โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำการเปิดศึกน้ำลายกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ว่าที่ผู้จัดการทีมโรม่า ทีมดังของอิตาลี อีกครั้ง คราวนี้ “น้าลูกอม” ทำการแขวะว่าการคว้ารองแชมป์ไม่ถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จแต่อย่างใด

ซึ่งสวนทางกับคำพูดของเขาในสมัยที่ยังคุม “ปีศาจแดง” และพาทีมคว้ารองแชมป์ได้ในฤดูกาล 2017 – 2018 โดยครั้งนั้น มูรินโญ่ ประกาศว่านี่คือความสำเร็จเทียบเท่ากับการคว้าแชมป์เลยทีเดียว

มูรินโญ่

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” กำลังจะพา “ปีศาจแดง” จบด้วยการเป็นรองแชมป์

                ย้อนกลับไปในช่วงปี 2017 – 2018 ตอนนั้น มูรินโญ่ ยังคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ และสามารถพาทีมจบด้วยอันดับ 2 ของตารางคะแนนได้ ซึ่งครั้งนั้น “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” ถึงกับประกาศว่านี่คือความสำเร็จเทียบเท่ากับการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว และในฤดูกาลนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาผู้จัดการทีมคนปัจจุบันก็กำลังจะพา “ปีศาจแดง” จบด้วยการเป็นรองแชมป์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ โซลชามีมุมมองที่แตกต่างไปจากกุนซือชาวโปรตุเกศ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

                โดย โอเล่ กุนนาร์ โซลชาเปิดเผยว่า “การแข่งขันในตอนนี้มันยากกว่าในสมัยที่ผมยังเป็นนักเตะมากนัก สมัยนั้นมีเพียงไม่กี่ทีมที่จะมาชิงกันเป็นที่หนึ่ง แต่ในตอนนี้มันมี 3 – 4 ทีมที่โผล่ขึ้นมาเพื่อท้าชิงความเป็นหนึ่ง และมีอีกหลายทีมที่เป็นม้ามืด และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีอยู่ 2 ทีมที่มีลุ้นกับถ้วยรางวัลนี้

ซึ่งการที่เราได้ขึ้นมาอยู่ในจุดนี้ผมว่ามันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก เราสร้างผลงานได้อย่างสุดยอดจนมาอยู่อันดับที่ 2 แต่หากจะบอกว่านี่คือความสำเร็จหรือไม่นั้น ผมบอกเลยว่านี่ไม่ใช่ความสำเร็จ”

                “เราจะต้องก้าวกันต่อไปข้างหน้า เรายังมีอีกหลายจุดที่ต้องแก้ไข ผมบอกเลยว่าผมประทับใจกับฟอร์มการเล่นของลูกทีมทุกคน และดีใจกับพวกเขา แต่สุดท้ายพวกเรายังต้องก้าวไปข้างหน้าให้ไกลกว่านี้” โอเล่ กุนนาร์ โซลชากล่าวปิดท้าย

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ ทางเข้าจีคลับ เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

            เดวิด เบ็คแฮม เทพบุตรลูกหนังชาวอังกฤษออกโรงคัดค้านแผนการที่บรรดาทีมชั้นนำในทวีปยุโรปจำนวน 12 ทีม จะแยกตัวออกจากจัดการแข่งขันรายการใหม่อย่าง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ซึ่งได้ลงนามอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา

โดยอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษชี้ว่า สโมสรต่าง ๆ ควรเห็นคุณค่าและให้ความสำคัญกับความรู้สึกของแฟนบอลมากกว่าเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว

เดวิด เบ็คแฮม

เดวิด เบ็คแฮม” ลั่น วงการฟุตบอลทั่วโลกกำลังตกอยู่ในอันตราย!

            เดวิด เบ็คแฮมตำนานมิดฟิลด์เท้าชั่งทองของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาโพสต์ข้อความบน อินสตาแกรม ส่วนตัวแสดงความไม่เห็นด้วยที่บรรดาทีมชั้นนำในทวีปยุโรปจำนวน 12 ทีม จะแยกตัวออกจากจัดการแข่งขันรายการใหม่อย่าง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ที่ได้มีการลงนามอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในทีมที่เข้าร่วมรายการเจ้าปัญหานี้ก็คือ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรสุดรักสุดหวงของเจ้าตัวนั่นเอง โดย เดวิด เบ็คแฮมระบุผ่าน อิสตาแกรม ว่า “ผมเป็นรักฟุตบอลคนหนึ่ง มันคือชีวิตของผมมาอย่างยาวนานเท่าที่ผมจำได้ ผมรักมันตั้งแต่เป็นเยาวชน และผมก็ยังเป็นแฟนบอลอยู่ในตอนนี้ ตั้งแต่เป็นนักเตะคนหนึ่ง จนตอนนี้กลายเป็นเจ้าของทีม ผมรู้ว่ากีฬาจะไม่มีควาหมายอะไรเลยหากไม่มีแฟนบอล พวกเราต้องการฟุตบอลเพื่อทุกคน เราต้องการฟุตบอลที่ยุติธรรม และต้องการให้การแข่งขันมีความเหมาะสม หากเราไม่ปกป้องเกมที่เรารักแล้วละก็ มันก็จะอยู่ในอันตราย”

เดวิด เบ็คแฮม

            ทั้งนี้ เดวิด เบ็คแฮมถืออีกหนึ่งตำนานแข้งของทีม “ปีศาจแดง” ที่ออกโรงคัดค้านการก่อตั้ง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตำนาน Class of 92 อีกคนอย่าง “แกร์รี่ เนวิล” ก็ได้ออกมาจวกอดีตต้นสังกัดที่ดึงดันจะเข้าร่วมโปรเจคนี้ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19  แม้แต่บรมกุนซือมากบารมีอย่าง “เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” ก็ออกมาคัดค้านและวิจารณ์นโยบายดังกล่าวของบอร์ดบริหาร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นคนแรก ๆ ด้วยเช่นกัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sbo-premier เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

            ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีแผนที่จะดึงตัว “ยูเซฟ เอ็นเนเซรี่” แนวรุกอนาตไกลของ เซบีย่า มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่ดาวเตะวัย 23 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับต้นสังกัดในซีซันนี้

ขณะที่สื่อดังแดนกระทิงดุได้ออกมาเปิดเผยว่า ทีมคู่อริร่วมลีกอย่าง  “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก็กำลังให้ความสนใจคว้าหัวหอกรายนี้ไปเสริมเกมรุกที่เจอปัญหาปืนฝืดอย่างหนักในฤดูกาลนี้เช่นเดียวกัน

ปีศาจแดง ล่า ยูเซฟ เอ็นเนเซรี่

ปีศาจแดง และ หงส์แดง อาจต้องทุ่มเงิน 46 ล้านยูโร จ่ายค่าตัว “เอ็น เนเซรี่”

            ตามการรายงานของ เอสตาดิโอ เดปอร์ติโบ สื่อชั้นนำประเทศสเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา ระบุว่า ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีแผนที่จะดึงตัว “ยูเซฟ เอ็น เนเซรี่” หัวหอกทีมชาติโมร็อกโกของ เซบีย่า ทีมดังแห่งลีกแดนกระทิงดุไปเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้

หลังจากที่ดาวเตะวัย 23 ปี โชว์ฟอร์มสวยหรูด้วยการซัดไปถึง 22 ประตู จากการลงเล่น 45 นัด รวมทุกรายการ โดยเฉพาะในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่ เนเซรี่ ซัดไปคนเดียวถึง 6 ประตู จากการลงเล่น 8 นัด  ทั้งนี้ คาดกันว่า เซบีย่า ได้ตั้งค่าฉีกสัญญาของ เนเซรี่ ไว้สูงถึง 46 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,700 ล้านบาท ซึ่งหากขายนักเตะได้ที่ตัวเลขนี้จริง จะทำให้กองหน้าชาวโมร็อกโกกลายเป็นนักเตะที่ย้ายออกจาก เซบีย่า ด้วยค่าตัวสูงที่สุดเป็นสถิติของสโมสรเลยทีเดียว  

ปีศาจแดง ล่า ยูเซฟ เอ็นเนเซรี่

            อย่างไรก็ตาม สื่อเจ้าเดิมยังเสริมว่า “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คู่ปรับร่วมเวที พรีเมียร์ลีก ของทัพ ปีศาจแดง ก็กำลังหมายตาหัวหอกรายนี้เพื่อเป็นตัวแทนของสองกองหน้าตัวเก่งอย่าง ซาลาห์ และ มาเน่ ที่มีข่าวลืออย่างหนักว่าอาจย้ายออกทีมหลังจบฤดูกาลนี้

โดยมียักษ์ใหญ่อย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ เรอัล มาดริด ให้ความสนใจ  สำหรับ ยูเซฟ เอ็น เนเซรี่ ย้ายจาก เลกาเนส มาแข้งอยู่กับ เซบีย่า เมื่อซีซัน 2019/2020 ลงสนามไปแล้ว 71 นัด ยิงได้ 28 ประตู รวมทุกรายการ

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ต้องยอมรับเลยว่าในปัจจุบันพลพรรคปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทัพของ โอเล่ห์ กุนนาร์ โซลชา ไม่ได้เป็นสโมสรยักษ์ใหญ่ของโลกอีกต่อไปแล้ว แม้ว่าผลงานนอกสนามของเขาจะยอดเยี่ยม เป็นสโมสรที่มีแฟนบอลให้การสนับสนุน รวมถึงเป็นสโมสรที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่ถ้าหากหันไปมองผลงานในสนาม ก็จะเห็นเลยว่าพวกเขาล้มเหลวอย่างแท้จริง และนี่คือ 3 สิ่งสำคัญที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นจะที่จะต้องทำ ถ้าหากพวกเขาหวังจะกลับไปยิ่งใหญ่อีกครั้งเหมือนในอดีต แต่ต้องจะทำอย่างไรนั้น เราไปหาคำตอบพร้อมๆกันได้เลยครับ

3 สิ่งสำคัญที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นจะที่จะต้องทำ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ปล่อยนักเตะที่ไม่จำเป็นออกไปจากทีม – จะว่าไปแล้วแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือเป็นทีมที่มีขุมกำลังนักเตะให้เลือกใช้ค่อนข้างมาก ซึ่งปริมาณนักเตะของพวกเขาสามารถสลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันได้แบบสบายๆ แต่ถ้าหากลองพิจารณาให้ลึกลงไปแล้ว ก็จะเห็นเลยว่าประสิทธิภาพของนักเตะของพวกเขานั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินเอามากๆ หลายคนคือนักเตะที่ไม่จำเป็นกับทีม

ไม่ว่าจะเป็น อันเดรียส เปเรย์รา , เจสซี ลินการ์ด , ฟิล โจนส์ , ดิโอโก้ ดาโลต์ , โอเดียน อิกาโล , ลี แกรนท์ , เซร์คิโอ้ โรเมโร่ แม้ว่าปล่อยนักเตะเหล่านี้ออกไป ทีมก็แทบจะไม่ได้รับผลกระทบเลยด้วยซ้ำ และที่สำคัญก็คือสโมสรจะลดภาระค่าใช้ภายในทีมไปได้มากเลยทีเดียว เพราะนักเตะเหล่านี้ล้วนมีค่าเหนื่อยที่สูงทั้งสิ้น

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หาปราการหลัง เข้ามายืนคู่กับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยอมลงทุนกว่า 80 ล้านปอนด์ เพื่อกระชากตัว แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ปราการหลังดีกรีทีมชาติอังกฤษ จากเลสเตอร์ ซิตี้ เข้ามาเป็นผู้บัญชาการเกมรับและกัปตันทีมของสโมสร แต่พวกเขากลับไม่ยอมลงทุนซื้อคู่ขาในตำแหน่งเกมรับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เข้ามาด้วย วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ

ดูเหมือนว่าจะไม่ดีพอกับเป็นยืนเป็นปราการหลังตัวจริงให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่วน เอริค ไบยี่ ก็บาดเจ็บบ่อยเหลือเกิน ขณะที่ คริส สมอลลิง และ ฟิล โจนส์ ก็ดูเหมือนว่ากำลังเตรียมที่จะย้ายออกจากสโมสรในเร็ววันนี้ และนั่นทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นเหลือเกินที่จะต้องคว้าตัวปราการหลังรายใหม่เข้ามาเสริมทัพ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หาแนวรุกเกรดเอ เข้ามาเสริมทัพ – สามประสานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดปัจจุบัน อย่าง เมสัน กรีนวู้ด , มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อองโตนี มาร์กซิยาล อาจจะทำประตูได้เยอะก็จริง แต่จริงหนึ่งที่พวกเขาทั้งสามคนยังขาดอยู่นั่นก็คือความสม่ำเสมอของฟอร์มการเล่นนั่นเอง โดยเฉพาะ เมสัน กรีนวู้ด และ อองโตนี มาร์กซิยาล

ที่โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อหันมองไปที่ตัวสำรองอย่าง แดเนียล เจมส์ หรือ โอเดียน อิกาโล่ ก็อาจจะหวังพึ่งพาอะไรไม่ได้มากนัก ดังนั้นหากพวกเขาหวังจะกลับมาทวงบัลลังก์ความสำเร็จคืน การคว้าตัวแนวรุกเกรดเอ เข้ามาเสริมทัพ คือสิ่งที่สมควรทำเป็นอย่างมาก

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เป็นการเปิดศึกระหว่างสองทีมยักษ์ใหญ่ร่วมลีก ทีมไก่เดือยทอง ที่ล่าสุดได้เปิดดีลรุกหน้าเจรจาเข้าหาทีมต้นสังกัดของแข้งแบ็คซ้ายคงเก่ง เซร์คิโอ เรกีลอน หวังกระชากตัวเข้ามาร่วมทัพในฤดูกาลนี้ให้ได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้นักเตะได้รับความสนใจจากทีมปีศาจแดง มาตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมาแต่ทีมไม่มีกำลังมากพอที่จะจ่ายค่าฉีกสัญญาของนักเตะจึงเป็นไปได้สูงที่พวกเขาอาจจะต้องพลาดตัวนักเตะรายนี้ไป จากการรายงานข่าวสื่อฟุตบอล สกายสปอร์ต 

เซร์คิโอ เรกีลอน

เซร์คิโอ เรกีลอน” สุดยอดแข้งเลือดกระทิงดุของ ทีมเรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังแห่งศึก ลา ลี กา สเปน

กลายเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เนื้อหอมในเวลานี้หลังจากที่มีถึง 2 ทีมยักษ์ใหญ่จากลีกผู้ดีเปิดศึกชิงตัวนักเตะ แต่ดูเหมือนว่าทีมที่มีโอกาสจะได้แข้งรายนี้ไปครอบครองมากที่สุดคงจะเป็นทีมท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่แหล่งข่าวออกมาระบุว่าทีมได้ส่งตัวแทนไปเจรจาอย่างเป็นทางการเพื่อวางสัญญาฉบับใหม่ให้แก่นักเตะ ตัดภาพมาทางฝั่งทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ถึงแม้จะให้ความสนใจในตัวนักเตะมากแค่ไหน แต่ด้วยค่าตัวของนักเตะทำให้ทีมยังคงต้องรอคอยโอกาสในการกระชากตัวต่อไป

เซร์คิโอ เรกีลอน

ทีมราชันชุดขาวได้ออกมาตั้งค่าหัว เซร์คิโอ เรกีลอน แข้งวัย 23 ปี สูงถึง 30 ล้านยูโรหรือประมาณ 1,100 ล้านบาท ทำให้ทีมแมนยู ต้องชะลอการตัดสินใจที่จะซื้อนักเตะรายนี้ไปในที่สุดเพราะเขายังไม่พร้อมที่จะจ่ายเงินเพื่อทุ่มทุนซื้อนักเตะสูงขนาดนี้ เปิดโอกาสให้ทีมคู่แข่งร่วมลีกส่งตัวแทนไปเจรจากับทีมต้นสังกัดของนักเตะอย่างเป็นทางการและดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดีเหลือแค่เพียงสโมสรทีมออกมาคอนเฟิร์มข่าวการซื้อตัวเท่านั้น

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ในเวลานี้พลพรรคปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทัพของ โอเล่ห์ กุนนาร์ โซลชา เพิ่งจะได้นักเตะใหม่เข้ามาเสริมทัพเพียงแค่รายเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ ดอนนี ฟาน เดอ บีค กองกลางดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์ อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้หยุดเสริมทัพแต่เพียงเท่านี้ เพราะว่ากำลังมีข่าวพัวพันกับ เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็คซ้ายจากเรอัล มาดริด อย่างหนัก เนื่องจากในฤดูกาลที่ผ่านมา แบ็คซ้ายเลือดกระทิงดุรายนี้ สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับเซบีญา

3 เหตุผลสำคัญที่ทัพปีศาจแดง ต้องดึงตัว “เซร์คิโอ เรกีลอน” มาร่วมทีมให้ได้

เรกีลอน

ยังมีอายุการใช้งานเหลือเฟือ – คอนเซ็ปต์ของ โอเล่ห์ กุนนาร์ โซลชา ก็คือต้องการที่จะสร้างทีมเพื่ออนาคต แถมเจ้าตัวยังชื่นชอบการใช้งานนักเตะอายุน้อยอีกด้วย ซึ่งทางด้านของ เซร์คิโอ เรกีลอนก็ตอบโจทย์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก เพราะในเวลานี้เขามีอายุเพียงแค่ 23 กระรัตเท่านั้น เรียกได้เลยว่ายังมีอายุการใช้งานเหลือเฟือ

แถมยังมีเวลาในการพัฒนาฝีเท้าอีกมาก แม้ว่าเจ้าตัวจะอายุยังน้อย แต่ประสบการณ์ของเขาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน เพราะในฤดูกาลที่ผ่านมา เซร์คิโอ เรกีลอนได้รับการโหวตให้เป็นแบ็คซ้ายยอดเยี่ยมของลาลีก้า แถมยังติดทีมชาติสเปนชุดใหญ่ไปเรียบร้อยแล้วด้วย

เรกีลอน

ขยับไปเล่นในตำแหน่งวิงแบ็คได้ – อีกหนึ่งสิ่งที่ เซร์คิโอ เรกีลอนเหนือกว่าผู้เล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง ลุค ชอว์ และ แบรนดอน วิลเลียมส์ ก็คือเขาสามารถขยับขึ้นไปเล่นในตำแหน่งวิงแบ็คได้ด้วย ซึ่งหากทัพปีศาจแดงต้องการที่จะลงเล่นในระบบ 3-5-2 เจ้าตัวก็ถนัดไปเป็นอย่างยิ่ง

โดยในฤดูกาลที่ผ่านมา เซร์คิโอ เรกีลอนถือเป็นนักเตะตำแหน่งแบ็คซ้าย ที่มีค่าเฉลี่ยในการจ่ายบอลระยะสั้นสำเร็จสูงถึง 38.6 ครั้งต่อเกม สูงที่สุดในลาลีก้า และยังทำไปถึง 4 แอสซิสต์ สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก หากเทียบกับนักเตะในตำแหน่งเดียวกัน

เรกีลอน

เพิ่มการแข่งขันภายในทีม – ลุค ชอว์ แบ็คซ้ายดีกรีทีมชาติอังกฤษ ถือเป็นเจ้าของสัมปทานในตำแหน่งฟูลแบ็คฝั่งซ้ายของทัพปีศาจแดง ในขณะที่เจ้าหนู แบรนดอน วิลเลียมส์ รับบทบาทเป็นแบ็คอัพ ซึ่งหากจะว่ากันตามตรงแล้วล่ะก็ ลุค ชอว์ ถือเป็นนักเตะที่มีอาการบาดเจ็บค่อนข้างง่าย

ส่วนเจ้าหนู แบรนดอน วิลเลียมส์ ก็อาจจะต้องสะสมประสบการณ์ซักหน่อย หากจะลงเล่นในเกมระดับสูง ดังนั้น เซร์คิโอ เรกีลอนจึงถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกับการเข้ามาแย่งตำแหน่งแบ็คซ้ายของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้เกิดการแข่งขันกันภายในทีมนั่นเอง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, ข่าวโยกย้ายตัว, พรีเมียร์ลีก

ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แมนยู เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวของผู้เล่นเป็นอย่างมาก ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่าทีมปิศาจแดงต้องเสริมนักเตะตำแหน่งเหล่านี้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ทีม ก็คือ แบ็กซ้าย, เซ็นเตอร์แบ็กและปีกขวา คือมองไปที่จาดอน ซานโช่

พวกเขาเซ็นสัญญาในตำแหน่งที่พวกเขาดูแข็งแกร่งพอสมควรซื้อกองกลางเข้ามาเพิ่มคือ ดอนนี้ ฟาน เดอ เบคจากอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม

นั่นไม่ได้หมายความว่า ฟาน เดอ เบค เป็นการเซ็นสัญญาที่ไม่ดี ในทางตรงกันข้ามอาจเป็นเรื่องจริงเนื่องจากแมนยูจ่ายค่าตัว 35 ล้านปอนด์ เมื่อเทียบกับกองกลางรายอื่นที่เล่นในเกาะอังกฤษก็นับว่าเขามีค่าตัวที่ถูกมากเลยจริงๆเทียบกับ แจ๊ค กรีลิช และเจมส์ แมดดิสัน

แมนยู

แต่ ดอนนี้ ฟาน เดอ เบค ต้องย้ายมาเล่นกองกลางที่แมนยูที่มีตัวผู้เล่นตำแหน่งนี้มากมาย เขาสามารถลงสนามตำแหน่งมิดฟิดล์ตัวรับก็ได้ หรือว่าจะเล่นตำแหน่งกองกลางหมายเลข 10 ก็ได้ โดยมี บรูโน แฟร์นานเดส, ปอล ป๊อกบา, เนมานย่า มาติช, สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์และเฟร็ดที่จะแย่งกันลงในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางเพียงสองที่เท่านั้น

สถานการณ์ของเฟร็ดเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจที่สุด นักเตะชาวบราซิลตกเป็นข่าวว่าจะย้ายออกจากทีมทันที เมื่อนักเตะชาวเนเธอร์แลนด์จะย้ายเข้าสู่ทีม และเขามีข่าวว่าจะย้ายไปเล่นกับกาลาตาซารายแบบยืมตัว แต่แมนยูไม่ได้คิดแบบนั้น

เฟร็ดเองได้กล่าวถึงข่าวลือเหล่านั้นและยืนยันว่าความต้องการที่จะเล่นในฤดูกาลที่สองที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังจากที่เขาย้ายมาจากชัคตาร์ โดเน็ตสค์ในราคา 52 ล้านปอนด์เมื่อปี 2018

แมนยู

มีรายงานว่า “จาดอน ซานโช่” นักเตะของดอร์ทมุนด์ ได้บรรลุข้อตกลงกับ แมนยู แล้ว

นักเตะทีมชาติอังกฤษได้บรรลุเงื่อนไขส่วนบุคคลและค่าธรรมเนียมตัวแทนในการย้ายทีมด้วยเงินมหาศาล ซึ่งจะทำให้เขารับเงินค่าเหนื่อยก้อนโตกว่า 250,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

แมนยูเองจะเสนอให้ดอร์ทมุนด์ 90 ล้านปอนด์บวกกับส่วนเสริมอีกราว ๆ 18 ล้านปอนด์

ส่วนข่าวของแฮร์รี่ แม็คไกวร์กุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาออกมายืนยันเองว่าจะให้เซนเตอร์แบ๊กชาวอังกฤษรายนี้สวมปลอกแขนกัปตันทีมของแมนยูด้วย

แมกไกวร์ที่อยู่ระหว่างอุทธรณ์โทษ 21 เดือน เมื่อเดือนที่แล้ว โดยถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจสบถต่อต้านการจับกุมและติดสินบนระหว่างเหตุการณ์ความวุ่นวายที่มิโคนอส

เขาปฏิเสธความผิดและได้ยื่นอุทธรณ์ การอุทธรณ์ทำให้คำตัดสินเป็นโมฆะและหมายความว่า แม็คไกวร์ ไม่มีความผิดด้านอาชญากรรม ซึ่งทางโซลชายืนยันว่าเขาจะให้แฮร์รี่รับบทกัปตันทีมต่อไป

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการได้ตัว อเล็กซ์ เทลเลส แบ็คซ้ายจอมบุกของ เอฟซี ปอร์โต้ มาร่วมทีม ตามรายงานของสื่อโปรตุเกส

เป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทัพของโซลชา นั้นยังมีจุดอ่อนอยู่ที่เกมรับ ซึ่งบางทียังไว้ใจไม่ได้ โดยเฉพาะในตำแหน่งแบ็คซ้ายที่ถึงแม้ว่าจะมี ลุค ชอว์ เป็นกำลังหลักอยู่แล้ว ทว่าแข้งรายนี้มีผลงานตกลงไปมากเนื่องจากได้รับอาการบาดเจ็บอยู่ครั้ง

โซลชา

ขณะที่ตัวสำรองในตำแหน่งแบ็คซ้ายอย่าง แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แม้จะเพิ่งได้รับสัญญาฉบับใหม่กับทีมไปจนถึงปี 2024 ซึ่งหมายความว่าเจ้าตัวจะมีอนาคตที่ยาวนานในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ถึงกระนั้นแข้งวัย 19 ปีรายนี้ยังขาดประสบการณ์ทั้งในทีมชุดใหญ่ รวมถึงเวทียุโรป ทำให้ยังไม่สามารถขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงได้

ทำให้โซลชา พยายามนักเตะในตำแหน่งแบ็คซ้ายเพื่อเข้ามาเสริมแกร่งในการช่วยสู้ศึกในฤดูกาลหน้า ไม่ว่าจะเป็นในรายการพรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, เอฟเอ คัพ และคาราบาว คัพ

ก่อนหน้านี้ “ปีศาจแดง” มีข่าวกับ เบ็น ชิลเวลล์ แบ็คซ้ายดีกรีทีมชาติอังกฤษของ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งทำผลงานได้ดีมาหลายซีซั่น รวมถึงมีอายุเพียงแค่ 23 ปีเท่านั้น อย่างไรก็ตามแม้ตัวนักเตะจะอยากย้ายทีมทว่า “จิ้งจอกสยาม” ก็อยากจะยื้อจนสุดกำลังด้วยการตั้งค่าตัวไว้ถึง 60 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงมากในสภาพเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่นนี้

โซลชา

โซลชา” ต้องการต้องมองหาทางเลือกอื่น

ส่งผลให้โซลชา ต้องการต้องมองหาทางเลือกอื่นของผู้เล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายแทน จนกระทั่ง “อา โบล่า” สื่อดังของโปรตุเกส เปิดเผยว่า ขณะนี้ “ปีศาจแดง” กำลังให้ความสนใจ อเล็กซ์ เทลเลส ฟูลแบ็คจอมบุกของ เอฟซี ปอร์โต้ มาเสริมทัพ

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจาก เทลเลส โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นอย่างมาก โดยเฉพาะในฤดูกาลที่ผ่านมาที่เขาลงสนามไป 49 เกมรวมทุกรายการ พร้อมทำได้ถึง 12 ประตูกับ 12 แอสซิสต์ซึ่งเรียกว่าสูงเป็นอย่างมากสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งกองหลัง

จากสถิติที่เกิดขึ้นทำให้โซลชา ไม่ต้องเป็นกังวลในการที่ เทลลาส จะช่วยทีมเติมเกมรุกเพื่อสนับสนุนแข้งอย่าง มาร์คัส แรซฟอร์ด, อ็องโธนี่ มาร์กซิยาล และเมสัน กรีนวู้ด

ขณะเดียวกันสื่อเจ้าเดิม รายงานเพิ่มเติมว่าหากโซลชา ไม่สามารถดึงตัว เทลลาส มาร่วมทีมได้ เจ้าตัวก็ได้มองตัวเลือกอื่นไว้อีกหนึ่งราย นั่นก็คือ ชาร์ลี แม็คนีล แบ็คซ้ายรุ่นเยาว์ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังนักเตะได้ออกมายืนยันว่าตนเองต้องการจะออกจาก “เรือใบสีฟ้า” เพื่อโอกาสในการเซ็นสัญญาเป็นแข้งอาชีพ

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ทีมเเมนเชตเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเดินหน้าไล่ล่าหาตัวนักเตะเข้าสโมสรอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ทีมทำผลงานในฤดูกาลนี้ค่อนข้างต่ำว่ามาตราฐานและเห็นได้ชัดว่าแผงปราการหลังของทีมมีรอยรั่วเยอะ เป็นสาเหตุทำให้ทีมต้องพลาดโอกาสในการป้องกันประตูชัยอยู่หลายครั้ง เเละรายชื่อนักเตะคนใหม่ที่จะอยู่ในแผนการทำทีมของกุนซือใหญ่ กาเบรียล มากัลเญส และดูเหมือนจะมีโอกาสูงที่จะได้เข้ามาร่วมค้าเเข้งกับทีมในการเเข่งขันซีซั่นหน้า

กาเบรียล

กาเบรียล มากัลเญส” แข้งดาวรุ่งฝีเท้าดีของทีม ลีลล์

หลังจากปิดฉากการแข่งขันในศึกใหญ่ของลีกอังกฤษ กุนซือใหญ่ของทีมแมนยูได้ออกมาประกาศทีมมีความจำเป็นที่จะต้องปล่อยนักเตะออกจากสโมสรหลายตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้แก่นักเตะหน้าใหม่ กาเบรียล มากัลเญส แข้งดาวรุ่งฝีเท้าดีของทีม ลีลล์ ที่ตอนนี้เป็นนักเตะที่ฉายแววโดดเด่นเป็นอย่างมากและมีหลายทีมต้องการจะกระชากตัวเขาไปร่วมทำศึกด้วย

และถ้าหากทีมดังจากอังกฤษต้องการที่จะกระชากตัวเขาเห็นทีว่างานนี้จะต้องรีบหน่อยแล้ว โดยค่าหัวของตัวนักเตะที่ทีมต้นสังกัดต้องการรับเป็นเงินอย่างน้อย 27 ล้านปอนด์หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท

กาเบรียล

กาเบรียล มากัลเญส เขาเป็นนักเตะที่มีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด และเขาได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าการให้โอกาสเขามันไม่ใช่เรื่องที่เสียเปล่า แค่เพียงในฤดูกาลที่ผ่านมาเขาสร้างชื่อเสียงให้แก่ตัวเองจนกลายเป็นนักเตะคนหนึ่งที่ตลาดต้องการตัวมากที่สุด

แน่นอนว่ามีทีมมากมายจากหลายลีกด้วยกันที่ให้ความสนใจในตัวเขาแล้วต้องการจะตกลงสัญญากับทางเรา และผมก็ไม่ปิดโอกาสสำหรับอนาคตของนักเตะเราควรสนับสนุนนักเตะที่มีศักยภาพที่ดีอย่างเขา” ประธานสโมสรทีมต้นสังกัดนักเตะกล่าว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, ข่าวโยกย้ายตัว, พรีเมียร์ลีก

หากให้ตั้งคำถามถึงอาชีพในฝันของเด็ก ๆ ในอดีต มักจะถูกกล่าวถึงอาชีพ แพทย์ หรือ ข้าราชการ อย่างไรก็ตาม ยุคสมัยใหม่ได้เปลี่ยนไปหมดแล้ว เพราะถ้าท่านไปถามคำถามเดียวกันตอนนี้ “นักฟุตบอลอาชีพ” จะเป็นอาชีพหนึ่งที่เป็นที่ใฝ่ฝันของเด็ก ๆ อย่างแน่นอน เพราะรายได้จากการเป็นนักฟุตบอลในวงการฟุตบอลอาชีพ โดยเฉพาะในประเทศตะวันตกมันสูงมาก และหนึ่งในทีมฟุตบอลที่ได้ชื่อว่าได้รับการติดตามมากที่สุดทีมหนึ่งในโลกนั้นก็คือ ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผีแดง

ทีมดังแห่งพรีเมียร์ลีกที่มีชื่อเสียงโด่งดังลูกเด็กเล็กแดงในประเทศไทย ต่างก็รู้จักตั้งแต่เมื่อ 20-30 ปีก่อน เพราะมีนักเตะผีแดงผู้มากฝีมือและแน่นอนค่าเหนื่อยที่ต้องจ่ายให้พวกเขาก็แพงแสนแพงมากมายหลายคน อย่างไรก็ตาม แฟนบอลบางคนอาจจะไม่ทราบว่าเหตุผลที่นักฟุตบอลผีแดงและนักเตะทีมอื่นเหล่านี้มีค่าตัวในการย้ายทีม

และค่าเหนื่อยที่มากมายมหาศาลได้นั้น ไม่ใช้แค่เพียงมาจากค่าบัตรเข้าชมการแข่งฟุตบอลในสนามเท่านั้น หากแต่มาจากรายได้หลายทาง ทั้งสินค้าติดป้ายยี่ห้อของทีมฟุตบอลนั้น ๆ และค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดการแข่งขัน และรายได้ที่มาจากเงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์ที่เป็นบริษัทซึ่งทำการค้าเกี่ยวกับกีฬาต่าง ๆ

ซึ่งทีมฟุตบอลที่มีรายได้มากที่สุดของประเทศอังกฤษในปัจจุบันนั้นก็คือ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่พึ่งจะได้ทำการเปลี่ยนบริษัทผลิตเสื้อกีฬาประจำทีมจาก นิวบาลานซ์ เป็นไนกี้ ส่วนผีแดงก็ไม่น้อยหน้าเพราะเป็นอันดับ 2 ของทีมที่มีรายได้มากที่สุดด้วยการเซ็นสัญญารับการสนับสนุนจากบริษัทผลิตสินค้ากีฬาเจ้าดังอย่างอาดิดาสตั้งแต่ปี 2015 ด้วยสัญญากว่า 10 ปี และแต่ละปีผีแดงจะได้รับเงินมากถึง 75 ล้านปอนด์ ด้วยกัน

ผีแดง

ดูเหมือนว่าจะเป็นงานยากของ “ผีแดง” เสียแล้ว

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าจะเป็นงานยากของผีแดงเสียแล้ว เมื่อในตอนนี้พวกเขาทำได้เพียงอันดับ 5 ของตารางพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (15 กรกฎาคม 2020 เวลา 15.00 น.) ซึ่งพวกเขาต้องการอัน 3 หรือ 4 เพื่อได้สิทธิไปยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกให้ได้ เพราะในสัญญาที่ผีแดงทำกับอาดิดาสนั้นบอกไว้ว่าในฤดูกาลไหนที่พวกเขาไม่ได้ไปลีกสูงขงอยุโรป

ค่าสนับสนุนจะถูกลดลงมาเป้น 50 ล้านปอนด์ เท่านั้น รู้แบบนี้แล้วผีแดงคงไม่อาจอยู่เฉยได้ เพราะหากทีมทำผลงานได้ดีมีเงินเข้ามาก ๆ ย่อมส่งผลให้นักฟุตบอลผีแดงกินดีอยู่ดีด้วย แต่หากทีมรายได้หายย่อมส่งผลให้นักฟุตบอลในทีมต้องได้รับผลกระทบไปตาม ๆ กันอย่างแน่นอน

อย่างต้องให้เหมือนฤดูกาลที่แล้ว ที่ผีแดงโดนลดค่าเหนื่อยลงทั้งคณะเพราะทำผลงานการแข่งได้ออกมาแย่มากก็แล้วกัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก