หงส์แดง ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 1 แห่งพรีเมียร์ลีก ยังคงเดินหน้าไม่หยุด ด้วยการลุ้นแชมป์รายการที่ 2 หลังเอาชนะ เรือใบสีฟ้า แมนฯ ซิตี้ ในศึกรอบรองชนะเลิศ 3-2 เอฟเอ คัฟ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ พร้อมประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์ ในเรื่องนี้กันอย่างอื่นฉาว ว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำให้หงส์แดงสามารถขึ้นแท่นได้ขนาดนี้ มาดูกันดีกว่า เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการทายผลในเกมถัดไป

ลิเวอร์พูล

ประเด็น หงส์แดง ลิเวอร์พูล เฉือน เรือใบ

1. หงส์แดง ลิเวอร์พูลออกสตาร์ทอย่างมั่นใจ เกมนี้ต้องยอมรับว่าหงส์แดงมั่นใจมากข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น ดูจากการออกตัวในการเล่นที่ของ เวมลีย์ ที่ดูว่าจะกระตือรือร้นเป็นพิเศษ เพราะเขาสามารถส่งบอลเข้าเขตอันตรายได้อย่างมั่นใจที่สุด แมนซิ เป็นรองอย่างเห็นได้ชัด

2. แดนกลางของหงส์แดง ที่ ยอดกุนซือเยอร์เก้น คล็อปป์ ได้จัดว่างตัวไว้อย่างเหมาะสม โดยให้ติอาโก้ อัลคันทารา, ฟาบินโญ และ นาบี เกอิต้า เป็นตัวสอดประสานทั้งเกมรุก และเกมรับได้ดี และลงตัวที่สุด สำหรับฟิล โฟเด้น, แฟร์นันดินโญ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวาก็ทำหน้าที่ได้ดีเช่นกัน ดูเหมือนทุกอย่างจะเข้าทางหงส์แดงมากที่สุด นับว่าเป็น เกมเร้ดแมชีน ที่แท้จริง โดยเฉพาะเมื่อได้ประตูนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 9 จาก โดยอิบราฮิมา โคนาเต้ ที่ได้ลูกจากการเตะมุมของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เข่าโหม่งเข้าตุงตาข่ายได้อย่างสวยงาม โดยทางแมนซิไม่มีโอกาสแม้แตะจะได้แตะลูกด้วยซ้อ ต่อมาก็ตามด้วยข้อผิดพลาดชนิดไม่น่าให้อภัยของ แซ็ค สเตฟเฟน นายด่านชาว อเมริกัน ที่มาลงเล่นแทน เอแดร์ซอน ก็มาถูก ซาดิโอ มาเน ไล่บี้จนไม่มีที่จะยืน บีบให้เหลือพื้นที่ไม่มาก ทางหน้าประตูตัวเองในนาทีที่ 17 ขณะที่ประตูที่ 3 ซึ่งทำโดย มาเน ก่อนจบครึ่งแรก ก็ทำให้เห็นเกมขาดลอยตั้งแต่ยังไม่เริ่มครึ่งหลังด้วยซ้ำ

ลิเวอร์พูล

3. ปัญหาบอลของ แมนซิตี้ ที่แดนบน พลพรรคของแมน ซิตี ที่มาแบบผิดฟอร์มราวกับเป็นคนละทีมจากที่เคยเป็นมาก่อนหน้าตัวรุกของทีมไม่ทำงาน ไม่มีการเคลื่อนไหวที่เฉียงขาด ทำให้การทำงานของทีมไม่ประสาน และมีแต่ขาด ๆ เกิน ๆ การส่งลูกไม่อาจจบได้ในแดนสุดท้าย ถึงแม้จะได้ง้างนกได้แล้วก็ตาม ทำให้ลูกด้านไปอย่างน่าเสียดาย ยิงได้แต่ไม่มีความแม่นยำ ซึ่งก็หมายความว่าไม่มีแต้ม และไม่สร้างความอันตรายให้ฝ่ายตรงข้ามใด ๆ ทำให้ผู้รักษาประตูหงส์แดงอย่าง อลิสซอน เบ็คเกอร์ ยืนเฝ้าเสาได้สบาย ๆ

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ปีกตัวเก่ง ราฮีม สเตอริ่ง มีโอกาสถูกขายออกจาก เอติฮัท สเตเดี้ยม หากสัญญาการเจรจา สัญญาฉบับใหม่ของแนวรุกรายนี้ไม่คืบหน้า หรือไม่สามารถหาข้อสรุปได้ภายในซัมเมอร์นี้ ถึงแม้เขาจะเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมในระยะหลังก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าเป๊ป กวาดิโอล่าจะไม่การันตีผู้เล่น 11 ตัวจริง สำหรับปีกทีมชาติอังกฤษอีกต่อไปอย่างแน่นอน จึงส่งผลให้การเจรจาดังกล่าวล่าช้าในที่สุด

ราฮีม สเตอริ่ง

“ราฮีม สเตอริ่ง” กับอนาคตที่ยังไม่ได้คำตอบ

แม้ปีกทีมชาติอังกฤษจะมีผลงานที่ยอดเยี่ยมกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า ผู้จัดการทีมชาวสเปน โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูกาลข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น ปีกทีมชาติอังกฤษถูกจับนั่งเป็นตัวสำรองอยู่หลายเกม กระทั่งเกิดกระแสข่าวอย่างหนักว่า นักเตะวัย 27 ปี เริ่มไม่มีความสุข ในเอติฮัท สเตเดี้ยม หลังตัวนักเตะรู้สึกว่า เขาไม่ใช่ผู้เล่นคนสำคัญของผู้จัดการชาวสเปนอีกต่อไป

ราฮีม สเตอริ่งเริ่มรู้สึกว่า ตนเองไม่ใช่นักเตะในตัวเลือกแรก ๆ ของทีมอีกต่อไป ย้อนไปปลายนัดชิงชนะเลิศแชมป์เปียนลีก ระหว่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้กับเชลซี เกมนั้น แนวรุกชาวอังกฤษไม่ได้รับความไว้วางใจจากกวาดิโอล่า จึงมีลายชื่อเพียงบนม้านั่งสำรองเท่านั้น ในเกมนัดชิงชนะเลิศ UCL และต่อเนื่องด้วยการอออกสตาร์ทเป็นตัวสำรองของทีม ต่อมาเขาตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับบาร์เซโลน่าอย่างหนัก แต่ดูเหมือนทางต้นสังกัดต้องการรั้งนักเตะวัย 27 ปี เอาไว้กับทีมต่อไปอย่างน้อยจนจบฤดูการ คาดว่าจะมีการหาข้อสรุปเกี่ยวกับสัญญาฉบับใหม่ภายในฤดูร้อนนี้ ปัจจุบันสเตอร์ริ่งเหลือสัญญาถึงปี 2024

ราฮีม สเตอริ่ง

เป๊ป กวาดิโอล่า อาจไม่รั้ง

ปัจจุบันถึงแม้ ราฮีม สเตอริ่งจะสามารถกลับมาทวงตำแหน่งตัวจริง และสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี มีส่วนร่วมกับทีมชนะ 12 เกมรวด แต่แหล่งข่าวรายงานว่า หากถึงเดือนมิถุนายน สัญญาฉบับใหม่ไม่คืบหน้าslot777 ผู้จัดการทีมชาวสเปนอาจตัดสินใจต้องยอมปล่อย ปีกทีมชาติอังกฤษรายนี้ออกจากทีม คาดสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้เตรียมปักป้ายขาย 50 ล้านปอนด์ จากเดิมราคา 100 ล้านปอนด์เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน โดยมีบาร์เซโลน่าเจ้าเดิม,เรอัล มาดริด,อาร์เซน่อล และปารีส แซง แชร์งแมง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

สำหรับการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ประจำฤดูกาลที่จะมาถึงในปี 2021 – 2022 ก็ดำเนินการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยวันนี้เราจะมาดูผลงานของทีมในกลุ่มที่ได้ผ่านการเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ว่าเป็นอะไรและผลงานของพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง จากการเข้าร่วมการแข่งขัน ยูฟ่าแชมเปียนส์ ลีก รอบที่จะเป็นรอบที่ตัดสินอนาคตของพวกเขาและผลงานที่ผ่านมาของพวกเขาจะเป็นอย่างไรบ้างก็มาติดตามกันได้เลยครับ

ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

2 ทีม จาก กลุ่ม เอ ที่ได้ไปเล่นใน รอบ 16 ทีม ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

                สำหรับทีมที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีม ที่เป็นที่ 1 ของกลุ่ม ศึก ยูฟ่าแชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2021-2022 ก็คือสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยในการลงสนาม 6 เกม พวกเขาก็สามารถเก็บชัยชนะได้จำนวน 4 และ เป็นการแพ้ 2 เกม ยิงประตูได้ทั้งหมด 18 ลูก และเสียประตู 10 ลูก ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีม สุดท้ายโดยมี 12 คะแนน ซึ่งผลงานที่น่าสนใจพวกเขาคือผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จซึ่งถือเป็นครั้งแรกของสโมสร แต่ก็มาพลาดให้กับทีม เชลซี ทาร่วมศึก พีเมียร์ลีก ที่สามารถเอาชนะพวกเขาได้ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น และ ส่งผลให้พวกเขาพลาดการคว้าแชมป์ครั้งแรกของสโมสรไปอย่างน่าเสียดาย

ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

สำหรับทีมที่ 2 ที่ผ่านเข้าไปเล่นรอบ 16 ทีมสุดทท้าย ของกลุ่ม เอ ก็คือสโมสร ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมยักษ์ใหญ่แห่งลีกเอิงฝรั่งเศส ก็ต้องบอกว่าฤดูกาลนี้พวกเขามีผู้เล่นระดับฝีเท้าระดับโลกในทีมมากมายภายในทีม แต่ผลงานที่ไม่ค่อยสวยหรูนักกับการเข้ารอบด้วยการเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่ม ของพวกเขา ถือได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ควรจะทำได้ดีกว่านี้กับการผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายด้วยสเกลที่สูงของทีมระดับนี้

ซึ่งก็ต้องมาติดตามกันต่อไปกับผลงานของพวกเขาในการแข่งขัน ยูฟ่าแชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2021-2022 ว่าจะผ่านเข้าไปสู่รอบลึกกว่านี้ได้หรือไม่

Posted in ข่าวฟุตบอล

                แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี และ เชลซี 3 ทีมยักษ์ใหญ่ แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้รับข่าวดี หลังจากสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ประกาศจะไม่ตัดสิทธิ์ทั้ง 3 ทีมออกจากการแข่งขันฟุตบอลถ้วยยุโรปที่ยังเหลือโปรแกรมแข่งขันอยู่ในฤดูกาลนี้ แม้ว่าทั้งหมดจะเคยประกาศเข้าร่วมการแข่งขัน ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ก็ตาม

3 ทีมยักษ์ใหญ่

                จากกรณีที่ 12 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งทวีปยุโรปได้มีแผนการจะจัดการแข่งขัน ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก แต่สุดท้ายแผนต้องล่มไปเพราะถูกประท้วงโดยแฟนบอล รวมถึงการถอนตัวของ 8 ทีมใหญ่ไปก่อน และก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่าสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เตรียมจะลงดาบ 8 ทีมที่ทำการถอนตัวออกมาก่อนหน้า รวมถึงเตรียมหาบทลงโทษอีก 4 ที่ยังคงเดินหน้าโปรเจกต์ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก แต่มีอยู่ 3 ทีมยักษ์ใหญ่คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี และ เชลซี ที่ยังคงมีเกมตกค้างในฟุตบอลถ้วยยุโรปฤดูกาลนี้อยู่ ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ถึงบทลงโทษต่างๆ นาๆ

3 ทีมยักษ์ใหญ่

3 ทีมยักษ์ใหญ่ แห่งอังกฤษจะไม่ถูกยูฟ่า ลงโทษแต่อย่างใด

                อย่างไรก็ตามล่าสุดคณะกรรมการสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้ทำการประชุมและหาบทสรุปในเรื่องของเกมที่ค้างอยู่ ผลออกมาว่า 3 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งอังกฤษจะไม่ถูกยูฟ่า ลงโทษแต่อย่างใด และยังคงได้รับไฟเขียวให้ลงแข่งขันในฟุตบอลรายการยุโรปประกอบด้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูโรป้า ลีก นัดที่ตกค้างอยู่ ผิดกับที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันในตอนแรกว่าจะถูกลงโทษด้วยการตัดสิทธิ์

3 ทีมยักษ์ใหญ่

                โดยในการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นั้นจะมีสองทีมที่ต้องลงแข่งขันในรอบรองชนะเลิศนั่นคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่จะต้องพบกับ ปารีส แซงต์ – แชร์กแมงค์ และ เชลซี จะพบกับ เรอัล มาดริด ส่วนในการแข่งขัน ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก จะมีอีก 1 ทีม คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะลงแข่งในรอบรองชนะเลิศเช่นเดียวกันโดยจะต้องพบกับโรม่า

                แม้ว่าทั้ง 3 ทีมยักษ์ใหญ่จะไม่โดยบทลงโทษจาก ยูฟ่า ในครั้งนี้ แต่ทั้งหมดรวมกับอีก 9 ทีมที่เข้าร่วม ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ในตอนแรกนั้น ยูฟ่า จะต้องมีบทลงโทษมาจัดการอย่างแน่นอน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sexy baccarat เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เป๊ป กวาดิโอล่า กุนซือติกิตาก้าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาบอกว่า เกมพรีเมียร์ลีก ยากทุกนัดไม่ว่าจะลงสนามกับทีมใด อันดับเท่าไหร่ พร้อมทั้งบอกว่าสักวันอาจต้องเจอช่วงเวลาที่ทีมมีผลงานช่วงขาลง และหวังว่าจะรับมือกับมันได้

“ทัพเรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงสนามเกมพรีเมียรฺลีก นัดที่ 19 เป็นฝ่ายเปิดรังเอติฮัต สเตเดี้ยม เบียดเอาชนะ “ทัพดาบคู่” เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับสุดท้าย 1-0 โดยได้ประตูชัยจากการยิงของ กาเบรียล เชซุส ตั้งแต่ 9 นาทีแรกของเกม ส่งให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะเป็นเกมที่ 12 ติดต่อกัน เก็บเพิ่มเป็น 43 คะแนน นำเป็นจ่าฝูง นำหน้าทีมรองจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 คะแนน แต่ลงสนามน้อยกว่า 1 นัด

เป๊ป กวาดิโอล่า

เป๊ป กล่าวว่า “หลายคนคิดว่าเราจะต้องทำได้สกอร์เดิม ทุกครั้ง”

ซึ่งทาง เป๊ป กวาดิโอล่า ได้กล่าวหลังจบเกมว่า “หลายคนชอบคิดว่า หากเกมที่แล้วเราสอยคู่แข่งมาด้วยสกอร์ 5-0 เกมต่อมาเราก็ต้องจัดสกอร์เดิม ซึ่งความเป็นจริงแล้ว เราจะมาคิดแบบนั้นไม่ได้ นี่มันไม่ใช่ละคร โลกแห่งความจริงทุกอย่างมันยากเสมอ

เกมนี้เราต้องรับมือเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นทีมบ๊วยของลีก การได้เห็นความมุ่งมัั่นของพวกเขา ทำให้ผมรู้สึกว่า พรีเมียร์ลีกทุกเกม มันเป็นงานยาก และทุกครั้งที่เราเจอทีมดาบคู่ เราก็จะเจอกับโจทย์ยากแบบนี้อยู่ตลอด เกมนี้เราทำผลงานออกมาได้ดี เราเล่นกันแบบแกร่งทั่วแผ่น แม้เกมนี้เราจะสร้างโอกาสในการทำประตูได้ไม่มาก แต่อย่างน้อยเราก็เก็บสามคะแนนเต็มได้ตามเป้า ทุกคนในทีมเตรียมพร้อมอยู่เสมอ พวกเขาเล่นอย่างมีสติและรัดกุม เฟอร์ราน ตอเรส และ กาเบรียล เชซุส เล่นเพื่อทีมอยู่เสมอ ผมต้องขอบคุณพวกเขาจริงๆ

ช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ลากยาวมาถึงเดือนมกราคมปีนี้ ทีมของเราสร้างผลงานระดับเทพ แต่เหนือสิ่งอื่นใด สักวันหนึ่งเราก็ต้องทำแต้มหล่นบ้าง เกมพรีเมียร์ลีกทุกนัด มีความยากอยู่ในตัวของมัน ผมได้แต่หวังว่า ในช่วงที่ทีมมีผลงานขาลง เราจะสามารถจัดการกับมันได้เป็นอย่างดี”

โปรแกรมการแข่งขันนัดต่อไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะลงสนามเกมที่ 20 พบกับ เบิร์นลีย์ ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ต่อด้วยการออกไปเยือน ลิเวอร์พูล ในเกมนัดที่ 21 วันที่ 7 กุมภาพันธ์

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ ufabet356 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รัว 2 เม็ดท้ายเกมเอาชนะ แอสตัน วิลลา ไปแบบสนุก 2 – 0 พร้อมแซงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นไปครองตำแหน่งจ่าฝูงเป็นการชั่วคราว ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ 20 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา

                ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพุธที่ 20 มกราคม 2564 แมนเชสเตอร์ ซิตี้เปิดสนาม “เอติฮัด สเตเดียม” ต้อนรับการมาเยือนของ แอสตัน วิลลา หากเกมนี้แมนเชสเตอร์ ซิตี้เอาชนะได้ พวกเขาจะมีแต้มแซงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นไปครองตำแหน่งจ่าฝูงเป็นการชั่วคราวทันที เพราะ “ปีศาจแดง” จะเจอกับฟูแล่ม ในช่วงดึกหลังจากนี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

                เกมนี้มีฝนตกลงมาอย่างหนักและเริ่มเกมมาได้เพียงแค่ไม่กี่นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็เกือบจะได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ แบร์นาร์โด ซิลวา หลุดเข้าไปยิงติดเซฟของ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ ก่อนที่ จอห์น สโตน จะตามเข้าไปซ้ำในระยะไม่ถึง 5 หลา แต่สุดท้ายกลายเป็นกองหลังของทีมเยือนตามมาสกัดเอาไว้ได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด

                จากนั้นกลายเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่เปิดเกมบุกใส่ แอสตัน วิลลา อยู่ฝ่ายเดียวแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เด็ดขาดพอ จบ 45 นาทีแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้เสมอกับ แอสตัน วิลลา อยู่ 0 – 0

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็มาได้ประตูปลดล็อคจนได้

                ครึ่งหลังทั้งสองทีมผลัดกันเปิดเกมแลกเข้าใส่กันอย่างสนุก แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอ แต่แล้วในนาที 79 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็มาได้ประตูปลดล็อคจนได้จากความผิดพลาดของแนวรับ “สิงห์ผยอง” ก่อนที่ แบร์นาร์โด ซิลวา จะกระชากบอลเข้ามาและซัดผ่านมือของ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ เข้าไปอย่างสวยงาม

                เท่านั้นยังไม่พอในนาที 89 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็มาได้ประตูปิดท้ายจากการยิงจุดโทษของ อิลคาย กุนโดกัน จบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้เอาชนะ แอสตัน วิลลา ไป 2 – 0 เก็บเพิ่มได้อีก 3 คะแนน มี 38 แต้มจากการลงเล่น 18 นัดพร้อมกับแซงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เลสเตอร์ ซิตี ขึ้นไปครองตำแหน่งจ่าฝูงเป็นการชั่วคราว ส่วนแอสตัน วิลลา อยู่ที่ 11 มี 26 คะแนนจากการลงเล่น 16 นัด

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ สล็อตคิงคอง เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมนี้ โอเลย์ กุนนาร์ โซลชา จัดทีมในระบบ 4-3-1-2 ส่ง ดีน เฮนเดอร์สัน เป็นผู้รักษาประตู ให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ คุมแนวรับร่วมกับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ  และ อารอน วานบิสซาก้า วาง บรูโน แฟร์นานเดส คุมเกมแดนกลางร่วมกับ พอล ป็อกบา และ เฟร็ด ส่วนแนวรุกเป็นหน้าที่ของ มาคัส แรชฟอร์ด และ อองโทนี่ มาร์กซิยาว ทางฝั่ง “ทัพเรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกมนี้ เป๊ป กวาดิโอล่า มาในระบบ 3-5-2 ให้ทาง รูเบน ดิอาส คุมแนวรับร่วมกับ จอห์น สโตนย์ และ โอเล็กซ์ ซินเชนโก้ วาง เควิน เดอบรอยซ์ คุมเกมแดนกลางร่วมกับ อิลกาย กุนโดกัน และ เฟอร์นานดินโญ่ ส่วนแนวรุกให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ประสานงานกับ ฟิล โฟเด้น และ ริยาร์ด มาเรซ

ปีศาจแดง

ฟุตบอลคาราบาวคัพ 2020/2021 รอบรองชนะเลิศ สนาม โอลแทรฟฟอร์ด

ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้

นาทีที่2 ดีน เฮนเดอร์สัน เปิดยาวจากหน้าประตู บอลลอยโด่งข้ามกลางสนามมาเข้าทาง อองโทนี่ มาร์กซิยาล เก็บบอลได้แล้วไหลต่อให้ มาคัส แรชฟอร์ด ที่แตะออกซ้ายเข้ากรอบเขตโทษ และสับด้วยซ้ายทันที บอลติดเซฟ แซ็ค สเตฟเฟ่น แล้วมาชนกองหลังเข้าประตูไปเลย แต่กรรมการบอกว่าเป็นลูกล้ำหน้า

นาทีที่5 ราฮีม สเตอร์ลิง ลากจากกลางสนามจี้มาทางฝั่งขวา พอถึงหน้าเขตโทษไหลเข้ากลางมาให้ เจา คานเซโร่ ที่ป้ายต่อมาทางซ้ายให้ ฟิล โฟเด้น เปิดยัดเข้าไปหน้าประตูให้ อิลกาย กุนโดกัน สะกิดบอลเข้าประตูไป แต่กรรมการบอกว่าเป็นลูกล้ำหน้าเหมือนกัน

นาที13 ราฮีม สเตอร์ลิง ลากจี้มาทางฝั่งขวา แล้วไหลต่อให้ เควิน เดอบรอยซ์ ที่หน้าเขตโทษ เดอบรอยซ์ ตัดสินใจสับด้วยขวาเต็มตีนเตี่ย บอลพุ่งเป็นจรวดผ่านมือ ดีน เฮนเดอสันไปแล้ว แต่ไปโดนเสาเต็มๆ เล่นเอาเสาแทบหัก

นาที50 ฟรีคิกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ข้างเขตโทษฝั่งซ้าย ฟิล โฟเด้น เปิดยัดเข้าไปหน้าประตู บอลหลุดไปถึง จอห์น สโตนย์ พุ่งเข้ายิงจ่อๆหน้าปากประตู ดีน เฮนเดอสัน ทำได้แค่ยืนมองด้วยสายตา ส่งทีมเยือน แมนฯซิตี้ เป็นฝ่ายออกนำ 1-0

นาที57 อิลกาย กุนโดกัน ลากจี้มาถึงหน้าเขตโทษ ก่อนจะไหลออกซ้ายให้ ฟิล โฟเด้น เปิดเข้ามาหน้าประตูให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้โหม่งย้อยๆ น้ำหนักไม่แรง แต่ทิศทางดี บอลกำลังจะเสียบเสาซ้ายมืออยู่แล้วแต่ ดีน เฮนเดอสัน บินมาปัดออกหลังไปก่อน

นาที62 ริยาด มาเรซ พาบอลลากจี้เข้าหาเขตโทษ ก่อนจะหาจังหวะโยกตัดเข้าซ้ายตามสูตร แล้วได้ปั่นโค้งๆ ด้วยซ้าย บอลพุ่งเข้ากรอบกำลังจะเสียบใต้คานแต่ ดีน เฮนเดอสัน ยังบินปัดออกหลังไปได้

นาที83 จังหวะเตะมุมของซิตี้ บอลถูกเปิดเข้าไปลุ้นหน้าประตู กองหลังแมนฯยู โหม่งสะกัดออกมานอกเขตโทษ บอลมาเข้าทาง เฟอร์นานดินโญ่ ที่ตัดสินใจยิงสวนเปรี้ยงเดียวแบบไม่ต้องจับ บอลพุ่งเสียบเสาซ้ายมือไปอย่างเด็ดขาด ส่งแมนฯซิตี้ หนีห่าง 2-0

จบเกม90 นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเก็บ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงโอลแทรฟฟอร์ด 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ไปรอดวลกับ ทอตแนมฮอต สเปอร์

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และต้องขอขอบคุณผู้ให้การสนันสนุนจาก สล็อตโจ๊กเกอร์ เว็บไซต์ที่ให้ความสนุกและปลอดภัย

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เป๊ป กวาดิโอล่า กุนซือชาวสเปนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นปลื้มสุดๆ ที่สามารถพา “ทัพเรือใบสีฟ้า” ทะลุเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลลีกคัพเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน แม้จะไม่สำคัญเท่าบอลยุโรปก็ตาม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปปราบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงสนามโอลแทรฟฟอร์ด 2-0 โดยได้ประตูจาก จอห์น สโตนย์ และ เฟอร์นานดินโญ่ ส่งผลให้พวกเขาผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ไปพบกับ ทอตแนมฮอต สเปอร์ และนี่เป็นการเข้าชิงรายการนี้เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน โดยก่อนหน้านั้น 3 ครั้ง “ทัพเรือใบสีฟ้า” ได้แชมป์ทั้งสามครั้ง

เป๊ป กวาดิโอล่า

เป๊ป กวาดิโอล่า กล่าว “ผมขอมอบชัยชนะนี้ให้กับ คอลิน เบลล์ ตำนานผู้ล่วงลับของเรา”

ซึ่งทาง เป๊ป กวาดิโอล่า ได้กล่าวหลังจบเกมว่า “ผมขอมอบชัยชนะนี้ให้กับ คอลิน เบลล์ ตำนานผู้ล่วงลับของเรา เขาคือตำนานของสโมสรแห่งนี้  มันเป็นชัยชนะที่สุดยอดในการมาเยือนยอดทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และสิ่งนี้ก็เพื่อเบลล์เท่านั้น เราเตรียมตัวสำหรับเกมนี้มาเป็นอย่างดี แน่นอนเราเจอศึกหนักกับเชลซีมาก่อนหน้านั้น

และต้องชื่นชมหัวจิตหัวใจของทุกคนที่สามารถผ่านเกมนี้มาได้ แน่นอนรายการนี้มันไม่ได้สำคัญเท่ายูฟ่า แชมป์เปียนลีก แต่การเข้าชิง 4 ปีติดต่อกัน มันก็น่าภูมิใจไม่น้อย

ทางด้าน รอย คีน อดีตกัปตันทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้กล่าวหลังจบเกมว่า “การคว้าแชมป์บอลถ้วย มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆหรอกนะ บรูโน แฟร์นานเดส ได้รับการยกย่องจากทั่งสารทิศ จนบางคนนำไปเปรียบเทียบกับตำนานอย่าง เอริค คันโตน่า แต่ความแตกต่างคือ เอริค คันโตน่า พาทีมคว้าแชมป์ได้ ตัดภาพมาที่บรูโนในเกมนี้เขาหายไปจากเกมเลย หากจะเป็นผู้เล่นระดับอ๋อง ในเกมใหญ่ต้องฉายแสงให้ได้ และนั่นคือสิ่งที่ เอริค คันโตน่า ทำเอาไว้เสมอมา แต่ปีศาจแดงชุดนี้ยังขาดสิ่งนั้น”

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และต้องขอขอบคุณผู้ให้การสนันสนุนจาก ufa9999 เว็บไซต์ที่ให้ความสนุกและปลอดภัย

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

            มูรินโญ่ (Jose Mourinho) กุนซือของ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมากล่าวยกย่องผลงานของลูกทีม หลังเปิดบ้านจม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กุมพังงาโดย “เป๊ป กวาร์ดิโอ” ด้วยสกอร์ 2-0 เมื่อคืนวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา  โดยกุนซือวัย 57 ปี ชี้ว่า ลูกทีมของตนเล่นได้ตามแผนและแท็คติกที่ตนวางเอาไว้ แถมยังย่อง “แฮร์รี่ เคน” ศูนย์หน้าจอมถล่มประตูของ สเปอร์ส ว่าเป็นตัวอย่างของนักเตะที่ทำงานหนักเพื่อทีมอย่างแท้จริง!

มูรินโญ่ สุดภูมิใจหลังพาลูกทีมจม “เรือใบ” 2-0

มูรินโญ่ ลั่น นี่คือทีม สเปอร์ส ที่แฟนบอลทุกคนภาคภูมิใจ!

            ผู้จัดการทีมเขี้ยวลากดินของ ทอตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มูรินโญ่ เพิ่งพาต้นสังกัดเปิดบ้านปราบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ “เป๊ป กวาร์ดิโอ” ไปด้วยสกอร์ 2-0 ในเกมลีก คืนวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จากการทำประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 5 ของ ซน ฮึง-มิน ก่อนที่จะ “โจวานี่ โล เซลโซ่” เป็นตัวสำรองที่ถูกส่งลงสนามในช่วงครึ่งหลังทำประตูที่ 2

มูรินโญ่ สุดภูมิใจหลังพาลูกทีมจม “เรือใบ” 2-0

และเป็นประตูปิดกล่องช่วยให้เจ้าบ้านเก็บ 3 คะแนนสำคัญในเกมนี้ไปได้  โดย มูรินโญ่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า ลูกทีมของตนทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยมและมีวินัยที่จะเล่นตามแท็คกติกที่ตนวางไว้อย่างเคร่งครัด 

นอกจากนี้ มูรินโญ่ยังเสริมว่า “ในเกมนี้ ทุกคนทุ่มเทตามแผนการที่วางไว้ โดยเฉพาะ แฮร์รี่ เคน ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานหนักเพื่อทีม หัวใจของเราน่ายกย่องมากในเกมนี้ ผมเชื่อว่านี่คือทีมที่แฟนบอล สเปอร์ส จะต้องภาคภูมิใจอย่างแน่นอน” 

ทั้งนี้ หลังเก็บ 3 คะแนนในเกมดังกล่าวได้ ทำให้ “ไก่เดือยทอง” ชนะรวดในการลงเล่น 4 เกมหลังสุด แถมยังขยับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงมีคะแนนเท่ากับอันดับสองอย่าง ลิเวอร์พูล ที่ 20 คะแนน แต่ผลต่างประตูได้เสียดีกว่า

            สำหรับ มูรินโญ่มีคิวนำทัพ “ไก่เดือยทอง” ลงทำศึกเกมลีกนัดดาร์บี้แมตช์ด้วยการบุกไปเยือน “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ในวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายนนี้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวกีฬา, พรีเมียร์ลีก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับว่ารู้สึกผิดหสังเป็นอย่างมากที่ทีมพ่ายต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ขาดลอยคาบ้าน 2-5 แต่ยืนยันว่าจะหาทางแก้ไขเพื่อให้ทีมกลับมาแข็งแกร่งเช่นเดิม

โดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเทรนเนอร์ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าในฐานะรองแชมป์เก่าของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พ่ายแพ้เป็นเกมแรกของลีกในซีซั่น 2020-21 หลังเปิดสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม โดน เลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะไปได้แบบขาดลอย 2-5 ทั้งๆที่ได้ประตูออกนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกมจาก ริยาด มาห์เรซ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ถึงกระนั้น เจมี่ วาร์ดี้ ซัดแฮตทริก บวกกับ 2 ลูกของ เจมส์ แมดดิสัน และยูริ ตีเลม็องส์ ทำให้ “จิ้งจอกสยาม” บุกมาเก็บ 3 คะแนนแบบพลิกความคาดหมาย ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูงของตารางด้วยการมี 9 คะแนนจาก 9 เกม ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” มีเพียง 3 คะแนนจาก 2 นัด อยู่ในอันดับ 13 ของตาราง

นอกจากนั้นจากผลการแข่งขันดังกล่าวส่งผลให้เกิดสถิติย่ำแย่มากมายทั้งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับตัวของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าเอง ประกอบด้วย นี่เป็นเพียงครั้งที่ 2 ซึ่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่าคุมทีมแพ้ในกมเหย้าแรกของฤดูกาลในลีกตลอดอาชีพ, เป็นครั้งแรกจาก 438 เกมในสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสียถึง 5 ประตู, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เป็นทีมแรกที่เสียถึง 3 จุดโทษในเกมเดียว ตั้งแต่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส ในเดือนตุลาคม เมื่อปี 2014 และเป็นครั้งแรกจาก 686 เกมที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าคุมทีมแล้วเสียถึง 5 ประตู 

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

หลังการแข่งขันในเกมดังกล่าว “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกว่า

“ปัญหาก็คือเรากดดันตัวเองเกินไปในการพยายามทำประตูที่สอง และสาม หลังจากที่ได้ประตูแรกอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นเกม ซึ่งพวกเขาก็รอจังหวะที่จะเล่นจังหวะโต้กลับใส่เราอยู่แล้ว จริงๆเราเล่นกันได้ดีในครึ่งแรก และทำประตูได้ไว ทว่าพวกเขาตั้งรับลึกจริงๆ ขนาดที่ว่าตอนที่ เลสเตอร์ นำห่าง 5-2 แล้ว พวกเขาก็ยังปักหลักอยู่ในกรอบเขตโทษกันอย่างมากมาย”

“เรารู้ว่า เจมี่ วาร์ดี้ มีสไตล์การเล่นแบบวิ่งทะลุกองหลัง เช่นเดียวกับ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ซึ่งเราต้องจับตาเขาให้ดี ถึงกระนั้นเราเกิดความกังวลใจขึ้น และเราทำได้ไม่ดีเลยในการรับมือกับพวกเขา อย่างไรก็ตามผมจะพยายามแก้ไขสิ่งต่างๆที่เป็นจุดอ่อนในเกมนี้ และยืนยันว่าจะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน”

สำหรับเกมต่อไปของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโปรแกรมพบกับ เบิร์นลี่ย์ ในฟุตบอลคาราบาว คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้ายวันที่ 30 ก.ย.นี้  ก่อนจะบุกเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 3 ต.ค.

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก