บทวิเคราะห์ ปีแรกของ แฟรงค์ แลมพาร์ด กับ เชลซี มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

แม้จะยังไม่สิ้นสุดฤดูกาลจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ทำให้เกมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก จำเป็นต้องมีการเลื่อนออกไป แต่อย่างไรก็ตามการเริ่มต้นคุมทัพสิงห์บลูของกุนซือหนุ่มอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตแข้งระดับตำนานขอสโมสร ก็จะกำลังจะครบขวบปีเข้าแบบพอดิบพอดี เชื่อว่าแฟนบอลของเชลซีหลายๆคน จะพึงพอใจในตัวของกุนซือคนใหม่รายนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว เราลองมาดูกันดีครับ ว่าปีแรกของแฟรงค์ แลมพาร์ด กับการคุมทีมอย่างเชลซี สโมสรแห่งนี้ มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

แฟรงค์ แลมพาร์ด

การให้โอกาสเหล่าดาวรุ่งภายในทีมมากยิ่งขึ้น – สิ่งที่เราได้อย่างชัดเจนในการคุมทัพของแฟรงค์ แลมพาร์ด นั่นก็คือการให้โอกาศบรรดาดาวรุ่งในทีมชุดใหญ่นั่นเอง ซึ่งถือเป็นสิ่งที่แฟนบอลไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนักกับเชลซี แต่เพราะปัญหาเรื่องโทษแบนซื้อนักเตะนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามแฟรงค์ แลมพาร์ด ไม่แค่ได้เพียงให้โอกาสเท่านั้น แต่กลับใช้เหล่าดาวรุ่งเป็นแกนหลักของทีมเลยทีเดียว นักเตะอย่าง แทมมี่ อับราฮัม , เมสัน เมาท์ , ฟิกาโย โทโมริ , รีซ เจมส์ และคัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย ถือนักเตะดาวรุ่งที่ถือว่าแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวเลยทีเดียว

แฟรงค์ แลมพาร์ด

นักเตะเล่นตามได้ตามแผนแบบไม่มีปริปากบ่น – แน่นอนว่าการให้เหล่านักเตะดาวรุ่งขึ้นมาเป็นกำลังหลักของสโมสรแบบนี้ ย่อมทำให้บรรดานักเตะซีเนียร์หลายๆคน ถูกเบียดลงไปนั่งเป็นตัวสำรองอย่างช่วยไม่ได้ โดยเฉพาะในรายของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้าตัวเก๋า ดีกรีแชมป์โลก 2018 กับฝรั่งเศส ที่ถูก แทมมี่ อับราฮัม กองหน้าดาวรุ่งของทีมเบียดจนตกกระป๋อง ตกเป็นตัวสำรองอยู่หลายนัด แต่อย่างไรก็ตาม โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กลับไม่มีปริปากบ่นซักคำ และพร้อมทำหน้าของตนอยู่เสมอ ยามได้รับโอกาสลงสนาม

แฟรงค์ แลมพาร์ด

ปัญหาระหว่างนักเตะและผู้จัดการทีมแทบจะไม่มีให้เห็น – เชลซี ถือเป็นอีกสโมสรที่มีเหล่ากุนซือมากฝีมือหลายต่อหลายรายหมุนเวียนกันเข้ามาคุมทัพ แต่ก็ไม่เคยมีใครอยู่ได้นานเลย ซึ่งแทบทุกคนล้วนจะปัญหาเหล่านักเตะภายในทีมทั้งสิ้น จนต้องจำใจย้ายไปคุมทัพกับสโมสรอื่น ซึ่งที่ผ่านปัญหาระหว่างนักเตะและผู้จัดทีมของเชลซี มักจะมีข่าวออกมาให้เห็นกันบ่อยครั้ง แต่น่าใจเป็นมาก เพราะเมื่อแฟรงค์ แลมพาร์ด ก้าวขึ้นมาคุมทัพสิงห์บลู ปัญหาดังกล่าว ไม่เคยหลุดออกมาให้เห็นเลย แม้แต่ครั้งเดียว

Posted in ข่าวฟุตบอล

คุยหลังเกม 3ประเด็นน่าสนใจ จิ้งจอกสยาม เปิดรังทุบ สิงห์ผงาดกระจุย 4-0
จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับศึกพรีเมียร์ลีก คู่ระหว่างเลสเตอร์ ซิตี้ ลงสนามพบกับ แอสตัน วิลล่า เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา และเป็นทางฝั่งเจ้าบ้านอย่าง จิ้งจอกสยามที่ทำได้ดีกว่า ไล่ทุบผู้มาเยือนอย่าง แอสตัน วิลล่า กระจุยกระจายถึง 4-0 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูจาก ฮาร์วีย์ บาร์นส์ ในนาทีที่ 40 , 85 และเจมี่ วาร์ดี้ที่ซัดจุดโทษในนาทีที่ 63 และเบิ้ลอีกลูกในนาทีที่ 79 ซึ่งหลังจบเกมดังกล่าว เราได้รวบรวมประเด็นที่น่าสนใจ 3 ประเด็นมาฝากท่านผู้อ่านทุกท่านดังนี้ครับ

เลสเตอร์ ซิตี้ กลับมาเก็บชัยชนะได้อีกครั้ง – ก่อนเกมนี้เชื่อว่าแฟนบอลจิ้งจอกสยามหลายๆคน คงกำลังกังวลกับฟอร์มการเล่นของทีมรักที่ตัวเอง ที่ค่อนข้างแผ่วลงมาในช่วงหลังๆ โดยไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย ในเกมลีก 4 นัดหลังสุด แพ้ 2 นัด เสมอ 2 นัด แต่เกมนี้บรรดานักเตะเลสเตอร์ ซิตี้ ก็เล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม จนสามารถเอาชนะไปได้ขาดลอยถึง 4-0 กลับมาเก็บชัยชนะได้อีกครั้ง พร้อมยึดอันดับ 3 ของตารางคะแนนต่อไปอย่างเหนียวแน่น ทำแต้มหนีเชลซี ทีมอันดับ 4 ไปเป็น 5 แต้ม ดูทรงแล้วไม่น่าพลาดโควตาแชมป์เปี้ยนลีก ในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน

เอ็มบวาน่า ซามัตต้า และฮาร์วีย์ บาร์นส์ – นี่คือสองผู้เล่นของทั้งสองทีมที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเอ็มบวาน่า ซามัตต้า เป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวของแอสตัน วิลล่า ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ถึงแม้ต้นสังจะแพ้แบบขาดลอยก็ตาม กองหน้าชาวแทนซาเนีย ทำให้เกมรุกของสิงห์ผงาดดูวูบวาบ ปั่นป่วนแนวรับของเจ้าบ้าน จนต้องปวดหัวกับการไล่ตามประกบเขาแทบจะตลอดทั้งเกม ส่วนฮาร์วีย์ บาร์นส์ ของเลสเตอร์ ซิตี้ ก็ทำได้ยอดเยี่ยมเช่นกัน โดยเจ้าตัวเล่นได้อย่างความมั่นใจ ขยันไล่บอล และทำเกมรุกได้อย่างดุดัน แถมยังยิงได้ถึง 2 ประตูในเกมนี้

เจมี่ วาร์ดี้กลับมาแล้ว – กองหน้าจอมเก๋าของทัพจิ้งจอกสนาม กลับมายิงประตูได้อีกครั้ง หลังจากเจ้าตัวยิงประตูไม่ได้เลยตั้งแต่เริ่มต้นศักราชใหม่เป็นต้นมา แถมยังมีอาการบาดเจ็บ คอยเล่นงานอีกด้วย โดยเกมนี้เจ้าตัวถูกลงสนามเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 59 และก็จัดการซัด 2 ประตูช่วยให้ทีมชนะไปในที่สุด และจาก 2 ประตูนี้ทำให้เจ้าตัวขึ้นนำเป็นดาวซัลโวเดี่ยวของศึกพรีเมียร์ลีก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังซัลโวไปทั้งสิ้น 19 ประตู นำหน้าอันดับที่สองอย่าง โอบาเมยอง ของอาร์เซน่อลอยู่ 2 ประตู แถมล่าสุดเจ้าตัวยังประกาศกร้าวว่า ตนเองพร้อมลงรับใช้ทีมชาติอังกฤษอีกครั้ง ในศึกยูโร 2020 ที่กำลังจะมาถึงนี้ หลังเคยประกาศเลิกเล่นทีมชาติตอนจบฟุตบอลโลก 2018 ที่ผ่านมา

Posted in ข่าวฟุตบอล