แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี และ เชลซี 3 ทีมยักษ์ใหญ่ แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้รับข่าวดี หลังจากสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ประกาศจะไม่ตัดสิทธิ์ทั้ง 3 ทีมออกจากการแข่งขันฟุตบอลถ้วยยุโรปที่ยังเหลือโปรแกรมแข่งขันอยู่ในฤดูกาลนี้ แม้ว่าทั้งหมดจะเคยประกาศเข้าร่วมการแข่งขัน ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ก็ตาม

3 ทีมยักษ์ใหญ่

                จากกรณีที่ 12 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งทวีปยุโรปได้มีแผนการจะจัดการแข่งขัน ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก แต่สุดท้ายแผนต้องล่มไปเพราะถูกประท้วงโดยแฟนบอล รวมถึงการถอนตัวของ 8 ทีมใหญ่ไปก่อน และก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่าสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เตรียมจะลงดาบ 8 ทีมที่ทำการถอนตัวออกมาก่อนหน้า รวมถึงเตรียมหาบทลงโทษอีก 4 ที่ยังคงเดินหน้าโปรเจกต์ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก แต่มีอยู่ 3 ทีมยักษ์ใหญ่คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี และ เชลซี ที่ยังคงมีเกมตกค้างในฟุตบอลถ้วยยุโรปฤดูกาลนี้อยู่ ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ถึงบทลงโทษต่างๆ นาๆ

3 ทีมยักษ์ใหญ่

3 ทีมยักษ์ใหญ่ แห่งอังกฤษจะไม่ถูกยูฟ่า ลงโทษแต่อย่างใด

                อย่างไรก็ตามล่าสุดคณะกรรมการสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้ทำการประชุมและหาบทสรุปในเรื่องของเกมที่ค้างอยู่ ผลออกมาว่า 3 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งอังกฤษจะไม่ถูกยูฟ่า ลงโทษแต่อย่างใด และยังคงได้รับไฟเขียวให้ลงแข่งขันในฟุตบอลรายการยุโรปประกอบด้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูโรป้า ลีก นัดที่ตกค้างอยู่ ผิดกับที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันในตอนแรกว่าจะถูกลงโทษด้วยการตัดสิทธิ์

3 ทีมยักษ์ใหญ่

                โดยในการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นั้นจะมีสองทีมที่ต้องลงแข่งขันในรอบรองชนะเลิศนั่นคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่จะต้องพบกับ ปารีส แซงต์ – แชร์กแมงค์ และ เชลซี จะพบกับ เรอัล มาดริด ส่วนในการแข่งขัน ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก จะมีอีก 1 ทีม คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะลงแข่งในรอบรองชนะเลิศเช่นเดียวกันโดยจะต้องพบกับโรม่า

                แม้ว่าทั้ง 3 ทีมยักษ์ใหญ่จะไม่โดยบทลงโทษจาก ยูฟ่า ในครั้งนี้ แต่ทั้งหมดรวมกับอีก 9 ทีมที่เข้าร่วม ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ในตอนแรกนั้น ยูฟ่า จะต้องมีบทลงโทษมาจัดการอย่างแน่นอน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sexy baccarat เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                แม้ว่าชื่อของ Frank Lampard จะเป็นตำนานของเชลซีก็ตาม แต่ทว่าเจ้าตัวกลับครองตำแหน่งผู้จัดการทีมของต้นสังกัดเก่าเพียงฤดูกาลครึ่งเท่านั้น ซึ่งทางกองกลางอย่าง Jorginho ก็ออกมาแสดงความเห็นว่า อดีตยอดรองกัปตันของทีมอาจยังไม่พร้อมจะรับงานที่ต้องรับแรงกดดันมหาศาลกับสโมสรจนต้องถอนตัวออกไปก่อน เนื่องจากประสบการณ์คุมทีมของเจ้าตัวก็น้อยเกินไป แม้ว่าในช่วงฤดูกาลแรกเขาจะสามารถพาทีมจบสี่อันดับแรกของตารางพรีเมียร์ลีกจนสามารถไปเล่นในฟุตบอลถ้วยใหญ่ได้อีกครั้งก็ตาม แต่ผลงานในช่วงหลังกลับไม่ดีพอให้เขาอยู่ต่อนั่นเอง

Frank Lampard

                สิ่งที่จอมทัพของเชลซีบอกไว้ถึงนายใหญ่คนเก่าก็คือ เขาเชื่ออย่างสุดใจเลยว่า Frank Lampard คือตำนานของที่นี่ แต่ทว่าเขาบังเอิญข้ามขั้นตอนในเส้นทางที่จะมาคุมทีมระดับใหญ่แบบนี้ ซึ่เงขายังไม่พร้อมที่จะยืนในตำแหน่งสูงแบบนั้น ก่อนที่สุดท้ายสิงโตน้ำเงินครามจำเป็นจะต้องบอกงานอดีตนักเตะยอดเยี่ยมของตัวเองและไปเลือกใช้บริการผู้จัดการทีมชาวเยอรมันที่เคยประสบความสำเร็จกับโบรุสเซียดอร์ทมุนด์และปารีสแซงต์แชร์แมงอย่าง Thomas Tuchel ในปัจจุบัน ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดีขึ้นทันตาเห็นอีกด้วย

Frank Lampard

ส่วนผลงานสมัยที่ Frank Lampard เป็นนักเตะของเชลซี

                เจ้าตัวได้ย้ายมาจากเวสต์แฮมยูไนเต็ดในปี 2001 ก่อนที่จะได้ลงสนามไปกว่า 600  นัดและทำประตูไปได้มากกว่า 200 ประตูเลยทีเดียว โดยในช่วงเวลานั้นเองที่พวกเขาสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สามสมัยและยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกหนึ่งสมัยในปี 2012 จนกระทั่งออกจากทีมไปในเวลาต่อมา ซึ่งตัวเขาก็มีโอกาสไปเป็นผู้จัดการทีมดาร์บี้เคาท์ตี้และโดนทางสิงน้ำเงินครามเรียกตัวไป หลังจากที่ทีมโดนลงโทษแบนห้ามซื้อนักเตะและนายใหญ่คนก่อนอย่าง Maurizio Sarri ถูกปลดออกไปเช่นกัน

                เชื่อเป็นทางออกที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่าย เมื่อเชลซีเองก็สามารถพลิกผลงานกลับมาเล่นดีอีกครั้ง รวมทั้งมีโอกาสไปลุ้นแชมป์ถึงสองรายการอย่างเอฟเอคัพที่พลาดท่าเมื่อปีก่อนและแชมเปี้ยนส์ลีก ส่วนทางด้าน Frank Lampard ก็สามารถไปเก็บประสบการณ์เพิ่มเติมกอ่นจะหนกลับคืนสู่วงการในภายหลังได้นั่นเอง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sexy baccarat เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                กลายเป็นนักเตะที่ย้ายมาสู่เชลซีได้น่าผิดหวังอย่างมาก สำหรับทาง Danny Drinkwater ที่ย้ายจากเลสเตอร์ซิตี้มาสู่เมืองลอนดอน แต่กลับไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองในสีเสื้อของสิงโตน้ำเงินครามได้นั่นเอง ซึ่งปัจจุบันทางอดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษก็ได้ถูกปล่อยออกจากทีมแบบยืมตัวไปให้กับสโมสรคาซิมพาซ่าในประเทศตุรกี ทว่า Drinkwater ยังเชื่อว่าเขาต้องกลับไปลงเล่นให้กับทีมต้นสังกัดที่แท้จริงอีกครั้ง พร้อมกับพิสูจน์ตัวให้เข้ากับทีมเหมือนกับสมัยที่เล่นให้กับจิ้งจอกสีน้ำเงินนั่นเอง

Danny Drinkwater

ทาง “Danny Drinkwater” ได้ย้ายมาสู่เชลซีด้วยค่าตัวแพงถึง 35 ล้านปอนด์ในช่วงปี 2017

                หลังจากที่ทำผลงานได้ดีจนทำให้ครั้งหนึ่งทีมระดับกลางอย่างจิ้งจอกสีน้ำเงินสามารถก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว แต่ทว่าชีวิตหลังการย้ายทีมกลับไม่ได้สวยหรูอย่างที่เคยเป็น แม้ว่ากองกลางที่ถูกยืมตัวไปคาซิมพาซ่าจะยังเชื่อมั่นว่า ตัวเขาจะมีโอกาสกลับมาสู่ทีมและได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับจะพยายามปรับตัวให้เข้ากับแผนใหม่ของผู้จัดการทีมอย่าง Thomas Tuchel ที่กำลังพาทีมมาแรงในปัจจุบัน

Danny Drinkwater

                ตามสถิติของ Drinkwater กับเชลซีก็ไม่ได้สวยหรูอย่างที่หลายคนคาดไว้ หลังจากที่เขาได้มีโอกาสลงสนามเพียง 23 เกม ซึ่งมีถึง 22 เกมที่เขาได้ลงเล่นในช่วงฤดูกาลแรกเท่านั้น ก่อนที่ต่อมากองกลางวัย 31 ปีของทีมจะถูกส่งตัวไปเล่นกับแอสตันวิลล่า ตามด้วยเบิร์นลี่ย์ในพรีเมียร์ลีก จนกระทั่งในตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมที่ผ่านมาจะมีทีมจากตุรกีมาเจรจายืมตัวเขาไปเล่นกับทีมในระยะสั้น รวมถึงเขายังช่วยให้คาซิมพาซ่าสามารถหลุดพ้นจากโซนตกชั้นได้สำเร็จในซูเปอร์ลีกและได้ลงเล่นไปถึงเจ็ดเกมด้วยกัน

                หวังว่า เมื่อทาง Danny Drinkwater ได้กลับมาสู่เชลซีอีกครั้งจะมีโอกาสได้ลงเล่นให้กับทีมมากขึ้น หลังจากที่ทีมเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการทีมหรือผู้เล่นที่เกิดการเปลี่ยนถ่ายไปมากมาย จนทำให้โอกาสของกองกลางตัวยืมคนนี้อาจกลับมามีชื่อลงสนามต่อไปในฤดูกาลหน้านั่นเอง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sbo-premier เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง rb888

Posted in ข่าวฟุตบอล, ข่าวโยกย้ายตัว, พรีเมียร์ลีก

แดนนี่ ดริ้งวอเตอร์ นักเตะกองกลางตัวรับของ “ สิงโตน้ำเงินคราม ” เชลซี ที่ปัจจุบันเจ้าตัวกำลังอยู่ในสัญญาแบบยืมตัวกับ คาซิมปาซา ยอดทีมในตุรกี ได้ออกมาพูดถึงอนาคตการค้าแข้งของตนเอง หลังจากที่หมดสัญญายืมตัวกับทีมในตุรกี แล้ว เจ้าตัวแย้มว่าต้องการที่จะกลับไปพิสูจน์ตนเองในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

ดริ้งวอเตอร์

ดาวเตะวัย 31 ปี เคยเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีในที่สุดใน พรีเมียร์ลีก เมื่อครั้งที่เขาเคยจับคู่กับ เอนโกโล กองเต้ ยอดกองกลางพลังม้า ในสมัยที่ทั้งคู่อยู่ เลสเตอร์ ซิตี้ จนช่วยให้ “ จิ้งจอกสยาม ” หักปากกาเซียนทะลุไปคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ในที่สุด และทั้งคู่ก็ย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ มาอยู่กับ เชลซี โดย กองเต้ มาก่อน และปีต่อมา ดริ้งค์วอเตอร์ ก็ย้ายตามมาด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์( 1,400 ล้านบาท )

แต่ด้วยพฤติกรรมนอกสนามกับฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ ทำให้อดีตดาวเตะทีมชาติอังกฤษนั้นถูก เชลซี ลดบทบาทลงไปเล่นให้กับทีมสำรอง และจนถูกปล่อยออกนอกสโมสรในรูปแบบการยืมตัว และดูเหมือนว่าฟอร์มโดยรวมของเจ้าตัวจะยังไม่กลับมา ทำให้ไม่มีสโมสรไหน สนใจรับเซ้งดาวเตะรายนี้ต่อจาก เชลซี และซัมเมอร์นี้ ดริ้งวอเตอร์จะต้องกลับมายัง เชลซี ในที่สุด

ดริ้งวอเตอร์

ทำให้ ดริ้งวอเตอร์ ได้ออกมาพูดถึงอนาคตของตนเองกับ เชลซี ว่า “ ผมอยากเล่นให้เชลซี ต่อไป หน้าที่ของผมกับ เชลซี ยังไม่จบ ”

นักข่าวเลยถามต่อว่า เขาจะมีแผนในการชนะใจ ทูเคิล ได้อย่างไร ดริ้งค์วอเตอร์ ตอบ “ ผมก็อยากทำให้ได้เหมือนกัน ผมอยากรู้ว่าตนเองมีความสามารถมากพอไหม แต่ผมมั่นใจว่าหนทางในอาชีพค้าแข้งของผม มันยังอีกยาวไกล ตอนนี้ผมพยายามมีความสุขกับการได้ลงเล่นฟุตบอลอีกครั้ง เพราะช่วงที่ผ่านมานั้นผมไม่มีความสุขกับมันเลย ผมกำลังหาเส้นทางที่ถูดต้องเพื่อต่อยอดความสำเร็จในชีวิตค้าแข้งของผม ผมพยายามรักษาร่างกายให้ไม่บาดเจ็บอีก เพื่อเส้นทางการค้าแข้งของผมและสโมสร ”

“ อาชีพนักฟุตบอลมันสั้น ผมอยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ”  หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าในฤดูกาลหน้า ทูเคิล อาจจะให้โอกาส ดริ้งค์วอเตอร์ กลับมาสวมเครื่องแบบของ “ สิงห์ไฮโซ ” อีกครั้งก็เป็นได้ หลังจากที่ ทูเคิล ก็พยายามที่จะใช้แผนการโรเตชั่นนักเตะ โดยที่เขาก็ยังยืนยันว่า กองเต ก็ยังเป็นตัวหลัก และ ดริ้งค์วอเตอร์ อาจจะมาเป็นอะไหล่ให้กับ กองเต ก็เป็นได้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sbo-premier เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง และเกมที่กำลังนิยมมากในตอนนี้คือ rb888

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

            ดอนนารุมม่า (Gianluigi Donnarumma) นายทวารอนาคตไกลของ “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน ตกเป็นข่าวพัวพันเรื่องการย้ายทีมกับสโมสรยักษ์ใหญ่หลายแห่งในยุโรป หลังมีกระแสข่าวว่ามือกาวชาวอิตาเลี่ยนรู้สึกไม่พอใจกับค่าเหนื่อยที่เจ้าตัวได้รับอยู่กับต้นสังกัดในเวลานี้ แถมยังมีความเป็นไปได้ที่ค่าเหนื่อยจะลดลงหากมีการต่อสัญญาฉบับใหม่ โดยล่าสุด สื่อดังแดนมักกะโรได้ออกมาตีข่าวว่า เชลซี เตรียมฉวยโอกาสนี้ทาบคว้าตัวนายด่านวัย 22 ปี มาเฝ้าเสายังถิ่น สแตมฟอร์ดบริดจ์ พร้อมเพิ่มค่าเหนื่อยให้มากกว่าเดิมเกือบสองเท่า!

ดอนนารุมม่า

ดอนนารุมม่า อาจได้รับค่าเหนื่อยจาก “เชลซี” ฤดูกาลละ 10 ล้านยูโร!

            ตามการเปิดเผยของ ลิเบโร่ คิวโอติดิอาโน่ สื่อดังของอิตาลี ระบุว่าดอนนารุมม่า ผู้รักษาประตูร่างโย่งของสโมสร เอซี มิลานไม่ค่อยพอใจค่าเหนื่อยที่ตนเองได้รับอยู่กับต้นสังกัดในปัจจุบันเท่าไหร่นัก จนมีความเป็นไปได้ที่มือกาววัย 22 ปี อาจไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่แทนที่สัญญาฉบับปัจจุบันที่กำลังจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์นี้  ทั้งนี้ เชื่อกันว่า ดอนนารุมม่าได้รับค่าเหนื่อยจาก “ปีศาจแดงดำ” อยู่ที่ฤดูกาลละ 6 ล้านยูโร ซึ่งเคยมีข่าวลือว่า เจ้าตัวเคยพยายามขอขึ้นค่าเหนื่อยเป็น 10 ล้านยูโรต่อซีซันกับทางต้นสังกัดมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื้อใย ทำให้อนาคตของนายทวารทีมชาติอิตาลีในถิ่น ซานซีโร่ ไม่ค่อยสดใสนัก

ดอนนารุมม่า

            อย่างไรก็ตาม สื่อเจ้าเดิมยังเสริมว่า “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี สโมสรเงินถุงเงินถังจากเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หวังที่จะใช้โอกาสนี้ในการดึงตัว ดอนนารุมม่ามาเฝ้าเสายังถิ่น สแตมฟอร์ดบริดจ์ ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยยอดทีมแห่งกรุงลอนดอนพร้อมจะทุ่มค่าเหนื่อยให้ซีซันละ 10.5 ล้านยูโรตามที่นายด่านรายนี้ต้องการ ซึ่งหากข่าวนี้เป็นเรื่องนี้จะทำให้ ดอนนารุมม่าได้รับค่าเหนื่อยสูงกว่าที่ได้รับกับ “รอสโซเนรี่” เกือบ 2 เท่าเลยทีเดียว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ สล็อตคิงคอง เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                สื่อของประเทศอังกฤษ เผย โรมัน อับราโมวิช เจ้าของสโมสรเชลซี ทีมดังแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เริ่มจะทนไม่ไหวกับ แฟรงค์ แลมพาร์ดผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน และมองหาตัวแทนของ แลมพาร์ด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้จัดการทีม 4 รายที่เข้าประกวด ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลงานในของ เชลซี ในเกมที่เหลือตลอดเดือนมกราคมนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

โรมัน อับราโมวิช

6 นัด “แฟรงค์ แลมพาร์ด” กลับคว้าชัยชนะได้เพียงแค่ 1 เกมเท่านั้น

                โดยในช่วงแรกนั้น เชลซี สร้างผลงานได้อย่างสุดยอดจนมีหลายคนคิดว่า เชลซี จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงพรีเมียร์ลีก กับ ลิเวอร์พูล แต่อย่างไรก็ตามในเกมพรีเมียร์ลีก 6 นัดล่าสุดที่ผ่านมา เชลซี ที่นำทีมโดย แฟรงค์ แลมพาร์ดกลับคว้าชัยชนะได้เพียงแค่ 1 เกมเท่านั้น

แถมในเกมนัดล่าสุดยังถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี บุกมาถล่มถึงสนาม “แสตมฟอร์ด บริดจ์” ด้วยสกอร์ 3 – 1 ภายหลังจากจบเกมนั้นทำให้เก้าอี้ของ แฟรงค์ แลมพาร์ดร้อนขึ้นมาทันที

                อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายยังคงมั่นใจว่า แลมพาร์ดจะยังคงไม่โดนไล่ออกในเร็วๆ นี้ โดยเชื่อกันว่า โรมัน อับราโมวิช คงให้โอกาส และขอดูผลงานในเกมที่เหลือตลอดเดือนมกราคมนี้ ซึ่งหาก เชลซี ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีก็มีโอกาสสูงที่ แลมพาร์ด จะต้องตกงานทันที เพราะในเวลานี้ โรมัน อับราโมวิช ได้ล็อคเป้า 4 ผู้จัดการทีมมารับตำแหน่งแทน แลมพาร์ด

แลมพาร์ด

                ล่าสุดทาง ดิ อินดิเพนเดนท์ สื่อชื่อดังของแดนผู้ดีได้ออกมาเปิดเผยถึง 4 รายชื่อที่ทาง โรมัน อับราโมวิช ต้องการให้มากุมบังเหียน เชลซี แทน แลมพาร์ดประกอบไปด้วย โธมัส ทูเคิ่ล อดีตกุนซือของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมงค์, มัซซิมิลิอาโน อัลเกลกรี อดีตผู้จัดการทีมยูเวนตุส โดยทั้ง 2 รายนี้ปัจจุบันยังคงไม่ได้คุมทีมใดๆ รายต่อมาคือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือของ เลสเตอร์ ซิตี และ ราฟล์ ฮาเซนฮึทเซิ่ล นายใหญ่ของเซาธ์แฮมป์ตัน

                สำหรับเกมนัดต่อไปของ เชลซี นั้นจะต้องลงเล่นในเกม เอฟเอ คัพ ในคืนวันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม 2564 โดยจะต้องพบกับ มอร์แคมป์ ก่อนที่อีก 5 วันถัดมาพวกเขาจะต้องทำศึกลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ กับ ฟูแล่ม ต่อไป

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และต้องขอขอบคุณผู้ให้การสนันสนุนจาก sa gaming เว็บไซต์ที่ให้ความสนุกและปลอดภัย

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ฟูแล่ม ทีมน้องใหม่ พรีเมียร์ลีก ที่แพ้รวดมา 4 นัดในฤดูกาลนี้ ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ได้คว้าตัว รูเบน ลอฟตัส ชีค กองกลางของสโมสร เชลซี มาร่วมทีม โดยจะเซ็นต์สัญญายืมตัว เป็นระยะเวลา 1 ฤดูกาล โดยไม่มีออปชั่นซื้อขาด

รูเบน ลอฟตัส ชีค ไปฟูแล่ม

รูเบน ลอฟตัส ชีค” ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ ไม่มีพื้นที่ว่างในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

ภายใต้การคุมทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด โดยในตำแหน่งเดียวกันมีทั้ง ไค ฮาเวิร์ต ดาวดังทีมชาติเยอรมัน และ เมสัน เมาท์ ขวางทางอยู่ ทางฝั่ง ฟูแล่ม ที่สถานการณ์กำลังแย่อย่างหนัก หลังจาก 4 นัดแรก ไม่สามารถเก็บคะแนนได้เลย จึงอาศัยจังหวะดังกล่าวอาสาเก็บเลเวลให้กับ ลอฟตัส ชีค ซึ่งทาง ฟูแล่ม สามารถการันตีตัวจริงให้กับนักเตะได้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่นักเตะ และสโมสรต้นสังกัดจริงต้องการ ซึ่งทาง ลอฟตัส ชีค ได้กล่าวว่า “ผมอยากจะบอกว่าผมยินดีที่ได้ย้ายมาเล่นกับ ฟูแล่ม ถึงแม้จะเป็นการย้ายมาอยู่กับทีมบ้านใกล้เรือนเคียงก็ตาม หวังว่าแฟนบอลคงเข้าใจ ผมได้มีโอกาสดู ฟูแล่ม อยู่บ้าง แนวทางการเล่นก็น่าสนใจดี และผมคิดว่า ผมจะกลับมาปังอีกครั้งกับสโมสรแห่งนี้ เป้าหมายหลักของผมคือการได้ลงสนาม และช่วยทีมเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุด”

รูเบน ลอฟตัส ชีคอยู่กับทีมเยาวชนของสโมสร เชลซี มาตั้งแต่ปี 2004 ถูกดันขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ ในปี 2014 ปัจจุบันได้ลงสนามให้ทีมสิงห์บลู 82 นัด ยิงได้ 12 ประตู ผลงานที่ดีที่สุดคือ การได้ลงสนาม 40 นัด ยิงได้ 10 ประตู ในฤดูกาล 2018/2019 ซึ่งในฤดูกาลนั้น เชลซี ได้แชมป์ยูโรป้าลีก ติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ 10 นัด ประเดิมสนามในนามทีมชาตินัดแรกในเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 ในเกมที่ทีมชาติอังกฤษ เสมอกับ ทีมชาติเยอรมัน 0-0 ในฟุตบอลนัดอุ่นเครื่อง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

หลังจากพวกพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับทัพหงส์แดง ลิเวอร์พูล แบบคาบ้าน ในศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 2 ไปด้วยสกอร์ 0-2 พลพรรคสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ภายใต้การคุมทัพของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ก็สามารถกลับมาคืนฟอร์มเทพได้อีกครั้ง หลังพวกเขาเปิดถิ่นสแตมฟอร์ด บริจน์ ถล่มผู้มาเยือนอย่างบาร์นสลีย์ ขาดลอย ด้วยสกอร์ 6-0 ในศึกฟุตบอลถ้วยคาราบาว คัพ รอบ 3 ซึ่งแม้ว่านี่จะเป็นการเอาชนะทีมจากดิวิชั่นที่ต่ำกว่า แต่ก็ถือว่าผลงานยอดเยี่ยมไม่เบาเลยทีเดียว

3 ประเด็นในเกม เชลซี คืนฟอร์มเทพ ถล่ม บาร์นสลีย์

เชลซี ถล่ม บาร์นสลีย์

การยิงแฮทริคของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ในเกมนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ตัดสินใจที่จะส่ง ไค ฮาแวร์ตซ์ ลงสนามในตำแหน่งกองกลางตัวรุก ซึ่งแตกต่างจากสองนัดแรกที่เขาได้ลงสนามในตำแหน่งกองหน้าและแนวรุกริมเส้น แม้ว่าจะสามารถยิงได้ถึง 3 ประตู

แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า ไค ฮาแวร์ตซ์ ยังสร้างสรรค์เกมในบทบาทกองกลางตัวรุกได้ไม่มีเท่าไรนัก สิ่งเดียวที่เหมือนว่าตัวเขาจะทำได้ดีกว่าเดิมนั่นก็คือความเฉียบคม ในการทำประตูนั่นเอง เชื่อว่าการยิงแฮทริค ในเกมนี้ของ ไค ฮาแวร์ตซ์ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าตัวได้มากทีเดียว และน่าคลายความกดดันจากการเป็นเจ้าของสถิตินักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดของ เชลซีลงได้บ้าง

เชลซี ถล่ม บาร์นสลีย์

ติอาโก้ ซิลวา อาจจะยังต้องปรับตัว – ติอาโก้ ซิลวา ปราการหลังดีกรีทีมชาติบราซิล ที่ย้ายจากปารีส แซงค์-แชร์กแมง มาอยู่กับ เชลซีแบบไร้ค่าตัว เพิ่งจะได้รับโอกาสลงประเดิมสนามในเกมนี้ แต่น่าเสียดายที่เขาได้ลงเล่นให้กับทัพสิงโตน้ำเงินคราม ไปเพียงแค่ 60 นาทีเท่านั้น

เนื่องจากยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ฟอร์มโดยรวมของ ติอาโก้ ซิลวา ยังไม่เหมือนกับมาตรฐานเดิมของเขาเท่าไรนัก แถมยังมีจังหวะที่จ่ายบอลและสกัดบอลผิดพลาด ออกมาให้เห็น ซึ่งดูแล้วคิดว่าปราการหลังวัย 35 กระรัตรายนี้ อาจจะยังต้องใช้เวลาในปรับตัวอีกซักระยะ

เชลซี ถล่ม บาร์นสลีย์

เบน ชิลเวลล์ ประเดิมสนามได้อย่างยอดเยี่ยม – อีกหนึ่งในนักเตะใหม่ที่ได้รับโอกาสให้ลงประเดิมสนามในเกมวันนี้ นั่นก็คือ เบน ชิลเวลล์ ฟูลแบ็คที่ เชลซีลงทุนไปคว้าตัวมาจากทัพจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ นั่นเอง แม้ว่าเจ้าตัวจะถูกส่งลงสนามมาเป็นสำรอง ในนาทีที่ 65 ของเกม

แต่ก็สามารถโชว์ฟอร์มในนัดประเดิมสนามได้อย่างยอดเยี่ยม ทำไป 1 แอสซิสต์ ด้วยการเปิดบอลอย่างแม่นยำจากริมเส้นฝั่งซ้าย ไปให้กับทางด้านของ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ได้โขกเข้าไปตุงตาข่าย ซึ่งดูแล้วตัวเขาน่าจะสามารถยึดตำแหน่งฟูลแบ็คฝั่งซ้ายของทัพสิงโตน้ำเงินคราม ได้อย่างไร้คู่แข่ง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

        เกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจบลงด้วยชัยชนะของทีมเยือน ลิเวอร์พูล 2-0 ซึ่งมีหลายจังหวะพลิกเกมที่ถูกพูดถึง และจังหวะจุดโทษของ จอร์จินโญ่ เป็น 1 ในนั้น โดยในบทความนี้จะมาวิเคราะห์ถึงจังหวะดังกล่าวว่าเราเห็นอะไรกันบ้าง

        จังหวะจุดโทษนี้ เริ่มจาก ติอาโก้ อัลคันทารา เบรกตัวไม่ทันจนชนหลัง ติโม แวร์เนอร์ ล้มลง ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที โดยผู้สังหารจุดโทษคือ จอร์จินโญ่ ที่นับเป็นมือยิงจุดโทษที่แม่นยำ จากสถิติการอยู่เชลซี ยิง 7 ครั้ง เข้า 7 ครั้ง หรือหากนับตลอดชีวิตเขายิงพลาดไปเพียงครั้งเดียว

ลิเวอร์พูล เชลซี

ซึ่งเทคนิคที่เขาใช้ยิงจุดโทษในครั้งนี้คือการวิ่งไปที่ลูกฟุตบอล จากนั้นจะชะงักด้วยการกระโดด เพื่อดูหัวเข่าของผู้รักษาประตูว่าง้อไปทางทิศไหน หรือตัวของโกว์กำลังจะเทตัวพุ่งไปทางไหน จากนั้นเขาจะจิ้มบอลไปในทิศตรงข้ามที่โกว์พุ่ง โดยเทคนิคนี้นอกจาก จอร์จินโญ่ แล้ว บรูโน่ แฟร์นันเดส ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ใช้เทคนิคนี้ในการสังหารจุดโทษ

        ขณะที่ฟากฝั่งของผู้รักษาประตู แน่นอนว่าเทคนิคการเซฟจุดโทษมีหลากหลาย แต่นิยมมากที่สุดคือการอ่านหน้าเท้าแล้วเตรียมพุ่งเพื่อให้ทันรับลูก

แต่ในเกมนี้ต้องชมโค้ชผู้รักษาประตูของ ลิเวอร์พูล ที่เตรียมแผนรับมือมาเป็นอย่างดี

ลิเวอร์พูล เชลซี

เมื่อรู้ว่าผู้ยิงคือ จอร์จินโญ่ ที่มีสไตล์การยิงแบบชะงักแล้วกระโดดจิ้มบอล จึงสั่งให้ อลิซง เบคเกอร์ ยืนนิ่งๆ ตรง ๆ ไม่ขยับตัวและข้อเข่า จ้องมองที่บอลเท่านั้น เมื่อถึงเวลายิงจุดโทษฝั่งของจอร์จินโญ่   ทำตามสูตรเดิม คือวิ่งไปที่บอลและกระโดดตามเคย แต่สิ่งที่ต่างออกไปจากครั้งที่แล้วมาคือ อลิซง ยืนนิ่ง จนจอร์จินโญ่  ไม่ทราบว่ายอดนายทวารชาวบราซิลจะพุ่งไปทางใด จอร์จินโญ่ จึงจำใจต้องเลือกมุมจิ้มบอล ซึ่งเขาเลือกทางขวามือตัวเอง และแน่นอนว่าอย่างที่เราได้เห็นกัน การจิ้มบอลของ จอร์จินโญ่ เบาเกินไป อลิซง ล้มตัวปัดได้อย่างสบายๆ

        จากจังหวะนี้จึงสามารถวิเคราะห์ต่อได้ 2 มุมมอง 1. การยืนนิ่งๆ รอเซฟลูกยิงแบบนี้ของผู้รักษาประตู ใช้ได้กับพวกประเภทกระโดดแล้วจิ้มบอลเท่านั้น หากเป็นประเภทปกติที่วิ่งมาซัดเข้ามุมย่อมไม่สามารถพุ่งถึงได้อย่างแน่นอน  2.สำหรับจอมสังหารจุดโทษ หากยังอยากใช้วิธีการนี้อยู่

จะต้องกลับไปทำการบ้านด้วยการฝึกจิ้มหรือยิงก้าวเดียวให้รุนแรงไปที่มุมประตู เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าผู้รักษาประตูที่ยืนนิ่ง ซึ่งหากรุนแรงมากพอย่อมทำให้ผู้รักษาประตูพุ่งรับไม่ทัน 

        สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเพียงการยิงจุดโทษสูตรหนึ่งเท่านั้น ซึ่งโลกของฟุตบอลย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เมื่อไรที่มีเทคนิคการยิงหรือเซฟจุดโทษใหม่ ๆ เราจะนำมาวิเคราะห์ให้แฟนฟุตบอลได้อ่านกันอีกอย่างแน่นอน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

แฟรงค์ แลมพาร์ด สุดยอดกุนซือใหญ่ทีมสิงโตน้ำเงินคราม แล้วออกมาให้สัมภาษณ์สื่อว่าในฤดูกาลนี้ทีมของตนพร้อมแล้วที่จะคว้าถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ หลังจากที่การแข่งขันเปิดสนามในนัดแรกทีมสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเอาชนะทีมคู่แข่งไปได้ถึง 3 ประตูต่อ 1 ถึงแม้ว่าทีมแชมป์สมัยล่าสุดจะทำผลงานได้ดีไม่แพ้กันโดยเก็บ 3 คะแนนได้ตั้งแต่นัดแรกแต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรดาลูกทีมของตนรู้สึกหวั่นกลัวแต่อย่างใด จากการรายงานข่าวสื่อฟุตบอลต่างประเทศ

แฟรงค์ แลมพาร์ด

แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมคนเก่งเชลซี สโมสรมหาเศรษฐีแห่งวงการพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ได้ออกมาเผยความรู้สึกว่า ในฤดูกาลนี้ทีมที่จะสามารถคว้าถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษจะต้องเป็นทีมของตนอย่างแน่นอน เพราะในเวลานี้ทีมมีความพร้อมในเรื่องของนักเตะและความแข็งแกร่งมากที่สุด หลังจากที่ตัวเขาประสบความสำเร็จในการดึงนักเตะหน้าใหม่เข้ามาเสริมทีมได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ จากการเปิดไฟเขียวของบรรดาผู้บริหารทีมที่ยอมทุ่มทุนสร้างแบบไม่อั้นให้กุนซือใหญ่ได้ซื้อนักเตะตามใจชอบ

แฟรงค์ แลมพาร์ด

ลิเวอร์พูลในฤดูกาลที่แล้วสามารถทำผลงานได้อย่างเหนือชั้นก็ทีมใดอันนี้ผมยอมรับ แต่ในฤดูกาลนี้ไม่เหมือนในฤดูกาลที่แล้วทีมของเรามีความแข็งแกร่งและความพร้อมมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม นักเตะของเราทำงานกันอย่างหนักรวมถึงผู้เล่นหน้าใหม่ก็สามารถปรับตัวเข้าร่วมกับแผนการทำทีมของผมได้เป็นอย่างดี ผมมั่นใจว่าทีมของเรามีโอกาสสูงที่จะสามารถคว้าถ้วยแชมป์ในฤดูกาลนี้มาครอบครองได้สำเร็จผมไม่เคยรู้สึกมั่นใจขนาดนี้มาก่อน บวกกับการแข่งขันในนัดแรกที่ผ่านกับการที่เราได้รับชัยชนะยิ่งทำให้นักเตะของเราเล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น” แฟรงค์ แลมพาร์ด กล่าว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก