โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงชม เมสัน กรีดวู้ด แนวรุกดาวรุ่งว่าเป็นผู้เล่นที่ทีมจะขาดไปไม่ได้ในขณะนี้ และเชื่อว่ามีอนาคตที่สดใสรออยู่

ชื่อของกรีดวู้ด วัย 18 ปี ได้รับการพูดถึงอย่างมากตั้งแต่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 กลับมาแข่งขันกันอีกครั้ง เนื่องจากเจ้าตัวระเบิดฟอร์มเก่งด้วยการยิงไปแล้ว 3 เกมติดต่อกันในลีก หลังล่าสุดกดเพิ่ม 1 ประตูในนัดที่บุกชนะ แอสตัน วิลล่า 3-0 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา

กรีดวู้ด

ส่งผลให้กรีดวู้ด ทำสถิติเป็นนักเตะซึ่งมีอายุ 18 ปีหรือต่ำกว่าซึ่งสามารถยิงในพรีเมียร์ลีก 3 เกมติดต่อกันเป็นคนที่ 4 ต่อจาก แดนนี่ คาร์มาดาเทรี่, ไมเคิ่ล โอเว่น และฟรานซิส เจฟเฟอร์ส รวมถึงเป็นผู้เล่น “ปีศาจแดง” ซึ่งอายุไม่ถึง 20 ปี คนที่ 2 ของสโมสรที่สามารถยิงเกมพรีเมียร์ลีก 3 นัดติดต่อกัน ต่อจาก เวย์น รูนี่ย์ เมื่อปี 2005

และจากผลงานที่โดดเด่นส่งผลให้มีข่าวว่า แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษ เตรียมเรียกตัวกรีดวู้ด ขึ้นมาเล่นในทีม “สิงโตคำราม” ชุดใหญ่เร็วๆนี้

กระทั่งหลังเกมที่ “ปีศาจแดง” ถล่ม แอสตัน วิลล่า 3-0 โซลชา ได้ระบุถึงฟอร์มของกรีดวู้ด ในช่วงที่ผ่านมาว่า “ผมได้ช่วยเหลือเขาบ้างในบางอย่าง แต่เขาต้องทำมันเองทั้งเรื่องการโชว์ฟอร์ในการฝึกซ้อม, ผลงานในสนาม รวมถึงการใช้ชีวิต ซึ่งมันขึ้นอยู่กับเขาว่าเขาจะไปได้ไกลแค่ไหน”

กรีดวู้ด

“กรีดวู้ด” เพิ่งอายุ 18 ปี และแน่นอนว่าเขาจะทำได้ดีกว่านี้

“โดยกรีดวู้ด เพิ่งอายุ 18 ปี และแน่นอนว่าเขาจะทำได้ดีกว่านี้อีก โดยเขาคือนักฟุตบอลที่เป็นธรรมชาติ และอยู่กับอคาเดมี่ของเรามาตั้งแต่สมัยเยาวชน ก่อนหน้านี้คุณพ่อของเขาได้โชว์รูปที่ผมถ่ายกับเขาตอนที่กรีดวู้ด มีอายุ 7 ขวบ โดยเขารู้ว่าทุกคนในทีมเชื่อในตัวเขา และคุณไม่สามารถที่จะปล่อยนักเตะคนนั้นๆออกจากทีมไปได้ หากเขาคือคนผลิตสกอร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งกรีดวู้ด ทำเช่นนั้น”

นอกจาก โซลชา แล้ว ดาบิด เด เคอา ผู้รักษา ประตู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ออกมาชื่นชมกรีดวู้ด ว่า “เขาคือผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม และเป็นมีการจบสกอร์ในระดับท็อป คุณไม่มีทางรู้เลยว่าจริงๆแล้วเขาถนัดเท้าซ้าย หรือเท้าขวา ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าประทับใจในการเห็นแข้งอายุน้อยยิงประตูที่สวยเหมือนในเกมที่ผ่านมา ซึ่งเราต้องใจเย็นกับเขาในช่วงหลังจากนี้ เพราะเขายังมีอายุน้อยอยู่”

สำหรับกรีดวู้ด ทำไปแล้ว 18 ประตูกับ 5 แอสซิสต์จากการลงสนาม 44 นัดรวมทุกรายการในฤดูกาลนี้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

ลิเวอร์พูลและแมนซิตี้แสดงให้เห็นว่าเหตุใดจึงมีช่องว่าง 23 แต้มระหว่างทีมจ่าฝูงและทีมรองจ่าฝูงใน พรีเมียร์ลีก หลังการแข่งขันเมื่อวันอาทิตย์จบสิ้นลง

เมสัน กรีนวู้ดและเจมี่ วาร์ดี้ อาจลงเล่นในทีมที่ต่างกัน แต่ว่าทั้งคู่ยิงได้คนละสองประตูเหมือนกันในเกมวันเสาร์ที่ผ่านมา ให้ต้นสังกัดอย่างแมนยูและเลสเตอร์ชนะทั้งสองทีม และเพื่อเป้าหมายของทีมคือติดท๊อปโฟร์ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้

และทีมท้ายตารางคือแทบจะกาชื่อนอริชออกไปจากพรีเมียร์ลีกได้เลยเมื่อแพ้ต่อทีมหนีตกชั้นด้วยกันอย่างไบรท์ตัน 0-1

เมสัน กรีนวู้ดเป็นนักเตะดาวรุ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของแมนยูในปีนี้

กรีนวู้ด เป็นนักเตะขวัญใจคนใหม่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เกมที่ผ่านมานักเตะวัย 18 ปีได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขามีความยอดเยี่ยมเพียงใด ก็หวังว่าเขาจะไม่ดีแตกไปเสียก่อน ซึ่งกรีนวู้ดเมื่อเทียบกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้และเวยน์ รูนี่ย์ที่อาย 18 ปีเท่ากันเขาเป็นคนที่ยิงประตูได้เยอะที่สุดแล้ว

พรีเมียร์ลีก

เขายิงประตูได้ทั้งเท้าซ้ายและขวาดังจะเห็นได้จากเกมที่ปิศาจแดงถล่มบอร์นมัธ 5-2 การทำสองประตูของกรีนวู้ดช่วยให้แมนยูยังอยู่อันดับ 5 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกแต่อย่างน้อยก็มีแต้มเบียดอันดับ 3 และ 4 โดยที่ไม่ห่างกันมากนัก

มาร์คัส แรชฟอร์ดและแอนโทนี่ มาร์กซิยาล ยิงได้ถึง 20 ประตูสำหรับฤดูกาลนี้และบรูโน่ เฟอร์นันเดสแสดงเห็นว่าเขามีทักษะการยิงฟรีคิกที่ดี

เมื่อพอล ป๊อกบาเล่นได้เข้าขารู้ใจกับเฟอร์นันเดส ดูเหมือนว่ากองกลางของแมนยูจะเด่นที่สุดนับตั้งแต่ยุคของเฟอร์กูสันเป็นต้นมาเลย

เสียงคำรามของแชมป์ พรีเมียร์ลีก จากแอนฟิลด์

พรีเมียร์ลีก

แฟนลิเวอร์พูลรอคอยมากว่าสามทศวรรษที่จะเห็นทีมรักของพวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และเกมล่าสุดที่แข่งกับแอสตัน วิลล่า หงส์แดงได้สร้างสถิติชนะต่อเนื่องที่สนามเหย้าของตัวเองต่อไป เป็นเกมที่ 17 แล้ว หากชนะอีกสองเกมเท่ากับว่าพวกเขาชนะรวดในการเล่นเกมในบ้านที่แอนฟิลด์

แม้จะไม่มีบรรยากาศเสียงเชียร์ของแฟนบอลในพรีเมียร์ลีก แต่ไม่เป็นไรเพราะนักเตะลิเวอร์พูลเล่นได้เหนือกว่าทีมเยือนเห็นๆ ครองบอลมากกว่าแต่กว่าจะได้ประตูก็เข้าสู่ช่วงนาทีที่ 70 จากการยิงประตูของซาดิโอ มาเน่และเคอร์ติส โจนส์

ทั้งหมดเป็นบทสรุปที่ทีมสีแดงได้เฮทั้งสองทีมหลังเตะเกมที่ 33 จบลง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

แกรี่ เนวิลล์ อดีตนักเตะระดับตำนานปีกขวาของทีมแมนเชตเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำแห่งศึกลูกหนังอังกฤษ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แก่สื่อบ้านเกิดของตนเองว่า ตัวเขารู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก และไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ากุนซือจอมโอหังอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ จะสามารถพาทีมคู่บารมีชิวคว้าถ้วยได้แบบที่เคยสาดน้ำลายเอา พร้อมกับยอมรับตลอดซีซั่นการแข่งขันในฤดูกาลนี้ที่ผ่านมา กุนซือจอมน้ำลายคุมทีมได้ดีเกินมาตรฐานที่ตนคิดเอาไว้

คล็อปป์

เจอร์เก้น คล็อปป์” กุนซือใหญ่ เข้ามามีบทบาทในถิ่นแอนฟีลด์ ปี 2005

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่ชาวเยอรมัน ได้เข้ามามีบทบาทคุมบังเหียนในถิ่นแอนฟีลด์นับตั้งแต่ปี 2005 และยังคงเดินหน้าคุมทีมอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ตลอดระยะเวลาที่เขาได้คุมทีมได้เจอกับคำท้าทายฝีมือการเป็นกุนซือเรื่อยมา แม้ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะพลาดโอกาสในการพาทีมลิเวอร์พูลคว้าชัยมาหลายฤดูกาล แต่ในซีซั่นนี้เขาได้ออกมาพิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่าตัวเขาเองก็มีฝีมือไม่แพ้กุนซือคนไหน ๆ แข้งตำนานทีมคู่ปรับร่วมลีกอย่าง แกรี่ เนวิลล์ ถึงกับอดปากไม่ไหวยังต้องออกมาแสดงความซูฮก

คล็อปป์

“นาทีนี้ไม่มีใครเกิน เจอร์เก้น คล็อปป์อีกแล้ว กับชัยชนะที่ผ่านมามันตอบโจทย์ทุกอย่าง เขาทำงานมาอย่างหนักกับทีม ทีม ถึงเขาจะดูโอหังบ้างในบางทีจนทำให้ผมไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะทำได้ และเขาทำได้ดีกว่าที่คิดด้วย เขาพาทีมเปิดฉากแข่งได้อย่างสวยงามตั้งแต่ต้นนฤดูกาลมันน่าวิเศษที่สุด มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าทีมชนะเพราะทุกทีมกำลังเจอกับปัญหาโรคหรืออะไร เราต่างได้รับผลกระทบกันทั้งนั้น แต่ตัวนักเตะที่ยังคงรักษามาตราฐานได้ถือว่าสุดยอดมาก” อดีตแข้งระดับตำนานกล่าว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

          จากความผิดพลาดที่ในเกมล่าสุดของดาบิด เดเคอา ทำให้แฟนบอล ปีศาจแดง บางกลุ่มเริ่มเรียกร้องให้กุนซืออย่างโอเล่ห์ กุนนาร์ โซลซา ดึงตัว ดีน เฮนเดอร์สัน นายทวารสัญชาติอังกฤษที่เป็นเด็กปั้นของสโมสรเข้ามายึดมือ 1 แทนผู้รักษาประตูสายเลือดกระทิงดุ หลังจากเจ้าตัวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับเชฟชิลด์ ยูไนเต็ดในสัญญายืมตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอง ก็เคยมีนายทวารเลือดผู้ดีอยู่กับทีมเช่นกัน และวันนี้เราจะพาทุกท่านไปส่องชีวิตของ 3 ผู้รักษาประตูเหล่านั้นกันครับว่าเป็นอย่างไรบ้างในปัจจุบัน

3 ผู้รักษาประตูเลือดผู้ดีที่ ปีศาจแดง เคยมี

ปีศาจแดง - เคยมีผู้รักษาประตู

          ทอม ฮีตัน – นายทวารรายนี้เข้ามาอยู่กับทีมเยาวชนของทัพปีศาจแดงตั้งแต่ปี 2002 ก่อนที่จะได้รับโอกาสเป็นมือ 1 ทันทีในชุดเยาวชน และสามารถก้าวขึ้นมายึดมือ 1 ในทีมสำรองของทีมได้สำเร็จ ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวทอม ฮีตัน ได้รับการคาดหมายว่าจะขึ้นมาเป็นมือ 1 ของทีมชุดใหญ่ได้เช่นเดียวกับ ดีน เฮนเดอร์สัน ในเวลานี้ แต่สุดท้ายทอม ฮีตัน ก็ไม่เคยลงเฝ้าเสาให้กับทัพปีศาจแดชุดใหญ่เลยแม้แต่นัดเดียว ก่อนจะพเนจรไปหลายสโมสรและสามารถแจ้งเกิดกับเบิร์นลีย์ได้สำเร็จ จนถึงขนาดก้าวไปติดทีมชาติอังกฤษเลยทีเดียว ปัจจุบันเจ้าตัวมีอายุ 33 ปี กำลังค้าแข้งอยู่กับแอสตัน วิลล่า

ปีศาจแดง - เคยมีผู้รักษาประตู

          เบน อามอส – เบน อามอส ย้ายเข้ามาอยู่กับทีมเยาวชนของสโมสรแมนยูตั้งแต่อายุเพียง 11 ปีเท่านั้น และยึดมือ 1 ของทีมทุกระดับตั้งแต่ชุดเยาวชนยันชุดสำรองของสโมสร ก่อนจะได้ลงเล่นในเกมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2008-2009 ในศึกเอฟเอคัพ ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นเจ้าตัวจะได้รับโอกาสให้ลงเฝ้าเสาบ้างเป็นบางนัดก็ตาม ซึ่งช่วงนั้นเจ้าตัวถูกปล่อยยืมตัวให้กับหลายสโมสรเช่นเดียวกับ ดีน เฮนเดอร์สัน ในเวลานี้ แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัวไม่สามารถยึดตัวหลักได้เลยแม้แต่สโมสรเดียว โดยล่าสุดนายทวารวัย 30 ปีรายนี้กำลังค้าแข้งให้กับชาร์ลตัน แอธเลนติกในฐานะอะไหล่ของทีม

ปีศาจแดง - เคยมีผู้รักษาประตู

           แซม จอห์นสโตน – นายทวารจากทัพปีศาจแดงอีกคนที่อยู่กับสโมสรมาตั้งแต่ฤดูกาล 2010-2011 และได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาให้กับทีมหลายนัดในศึกฟุตบอลถ้วย รวมถึงเคยมีชื่อเป็นผู้รักษาประตูตัวสำรองบ่อยครั้งในเกมพรีเมียร์ลีก แต่จนแล้วจนรอดนายทวารรายนี้ก็ไม่สามารถยึดมือ 1 ของสโมสรได้และต้องถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นให้กับหลายสโมสร สุดท้ายกลายเป็นเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ที่เข้ามาซื้อตัวไปร่วมทัพด้วยค่าตัว 8.5 ล้านปอนด์ ซึ่งที่นี่แซม จอห์นสโตนสามารถยึดมือ 1 ของทีมได้ทันที และทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเสียด้วยมีโอกาสสูงอย่างที่จะพาทีมเลื่อชั้นกลับขึ้นมาในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่ ดีน เฮนเดอร์สัน เคยทำได้ทัพดาบคู่เมื่อฤดูกาลก่อน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

ยาน อาเก้ ฟยอร์ทอฟท์ กูรูสายข่าวชื่อดังได้ออกมาเผยประเด็นเกี่ยวกับนักเตะอนาคตไกล “เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์” ไม่มีทางที่จะเก็บกระเป๋าออกจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกาเยอรมันอย่างแน่นอน

ฮาแลนด์

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวถึงความหมายเป็นนัยในคีย์เวิร์ดคำพูดของนักเตะที่เผยว่าทีมที่เป็นทีมที่สุดในใจคือ ยูไนเต็ด ทำให้หลายคนเข้าใจกันไป ว่ากองหน้าตัวเก่งคนนี้อาจจะย้ายไปอยู่รวมค้าแข่งกับทีมแมนเชตเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลหน้าก็เป็นได้

แต่ถึงกระนั้นกูรูสายข่าวมากประสบการณ์ก็ได้ออกมาฟันธงว่า เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าดาวรุ่ง จะไปได้สวยหากเก็บกระเป๋าไปอยู่ที่หลังแอนด์ฟิลด์แทนและโอลด์แทรฟฟอร์ดไม่ได้อยู่ในสายตาของนักเตะเลยสักนิด

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ดาวรุ่งที่ถูกจับตามอง

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าชาวนอร์เวย์ วัย19 ปี กลายเป็นนักเตะที่ถูกจับตามองไปโดยปริยายหลังจากที่เขาได้โชว์ลวดลายฝีเท้าสุดขั้นเทพร่วมกับทีมเร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ทำให้ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ได้แจ้งเกิดในเวทีลูกหนังไปทันที และถูกดึงตัวเข้ามาร่วมทัพกับสโมสรยักษ์ใหญ่ในเมืองเบียร์

และยังคงตกเป็นข่าวหมายหัวของทีมแมนยูเรื่อยมา สถิติการลงสนามของ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ศูนย์หน้าคนเก่ง ยังคงทำผลงานให้แก่ทีมต้นสังกัดได้อย่างงดงามหลังจากลงสนามไปทั้งหมด 14 รายการและถล่มประตูไปแล้ว 13 ประตู

ฮาแลนด์

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ เป็นลูกรักที่ทีมสโมสรอยากจะรักษาไว้ เพราะการทำผลงานอันยอดเยี่ยมทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ถูกจับตามองมาตลอดซีซั่นนี้ เขาตกเป็นข่าวกับทีมแมนยู แต่ผมคิดว่าจะไปได้สวยหักไปอยู่กับลิเวอร์พูล อีกอย่างตัวของนักเตะเองไม่ได้ชื่นชอบทีมแมนยูเลยด้วยซ้ำ“ กูรูกล่าว.

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

ความรู้สึกของ ‘โอเดียน อิกาโล่’ หลังขยายสัญญายืมตัวกับปีศาจแดง

‘โอเดียน อิกาโล่’ ย้ายมาร่วมทัพ ‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อมาเติมเต็มความฝันของตัวเองในวัยเด็ก ในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่กลับมีโอกาสได้ลงสนามไปได้ไม่กี่เกม เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้ชะลอการแข่งขันกีฬาไปทั่วโลก จนมีข่าวว่า เขาอาจจะต้องกลับไปยังต้นสังกัดที่ประเทศจีนอย่าง ‘เซียงไฮ้ เสิ่นหัว’ ก่อนที่ลีกจะกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งหนึ่ง

แต่ด้วยความที่ว่า ดาวเตะทีมชาติไนจีเรีย ยังอยากจะเดินตามความฝันนี้ต่อไป และต้นสังกัดทั้งสองสโมสรสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ลงตัว ทำให้เขาสามารถอยู่ที่นี่ได้จนถึงเดือนมกราคมปี 2021 เลยทีเดียว และวันนี้ เราจะมาถอดบทสัมภาษณ์ ความรู้สึกของ ‘อิกาโล่’ หลังขยายสัญญายืมตัวกับปีศาจแดงกันครับ

โอเดียน อิกาโล่

“ไม่ต้องบอกเลยว่าผมนั้นแฮปปี้สุดๆ มันคือความฝันของผมที่ได้อยู่ที่นี่”

“ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมามันเป็นเรื่องยากทีเดียว แต่ผมแฮปปี้จริง ๆ ในตอนนี้ ผมจำเป็นต้องตั้งสมาธิให้เต็มที่ ผมได้อยู่ที่นี่จนถึงสิ้นเดือนมกราคม 2021 มันเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ”

“ผมตัดสินใจว่าผมอยากอยู่ต่อ ผมมีความสุขตั้งแต่วันแรกที่มาถึง ช่วงที่ผ่านมามันยากมาก ๆ มีข้อตกลงบางอย่างที่ต้องคุยเจรจากัน แต่สุดท้ายผมก็ดีใจที่พวกเขาตกลงกันได้”

“ผมขอส่งคำขอบคุณไปยังผู้อำนวยการ และท่านประธานของเซี่ยงไฮ้ ในการสนับสนุนนี้ พวกเขารู้ดีว่านี่คือสิ่งที่ผมต้องการ ดังนั้นผมจึงอยากขอบคุณพวกเขา พวกเขายังอวยพรให้ผมไปได้ดีอีกด้วยเช่นกัน”

“ผมเป็นแฟนบอลของสโมสรแห่งนี้ตั้งแต่ผมยังเด็ก ผมลงเล่นก็เพื่อทางเดินสู่ความฝันนี้ ตอนนี้ผมได้ขยายสัญญายืมตัวออกไปอีก ผมจะได้อยู่ที่นี่จนถึงสิ้นเดือนมกราคม ผมเพียงแค่ต้องการทำงานหนักและสนุกไปกับมัน ทำทุก ๆ อย่างที่สามารถช่วยเหลือยูไนเต็ดได้ ผมจะทำให้ยูไนเต็ดกลับไปอยู่ในจุดที่สูงกว่านี้อีก”

“จากที่ผมได้เพียงติดตามสโมสรจากมุมมองภายนอก จนถึงวันนี้ ผมจึงได้ตระหนักดีว่า กำลังทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ให้กับหนึ่งในทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และเมื่อผมก้าวเข้ามาอยู่ข้างใน วิธีที่พวกเขาดูแลคุณ วิธีทำงานของสตาฟฟ์ ทุกสิ่งทุกอย่างดูเป็นคนยุคใหม่ไปเสียหมด ยูไนเต็ดกำลังเติบโตขึ้น พวกเขาจะคอยติดตามดูแลเพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกคนโอเคกับที่เป็นอยู่ พวกเขาจะคอยเช็ค คอยถามคุณอยู่ตลอด แม้ตอนอยู่ที่บ้าน พวกเขาอยากรู้ว่าคุณโอเคมั้ย ต้องการอะไรตรงไหนเพิ่มบ้างรึเปล่า”

โอเดียน อิกาโล่

“มันแตกต่างจากทุกที่ที่ผมเคยมา แตกต่างจากสโมสรที่ผมเคยค้าแข้งมาก่อนในเส้นทางอาชีพ เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย มันทำให้ผมประหลาดใจจนถึงทุกวันนี้ว่า… นี่ผมฝันไปอยู่หรือเปล่า” โอเดียน อิกาโล่

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

ชะตาพลิกชีวิตผัน ‘นิว สโคลส์’ ยอด ‘ดาวรุ่ง’ สู่ ‘ดาวร่วง’ : ดาร์รอน กิ๊บสัน (ตอน 2)

เรื่องเราวของ “ดาร์รอน กิ๊บสัน” ยังไม่จบ ซันเดอร์แลนด์’ เคยพยายามจะดึงตัวของ ‘กิ๊บสัน’ มาแล้วตั้งแต่ตอนก่อนย้ายไปอยู่กับเอฟเวอร์ตัน และสุดท้ายก็สมหมายในปี 2017 โดยมี ‘เดวิด มอยส์’ อดีตกุนซือที่ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งหลังออกจากเอฟเวอร์ตัน โดยในฤดูกาลนั้น สโมสรจมอยู่ท้ายตารางพรีเมียร์ ลีก โดยหวังให้เขาเข้ามากอบกู้ชะตาของทีม

แต่สุดท้าย กิ๊บสันก็ไม่ได้ช่วยให้ ‘ทีมแมวดำ’ รอดจากการตกชั้น แถมเรื่องนอกสนามของเขาก็ฮ็อตยิ่งกว่าฟอร์มในสนาม

ดาร์รอน กิ๊บสัน

ในเกมพรีซีซั่นปี 2017 ซันเดอร์แลนด์ ถูก เซลติก ถลุงไป 5-0 กิ๊บสัน ถูกถ่ายคลิปในบาร์ของโรงแรม ขณะกำลังด่าทอทีมและเพื่อนร่วมทีมว่า “ไม่เห็นจะแคร์***อะไรกันเลย”

และเหตุการณ์นี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งในสารคดี ‘Sunderland ‘Till I Die’ ที่ออกอากาศทางช่อง Netflix ด้วย  โดย ทีมแมวดำ ไม่ได้มองเหตุการณ์เป็นเรื่องเล่น ๆ ก่อนจะจัดการลงโทษ กิ๊บสัน โดยหลังจากนั้น เจ้าตัวก็ออกมากล่าวขอโทษต่อพฤติกรรมดังกล่าว และสารภาพว่ารู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป

ชะตากรรมของเขากับซันเดอร์แลนด์ จึงได้ปิดฉากลงหลังจากนั้นไม่นานนัก โดยทีมแมวดำ ได้ตัดสินใจยกเลิกสัญญาของเขาหลังเจ้าตัวถูกตัดสินว่ามีโทษจากข้อหาเมาแล้วขับ โดยลงเล่นให้กับแมวดำไปเพียง 30 นัด เท่านั้น

‘กิ๊บสัน’ ได้ถูกกล่าวหาว่าขับรถเร็วเกินความเร็วที่กฎหมายกำหนด 3 ครั้ง หลังขับรถไปเฉี่ยวรถแท็กซี่ ก่อนจะขับต่อไปชนเข้ากับรถที่จอดอยู่ ระหว่างทางที่ขับไปศูนย์ฝึกเมื่อปี 2018 โดยถูกตั้งข้อหาเมาแล้วขับ

สุดท้าย กองกลางชาวไอร์แลนด์เหนือ ก็รอดพ้นจากโทษจำคุก แต่ถูกสั่งให้ปฏิบัติงานช่วยเหลือสังคมเป็นระยะเวลา 2 ปีแทน

สโมสรต่าง ๆ จากที่เคยวิ่งต้องการลายเซ็นของเขา ต่างต้องชะงักเมื่อทราบถึงพฤติกรรมต่าง ๆ แต่ก็เป็น ‘วีแกน แอธแลนติก’ ที่ตัดสินใจให้โอกาสกับเขาอีกครั้งหนึ่ง

นับตั้งแต่ประตูที่ ‘ดาร์รอน กิ๊บสัน’ ซัดใส่ ‘บาเยิร์น มิวนิค’ ณ ตอนนี้ ชีวิตของเขาได้พลิกผันลงไปสู่จุดตกต่ำสุด ๆ โดยเขาถูก วีแกน ปล่อยตัวอีกครั้งหลังจบฤดูกาลนั้น โดยเล่นไปทั้งสิ้นเพียง 18 เกม

และก็เป็น ‘ซัลฟอร์ด ซิตี้’ สโมสรล่าสุดที่มีหุ้นส่วนเป็นอดีตเพื่อนร่วมทีมรุ่นเดอะของเขาอย่าง กิ๊กส์ และ สโคลส์ ให้โอกาสเขาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยสัญญาระยะสั้น 6 เดือนด้วยกัน

ดาร์รอน กิ๊บสัน

และในขณะที่กำลังต่อสู้กับทีมบนของตารางเพื่อดิ้นรนเลื่อนชั้นไปสู่ลีกวัน กลับต้องมาพบกับสถานการณ์โคโรน่าไวรัสระบาด จนสโมสรต่าง ๆ ในลีก ตัดสินใจโหวตยุติฤดูกาลในที่สุด โดยแข้งไอร์แลนด์เหนือ ได้ลงสนามไปเพียง 4 เกมเท่านั้น

จากเด็กอะคาเดมี่ของยูไนเต็ด บากบั่นฝ่าฟันจนสอดแทรกขึ้นมาอยู่กับทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ มีเพื่อนร่วมห้องแต่งตัวเป็น ตำนานสโมสร, สตาร์ดัง, และนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากมาย แต่ในวันนี้ ช่วงเวลาเพียงทศวรรษ ที่เขาพาตัวเองมาอยู่ในจุดตกต่ำของชีวิตค้าแข่งเช่นนี้ ต้องถือว่าน่าผิดหวังจริง ๆ สำหรับความคาดหวังเมื่อตอนแรกเริ่ม

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอลอัพเดทใหม่ทุกวันได้ที่นี่

Posted in ข่าวฟุตบอล

ชะตาพลิกชีวิตผัน ‘นิว สโคลส์’ ยอด ‘ดาวรุ่ง’ สู่ ‘ดาวร่วง’ : ดาร์รอน กิ๊บสัน (ตอน 1)

‘ดาร์รอน กิ๊บสัน’ จากนักเตะผู้เคยคว้าโทรฟีย์พรีเมียร์ลีก ภายใต้การคุมทัพของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก่อนจะโบกมือลาโรงละครไปอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน ในปี 2012 ก่อนจะพเนจรไปอยู่กับซันเดอร์แลนด์, วีแกน และ สโมสรล่าสุดในดิวิชั่น 4 อย่างซัลฟอร์ด ซิตี้ ที่มี ‘คลาส ออฟ 92’ ถือหุ่นส่วนร่วมกันอยู่หลายราย อาทิ ไรอัน กิ๊กส์, พี่น้องเนวิลล์, เดวิด เบคแฮม รวมถึง พอล สโคลส์ ผู้ที่เขาถูกยกไปเทียบชั้นมาแล้ว

แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ลีก ทู  ได้ถูกตัดจบไปแล้วจากภาวะ โควิด-19 และสโมสรตัดสินใจไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่กับดาวร่วงชาวไอร์แลนด์เหนือ หลังจากสัญญาฉบับแรกที่มีระยะเวลา 6 เดือนได้สิ้นสุดลง

ทุกอย่างมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ทำไมชะตาชีวิตพลิกผัน จาก ‘นิว สโคลส์’ ยอด ‘ดาวรุ่ง’ สู่ ‘ดาวร่วง’  ได้ถึงขนาดนี้ จนต้องดิ้นรนหาสโมสรที่ 8 ในเส้นทางการค้าแข้งของตัวเอง ?

‘เซอร์ เฟอร์กี้’ ให้โอกาสกิ๊บสันได้ลงสนามในบอลลีกคัพปี 2005 นัดนั้นเตะกับกับ บาร์เนต ซึ่งเป็นปีที่เขาได้รับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร “

ภาพความทรงจำของแฟนยูไนเต็ดที่ดีที่สุดที่มีต่อ ดารอน กิ๊บสัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคือการทำประตูที่สวยงามใส่‘บาเยิร์น มิวนิค’ ในการพบกันในรายการระดับทวีปอย่าง ‘แชมเปี้ยนส์ ลีก’ รอบก่อนรองชนะเลิศปี 2010/11

ดาร์รอน กิ๊บสัน

ไม่ใช่แค่แฟนบอลเท่านั้นที่เคยเรียกแข้งชาวไอร์แลน์เหนือว่า ‘นิว สโคลส์’ ซึ่งแม้แต่บรมกุนซืออย่าง เซอร์ อเล็กซ์‘เฟอร์กูสัน ก็เคยบอกว่า หมอนี่อาจเป็น สโคลส์ คนถัดไปมาแล้ว

และในวัย 24 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ต้องการโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ และนั่นเป็นสิ่งที่มิดฟิลด์ชาวไอร์แลนด์เหนือต้องการ และด้วยดีกรีแชมป์พรีเมียร์ ลีก จึงไม่ใช่เรื่องยากนักในการหาความท้าทายใหม่ ๆ ในช่วงเวลาแบบนั้น และปลายทางของเขาก็ได้บรจบลงเอยกับ ‘เอฟเวอร์ตัน’ อดีตต้นสังกัดของเพื่อนซี้ของเขา ณ เวลานั้น อย่าง ‘เวย์น รูนีย์’ ในที่สุด

“นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับผม ในการก้าวเดินต่อจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” กิ๊บสันกล่าว

“ผมอยากจะเข้ามาชช่วยยกระดับเอฟเวอร์ตันได้ นี่คือสโมสรที่ยิ่งใหญ่ และมีแฟนบอลที่สุดยอด”

ดาร์รอน กิ๊บสัน

และในถิ่นกูดิสัน พาร์ค กิ๊บสัน ลงเล่นให้กับ ‘เดวิด มอยส์’ ไป 2 ฤดูกาล จนมาถึง ‘โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ’ ตามด้วย ‘โรนัลด์ คูมัน’ และในระหว่างนั้น ก็มีข่าวฉาวปัญหานอกสนามอยู่เรื่อย ๆ ครั้งหนึ่งในปี 2015 เขาถูกจับในข้อหาเมาแล้วขับ และไม่หยุดอยู่ในที่เกิดเหตุหลังขับรถชนนักปั่นจักรยาน 3 คน โดยถูกลงโทษห้ามขับรถยนต์เป็นเวลา 20 เดือน และต้องทำงานช่วยเหลือสังคม เป็นระยะเวลา 1 ปี

บทบาทของเขาในถิ่นกูดิสัน พาร์ค ลดน้อยถอยลงอย่างต่อเนื่อง และต่อมา โรนัลด์ คูมัน ก็เข้ามาพอดี ก็ทำให้เห็นจุดสิ้นสุดของเขากับเอฟเวอร์ตัน โดยได้ลงสนามไปเกมเดียว ก่อนถูกปล่อยตัวไปให้ ‘ซันเดอร์แลนด์’ ในปี 2017

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอลอัพเดทใหม่ทุกวันได้ที่นี่

Posted in ข่าวฟุตบอล

เปเรย์ร่า และเบียดวาน-บิสซาก้า ขึ้นชาร์ต กองหลังจอมสกัดบอล

เปเรย์ร่าและเบียด วาน-บิสซาก้าในตำแหน่งกองหลังที่สกัดบอลมากที่สุด การแข่งขันพรีเมียร์ลีกล่วงเข้ามา 28-29 นัด มีการจัดอันดับจาก opta index ว่า ริคาร์โด้ เปเรย์ร่านักเตะชาวโปรตุเกสทำได้เหนือกว่า อารอน วาน-บิสซาก้านักเตะของแมนยู ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วก็เป็นคู่นี้ที่เบียดกันขึ้นมาในตำแหน่ง กองหลังจอมสกัดบอล เลยทีเดียว

แบ็กขวา ริคาร์โด้ เปเรย์ น่าลงสนามไปแล้วกว่า 35 เกมในช่วงที่อยู่กับทีมเดอะ ฟ๊อกซ์ (รวมทั้งฟุตบอลลีกและบอลถ้วย) ซีซั่นนี้นับว่าเป็นฤดูกาลที่สองของเขาแล้วในพรีเมียร์ลีก เขาเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้กว่า 53 ครั้งในฤดูกาล 2019/20 และนั้นทำให้เขาเป็นนักเตะแบ็กขวาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของลีกเวลานี้

กองหลังจอมสกัดบอล

ขณะที่กองหลังจอมสกัดบอลที่เด่นในลูกกลางอากาศเป็นเจมส์ ทาร์คอฟสกี้ของเบิร์นลี่ย์ที่โหม่งเคลียร์บอลได้กว่า 81 ครั้งและชนะในลูกกลางอากาศได้กว่า 145 ครั้ง ส่วนไทโรน มิงส์ของแอสตัน วิลล่า เข้าบล็อกลูกยิงของนักเตะฝั่งตรงข้ามกว่า 37 ครั้ง

แต่ว่าเมื่อมองภาพรวมในตำแหน่งกองหลังจอมสกัดบอล นักเตะจากเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดทำได้ดีมากเมื่อเสียประตูให้ทีมคู่แข่งเพียงแค่ 25 ลูกเท่านั้นจากการที่มีกองหลังอย่าง จอร์จ บัลด๊อก,เอ็นด้า สตีเว่นส์, คริส บาแช่ม,แจ๊ค โอคอนเนลล์ และจอห์น เอแกน โดยพวกเขาเกือบจะยันเสมอลิเวอร์พูลได้ด้วยซ้ำหากว่าไม่เกิดการผิดพลาดที่ ดีน เฮนเดอร์สันรับบอลไม่ดีปลิ้นเข้าประตูไปเอง

กองหลังจอมสกัดบอล

นักเตะกองหลังจอมสกัดบอล หากเล่นดีจะช่วยให้การเสียประตูของทีมลดน้อยลงและช่วยภาระให้ผู้รักษาประตูไม่ต้องทำงานหนัก กองหลังบางคนเด่นเรื่องเกมรับเพียงอย่างเดียว แต่บางคนยังสามารถเติมเกมบุกได้ด้วย นั่นเป็นออพชั่นเสริมสำหรับกองหลังยุคใหม่เลยทีเดียว

โดยแบ็กซ้าย-ขวาจะเป็นตำแหน่งที่แอสซิสต์บอลให้เพื่อนเข้าไปยิงประตูได้มากที่สุด เหนือกว่าเซ็นเตอร์ฮาล์ฟเพราะว่ามันมีการเปิดบอลจากด้านข้าง อย่างเช่นแบ็กซ้ายขวาของลิเวอร์พูล แอนดรูว์ โรเบิร์ตสันและเทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่เล่นได้เด่นมาก เขาทั้งคู่คอยเปิดบอลให้ผู้เล่นในแดนหน้าเข้ายิงประตูได้เยอะมาก

กองหลังจอมสกัดบอล

โดยมีการนำเขาทั้งสองคนไปเปรียบกับอัชราฟ ฮาคิมี่และราฟาเอล เกเรย์โร่แบ็กซ้ายและขวาของดอร์ทมุนด์ ที่ก็เล่นได้เด่นทั้งเกมรับและรุกเหมือนกัน กองหลังจึงเป็นตำแหน่งที่สำคัญหรือว่าเป็นตำแหน่งที่ปิดทองหลังพระหากว่าทีมไหนมีกองหลังที่ไม่แข็งแกร่งเชื่อว่าโอกาสที่จะเสียประตูและแพ้ในเกมการแข่งขันก็มีสูงมากขึ้นตามไปด้วย

Posted in ข่าวฟุตบอล

บิสซาก้า vs อาร์โนลด์ ใครเป็นนักฟุตบอล กองหลังที่เก่งกว่ากัน

ในช่วงซัมเมอร์ 2019 ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านช่วงเวลาหนึ่งของทีมฟุตบอล ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายหลังจากพบความยากลำบากมาในฤดูกาลแข่งขันฟุตบอล 2018-2019 นั้นก็เพราะภายหลังจาก ผู้จัดการทีมคู่บุญของทีม เซอร์อเล็กส์ เฟอร์กูสัน ได้โบกมืออำลาการคุมทีมไป ผีแดง ก็มีผู้จัดการทีมสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาคุมทีมฟุตบอลเรื่อยๆ แต่ผลงานการแข่งขันฟุตบอลก็ยังคงเอาแน่เอานอนอะไรไม่ค่อยจะได้ ในช่วงกลางฤดูกาลแข่งขันฟุตบอล 2018-2019 ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ โชเซ่ มูรินโญ่  ผู้จัดการทีมฟุตบอลอีก 1 คน ของทีมฟุตบอล ผีแดง ก็โดนสั่งปลด แล้วได้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ มาคุมทีมฟุตบอลแทน ซึ่งก็ได้ผลดีอยู่พักหนึ่งจากนั้นผลงานก็กลับมาแย่อีก ผู้บริหารของทีมฟุตบอลออกมาตรการลดค่าเหนื่อย นักฟุตบอล เพื่อจะบีบให้ นักฟุตบอล ทุ่มเทกับการเล่นให้มากยิ่งขึ้น ๆ อย่างไรก็ตาม สุดท้ายผลของการบีบนักฟุตบอลดังกล่าว กลับกลายเป็นว่านักฟุตบอลดี ๆ หลายคน เริ่มทยอยกันหันหลังหนีออกจากทีมฟุตบอล ผีแดง ที่ตอนนี้บรรยากาศไม่ค่อยจะดีนัก และทีม ผีแดง เอง ทำได้ดีที่สุดนั่นก็คือการใช้โอกาสในช่วงตลาดนักเตะเปิดซัมเมอร์ 2019 พยายามดึงตัวนักเตะฝีมือดีเข้ามาใช้ในทีมให้ได้มากที่สุด ด้วยความหวังว่า จะช่วยให้ทีมมีผลงานการแข่งขันฟุตบอลที่ดีขึ้น หนึ่งในนั้นก็คือ อารอน วาน-บิสซาก้า  นักฟุตบอลกองหลังจากทีม ปราสาทเรือนแก้ว คริสตัลพาเลซ

นักฟุตบอล

โดย อารอน วาน-บิสซาก้า  ถือเป็นนักฟุตบอลเด็กปั้นจากทีมฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปีของปราสาทเรือนแก้ว คริสตัลพาเลซ ซึ่งจากผลงานการเล่นฟุตบอลอันยอดเยี่ยมทำให้เขาได้ขยับขึ้นเล่นในทีมฟุตบอลชุดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ของ ปราสาทเรือนแก้ว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนักฟุตบอลที่สร้างกระแสได้อย่างมากในช่วงที่มีข่าวออกมาว่า ผีแดง ให้ความสนใจซื้อตัวนักฟุตบอลคนนี้ไปร่วมทีม และในที่สุดเขาก็ย้ายไปอยู่กับทีมฟุตบอล ผีแดง ด้วยราคาค่าตัวสูงถึง 49.5 ล้านปอนด์ ซึ่งหลังจากย้ายมาก็ทำผลงานการแข่งขันได้ดีกับทีมฟุตบอลใหม่อย่างมาก จนมักจะถูกนำไปเปรียบมวยกับ เทรนท์ อเล็กซานเฟอร์-อาร์โนลด์ นักฟุตบอลชื่อดังในตำแหน่ง ฟูลแบ็ก แห่งทีมฟุตบอล ลิเวอร์พูล ว่าใครเหนือกว่ากัน เพราะอีกฝ่ายก็ทำผลงานได้ดีกับทีมฟุตบอลตนเอง

นักฟุตบอล

ล่าสุดมีข่าวออกมาว่า พาทริค ฟาน อานโฮลท์ อดีตเพื่อนร่วมทีมฟุตบอลของ อารอน วาน-บิสซาก้า ขณะอยู่ที่ ปราสาทเรือนแก้ว คริสตัลพาเลซ ออกมาแสดงความเห็นสรุปได้ว่า นักฟุตบอลทั้งสองคนที่กล่าวมา ต่างก็มีความเก่งคนละแบบ เทรนท์ อเล็กซานเฟอร์-อาร์โนลด์ นั้น เก่งในเกมรุกมากกว่า แต่ในด้านเกมรับนั้น อารอน วาน-บิสซาก้า เหนือกว่ามาก และเกมรับเองก็สำคัญมากเลยในการเล่นฟุตบอลยุคนี้สมัยนี้

Posted in ข่าวฟุตบอล