ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีอันต้องจบสถิติไม่แพ้ทีมใดในการลงเล่นที่ “แอนฟิลด์” ไว้ที่ 68 นัด หลังล่าสุดพลิกล็อคแพ้ให้กับ เบิร์นลีย์ ไป 0 – 1 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา

                ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลทีมอันดับ 4 ของตารางคะแนนเปิดสนาม “แอนฟิลด์” ต้อนรับการมาเยือนของ เบิร์นลีย์ โดยก่อนลงแข่งเกมนี้นั้น “หงส์แดง” ไม่แพ้ใครกับการลงเล่นในบ้านมาแล้วถึง 68 นัดด้วยกัน

ลิเวอร์พูล แพ้ เบิร์นลีย์

                เริ่มครึ่งแรกมาเป็น ลิเวอร์พูลที่โหมบุกอย่างฝ่ายเดียวและมีโอกาสจะแจ้งในการจะได้ประตูขึ้นนำหลายครั้งแต่จังหวะสุดท้ายไปติดการเซฟของ นิค โป๊ป นายทวารเบิร์นลีย์ ทั้งหมด จนกระทั่งนาที 43 ลิเวอร์พูลสมควรที่จะได้ประตูขึ้นนำอย่างถึงที่สุดเมื่อ ดิว็อค โอริกิ ได้หลุดเดียวมาคนเดียวโล่งๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะตัดสินใจยิงบอลในมุมสูงให้ผ่านมือ นิค โป๊ป ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่ โอริกิ คิดแต่ในจังหวะสุดท้ายบอลกลับไปโดนคานกระเด้งออกมา ท่ามกลางสายตาของแฟนบอลและคนที่อยู่ในสนามที่ต่างช็อคกับจังหวะนี้ จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล เสมอกับ เบิร์นลีย์ 0 – 0

ลิเวอร์พูล แพ้ เบิร์นลีย์

เริ่มครึ่งหลังยังคงเป็น ลิเวอร์พูล ที่ครองเกมเหนือกว่าอยู่ฝ่ายเดียว

                แต่จังหวะสุดท้ายยังเป็น นิค โป๊ป ที่วันนี้งัดฟอร์มสุดยอดเซฟจังหวะสวยๆ ได้หลายลูก จนกระทั่ง เจอร์เก้นน์ คล็อปป์ ทนไม่ไหวตัดสินใจส่ง 2 ดาวยิงอย่าง โรแบร์โต ฟิร์มิโน และ โม ซาล่าห์ ลงสู่สนามเพื่อกระซวกตาข่ายของทีมเยือนให้ได้

                เกมของเจ้าบ้านดูน่ากลัวขึ้นหลังจากได้ 2 ดาวยิงลงมา แต่ในวันนี้พระเอกกลับกลายเป็น นิค โป๊ป นายทวารของเบิร์นลีย์ ที่จัดการลูกยิงของนักเตะลิเวอร์พูลได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่แล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจากจังหวะบุกเพลินๆ ของลิเวอร์พูล

จากจังหวะหลุดเข้ามาของ แอชลีย์ บาร์นส์ ที่แตะหนี ฟาบินโญ่ มาได้แล้ว ก่อนจะจิ้มหนี อลิสซง เบเกอร์ แต่จังหวะสุดท้ายนายด่านลิเวอร์พูล เลือกที่จะทำฟาวล์ใส่ บาร์นส์ .

                จากนั้นเป็น แอชลีย์ บาร์นส์ ที่ลุกขึ้นมายิงจุดโทษเองพร้อมกับพา เบิร์นลีย์ ขึ้นนำ 1 – 0 และเป็นประตูที่ 100 ในอาชีพการเป็นนักฟุตบอลของเจ้าตัว จบ 90 นาที เบิร์นลีย์ พลิกล็อคบุกมาเอาชนะลิเวอร์พูล ไป 1 – 0 ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันลิเวอร์พูล ยังคงอยู่ที่ 4 ตามเดิมและมีแต้มตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่าฝูง 6 แต้มด้วยกัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ gclub1688 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

แกรี่ เนวิลล์ อดีตนักเตะระดับตำนานปีกขวาของทีมแมนเชตเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำแห่งศึกลูกหนังอังกฤษ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แก่สื่อบ้านเกิดของตนเองว่า ตัวเขารู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก และไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ากุนซือจอมโอหังอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ จะสามารถพาทีมคู่บารมีชิวคว้าถ้วยได้แบบที่เคยสาดน้ำลายเอา พร้อมกับยอมรับตลอดซีซั่นการแข่งขันในฤดูกาลนี้ที่ผ่านมา กุนซือจอมน้ำลายคุมทีมได้ดีเกินมาตรฐานที่ตนคิดเอาไว้

คล็อปป์

เจอร์เก้น คล็อปป์” กุนซือใหญ่ เข้ามามีบทบาทในถิ่นแอนฟีลด์ ปี 2005

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่ชาวเยอรมัน ได้เข้ามามีบทบาทคุมบังเหียนในถิ่นแอนฟีลด์นับตั้งแต่ปี 2005 และยังคงเดินหน้าคุมทีมอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ตลอดระยะเวลาที่เขาได้คุมทีมได้เจอกับคำท้าทายฝีมือการเป็นกุนซือเรื่อยมา แม้ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะพลาดโอกาสในการพาทีมลิเวอร์พูลคว้าชัยมาหลายฤดูกาล แต่ในซีซั่นนี้เขาได้ออกมาพิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่าตัวเขาเองก็มีฝีมือไม่แพ้กุนซือคนไหน ๆ แข้งตำนานทีมคู่ปรับร่วมลีกอย่าง แกรี่ เนวิลล์ ถึงกับอดปากไม่ไหวยังต้องออกมาแสดงความซูฮก

คล็อปป์

“นาทีนี้ไม่มีใครเกิน เจอร์เก้น คล็อปป์อีกแล้ว กับชัยชนะที่ผ่านมามันตอบโจทย์ทุกอย่าง เขาทำงานมาอย่างหนักกับทีม ทีม ถึงเขาจะดูโอหังบ้างในบางทีจนทำให้ผมไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะทำได้ และเขาทำได้ดีกว่าที่คิดด้วย เขาพาทีมเปิดฉากแข่งได้อย่างสวยงามตั้งแต่ต้นนฤดูกาลมันน่าวิเศษที่สุด มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าทีมชนะเพราะทุกทีมกำลังเจอกับปัญหาโรคหรืออะไร เราต่างได้รับผลกระทบกันทั้งนั้น แต่ตัวนักเตะที่ยังคงรักษามาตราฐานได้ถือว่าสุดยอดมาก” อดีตแข้งระดับตำนานกล่าว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

สิ้นสุดการรอคอยกับช่วงเวลาอันแสนยาวนาน ของเหล่าแฟนหงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ในที่สุดก็สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสูงสุดมาครองได้สำเร็จ แม้ว่าเวลานี้เหล่านักเตะในดินแดนแห่งเกาะอังกฤษยังคงฟาดแข้งกันอยู่เพราะยังไม่จบฤดูกาล แต่ทว่าหลังจากเกมการพ่ายแพ้ของแม้ซิตีให้กับทีมเชลซี ก็ทำให้ลิเวอร์พูลมีคะแนนทิ้งห่างอันดับสองไกลลิบตา จนกล่าวได้ว่า ต่อให้ลิเวอร์พูลจะแพ้ตลอดในเกมการแข่งขันที่ยังเหลืออยู่ เขาก็ยังคงมีถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติอยู่ในมือ

เหล่าแฟนฟุตบอล ลิเวอร์พูล ก็ออกมาฉลองแชมป์กัน

                และในเช้าวันรุ่งขึ้นของการแข่งขันระหว่างเชลซีกับแมนซิตี้สิ้นสุดลง เหล่าแฟนฟุตบอลหงส์แดงก็ออกมาฉลองแชมป์กันอย่างคึกคัก กับรถแห่ที่เป็นสีสัน พร้อมทั้งสุดฟุตบอลทีมโปรดแห่ประกาศความสำเร็จไปทั่วทุกมุมโลก และแม้กระทั่งในโลกโซเชียลมิเดียเองก็ฉลองความสำเร็จนี้กันอย่างไม่ขาดสาย ด้วยใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้มักจะโพสรูปภาพแห่งความประทับใจนี้ไว้เป็นที่ระลึก และก็ไม่พ้นเหล่าดาราหรือคนดังที่ต่างต้องออกมาแสดงตนกันอย่างมากมาย ทำให้เช้านี้เป็นเช้าที่มีสีสันที่สุดในรอบปี แต่ทว่านั่นกลับเป็นช่วงเวลาอันแสนเศร้าของเหล่าผีแดง กองแช่งที่ตามสาปส่งในทุกการแข่งขัน และแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเป็นทีมการแข่งขันที่เครียดแค้นกันเพียงใด แต่สุดแล้วกีฬาก็จะสามารถเชื่อมใจพวกเขาทั้งสองเอาไว้ได้

                นับว่าเป็นเรื่องราวที่แฟนฟุตบอลต่างยินดีและทำให้หัวใจพองโตในช่วงวิกฤตโควิดนี้ เพราะตลอด 30 ปี ที่เหล่าสาวกลิเวอร์พูลต่างรอคอยมาอย่างยาวนานได้จบลงที่วันนี้ พวกเขาทั้งผ่านสุดตกต่ำแห่งแอนฟิลด์ พลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมืออยู่หลายหน แต่นั่นก็ไม่อาจพรากใจรักของเหล่าแฟนบอลไปได้เลย จนกระทั้งวันที่พวกเขาจะได้โห่ร้องด้วยเสียงแห่งความปิตินี้พร้อมกัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล