“โคลโชเนโรส” แอตเลติโก้ มาดริด ทีมอันดับ 4 ลงสนามในฟุตบอล ลาลีก้า 2021/22 เกมที่ 33 พวกเขาเปิดสนาม ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ พร้อมด้วยแฟนบอล 43,517 คน รับการมาเยือนของ กรานาด้า ทีมอันดับ 18

เกมนี้ “โคลโชเนโรส” เป็นฝ่ายครองบอล 63.8% พร้อมโอกาสยิง 22 ครั้ง โดยที่ ยานนิค คาราสโก้ มีโอกาส 5 ครั้ง แต่สุดท้ายแล้ว พวกเขาไม่สามารถเจาะแนวรับของทีมเยือนได้ จบเกม 90 นาที แชร์แต้มกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0

แอตเลติโก้ มาดริด

แอตเลติโก้ มาดริด ยึดที่ 4 นำ 4 แต้ม

หลังผ่านเกมที่ 33 แอตเลติโก้ มาดริด เก็บเพิ่มเป็น 61คะแนน ยึดอันดับที่ 4 นำหน้าอันดับ 5 เรอัล เบติส 4 คะแนน

โดยโปรแกรมเกมที่ 34 ลูกทีมของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ มีคิวออกไปเยือน แอธเลติก บิลเบา ในวันที่ 30 เมษายน

ทางฝั่ง กรานาด้า หลังผ่าน 33 นัด ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่นพวกเขามี 30 คะแนน อยู่อันดับ 18 นั่งข้างโซนปลอดภัย 1  คะแนน โดยโปรแกรมเกมที่ 34 ลูกทีมของ ไอตอร์ การานก้า เตรียมเปิดบ้านรับมือ เซลต้า บีโก้ ในวันที่ 1 พฤษภาคม

สถิติหลังเกม | แอตเลติโก้มาดริด 0-0 กรานาด้า

แอตเลติโก้ มาดริด ครองบอล 63.8% (กรานาด้า 36.2%) | จ่ายบอล 640:375 ครั้ง | จ่ายบอลสำเร็จ 524:274 ครั้ง |  โอกาสยิง 22:7 ครั้ง | ยิงเข้ากรอบ 1:2 ครั้ง | ชนะลูกกลางอากาศ 23:17 ครั้ง | เลี้ยงผ่าน 10:7 ครั้ง | ปะทะชนะ 16:18 ครั้ง | เตะมุม 11:1 ครั้ง | เคลียร์บอล 10:23 ครั้ง | ตัดบอล 13:19 ครั้ง | ฟาล์ว 9:12 ครั้ง | ล้ำหน้า 1:1 ครั้ง | ใบเหลือง 4:5 ใบ

แอตเลติโก้ มาดริด

ไทม์ไลน์สำคัญของเกม

แอตเลติโก้ มาดริด

ใบเหลือง : ไรนิลโด้ (29′) , สเตฟาน ซาวิซ (45+3) , โรดรีโก้ เดอ ปอล (78′) , ซิเม เวอร์ซัลโก้ (85′)

เปลี่ยนตัว : หลุยส์ ซัวเรซ แทน ไรนิลโด้ (46′) , ซิเม เวอร์ซัลโก้ แทน ฆาเบียร์ เซร์ราโน่ (46′) , เรนาน โลดี้ แทน อังเคล คอร์เรอา (66′) , มาเธอุส คุนญ่า แทน อองตวน กรีซมันส์ (70′) , กิวเลียโน่ ซิเมโอเน่ แทน มาร์กอส ญอเรนเต้ (90+1′)

กรานาด้า

ใบเหลือง : ควีนี่ (3′) , เซร์กิโอ เอสคูเดโร่ (59′) , วิคเตอร์ ดิอาซ (74′) , อันโตนิโอ ปูเออร์ตาส (83′) ,โดมิงกอส ดูอาร์เต้ (90+1′)

เปลี่ยนตัว : มีโทร อูซูนี่ แทน ดาร์วิน มาชีส (62′) , คาร์ลอส บัคก้า แทน หลุยส์ ซัวเรซ (76′) , อังเคล มอนโตโร่ แทน อเล็กซ์ โคลลาโด้ (76′) , แดนนี่ ราบา แทน อันโตนิโอ ปูเออร์ตาส (85′)


Posted in ข่าวฟุตบอล, ลาลีกา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมอันดับ 4 จากพรีเมียร์ลีก ลงสนามในเกมยูฟ่า แชมป์เปียนลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก พวกเขาบุกไปที่สนาม ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ รังเหย้าของสโมสร แอตเลติโก้ มาดริด ทีมอันดับ 5 จากเวทีลาลีก้า ซึ่งพวกเขาตกเป็นฝ่ายตามหลังตั้งแต่ 7 นาทีแรก เมื่อเจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำจากการยิงของ เจา เฟลิกซ์ อย่างไรก็ตาม พวกเขาได้ความยอดเยี่ยมของ บรูโน่ แฟร์นานเดส ที่เป็นคนแอสซิสต์ให้ แอนโธนีย์ เอลังก้า หลุดเข้าไปซัดประตูตีเสมอ ในนาทีที่ 80 และสุดท้ายจบ 90 นาทีด้วยสกอร์นี้ไปเลย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสยิงแค่ 7 ครั้ง

แมตช์เดย์นี้ แม้ว่าฝั่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเป็นฝ่ายครองบอล 63% แต่พวกเขาสร้างโอกาสยิงได้แค่ 7 ครั้ง ซึ่งดาวค้างฟ้าอย่าง คริสเตียโน “CR7” โรนัลโด้ ได้โอกาส 2 ครั้ง ทว่าก็ไม่เข้ากรอบทั้ง 2 หน ทางฝั่ง แอตเลติโก้ มาดริด พวกเขาได้ครองบอลแค่ 37% ทว่ากลับหาโอกาสยิงได้ถึง 13 ครั้ง ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่นแต่อย่างไรก็ตาม พวกเขายิงเข้ากรอบแค่ครั้งเดียว และยิงชนคานอีก 1 หน

ส่วนสถิติอื่นๆมีดังนี้ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นก่อน)

จ่ายบอล 541:305 ครั้ง | จ่ายบอลสำเร็จ 447:221 ครั้ง | เตะมุม 3:8 ครั้ง | เลี้ยงผ่าน 3:4 ครั้ง | ปะทะชนะ 18:16 ครั้ง | ชนะลูกกลางอากาศ 18:15 ครั้ง | เคลียร์บอล 18:13 ครั้ง | ตัดบอล 7:15 ครั้ง | ล้ำหน้า 1:2 ครั้ง | ฟาล์ว 16:19 ครั้ง | ใบเหลือง 5:4 ใบ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ไทม์ไลน์สำคัญของเกม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

  • 80′ แอนโธนีย์ เอลังก้า (ยิง) 1-1 นับเป็นประตูแรกใน UCL จากการลงสนาม 2 นัดในฤดูกาลนี้ (ตัวจริง 1 สำรอง 1) | บรูโน แฟร์นานเดส (แอสซิสต์)
  • ใบเหลือง : ลุค ชอว์ (50′) , วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ (60′) , มาร์คัส แรชฟอร์ด (65′) , เฟร็ด (74′) , อเล็กซ์ เตลเลส (83′)
  • เปลี่ยนตัว : อาร่อน วาน บิสซาก้า แทน วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ (66′) , เนมานย่า มาติซ แทน พอล ป็อดบา (66′) , อเล็กซ์ เตลเลส แทน ลุค ชอว์ (67′) , แอนโธนีย์ เอลังก้า แทน มาร์คัส แรชฟอร์ด (75′) , เจสซี่ ลินการ์ด แทน จาดอน ซานโช่ (82′)

แอตเลติโก้ มาดริด

  • 7′ เจา เฟลิกซ์ (ยิง) 1-0 นับเป็นประตูแรกใน UCL จากการลงสนาม 4 นัดในฤดูกาลนี้slot168 (ตัวจริง 4 สำรอง 1) | เรนาน โลดี้ (แอสซิสต์)
  • 87′ อองตวน กรีซมันส์ ยิงชนคาน
  • ใบเหลือง : เอคเตอร์ เอร์เรร่า (46′) , ไรนิลโด้ (63′) , มาร์กอส ญอเรนเต้ (77′) , โฆเซ่ คิเมเนซ (78′)
  • เปลี่ยนตัว : โธมัส เลอมาร์ แทน เรนาน โลดี้ (76′) , อองตวน กรีซมันส์ แทน เจา เฟลิกซ์ (76′)
Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก