ช่วงเปิดการซื้อขายนักเตะในฤดูกาลใหม่นี้ ต้องบอกเลยว่าคึกคักอย่างมาก นักเตะบางคนที่เราไม่คาดคิด ว่าจะถูกขาย อย่างรายล่าสุดของทีมเรือใบสีฟ้าแมนเชสเตอร์ซิตี้ ราฮีม สเตอร์ลิง นักเตะวิ่งเท้าสุดจี๊ด ก็ได้ทำการขายไปให้กับทีมสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ด้วยราคาค่าตัว 45 ล้านปอนด์ ซึ่งอันที่จริงแล้วราฮีม ไม่ได้เป็นนักเตะคนแรกของทางฝั่งเรือใบ ที่ถูกซื้อขายมายังทีมเชลซี ก่อนหน้านี้หากย้อนกลับไป เคยมีการซื้อขายนักเตะทีมเชลซี กับทีมเรือใบสีฟ้าเกิดขึ้นมาไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง เราจะพาไปย้อนดูกันว่า นักเตะคนใดกันบ้าง ที่เคยมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันระหว่าง 2 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังอังกฤษกัน

เชลซี กับทีมเรือใบสีฟ้า

3 รายชื่อนักเตะทีม เชลซี กับทีมเรือใบสีฟ้า ที่เกิดดีลซื้อขายกัน

   สำหรับการซื้อขายนักเตะทีมเชลซี กับทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ซิตี้ เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2003 ถึงแม้ว่าทั้งสองทีมนี้ จะเป้นคู่แข่งกันมาหลายสมัย แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นโกรธเกลียดแค้นฝั่งหุ่น แบบว่าฉันจะไม่ขายนักเตะในทีมของฉันให้เธอ อย่างเช่นกับบางทีม และเพื่อต้องการรักษาความเป็นแชมป์ หากนักเตะคนใดที่เริ่มอายุมากขึ้น ทั้งสองทีมนี้ต่างก็ต้องการ นักเตะคนใหม่ ๆ มาเสริมทีมอยู่แล้ว ว่าแล้วเราไปดู 3 นักเตะของทีมเรือใบที่ย้ายมาเชลซีกันดีกว่า

  1. ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์ ชื่อนี้เราต้องคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี สำหรับคอบอล ที่เกิดทันในยุค 90 นักเตะเยาวชนเด็กปั้นของเรือใบสีฟ้าโดยตรง ด้วยความสามารถเฉพาะตัว จึงขึ้นติดทีมชุดใหญ่ และในปี 2005 ทีมเชลซีได้ทำการข้อเสนอซื้อตัวมาในราคา 28 ล้านปอนด์  ซึ่งนักเตะก็ถือว่าคุ้มค่าอย่างมาก พาทีมได้แชมป์ ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์ ได้อยู่กับทีมเชลซีเป็นระยะเวลา 3 ปี ก่อนที่ทีมเรือใบจะขอซื้อตัวกลับไป
  2. ทาล เบน ฮาอิม นักเตะชาวอิสราเอล ที่ทางเชลซีซื้อมาจากทีมโบลตัน เล่นตำแหน่งกองหลัง แต่ด้วยฝีเท้า และประสบการณ์ยังน้อย จึงไม่สามารถลงเล่นในตำแหน่งตัวจริงได้เลย ในปี 2008 ทางเรือใบสีฟ้าแมนซิตี้ ได้ทำการขอซื้อตัวนักเตะคนนี้ ด้วยจำนวนเงิน 5 ล้านปอนด์ แต่ฝีเท้าก็ไม่ได้พัฒนาขึ้นเลย จนสุดท้ายทางเรือใบก็จำใจต้องขายออกไป
  3. แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เยาวชนของทีมเรือใบสีฟ้าอีกคน ที่ฝีเท้าไม่ธรรมดา ได้ถูกเชลซีขอซื้อตัวมาในปี 2009 ด้วยจำนวนเงิน 6 ล้านปอนด์ ซึ่งในเวลานั้น พลพรรคของทีมเชลซี การที่จะได้เป็นตัวจริงถือว่ายากมาก ๆ แดเนียลไม่สามารถแย่งตำแหน่งตัวจริงได้เลย เจ้าตัวจึงตัดสินใจย้ายออกไปเล่นให้กับทีมลิเวอร์พูล
เชลซี กับทีมเรือใบสีฟ้า
Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                สำหรับ กาเบรียล เฆซุส กองหน้าทีมชาติบราซิลวัย 25 ปี ของ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้  ฤดูกาล 2021/2022 เหมือนว่ามันจะเป็นฤดูกาลสั่งลาของเขากับทีม หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้า เออร์ลิง เบราท์ ฮาแลนด์ กองหน้าดาวรุ่งวัย 21 ปี ที่กำลังผลงานร้อนแรงมาร่วมทีม ทำให้โอกาสในการที่จะได้ลงสนามของ กาเบรียล เฆซุสซึ่งปัจจุบันก็น้อยอยู่แล้ว ก็จะยิ่งน้อยลงเข้าไปอีก จึงทำให้เขานั้นเตรียมที่จะหาสโมสรใหม่ 

กาเบรียล เฆซุส

3 ทีมดังแห่งกรุงลอนดอนพร้อมแย่ง “กาเบรียล เฆซุส”

กาเบรียล เฆซุสก็มีข่าวกับทีมดังแห่งกรุงลอนดอน ปืนใหญ่ อาร์เซนอล เป็นทีมแรกสำหรับ อาร์เซนอล ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่นก็เป็นทีมที่มีข่าวกับ กาเบรียล เฆซุสตั้งแต่ยังไม่จบฤดูกาล ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีเปอร์เซ็นสูงที่จะได้เขาไปร่วมทีม หลังจากที่มีข่าวว่าตัวเขานั้นก็อยากที่จะย้ายไปร่วมทีม อาร์เซนอล เช่นเดียวกัน เพราะว่ามันการันตีโอกาสได้เป็นตัวจริงของเขา เพราะหลักๆแล้วเขาต้องการที่จะลงสนามอย่างสม่ำเสมอเพื่อโอกาสได้ติดทีมชาติบราซิลไปลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 ช่วงปลายปีนี้ แต่ก็มีอีก 2 ทีมจากกรุงลอนดอนที่พร้อมจะแย่งตัว กาเบรียล เฆซุสจากอาร์เซนอล 

นั่นก็คือ ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อีกหนึ่งทีมดัง ที่ส่งผลให้เกิดความลังเลขึ้น และตอนนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่า กาเบรียล เฆซุสจะเกิดเปลี่ยนใจหรือไม่ เนื่องจากว่าสเปอร์นั้นได้ไปเล่นในถ้วย ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า แต่ อาร์เซนอล ไปเล่นเพียงแค่ด้วย ยูโรป้า ลีก เท่านั้น 

กาเบรียล เฆซุส

และอีกหนึ่งทีมจากกรุงลอนดอนที่ให้ความสนใจในตัวของ กาเบรียล เฆซุสเช่นเดียวกันก็คือ ทีม สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ซึ่ง เชลซี นั้นก็ถือว่าเป็นทีมที่มีประสบความสำเร็จมากกว่าทั้งสองทีมจากกรุงลอนดอน โดย เชลซี จบอันดับที่ 3 ของตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ได้โควต้าไปเล่นในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และก็ถือได้ว่าเป็นทีมที่มีผู้เล่นและผู้จัดการทีมยอดฝีมืออยู่ในทีม และเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดถ้าหากจะเปรียบเทียบกับอีก 2 ทีมอย่าง สเปอร์ส และ อาร์เซนอล 

Posted in ข่าวฟุตบอล, ข่าวโยกย้ายตัว, พรีเมียร์ลีก

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ทำนายบทสรุปพรีเมียร์ลีก 2022/23 หลังจบสัปดาห์ที่ 38 ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ แมนฯซิตี้ จะสามารถป้องกันแชมป์พรีเมียร์ชิพได้อีกครั้งหนึ่ง ขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของเอริค เทน ฮาคจะพลาดโควตาแชมป์เปี้ยนลีก อย่างไรก็ตามตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษได้คลอดออกมาแล้ว อย่างไรก็ตามการทำนายผลมักเป็นธรรมเนียมที่ชาวอังกฤษมักชื่นชอบ (เดิมพัน)

แมนฯซิตี้

แมนฯซิตี้ แข็งแกร่งท็อปโฟร์ยังเหมือนเดิม

ผลจากการนำเอาสถิติ ข้อมูลต่าง ๆ มาคำนวณ ผ่านระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่นเผยให้เห็นว่าทีมท็อปโฟร์โควตาแชมป์เปี้ยนลีก หลังผ่าน 38 เกมฤดูกาล 2022/23จะยังคงมีหน้าตาเหมือนฤดูกาล 2021/22ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามทีมของเป๊ป กวาดิโอล่ายังคงเข้าป้ายป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 3 ติดต่อกันได้อยู่ดี ตามมาอันดับที่ 2 ลิเวอร์พูล,เชลซี และท็อตแน่มฯ

ด้านแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยังคงไล่ตามเงาเพื่อนบ้านอย่างแมนฯซิตี้ พวกเขาอาจต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้ง เมื่อพวกเขาจบเพียงอันดับที่ 5 ของฤดูกาล และนั่นหมายถึงการพลาดโควตาเกมยุโรปอีกหนึ่งฤดูกาล อันดับที่ 6 อาร์เซน่อลของมิเกล อาร์เตต้า ชัดเจนว่าเดอะกันเนอร์ทำได้เพียงลงเล่นเกมคืนวันพฤหัสบดีกลางสัปดาห์เท่านั้น(ยูโรป้าลีก) สำหรับทีมที่ค่อนข้างสร้างความเซอร์ไพรส์อยู่ไม่น้อยนั่นก็คือ เดอะแม็กพาย นิวคาสเซิ่ลของเอ็ดดี้ ฮาว หลังการเทคโอเวอร์อย่างแข็งแกร่งของมหาเศรษฐีชาวซาอุฯปีที่ผ่านมา

แมนฯยู

พื้นที่แชมป์เปี้ยนลีกและประเด็นที่น่าสนใจ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้,ลิเวอร์พูล,เชลซี และท็อตแน่มฯจะจบอันดับท็อปโฟร์คว้าสิทธิ์ลงเล่นรอบแบ่งกลุ่มหลังผ่าน 38 เกม ขณะเดียวกันสถานการณ์ทีมหนีตกชั้น ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทำนายว่า 3 ทีมน้องใหม่ทั้ง ฟูแล่ม,น็อตติงแฮมฟอเรสต์ และเอเอฟซี บอรน์มัธจะต้องลงไปเล่นแชมป์เปี้ยนชิพอีกครั้งในฤดูกาล 2023/24

และเป็นเรื่องที่น่ายินดี เมื่อลีดส์ ยูไนเต็ดยังคงอยู่รอดปลอดภัยในพรีเมียร์ลีกต่อไป แบบฉิวเฉียดอันดับที่ 17 ของตาราง ขณะเดียวการต้อสู้แย่งชิงพื้นที่แชมป์เปี้ยนลีกยังคงน่าติดตามอยู่เสมอ เพราะพรีเมียร์ลีกมีทีมม้ามืดอย่าง นิวคาสเซิ่ล,วิลล่า,พาเลซ,เวสต์แฮม และวูลฟ์ สโมสรเหล่านี้สามารถสร้างเซอร์ไพรส์รวมถึงเป็นก้างชวางคอชิ้นโตกับทีมใหญ่ ๆ เสมอ

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

หงส์แดง ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 1 แห่งพรีเมียร์ลีก ยังคงเดินหน้าไม่หยุด ด้วยการลุ้นแชมป์รายการที่ 2 หลังเอาชนะ เรือใบสีฟ้า แมนฯ ซิตี้ ในศึกรอบรองชนะเลิศ 3-2 เอฟเอ คัฟ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ พร้อมประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์ ในเรื่องนี้กันอย่างอื่นฉาว ว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำให้หงส์แดงสามารถขึ้นแท่นได้ขนาดนี้ มาดูกันดีกว่า เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการทายผลในเกมถัดไป

ลิเวอร์พูล

ประเด็น หงส์แดง ลิเวอร์พูล เฉือน เรือใบ

1. หงส์แดง ลิเวอร์พูลออกสตาร์ทอย่างมั่นใจ เกมนี้ต้องยอมรับว่าหงส์แดงมั่นใจมากข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น ดูจากการออกตัวในการเล่นที่ของ เวมลีย์ ที่ดูว่าจะกระตือรือร้นเป็นพิเศษ เพราะเขาสามารถส่งบอลเข้าเขตอันตรายได้อย่างมั่นใจที่สุด แมนซิ เป็นรองอย่างเห็นได้ชัด

2. แดนกลางของหงส์แดง ที่ ยอดกุนซือเยอร์เก้น คล็อปป์ ได้จัดว่างตัวไว้อย่างเหมาะสม โดยให้ติอาโก้ อัลคันทารา, ฟาบินโญ และ นาบี เกอิต้า เป็นตัวสอดประสานทั้งเกมรุก และเกมรับได้ดี และลงตัวที่สุด สำหรับฟิล โฟเด้น, แฟร์นันดินโญ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวาก็ทำหน้าที่ได้ดีเช่นกัน ดูเหมือนทุกอย่างจะเข้าทางหงส์แดงมากที่สุด นับว่าเป็น เกมเร้ดแมชีน ที่แท้จริง โดยเฉพาะเมื่อได้ประตูนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 9 จาก โดยอิบราฮิมา โคนาเต้ ที่ได้ลูกจากการเตะมุมของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เข่าโหม่งเข้าตุงตาข่ายได้อย่างสวยงาม โดยทางแมนซิไม่มีโอกาสแม้แตะจะได้แตะลูกด้วยซ้อ ต่อมาก็ตามด้วยข้อผิดพลาดชนิดไม่น่าให้อภัยของ แซ็ค สเตฟเฟน นายด่านชาว อเมริกัน ที่มาลงเล่นแทน เอแดร์ซอน ก็มาถูก ซาดิโอ มาเน ไล่บี้จนไม่มีที่จะยืน บีบให้เหลือพื้นที่ไม่มาก ทางหน้าประตูตัวเองในนาทีที่ 17 ขณะที่ประตูที่ 3 ซึ่งทำโดย มาเน ก่อนจบครึ่งแรก ก็ทำให้เห็นเกมขาดลอยตั้งแต่ยังไม่เริ่มครึ่งหลังด้วยซ้ำ

ลิเวอร์พูล

3. ปัญหาบอลของ แมนซิตี้ ที่แดนบน พลพรรคของแมน ซิตี ที่มาแบบผิดฟอร์มราวกับเป็นคนละทีมจากที่เคยเป็นมาก่อนหน้าตัวรุกของทีมไม่ทำงาน ไม่มีการเคลื่อนไหวที่เฉียงขาด ทำให้การทำงานของทีมไม่ประสาน และมีแต่ขาด ๆ เกิน ๆ การส่งลูกไม่อาจจบได้ในแดนสุดท้าย ถึงแม้จะได้ง้างนกได้แล้วก็ตาม ทำให้ลูกด้านไปอย่างน่าเสียดาย ยิงได้แต่ไม่มีความแม่นยำ ซึ่งก็หมายความว่าไม่มีแต้ม และไม่สร้างความอันตรายให้ฝ่ายตรงข้ามใด ๆ ทำให้ผู้รักษาประตูหงส์แดงอย่าง อลิสซอน เบ็คเกอร์ ยืนเฝ้าเสาได้สบาย ๆ

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ปีกตัวเก่ง ราฮีม สเตอริ่ง มีโอกาสถูกขายออกจาก เอติฮัท สเตเดี้ยม หากสัญญาการเจรจา สัญญาฉบับใหม่ของแนวรุกรายนี้ไม่คืบหน้า หรือไม่สามารถหาข้อสรุปได้ภายในซัมเมอร์นี้ ถึงแม้เขาจะเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมในระยะหลังก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าเป๊ป กวาดิโอล่าจะไม่การันตีผู้เล่น 11 ตัวจริง สำหรับปีกทีมชาติอังกฤษอีกต่อไปอย่างแน่นอน จึงส่งผลให้การเจรจาดังกล่าวล่าช้าในที่สุด

ราฮีม สเตอริ่ง

“ราฮีม สเตอริ่ง” กับอนาคตที่ยังไม่ได้คำตอบ

แม้ปีกทีมชาติอังกฤษจะมีผลงานที่ยอดเยี่ยมกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า ผู้จัดการทีมชาวสเปน โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูกาลข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น ปีกทีมชาติอังกฤษถูกจับนั่งเป็นตัวสำรองอยู่หลายเกม กระทั่งเกิดกระแสข่าวอย่างหนักว่า นักเตะวัย 27 ปี เริ่มไม่มีความสุข ในเอติฮัท สเตเดี้ยม หลังตัวนักเตะรู้สึกว่า เขาไม่ใช่ผู้เล่นคนสำคัญของผู้จัดการชาวสเปนอีกต่อไป

ราฮีม สเตอริ่งเริ่มรู้สึกว่า ตนเองไม่ใช่นักเตะในตัวเลือกแรก ๆ ของทีมอีกต่อไป ย้อนไปปลายนัดชิงชนะเลิศแชมป์เปียนลีก ระหว่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้กับเชลซี เกมนั้น แนวรุกชาวอังกฤษไม่ได้รับความไว้วางใจจากกวาดิโอล่า จึงมีลายชื่อเพียงบนม้านั่งสำรองเท่านั้น ในเกมนัดชิงชนะเลิศ UCL และต่อเนื่องด้วยการอออกสตาร์ทเป็นตัวสำรองของทีม ต่อมาเขาตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับบาร์เซโลน่าอย่างหนัก แต่ดูเหมือนทางต้นสังกัดต้องการรั้งนักเตะวัย 27 ปี เอาไว้กับทีมต่อไปอย่างน้อยจนจบฤดูการ คาดว่าจะมีการหาข้อสรุปเกี่ยวกับสัญญาฉบับใหม่ภายในฤดูร้อนนี้ ปัจจุบันสเตอร์ริ่งเหลือสัญญาถึงปี 2024

ราฮีม สเตอริ่ง

เป๊ป กวาดิโอล่า อาจไม่รั้ง

ปัจจุบันถึงแม้ ราฮีม สเตอริ่งจะสามารถกลับมาทวงตำแหน่งตัวจริง และสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี มีส่วนร่วมกับทีมชนะ 12 เกมรวด แต่แหล่งข่าวรายงานว่า หากถึงเดือนมิถุนายน สัญญาฉบับใหม่ไม่คืบหน้าslot777 ผู้จัดการทีมชาวสเปนอาจตัดสินใจต้องยอมปล่อย ปีกทีมชาติอังกฤษรายนี้ออกจากทีม คาดสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้เตรียมปักป้ายขาย 50 ล้านปอนด์ จากเดิมราคา 100 ล้านปอนด์เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน โดยมีบาร์เซโลน่าเจ้าเดิม,เรอัล มาดริด,อาร์เซน่อล และปารีส แซง แชร์งแมง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

สำหรับการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ประจำฤดูกาลที่จะมาถึงในปี 2021 – 2022 ก็ดำเนินการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยวันนี้เราจะมาดูผลงานของทีมในกลุ่มที่ได้ผ่านการเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ว่าเป็นอะไรและผลงานของพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง จากการเข้าร่วมการแข่งขัน ยูฟ่าแชมเปียนส์ ลีก รอบที่จะเป็นรอบที่ตัดสินอนาคตของพวกเขาและผลงานที่ผ่านมาของพวกเขาจะเป็นอย่างไรบ้างก็มาติดตามกันได้เลยครับ

ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

2 ทีม จาก กลุ่ม เอ ที่ได้ไปเล่นใน รอบ 16 ทีม ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

                สำหรับทีมที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีม ที่เป็นที่ 1 ของกลุ่ม ศึก ยูฟ่าแชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2021-2022 ก็คือสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยในการลงสนาม 6 เกม พวกเขาก็สามารถเก็บชัยชนะได้จำนวน 4 และ เป็นการแพ้ 2 เกม ยิงประตูได้ทั้งหมด 18 ลูก และเสียประตู 10 ลูก ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีม สุดท้ายโดยมี 12 คะแนน ซึ่งผลงานที่น่าสนใจพวกเขาคือผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จซึ่งถือเป็นครั้งแรกของสโมสร แต่ก็มาพลาดให้กับทีม เชลซี ทาร่วมศึก พีเมียร์ลีก ที่สามารถเอาชนะพวกเขาได้ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น และ ส่งผลให้พวกเขาพลาดการคว้าแชมป์ครั้งแรกของสโมสรไปอย่างน่าเสียดาย

ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

สำหรับทีมที่ 2 ที่ผ่านเข้าไปเล่นรอบ 16 ทีมสุดทท้าย ของกลุ่ม เอ ก็คือสโมสร ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมยักษ์ใหญ่แห่งลีกเอิงฝรั่งเศส ก็ต้องบอกว่าฤดูกาลนี้พวกเขามีผู้เล่นระดับฝีเท้าระดับโลกในทีมมากมายภายในทีม แต่ผลงานที่ไม่ค่อยสวยหรูนักกับการเข้ารอบด้วยการเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่ม ของพวกเขา ถือได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ควรจะทำได้ดีกว่านี้กับการผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายด้วยสเกลที่สูงของทีมระดับนี้

ซึ่งก็ต้องมาติดตามกันต่อไปกับผลงานของพวกเขาในการแข่งขัน ยูฟ่าแชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2021-2022 ว่าจะผ่านเข้าไปสู่รอบลึกกว่านี้ได้หรือไม่

Posted in ข่าวฟุตบอล

                แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี และ เชลซี 3 ทีมยักษ์ใหญ่ แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้รับข่าวดี หลังจากสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ประกาศจะไม่ตัดสิทธิ์ทั้ง 3 ทีมออกจากการแข่งขันฟุตบอลถ้วยยุโรปที่ยังเหลือโปรแกรมแข่งขันอยู่ในฤดูกาลนี้ แม้ว่าทั้งหมดจะเคยประกาศเข้าร่วมการแข่งขัน ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ก็ตาม

3 ทีมยักษ์ใหญ่

                จากกรณีที่ 12 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งทวีปยุโรปได้มีแผนการจะจัดการแข่งขัน ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก แต่สุดท้ายแผนต้องล่มไปเพราะถูกประท้วงโดยแฟนบอล รวมถึงการถอนตัวของ 8 ทีมใหญ่ไปก่อน และก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่าสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เตรียมจะลงดาบ 8 ทีมที่ทำการถอนตัวออกมาก่อนหน้า รวมถึงเตรียมหาบทลงโทษอีก 4 ที่ยังคงเดินหน้าโปรเจกต์ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก แต่มีอยู่ 3 ทีมยักษ์ใหญ่คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี และ เชลซี ที่ยังคงมีเกมตกค้างในฟุตบอลถ้วยยุโรปฤดูกาลนี้อยู่ ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ถึงบทลงโทษต่างๆ นาๆ

3 ทีมยักษ์ใหญ่

3 ทีมยักษ์ใหญ่ แห่งอังกฤษจะไม่ถูกยูฟ่า ลงโทษแต่อย่างใด

                อย่างไรก็ตามล่าสุดคณะกรรมการสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้ทำการประชุมและหาบทสรุปในเรื่องของเกมที่ค้างอยู่ ผลออกมาว่า 3 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งอังกฤษจะไม่ถูกยูฟ่า ลงโทษแต่อย่างใด และยังคงได้รับไฟเขียวให้ลงแข่งขันในฟุตบอลรายการยุโรปประกอบด้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูโรป้า ลีก นัดที่ตกค้างอยู่ ผิดกับที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันในตอนแรกว่าจะถูกลงโทษด้วยการตัดสิทธิ์

3 ทีมยักษ์ใหญ่

                โดยในการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นั้นจะมีสองทีมที่ต้องลงแข่งขันในรอบรองชนะเลิศนั่นคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่จะต้องพบกับ ปารีส แซงต์ – แชร์กแมงค์ และ เชลซี จะพบกับ เรอัล มาดริด ส่วนในการแข่งขัน ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก จะมีอีก 1 ทีม คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะลงแข่งในรอบรองชนะเลิศเช่นเดียวกันโดยจะต้องพบกับโรม่า

                แม้ว่าทั้ง 3 ทีมยักษ์ใหญ่จะไม่โดยบทลงโทษจาก ยูฟ่า ในครั้งนี้ แต่ทั้งหมดรวมกับอีก 9 ทีมที่เข้าร่วม ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ในตอนแรกนั้น ยูฟ่า จะต้องมีบทลงโทษมาจัดการอย่างแน่นอน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sexy baccarat เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เป๊ป กวาดิโอล่า กุนซือติกิตาก้าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาบอกว่า เกมพรีเมียร์ลีก ยากทุกนัดไม่ว่าจะลงสนามกับทีมใด อันดับเท่าไหร่ พร้อมทั้งบอกว่าสักวันอาจต้องเจอช่วงเวลาที่ทีมมีผลงานช่วงขาลง และหวังว่าจะรับมือกับมันได้

“ทัพเรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงสนามเกมพรีเมียรฺลีก นัดที่ 19 เป็นฝ่ายเปิดรังเอติฮัต สเตเดี้ยม เบียดเอาชนะ “ทัพดาบคู่” เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับสุดท้าย 1-0 โดยได้ประตูชัยจากการยิงของ กาเบรียล เชซุส ตั้งแต่ 9 นาทีแรกของเกม ส่งให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะเป็นเกมที่ 12 ติดต่อกัน เก็บเพิ่มเป็น 43 คะแนน นำเป็นจ่าฝูง นำหน้าทีมรองจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 คะแนน แต่ลงสนามน้อยกว่า 1 นัด

เป๊ป กวาดิโอล่า

เป๊ป กล่าวว่า “หลายคนคิดว่าเราจะต้องทำได้สกอร์เดิม ทุกครั้ง”

ซึ่งทาง เป๊ป กวาดิโอล่า ได้กล่าวหลังจบเกมว่า “หลายคนชอบคิดว่า หากเกมที่แล้วเราสอยคู่แข่งมาด้วยสกอร์ 5-0 เกมต่อมาเราก็ต้องจัดสกอร์เดิม ซึ่งความเป็นจริงแล้ว เราจะมาคิดแบบนั้นไม่ได้ นี่มันไม่ใช่ละคร โลกแห่งความจริงทุกอย่างมันยากเสมอ

เกมนี้เราต้องรับมือเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นทีมบ๊วยของลีก การได้เห็นความมุ่งมัั่นของพวกเขา ทำให้ผมรู้สึกว่า พรีเมียร์ลีกทุกเกม มันเป็นงานยาก และทุกครั้งที่เราเจอทีมดาบคู่ เราก็จะเจอกับโจทย์ยากแบบนี้อยู่ตลอด เกมนี้เราทำผลงานออกมาได้ดี เราเล่นกันแบบแกร่งทั่วแผ่น แม้เกมนี้เราจะสร้างโอกาสในการทำประตูได้ไม่มาก แต่อย่างน้อยเราก็เก็บสามคะแนนเต็มได้ตามเป้า ทุกคนในทีมเตรียมพร้อมอยู่เสมอ พวกเขาเล่นอย่างมีสติและรัดกุม เฟอร์ราน ตอเรส และ กาเบรียล เชซุส เล่นเพื่อทีมอยู่เสมอ ผมต้องขอบคุณพวกเขาจริงๆ

ช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ลากยาวมาถึงเดือนมกราคมปีนี้ ทีมของเราสร้างผลงานระดับเทพ แต่เหนือสิ่งอื่นใด สักวันหนึ่งเราก็ต้องทำแต้มหล่นบ้าง เกมพรีเมียร์ลีกทุกนัด มีความยากอยู่ในตัวของมัน ผมได้แต่หวังว่า ในช่วงที่ทีมมีผลงานขาลง เราจะสามารถจัดการกับมันได้เป็นอย่างดี”

โปรแกรมการแข่งขันนัดต่อไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะลงสนามเกมที่ 20 พบกับ เบิร์นลีย์ ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ต่อด้วยการออกไปเยือน ลิเวอร์พูล ในเกมนัดที่ 21 วันที่ 7 กุมภาพันธ์

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ ufabet356 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รัว 2 เม็ดท้ายเกมเอาชนะ แอสตัน วิลลา ไปแบบสนุก 2 – 0 พร้อมแซงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นไปครองตำแหน่งจ่าฝูงเป็นการชั่วคราว ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ 20 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา

                ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพุธที่ 20 มกราคม 2564 แมนเชสเตอร์ ซิตี้เปิดสนาม “เอติฮัด สเตเดียม” ต้อนรับการมาเยือนของ แอสตัน วิลลา หากเกมนี้แมนเชสเตอร์ ซิตี้เอาชนะได้ พวกเขาจะมีแต้มแซงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นไปครองตำแหน่งจ่าฝูงเป็นการชั่วคราวทันที เพราะ “ปีศาจแดง” จะเจอกับฟูแล่ม ในช่วงดึกหลังจากนี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

                เกมนี้มีฝนตกลงมาอย่างหนักและเริ่มเกมมาได้เพียงแค่ไม่กี่นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็เกือบจะได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ แบร์นาร์โด ซิลวา หลุดเข้าไปยิงติดเซฟของ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ ก่อนที่ จอห์น สโตน จะตามเข้าไปซ้ำในระยะไม่ถึง 5 หลา แต่สุดท้ายกลายเป็นกองหลังของทีมเยือนตามมาสกัดเอาไว้ได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด

                จากนั้นกลายเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่เปิดเกมบุกใส่ แอสตัน วิลลา อยู่ฝ่ายเดียวแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เด็ดขาดพอ จบ 45 นาทีแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้เสมอกับ แอสตัน วิลลา อยู่ 0 – 0

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็มาได้ประตูปลดล็อคจนได้

                ครึ่งหลังทั้งสองทีมผลัดกันเปิดเกมแลกเข้าใส่กันอย่างสนุก แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอ แต่แล้วในนาที 79 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็มาได้ประตูปลดล็อคจนได้จากความผิดพลาดของแนวรับ “สิงห์ผยอง” ก่อนที่ แบร์นาร์โด ซิลวา จะกระชากบอลเข้ามาและซัดผ่านมือของ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ เข้าไปอย่างสวยงาม

                เท่านั้นยังไม่พอในนาที 89 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็มาได้ประตูปิดท้ายจากการยิงจุดโทษของ อิลคาย กุนโดกัน จบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้เอาชนะ แอสตัน วิลลา ไป 2 – 0 เก็บเพิ่มได้อีก 3 คะแนน มี 38 แต้มจากการลงเล่น 18 นัดพร้อมกับแซงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เลสเตอร์ ซิตี ขึ้นไปครองตำแหน่งจ่าฝูงเป็นการชั่วคราว ส่วนแอสตัน วิลลา อยู่ที่ 11 มี 26 คะแนนจากการลงเล่น 16 นัด

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ สล็อตคิงคอง เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมนี้ โอเลย์ กุนนาร์ โซลชา จัดทีมในระบบ 4-3-1-2 ส่ง ดีน เฮนเดอร์สัน เป็นผู้รักษาประตู ให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ คุมแนวรับร่วมกับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ  และ อารอน วานบิสซาก้า วาง บรูโน แฟร์นานเดส คุมเกมแดนกลางร่วมกับ พอล ป็อกบา และ เฟร็ด ส่วนแนวรุกเป็นหน้าที่ของ มาคัส แรชฟอร์ด และ อองโทนี่ มาร์กซิยาว ทางฝั่ง “ทัพเรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกมนี้ เป๊ป กวาดิโอล่า มาในระบบ 3-5-2 ให้ทาง รูเบน ดิอาส คุมแนวรับร่วมกับ จอห์น สโตนย์ และ โอเล็กซ์ ซินเชนโก้ วาง เควิน เดอบรอยซ์ คุมเกมแดนกลางร่วมกับ อิลกาย กุนโดกัน และ เฟอร์นานดินโญ่ ส่วนแนวรุกให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ประสานงานกับ ฟิล โฟเด้น และ ริยาร์ด มาเรซ

ปีศาจแดง

ฟุตบอลคาราบาวคัพ 2020/2021 รอบรองชนะเลิศ สนาม โอลแทรฟฟอร์ด

ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้

นาทีที่2 ดีน เฮนเดอร์สัน เปิดยาวจากหน้าประตู บอลลอยโด่งข้ามกลางสนามมาเข้าทาง อองโทนี่ มาร์กซิยาล เก็บบอลได้แล้วไหลต่อให้ มาคัส แรชฟอร์ด ที่แตะออกซ้ายเข้ากรอบเขตโทษ และสับด้วยซ้ายทันที บอลติดเซฟ แซ็ค สเตฟเฟ่น แล้วมาชนกองหลังเข้าประตูไปเลย แต่กรรมการบอกว่าเป็นลูกล้ำหน้า

นาทีที่5 ราฮีม สเตอร์ลิง ลากจากกลางสนามจี้มาทางฝั่งขวา พอถึงหน้าเขตโทษไหลเข้ากลางมาให้ เจา คานเซโร่ ที่ป้ายต่อมาทางซ้ายให้ ฟิล โฟเด้น เปิดยัดเข้าไปหน้าประตูให้ อิลกาย กุนโดกัน สะกิดบอลเข้าประตูไป แต่กรรมการบอกว่าเป็นลูกล้ำหน้าเหมือนกัน

นาที13 ราฮีม สเตอร์ลิง ลากจี้มาทางฝั่งขวา แล้วไหลต่อให้ เควิน เดอบรอยซ์ ที่หน้าเขตโทษ เดอบรอยซ์ ตัดสินใจสับด้วยขวาเต็มตีนเตี่ย บอลพุ่งเป็นจรวดผ่านมือ ดีน เฮนเดอสันไปแล้ว แต่ไปโดนเสาเต็มๆ เล่นเอาเสาแทบหัก

นาที50 ฟรีคิกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ข้างเขตโทษฝั่งซ้าย ฟิล โฟเด้น เปิดยัดเข้าไปหน้าประตู บอลหลุดไปถึง จอห์น สโตนย์ พุ่งเข้ายิงจ่อๆหน้าปากประตู ดีน เฮนเดอสัน ทำได้แค่ยืนมองด้วยสายตา ส่งทีมเยือน แมนฯซิตี้ เป็นฝ่ายออกนำ 1-0

นาที57 อิลกาย กุนโดกัน ลากจี้มาถึงหน้าเขตโทษ ก่อนจะไหลออกซ้ายให้ ฟิล โฟเด้น เปิดเข้ามาหน้าประตูให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้โหม่งย้อยๆ น้ำหนักไม่แรง แต่ทิศทางดี บอลกำลังจะเสียบเสาซ้ายมืออยู่แล้วแต่ ดีน เฮนเดอสัน บินมาปัดออกหลังไปก่อน

นาที62 ริยาด มาเรซ พาบอลลากจี้เข้าหาเขตโทษ ก่อนจะหาจังหวะโยกตัดเข้าซ้ายตามสูตร แล้วได้ปั่นโค้งๆ ด้วยซ้าย บอลพุ่งเข้ากรอบกำลังจะเสียบใต้คานแต่ ดีน เฮนเดอสัน ยังบินปัดออกหลังไปได้

นาที83 จังหวะเตะมุมของซิตี้ บอลถูกเปิดเข้าไปลุ้นหน้าประตู กองหลังแมนฯยู โหม่งสะกัดออกมานอกเขตโทษ บอลมาเข้าทาง เฟอร์นานดินโญ่ ที่ตัดสินใจยิงสวนเปรี้ยงเดียวแบบไม่ต้องจับ บอลพุ่งเสียบเสาซ้ายมือไปอย่างเด็ดขาด ส่งแมนฯซิตี้ หนีห่าง 2-0

จบเกม90 นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเก็บ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงโอลแทรฟฟอร์ด 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ไปรอดวลกับ ทอตแนมฮอต สเปอร์

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และต้องขอขอบคุณผู้ให้การสนันสนุนจาก สล็อตโจ๊กเกอร์ เว็บไซต์ที่ให้ความสนุกและปลอดภัย

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก