

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ เว็บสล็อตยอดนิยม เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ไมค์ แอชลีย์บอกว่าเขาจะไม่ไล่ สตีฟ บรูซ แต่ออกมาชี้ว่าการขาดสปิริตในการต่อสู้ของนักเตะอาจจะทำให้ทีมตกชั้นก็ได้ เวลานี้สตีฟ บรู๊ซเป็นกุนซือที่เป็นเต็งหนึ่งที่จะถูกปลดจากการคุมทีมในเวลานี้

ก่อนที่เขาจะเข้ามาที่นิวคาสเซิล สตีฟ บรูซได้สร้างชื่อเสียงในการคุมทีมพอสมควร ตั้งแต่สมัยเล่นของเขาในฐานะเซ็นเตอร์แบ็ครวมถึงการเป็นผู้จัดการทีมก็พาเบอร์มิงแฮมและฮัลล์ ซิตี้ขึ้นชั้นไปพรีเมียร์ลีก มีข่าวว่าแฟนบอลต้องการที่จะให้ปลดเขาออกจากการคุมทีมโดยเร็ว และมนต์เสน่ห์แห่งการคุมทีมที่ถิ่นเซนต์ เจมส์ ปาร์ค ของเขาอาจจะไม่ขลังอีกต่อไป

ฟอร์มของนิวคาสเซิลอาจจะเสียอันดับที่ 17 ให้ฟูแล่ม และการพบกันเองของทั้งคู่จะเกิดขึ้นในเกมสุดท้ายของฤดูกาลพอดี เวลานี้ดูเหมือนว่าผลงานของเขาตกลงไป แต่ว่าปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบรูซคือคนที่นำพาความสำเร็จมาสู่สโมสร นิวคาสเซิลเหมือนกัน

นอกจากนี้ยังมีความโกลาหลนอกสนามด้วยการพบกับแมตต์ ริตชี่นักเตะของทีมในสนามซ้อม และเรื่องการแถลงข่าวที่เขาแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมนัก และแฟนบอลต่างก็กล่าวถึงบรูซว่าเป็นเรื่องที่สิ้นหวังและคาดว่าจะต้องตกชั้นแน่นอน หลังจากที่ทีมพ่ายแพ้ต่อเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดเมื่อเดือนมกราคม

แอชลี่ย์ ย้ำขาเก้าอี้ "สตีฟ บรูซ"

บางที ผู้จัดการทีม “สตีฟ บรูซ” ควรต้องแสดงความรับผิดชอบของเขาออกมาด้วยการลาออกจากการคุมทีม

หลังจากที่เขาพาทีมออกไปแพ้ต่อไบรท์ตันแบบสู้ไม่ได้ถึง 3-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มองว่าเป็นผลงานที่ย่ำแย่มาก และดูเหมือนว่าทีมไร้ซึ่งความทะเยอทะยานไปแล้ว

และเวลานี้ดูเหมือนว่ามีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้วระหว่างนิวคาสเซิลที่กำลังจมลงๆ ส่วนฟูแล่มก็มีผลงานที่ใช้ได้ขึ้นมา ทีมของสก๊อต ปาร์คเกอร์ (ฟูแล่ม) จริงๆ แล้วก็มีจุดอ่อนคือว่าเรื่องการเอาชนะคู่แข่งแต่ละเกมก็ยากเหมือนกัน แต่ว่าเรื่องเกมรุกแล้วทีมฟูแล่มดูเหมือนว่าเล่นเกมบุกได้อย่างน่ากลัวทีเดียว

แอชลี่ย์ ย้ำขาเก้าอี้ "สตีฟ บรูซ"

แต่เราก็ต้องมาดูกันต่อว่าก่อนที่ทั้งสองทีมจะพบกัน อาจจะมีทีมที่ตกชั้นไปแล้วก็ได้ ฟูแล่มจากเมื่อเริ่มฤดูกาลพวกเขายังเป็นทีมบ๊วยท้ายตารางแต่เวลานี้เหมือนพวกเขาจะมีผลงานที่กระเตื้องขึ้นแล้ว

นิวคาสเซิลเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม เพราะว่ามีแต่สาละวันเตี้ยลงไปเรื่อย แม้ว่าพวกเขาจะชนะเวสต์บรอมวิช เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ถอยห่างไกลออกไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่ตอนนี้เป็นไปไม่ได้ แม้ว่าพวกเขาเก็บได้สามแต้มจากการเสมอ วูลฟ์,เวสต์บรอมวิช และแอสตัน วิลล่า แต่เรื่องการเก็บชัยชนะของทีมก็ยังน่าห่วงอยู่ดี

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ gclub casino เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                ในเกมคาราบาว คัพ รอบ 4 เมื่อคืนวันพุธที่ 30 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเอาชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ได้อย่างไม่ยากเย็นด้วยสกอร์ 3 – 0 ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ได้แบบไม่ยากเย็น โดยหนึ่งในนักเตะที่สร้างผลงานได้โดดเด่นเป็นอย่างมากคือ เอริก ไบยี่ ปราการหลังทีมชาติไอวอรี่ โสต์ ที่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเป็นนัดที่ 2 ในการแข่งขันรายการนี้

เปิดสถิติอันสุดยอดของ "เอริก ไบยี่"

โดยในนัดก่อนหน้านี้ที่เจอกับ ลูตัน ทาวน์ “เอริก ไบยี่” ที่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงก็สร้างผลงานได้อย่างดี

                ทั้งในเรื่องการจ่ายบอลหรือตัดบอลจนมีหลายฝ่ายอยากจะให้ เอริก ไบยี่ยืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวจริงคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แทนที่ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ที่ช่วงหลังฟอร์มเริ่มออกทะเล

และในเกมรอบที่ 4 เมื่อคืนวันพุธที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมาเอริก ไบยี่ก็สร้างผลงานที่สุดยอดออกมาอีกครั้งให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเข้าสร้างสถิติเป็นผู้เล่นที่เข้าปะทะได้สำเร็จถึง 100% เต็มจากการลงเล่นเป็นตัวจริงทั้ง 2 ในศึก คาราบาว คัพ

รวมถึงการที่เอริก ไบยี่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงทั้ง 2 นัด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บคลีนชีตได้ทั้ง 2 นัด สถิติต่อมาคือในทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีเพียงแค่ เฟร็ด กองกลางชาวบราซิลเลี่ยน คนเดียวเท่านั้นที่ตัดบอลได้มากกกว่าเอริก ไบยี่

เปิดสถิติอันสุดยอดของ "เอริก ไบยี่"

ในเกมนัดที่ผ่านมา ณ สนาม “เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม” ไม่มีนักเตะคนไหนที่ตัดบอลได้มากกว่า เอริก ไบยี่โดยตลอดทั้งเกมดาวเตะทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ตัดบอลไปทั้งหมด 3 ครั้งด้วยกัน รวมถึง เอริก ไบยี่ยังเป็น 1 ใน 3 นักเตะในเกมดังกล่าวที่สามารถบล็อกลูกยิงของฝั่งตรงข้ามได้ และสถิติสุดท้ายในเกมกับ ไบรท์ตัน

เมื่อคืนที่ผ่านมามีนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียง 3 คนเท่านั้นที่ผ่านเข้าเป้ามากกว่าเอริก ไบยี่ โดย ไบยี่ผ่านบอลเข้าเป้าถึง 90.7 % ส่วน 3 คนที่มีเปอร์เซ็นต์สูงกว่าคือ ฆวน มาต้า, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค และ ปอล ป็อกบา

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ติโม แวร์เนอร์ นักเตะศูนย์หน้าชาวเยอรมันยิงประตูแรกให้สิงห์บลูส์ เชลซี โดยใช้เวลาเพียง 4 นาทีในเกมประเดิมสนามอุ่นเครื่องที่พบไบรท์ตัน

แวร์เนอร์มีชื่อติดทีมตัวจริงของแฟร้งค์ แลมพาร์ด เกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่นที่สนามเอเม็กซ์ สเตเดี้ยมเมื่อวันเสาร์ และแฟนบอลก็ได้เห็นเขาลงโชว์ลีลาลูกหนังเป็นครั้งแรก

ไบรท์ตันได้รับอนมัติตั๋ว 2500 ใบในการเปิดให้แฟนบอลได้เข้าชม (ได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลแล้ว) แต่ว่าแฟนบอลต้องนั่งห่างกันเพื่อการป้องกันโรคไวรัสโคโรน่า

ดูเหมือนว่าเขาใช้เวลาไม่นานในการปรับตัวร่วมกับเพื่อนร่วมทีม อดีตสตาร์ของไลป์ซิกเป็นนักเตะที่เชลซีน่าจะฝากความหวังได้จริงๆ เช่นเดียวฮาคิม ซิเยชท่เซ็นมาตั้งแต่ มกราคม 2020

เชลซี

คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอยโหม่งบอลจากการเปิดครอสเข้ามาที่ฝั่งขวา แต่ว่าผิดจังหวะนิดหน่อยกลายเป็นบอลไปเข้าทางของแวร์เนอร์ซัดบอลเข้าประตูไป ทำให้ทีมเยือนขึ้นนำเจ้าบ้านตั้งแต่ไก่โห่

แวร์เนอร์ให้ความเห็นกับเกมเปิดตัวนัดแรกของเขากับสโมสรใหม่ว่า ผมตื่นเต้นมาผมรอไม่ไหวแล้ว ผมได้มาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมหลังจากที่เซ็นสัญญาไม่นานนัก แต่ว่าเวลานี้ดูเหมือนผมเข้าใจรูปแบบการเล่นที่เชลซีตลอดการซ้อมสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี

นี่เป็นเรื่องที่แปลกมากตั้งแต่ที่ผมมาถึง เพราะว่าคุณต้องลงซ้อมอย่างหนักตั้งแต่วันแรก การประชุมทีมแต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าไม่น่าเหลือบ่ากว่าแรงอะไร ผมทนได้อยู่แล้ว

ผมมีความสุขมากที่ลีกการแข่งขันจะเปิดในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า และผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีก และก่อนหน้านี้ผมยังรอเกมเปิดตัวกับไบรท์ตันในเกมกระชับมิตรอย่างตื่นเต้นเช่นกัน สุดท้ายแล้วการได้สวมเสื้อสีน้ำเงินมันดีอย่างนี้เอง

เชลซี

“ฮาคิม ซิเยช” ทีได้ลงสนามให้ เชลซี เป็นนัดแรก

ขณะที่นักเตะผู้มาใหม่อีกรายอย่างฮาคิม ซิเยชทีได้ลงสนามให้เชลซีเป็นนัดแรกก็ได้รับบาดเจ็บหัวเข่าบิดทันที เชลซีเซ็นสัญญาเขาเข้าร่วมทีมเป็นคนแรกและส่งเขาลงสนามเกมที่พบไบรท์ตัน เขามีเกมการเล่นที่น่าประทับใจมีส่วนร่วมในประตูแรกของทีม แต่ว่าซิเยชที่มีค่าตัวการย้ายทีม 40 ล้านยูโร ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในครึ่งหลังหลังจากที่เจ็บเข่า

ซึ่งสโมสรได้ออกมาอัพเดตอาการล่าสุดของเขาว่า เป็นการเจ็บเพียงเล็กน้อยไม่น่าวิตก เกมนี้โอลิวิเย่ร์ ชิรูต์ก็บาดเจ็บจากที่ศีรษะปะทะกับลูอิส ดังก์ โดยเกมแรกของเชลซีคือการแข่งกับไบรท์ตัน วันที่ 14 กันยายนนี้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

นีล โมเปย์ กองหน้าไบรท์ตัน ยืนกรานว่าตนเองไม่ได้มีเจตนาจะทำร้าย แบรนด์ เลโน่ โกลด์ของอาร์เซน่อล จนได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด พร้อมชี้แข้ง “ปืนใหญ่” ควรจะมีความอ่อนน้อมบ้าง

โดยในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ไบรท์ตัน เป็นฝ่ายพลิกล็อคด้วยการเปิดสนาม ดิ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส สเตเดี้ยม เอาชนะ อาร์เซน่อล ได้อย่างหวุดหวิดทั้งที่เป็นฝ่ายถูก “ปืนใหญ่” ออกนำไปก่อนจากประตูของ นิโคลัส เปเป้ ในนาทีที่ 68 ทว่า ไบรท์ตัน เจ้าถิ่นกลับมาได้ 2 ประตูรวดจากลูกยิงของ ลูอิส ดังก์ นาทีที่ 75 และนีล โมเปย์  ที่สวมบทฮีโร่ซัดชัยในนาทีที่ 90+5

โมเปย์

อย่างไรก็ตามในเกมดังกล่าวเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นในช่วงท้ายครึ่งแรก เมื่อบอลกระดอนเข้าไปในกรอบเขตโทษของ อาร์เซน่อล แล้ว แบรนด์ เลโน่ ก็ออกมากระโดดรับบอลตามปกติ ทว่าโมเปย์ ที่วิ่งเข้าหาบอลกลับเบรกไม่อยู่ และชนเข้าไปที่ตัวของ เลโน่ เต็มๆ ซึ่งส่งผลให้ เลโน่ เข่ากระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บ และไม่สามารถเล่นต่อได้

และก่อนที่ เลโน่ จะถูกเปลี่ยนตัวออก เขาก็ได้ชี้ไปทางโมเปย์และโทษว่าเป็นความผิดของแข้งรายนี้ที่ทำให้ได้รับบาดเจ็บแม้เจ้าตัวจะพยายามอธิบายว่าเป็นอุบัติเหตุเท่านั้น ซึ่งจากนั้นตลอดทั้งแมตช์โมเปย์ก็โดนนักเตะ อาร์เซน่อล ก่อกวนตลอด ไม่ว่าจะเป็น การตระโกนด่าทอ หรือแอบเล่นนอกเกมใส่

โมเปย์ ก็สวมบทฮีโร่ช่วยให้ทีมคว้า 3 คะแนน

ถึงกระนั้นสุดท้ายแล้วโมเปย์ก็สวมบทฮีโร่ช่วยให้ทีมคว้า 3 คะแนนสำคัญ เก็บเพิ่มเป็น 32 คะแนนจาก 30 นัด มีโอกาสรอดตกชั้นสูง

โมเปย์

หลังการแข่งขันโมเปย์ให้สัมภาษณ์ถึงจังหวะที่ตนเองปะทะกับ เลโน่ ว่า “ในช่วงพักครึ่งนั้น ผมได้ไปขอโทษ มิเกล อาร์เตต้า (ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล) ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยผมไม่ได้มีเจตนาในการที่จะทำร้ายผู้รักษาประตูแต่อย่างใด โดยผมกระโดดเพื่อเล่นบอลเท่านั้น ผมขอโทษต่อทีม และเขา (เลโน่) โดยผมก็เคยผ่านการบาดเจ็บมา และรู้ว่ามันยากลำบากเพียงใด”

“ผมแค่ต้องการจะเล่นบอลจริงๆ ทว่านี่คือฟุตบอลซึ่งมันต้องมีการโดนตัวกันบ้าง แต่ผมไม่ได้มีเจตนาในการทำร้ายเขา โดยผมขอโทษอีกครั้ง และหวังว่าเขาจะหายกลับมาลงสนามได้โดยเร็ว”

นอกจากนั้นโมเปย์ยังฝากถึงนักเตะของ อาร์เซน่อล บางคนว่าควรจะมีความอ่อนน้อมถ่อมตนมากกว่านี้ โดยเผย “หนึ่งในนักเตะของพวกเขาพูดตลอดทั้งเกม และพูดถึงแต่สิ่งที่ไม่ดีกับผม ดังนั้นผมหวังว่านักเตะคนนี้ควรจะเรียนรู้เรื่องความอ่อนน้อมกว่านี้ ซึ่งตอนที่ผมทำประตูได้ ผมได้ไปพูดกับเขาคนนั้นว่า ฟังนะ นี่คือส่งที่จะเกิดขึ้นหากคุณพูดแต่สิ่งที่ไม่ดีในสนาม”

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล