“ทัพหงส์แดง” ลิเวอร์พูล ลงสนามในพรีเมียร์ลีก นัดที่ 33 เป็นฝ่ายเปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ “ทัพสาลิกาดง” นิวคาสเซิล เกมนี้ ลูกทีมของ เจอเกนย์ คล็อปป์ เป็นฝ่ายออกนำเร็ว ตั้งแต่ 4 นาทีแรก จากฝีเท้าของ โม ซาลาห์ และหลังจากนั้น พวกเขามีโอกาสปิดเกมอีกหลายต่อหลายครั้ง แต่จบไม่คมเอง และสุดท้าย มาโดนทีเด็ดของ โจ วิลล็อค กดประตูตีเสมอ ในนาที 90+5 ทำให้แบ่งกันไปฝั่งละ 1 คะแนน

ผ่าน 33 เกม ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มเป็น 54 คะแนน อยู่อันดับที่ 6 ตามหลังทีมอันดับ 4 เชลซี และทีมอันดับ 5 เวสแฮมต์ ยูไนเต็ด 1 คะแนน แต่ลงสนามมากกว่า 1 นัด และสองทีมข้างบนต้องเจอกันเองในนัดต่อไป มีโอกาสที่จะโดนทิ้ง 4 แต้ม หากฝั่งใดฝั่งหนึ่งชนะ

"คล็อปป์" เซ็ง!

คล็อปป์ กล่าว “พวกเราสร้างโอกาสยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ”

ซึ่งทาง เจอเกนย์ คล็อปป์ได้กล่าวหลังจบเกมว่า “พวกเราสร้างโอกาสยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ เราเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม จริงๆแล้วในจังหวะพวกนั้น เราควรที่จะเปลี่ยนเป็นประตูให้ได้

เราควรจะฝังพวกเขาในเกมนี้ให้เร็ว แต่เราดันปล่อยพวกเขาไว้ เรายังให้โอกาสพวกเขาอยู่ในเกม สกอร์ห่างแค่ลูกเดียว อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ ถึงแม้พวกเขาจะถอยลงไปรับลึกถึง 9 คนก็ตาม

ผมขอถามหน่อยเถอะ หากมีทีมที่มีโอกาสยิงอย่างมากมาย แล้วทำได้แค่นี้ ยิงนกตกปลาแบบนี้ จะสามารถเก็บชัยชนะกลับบ้านได้ยังไง แต่เรายังโชคดีนะ ที่ประตูแรกของพวกเขาถูก VAR ยึดคืน ถือเป็นของขวัญชิ้นงามจากทีมงาน VAR ที่มอบให้กับเรา

เกมนี้ผมมองว่าเราควรจะได้สามคะแนน แต่ นิวคาสเซิล พวกเขาก็สมควรได้หนึ่งคะแนนกลับบ้านเช่นกัน”

โปรแกรมการแข่งขันนัดต่อไป ลิเวอร์พูล จะลงสนามนัดที่ 34 ออกไปทำศึกแดงเดือดกับ “ทัพปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมรองจ่าฝูง วันที่ 2 พฤษภาคม จากนั้นจะกลับมาเล่นในบ้าน รับมือ “ทัพนักบุญแดนใต้” เซาแธมตั้น ทีมอันดับ 14 ในเกมนัดที่ 35 วันที่ 9 พฤษภาคม 2564

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sexypremier เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

            รุมเมนิกเก้ บิ๊กบอสคนดังของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค มหาอำนาจลูกหนังประจำเวที บุนเดส ลิกา เยอรมัน ออกมาเปิดเผยว่า ยังไม่ปิดโอกาสที่จะคว้าตัว “เจอร์เก้น คล็อปป์” ยอดกุนซือของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล มานั่งเก้าอี้นายใหญ่ให้กับถิ่น ลิอันซ์อาเรนา แทนที่ “ฮันซี่ ฟลิค” ที่ทำท่าจะขอลาออกจากตำแหน่งหลังจากจบการแข่งขันในฤดูกาลนี้

โดยที่ผู้บริหารวัย 65 ปี ยอมรับว่า ชื่อของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นั้นได้ถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้งระหว่างการหารือของบอร์ดบริหารในเรื่องนี้

รุมเมนิกเก้

รุมเมนิกเก้ ลั่น “เสือใต้” ไม่มีเอี่ยว “ซูเปอร์ลีก” แน่นอน

            รุมเมนิกเก้ ประธานสโมสรที่มากด้วยประสบการณ์ของ บาเยิร์น มิวนิค ออกมายืนยันว่ายังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะดึงตัว “เจอร์เก้น คล็อปป์” ผู้จัดการทีมคนดังของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มารับหน้าที่นายใหญ่ของถิ่น “เสือใต้” แทนที่ “ฮันซี่ ฟลิค” กุนซือคนปัจจุบันที่มีแววว่าเขาจะอำลาทีมหลังจากจบฤดูกาลนี้เพื่อไปคุมทีมชาติเยอรมนีต่อจาก “โยอัคคิม เลิฟ” หลังจบศึก ยูโรปี 2020 ในช่วงกลางปีนี้ 

โดย คาร์ล- ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้เปิดเผยกับสื่อแดนมะกะโรนีว่า “เรายังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องโค้ชใหม่แต่อย่างใด อันดับแรกเราต้องคว้าแชมป์ บุนเดสลิกา ฤดูกาลนี้ให้ได้ก่อน จากนั้นค่อยมาตัดสินเรื่องนี้กันต่อไป แต่แน่นอนว่า ชื่อของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ถูกพูดถึงอย่างหนักในสโมสรของเรา” 

รุมเมนิกเก้

            นอกจากนี้ รุมเมนิกเก้ยังยืนยันว่า จะไม่พา “เสือใต้” เข้าร่วมกับ 12 สโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปในการแข่งขัน “ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก” อย่างแน่นอน  โดย รุมเมนิกเก้เผยว่า “บาเยิร์น มิวนิค ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับการวางแผนก่อตั้ง ซูเปอร์ลีก ที่เป็นข่าวดัง พวกเราเชื่อมั่นในโครงสร้างฟุตบอลปัจจุบัน

และได้ต้อนรับการเปลี่ยนแปลงของ แชมเปียนส์ ลีก เพราะเชื่อมั่นว่ากำลังเดินไปในทางที่ถูกต้องกับการพัฒนาฟุตบอลยุโรป ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันให้ตื่นเต้นและทำให้แฟนบอลและผู้ชมทั่วโลกได้มีอารมณ์ร่วมมากขึ้น”

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sbo-premier เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

อย่างที่แฟนบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และแฟนของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ทราบกันดีว่าในช่วงเวลานี้กลายมาเป็นช่วงที่ลำบากอีกช่วงหนึ่งของทีมหงส์แดง หลังจากที่ในฤดูกาลก่อนหน้านี้พวกเขามีวันเวลาดี ๆ จากการคว้าถ้วยทั้งแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก แชมป์สโมสรฟุตบอลโลก และแชมป์พรีเมียร์ลีกที่รอมานาน 30 ปี  แต่ดูแล้วโอกาสที่จะป้องกันแชมป์น่าจะปิดประตูการป้องกันแชมป์ไปเป็นที่เรียบร้อยหลังจากที่ทีมเรือใบสีฟ้าขึ้นนำเป็นจ่าฝูงยาว ในขณะหงส์แดงอันดับตกลงมาที่ 8 ของตารางคะแนนแล้วในช่วงเวลานี้

หงส์แดง

            โดยหลังจากที่การแข่งขันนัดที่ 28 ในพรีเมียร์ลีกของหงส์แดงที่พวกเขาพึ่งจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมฟูแล่มและจบลงตรงที่หงส์แดงปีกหักคาบ้านแพ้ไป 0-1 ประตู ทำให้เป็นการพ่ายแพ้นัดที่ 6 ในบ้าน และเริ่มมีกระแสข่าวออกมาโจมตี เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันว่าทีมกำลังจะสั่งปลดเขาออกจากการเป็นผู้จัดการทีม  

และหาคนใหม่มาคุมทีมแทน ทังนี้ ชื่อของคนที่จะคุมหงส์แดงแทนนั้นก็คือ สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตนักเตะชื่อดังของทีมที่เวลานี้ได้กลายเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล และกำลังสร้างผลงานการคุมทีมอันน่าแสนยอดเยี่ยมจากการพาทีมเรนเจอร์สคว้าแชมป์สก็อตแลนด์พรีเมียร์ลีก และกระแสข่าวนี้เริ่มมีมากทุกวันจนในที่สุดก็มีข่าวว่า เจอร์ราร์ด ได้ออกมาให้ข่าวเองสรุปได้ว่า

หงส์แดง

ในช่วงเวาที่ หงส์แดง กำลังยากลำบากการมานำเสนอข่าวอะไรแบบนี้

ในช่วงเวลานี้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ตนจะได้ไปคุมทีมหงส์แดงเพราะยังมีงานอีกมากในทีมฟุตบอลต้นสังกัดตนเอง และในช่วงเวาที่หงส์แดงกำลังยากลำบากการมานำเสนอข่าวอะไรแบบนี้มันไม่ช่วยอะไรเลยแต่อย่างใด  เจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นผู้จัดการทีที่ดีและตนอยากให้เขาอยู่กับทีมหงส์แดงไปอีกให้นาน ๆ ซึ่งหงส์แดงเป็นทีมที่คนรักและมีวันเวลาที่ดีในขณะค้าแข้งที่นั้น

มันจะเป็นฝันที่เป็นจริงแน่หากตนได้มีโอกาสไปคุมทีมฟุตบอลนี้ ในวันใดวันหนึ่งในอนาคตข้างหน้านี้ แต่มันน่าจะยังไม่ใช่เวลานี้ ซึ่งที่จริงแล้วมีผู้จัดการทีมอีกมากที่ดีมากกว่าคนเองที่สมควรได้มาคุมทีมหงส์แดง และที่สำคัญนั้นก็คือในช่วงเวลานี้เราควรให้ความเคารพต่อ เจอร์เก้น คล้อปป์ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของหงส์แดงด้วย

สุดท้ายแล้วเราจะได้มีดอกาสเห็น สตีเว่น เจอร์ราร์ด มาดูแลทีมหงส์แดงในอนาคตนหรือหรือไม่วันเวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ได้แฟนบอลรอชมกันต่อไป

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ tiger789 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ยังคงอยู่ในช่วงวิกฤตเป็นอย่างมากสำหรับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ซึ่งคงต้องบอกว่าวิกฤติที่สุดแล้วนับแต่ที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้เข้ามาคุมทีมฟุตบอลทีมนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงเลยสำหรับแฟนบอลหงส์แดงรวมทั้งแฟนบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษทั้งหลาย นั่นก็เพราะใน 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาหงส์แดงถือว่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นอย่างมากเกินหน้าเกินตาทีมฟุตบอลทีมใด ไม่ว่าจะเป็นการสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2018-2019 มาได้สำเร็จ แชมป์สโมสรฟุตบอลโลกของฟีฟ่าประจำปี 2019 และแถมด้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2019-2020

หงส์แดง

ที่น่าปวดใจมากที่สุดนั่นก็คือผลงานการแข่งขันของทีมภายในบ้านซึ่งเคยเป็นจุดแข็งของทีมหงส์แดงมาโดยตลอด กลับกลายเป็นว่าพวกเขาไปแผลภายในบ้านตนเองติดต่อกันไปแล้ว 6 นัดด้วยกัน โดยนัดล่าสุดเป็นการพ่ายแพ้ให้กับทีมฟูแล่มคาบ้าน 0-1 ประตู และจากที่เคยนำเป็นอันดับ 1 ของตารางในช่วงต้นฤดูกาล

ตอนนี้อันดับของ “หงส์แดง” ร่วงลงมาเรื่อยๆทุกสัปดาห์จนมาหยุดอยู่ที่อันดับ 8 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษแล้ว

ซึ่งเกมการแข่งขันนัดที่ผ่านมาที่แฟนบอลได้ชมในคืนวันที่ 7 มีนาคม 2021 นั้น จะเห็นได้ชัดเลยว่าการแข่งขันไม่ค่อยจะมีระเบียบแบบแผนสักเท่าไหร่ เกมรับย่ำแย่ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามสวนกลับเกือบทำประตูได้บ่อยครั้งและเสียลูกอย่างง่ายๆในจังหวะที่ไม่น่าจะเสีย ซึ่งล่าสุด รอย คีน อดีตนักเตะในตำนานของทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หงส์แดง

ซึ่งในปัจจุบันกลายมาเป็นนักวิเคราะห์เกมการแข่งขันฟุตบอลชื่อดังอีกคนหนึ่งได้ออกมาทำการวิเคราะห์ผลการแข่งขันของหงส์แดงในช่วงเวลาที่ยากลำบากในครั้งนี้ว่า สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในเกมการแข่งขันนัดที่ผ่านมารวมทั้งนั้นก่อนหน้านี้นั่นก็คือการไม่สามารถรักษาแบบแผนการเล่นเป็นทีมของหงส์แดงไว้ได้เหมือนเมื่อก่อน

ซึ่งเป็นสิ่งที่เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันต้องหาทางรีบแก้ไขโดยด่วนให้ได้ในช่วงเวลานี้ ตำแหน่งด้วยกันแต่สภาพในเกมก็ยังไม่ดีขึ้น  แถมในเกมการแข่งขันนัดที่ผ่านมาทีมหงส์แดงก็เอานักเตะหลักตัวจริงของทีมไปเป็นตัวสำรองหลายคนซึ่งดูแล้วไม่ให้เกียรติกับทีมฟูแล่มเลย

จากที่กล่าวมาข้างต้นนั่นก็คือเป็นเสียงเสียงหนึ่งที่หงส์แดงควรจะรับฟังและนำไปหาทางปรับปรุงแก้ไขให้ได้โดยเร็วระวังอย่างยิ่งว่าผลงานจะกลับมาดีวันดีคืนเช่นเดิมนะ หงส์แดง ลิเวอร์พูล และเจอร์เก้น คล็อปป์

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ gclub1688 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

            ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่ประจำเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวังในฤดูกาลนี้ โดยล่าสุดหล่นลงมารั้งอันดับ 8 ของตารางคะนน หลังเปิดบ้านพ่ายให้กับ ฟูแล่ม 1 – 0 ในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา จน “ร็อบบี้ ฟาวเลอร์” ตำนานกองหน้าของ “หงส์แดง” ออกมาชี้ว่า “เจอเก้น คล็อปป์” ควรต้องโละสตาร์ดังในทีมบางคนที่ทำผลงานย่ำแย่ออกทีมเหมือนกับตอนที่ปล่อย “ฟิลิปเป้ คูตินโญ่” เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งเมื่อหลายปีก่อน และเสริมนักเตะหน้าใหม่เพื่อปรับสมดุลทีม

ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ควรขาย “ซาลาห์” ออกจากทีมตามความเห็นของ ฟาวเลอร์

            “ร็อบบี้ ฟาวเลอร์” ตำนานดาวยิงของ ลิเวอร์พูลแสดงความเห็นผ่านคอลัมน์ของตัวเองใน เดอะ มิร์เรอร์ หนังสือพิมพ์ชื่อดังของอังกฤษ ชี้ว่า “เจอเก้น คล็อปป์” กุนซือชาวเยอรมันของ “หงส์แดง” ควรจะเริ่มปรับทีมใหม่ได้แล้ว โดยการขายนักเตะที่ดูเหมือนจะหมดใจกับการค้าแข้งถิ่นใน แอนฟิลด์ อย่าง “โมฮาเหม็ด ซาลาห์” ออกไป เพื่อหาเงินมาเสริมทัพในซัมเมอร์นี้ 

            โดย อดีตหัวหอกลิเวอร์พูล วัย 45 ปี ระบุว่า “ผมไม่ได้อยากตำหนิอะไร ซาลาห์ หรอกนะ ผมรักเขาจะตาย แต่ผมเชื่อว่าการย้ายทีมสมัยนี้มันขึ้นอยู่กับความต้องการของนักเตะเป็นสำคัญ ถ้าเขาอยากย้าย เราก็ควรปล่อยเขาไป ถ้าเกิดนักเตะต้องการย้ายทีม เราก็ต้องยอมรับแต่โดยดี

ลิเวอร์พูล

ผมเชื่อว่าถ้าหากพวกเขาจะไม่มีความสุขและอยากจะย้ายทีม พวกเขาก็ควรจะถูกปล่อยออกไปซะ เจอร์เก้น คล็อปป์ เองก็เคยพูดทำนองนี้เหมือนกัน เขาไม่ต้องการลูกทีมที่ไม่ได้อยากอยู่กับทีมจริง ๆ”  นอกจากนี้ เจ้าของฉายา “ก็อด” ยังพาดพิงถึงอดีตแข้งลิเวอร์พูล อย่าง “ฟิลิปเป้ คูตินโญ่” ด้วยว่า “ผมเชื่อว่าเขาคิดแบบนั้นกับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มาก่อน

ตอนนั้น คูตินโญ่ อยากย้ายทีมมาก ๆ ซึ่ง คล็อปป์ ก็ไม่อยากให้ คูตินโญ่ อยู่กับทีมต่อไปเพราะทัศนคติของเขาไม่เหมาะกับทีม ดังนั้น ถ้า ซาลาห์ ไม่มีความสุขจจริง ๆ หรือเขาไม่พอใจที่ไม่ได้สัญญาฉบับใหม่อะไรทำนองนี้แล้วละก็ มันก็ควรต้องขายเขาซะ แล้วหาเงินให้มากที่สุดเพื่อเอาไปใช้ปรับแต่งทีม”

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ สล็อต888 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำทัพ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือประสบการณ์สูง ส่อแววงานเข้าอีกรอบหลังจากที่บรรดาแข้งในทีมส่อแววอาการบาดเจ็บเพิ่ม ดูได้จากเกมการแข่งขันนัดล่าสุดในศึกยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก เมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา ในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มดี เป็นการปะทะกับทีมมิดทิลแลนด์ จบเกมการแข่งขันเสมอกัน 1-1 ประตู โดยหลายฝ่ายเชื่อว่าการที่ทีมไม่สามารถยิงสกอร์ได้ขาดลอยเพราะทีมขาดผู้เล่นตำแหน่งหลักหลายราย 

หงส์แดง

หงส์แดง ลิเวอร์พูล สโมสรระดับชั้นนำแห่งวงการลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

สำหรับการทำผลงานโดยรวมไม่ว่าจะเป็นในลีกบ้านเกิดหรือแม้แต่ถ้วยใบใหญ่ของยุโรปยังคงทำผลงานได้เป็นทีมอันดับหัวตาราง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอาการบาดเจ็บของนักเตะหลายรายที่ทยอยบาดเจ็บกันไม่เว้นสนาม โดยเฉพาะเกมการแข่งขันนัดล่าสุดที่ทีมมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นถึง 8 ตำแหน่งด้วยกัน ถึงแม้ว่าทีมจะสามารถผ่านเข้ารอบถ้วยใบใหญ่ยุโรปได้ไปเป็นที่เรียบร้อยแต่ในสนามนัดถัดไปเชื่อว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่จะต้องกุมขมับอีกรอบอย่างแน่นอน เพราะหากดูจากบรรดาผู้เล่นสำรองที่ตัดเกรดออกมาแล้วจะพบได้ว่าฝีเท้ายังคงห่างไกลจากผู้เล่นตัวจริงมาก

หงส์แดง

“ผมยอมรับว่าในเวลานี้ทีมของเรายังคงมีนักเตะที่ได้รับบาดเจ็บหลายรายและยังไม่พร้อมที่จะลงสนาม แต่สถานการณ์ในตอนนี้เราทำได้ดีที่สุดแค่เพียงเชื่อมั่นในตัวผู้เล่นสำรอง ผมต้องการให้โอกาสนักเตะทุกคนตามที่เคยได้กล่าวผ่านสื่อเอาไว้ แน่นอนว่าผลสกอร์เสมอในค่ำคืนนี้ผมค่อนข้างพอใจเพราะพวกเขาเล่นกันอย่างเต็มที่ ส่วนตัวผมเชื่อว่าในสนามถัดไปพวกเราจะยังคงรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีแบบนี้เอาไว้ได้” เจอร์เก้น คล็อปป์ กล่าว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และต้องขอขอบคุณผู้ให้การสนันสนุนจาก ไก่ชนออนไลน์ เว็บไซต์ที่ให้ความสนุกและปลอดภัย

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่คนเก่ง แล้วออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์กับบรรดาสื่อว่า เหตุวิกฤตการณ์โควิดมีผลกระทบต่อวงการฟุตบอลเป็นอย่างมากรวมถึงโปรแกรมการแข่งขัน

ซึ่งในตอนนั้นตัวเขาเองรู้สึกหวั่นใจว่าการแข่งขันในแต่ละเกมอาจจะต้องถูกยกเลิกแบบสายฟ้าแลบ แต่สุดท้ายลีกการแข่งขันก็สามารถจัดการแข่งขันได้จนจบครบทุกเเมตช์

จนทีมของตัวเองสามารถคว้าถ้วยแชมป์ได้ในที่สุด เป็นการสิ้นสุดการรอคอยถ้วยแชมป์ที่นานที่สุดถึง 30 ปีด้วยกัน

เจอร์เก้น คล็อปป์

เจอร์เก้น คล็อปป์” กุนซือมาเเรง ทีมลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือมาเเรง ทีมลิเวอร์พูลสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการค้าแข้งลีกอังกฤษ ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกส่วนตัวว่า มีความหวั่นเกรงเป็นอย่างมากว่าโปรแกรมการเเข่งขันจะไม่สุดจนถึงปลายทาง

เพราะด้วยมาตรการป้องกันไวรัสโควิดมีความจำเป็นที่จะต้องกวดขันกันอย่างเข้มงวดไม่ว่าจะเป็นตัวนักเตะหรือทุกคนที่ต้องได้รับการตรวจว่าปลอดภัยเชื้อทุกครั้งทุกคนแถมที่นั่งคนดูก็ถูกยกเลิกไป ซึ่งในตอนนั้นกุนซือเผยว่าทีมอาจจะพลาดโอกาสที่จะได้คว้าถ้วยแชมป์แต่สุดท้ายก็ทำสำเร็จจนได้

เจอร์เก้น คล็อปป์

“ในช่วงเวลานั้นมันเป็นสถานการณ์ที่หวั่นไหวและกระทบไปทั่วทุกวงการ โดยเฉพาะการจัดโปรแกรมการแข่งขันในแต่ละเกมที่ถูกจัดขึ้นและเต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะมีกฎข้อบังคับในการควบคุมโรคอย่างมากมาย ซึ่งตนนั้นเข้าใจดีและได้เตรียมใจเอาไว้แล้วว่าการแข่งขันอาจจะต้องถูกยกเลิกไปกลางครัน ตนมีความรู้สึกขวัญเสียพอสมควรเนื่องจากตนเองและนักเตะทุกคนฝึกซ้อมกันอย่างหนักหมายมั่นจะคว้าถ้วยในลีกอังกฤษครั้งนี้ แต่สุดท้ายการแข่งขันก็ถูกจัดขึ้นจนจบและคว้าถ้วยแชมป์สำเร็จเป็นการปิดฉากเกมอย่างสวยงามสมกับการรอคอยของสโมสรทีมที่กินเวลามาถึง 30 ปี” เจอร์เก้น คล็อปป์ กล่าว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ เฮดโค้ช ลิเวอร์พูล เผยว่าตนเองจะลาตำแหน่งกุนซือของ “หงส์แดง” ในอีก 4 ปีข้างหน้าหรือปี 2024 ซึ่งเป็นช่วงเสลาที่หมดสัญญาในถิ่น แอนฟิลด์ พอดี

สำหรับ คล็อปป์เข้ามารับหน้าที่คุมทัพ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2015 หลังลาตำแหน่งเทรนเนอร์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเจ้าตัวก็ช่วยให้ “หงส์แดง” ประสบความสำเร็จมากมายโดยเฉพาะในช่วง 2 ซีซั่นหลัง เริ่มจากเมื่อฤดูกาล 2018-19 ที่เจ้าตัวพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 6 ของสโมสร

คล็อปป์

ขณะที่ในฤดูกาลนี้ คล็อปป์ก็พา ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าทริปเปิลแชมป์มาครองอย่างยิ่งใหญ่ นั่นก็คือ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยเฉพาะแชมป์พรีเมียร์ลีก หรือแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษที่ถือเป็นถ้วยซึ่งแฟนๆ “เดอะ ค็อป” รอมานานกว่า 30 ปี

จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นทำให้คล็อปป์ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ติดอันดับท็อป 5 ของโลกในปัจจุบัน ซึ่ง ลิเวอร์พูล ก็ได้ตอบแทนผลงานด้วยการขยายสัญญากับกุนซือชาวเยอรมันไปถึงปี 2024 เป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตามคล็อปป์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ที่ทำให้แฟนๆของ ลิเวอร์พูล ต้องหวั่นใจ หลังเจ้าตัวได้ออกมากล่าวถึงวันที่ตนเองจะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ กับ “SWR Sport” หนังสือพิมพ์ในเยอรมันว่า “แน่นอนผมจะกลับไปที่เยอรมันหลังจากจบอาชีพการคุมทีม และทางที่เป็นไปได้มากที่สุดคือกลับไปอยู่ที่เมือง ไมนซ์”

คล็อปป์

ถึงกระนั้นคล็อปป์ให้คำมั่นว่าจะอยู่คุมทีม ลิเวอร์พูล ไปจนถึงหมดสัญญาอย่างแน่นอน “ผมจะอยู่กับ ลิเวอร์พูล ไปอีก 4 ปี ถ้าพวกเขาไม่ปลดผมออกจากตำแหน่งเสียก่อน”

คล็อปป์” อาจจะหันไปรับงานคุมทีมชาติเยอรมัน

โดยที่ผ่านมามีข่าวว่าหลังจากหมดสัญญา นั้นคล็อปป์อาจจะหันไปรับงานคุมทีมชาติเยอรมันต่อไป ทว่าหากย้อนไปเมื่อปี 2019 เจ้าตัวเคยเผยกับนิตยสาร “Kicker” ถึงอนาคตของตนเองว่า “ผมเป็นคนที่มีพลังงาน แต่ผมมีปัญหาหนึ่งที่สำคัญ คือ ผมไม่สามารถทำอะไรแบบครึ่งๆกลางๆได้

ดังนั้นมี 2 ทางเลือก นั่นก็คือ ทุ่มเททำทุกอย่าง กับไม่ทำอะไรเลย ซึ่งถ้าหากว่าผมตัดสินใจที่จะไม่ทำอะไรเลยนั้น ผมจะหยุดพักจากวงการฟุตบอลเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี และหลังจากการหยุดพัก ผมก็ต้องตัดสินใจอีกครั้งว่าผมจะกลับมาทำงานหรือไม่ แต่ผมก็มั่นใจว่าพลังงานของผมจะกลับมา และพร้อมจะทำหน้าที่อีกครั้ง”

ทั้งนี้คล็อปป์ยังมีสิทธิ์พา ลิเวอร์พูล ทำสถิติเป็นแชมป์ลีกที่สามารถเก็บแต้มได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์หากพวกเขาเก็บชัยได้ในอีก 3 เกมที่เหลือของซีซั่นซึ่งจะพบกับ อาร์เซน่อล, เชลซี และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ระบุลูกทีมควรจะเป็นฝ่ายเก็บชัยเหนือ เบิร์นลี่ย์ ในเกมที่เสมอกัน 1-1 พร้อมชม ยิค โป๊ป ว่ามีฟอร์มที่น่าประทับใจ

ลิเวอร์พูล ของคล็อปป์ หยุดสถิติการชนะในลีกที่สนาม แอนฟิลด์ ติดต่อกันไว้ 24 เกม พร้อมหยุดสถิติชนะ 17 นัดติดต่อกันในบ้านฤดูกาลนี้ หลังล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พวกเขาทำได้แค่เสมอกับ เบิร์นลี่ย์ 1-1 แม้ว่าจะเป็นฝ่ายทำประตูได้ก่อน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน นาที 34 ทว่าถูกตามตีเสมอจาก เจย์ โรดริเกวซ นาที 69

คล็อปป์

ในเกมดังกล่าว “หงส์แดง” มีโอกาสยิงมากถึง 23 ครั้ง เข้ากรอบ 8 ครั้ง โดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีโอกาสยิงคนเดียว 6 ครั้ง แต่ได้มาเพียง 1 ประตู ขณะที่ เบิร์นลี่ย์ มโอกาสยิงเพียง 6 ครั้ง และได้ 1 ประตู

จากผลการแข่งขันนี้ส่งผลให้ลูกทีมของคล็อปป์ เก็บเพิ่มได้เป็น 93 คะแนนจาก 35 ครั้ง โดยเหลือการแข่งขันอีก 3 เกมของซีซั่น ซึ่งหากพวกเขาอยากทำลายสถิติการเป็นแชมป์โกยแต้มมากที่สุด ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำไว้ 100 คะแนนเมื่อปี 2017-18 พวกเขาต้องเก็บชัยให้ได้ทั้งหมด 3 เกมเท่านั้น

คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์ถึงฟอร์มในนัดที่ผ่านมา

หลังการแข่งขันคล็อปป์ กุนซือ “หงส์แดง” ให้สัมภาษณ์ถึงฟอร์มในนัดที่ผ่านมาว่า “ในหลายๆจังหวะที่ ลิเวอร์พูล เจอกับ นิค โป๊ป เขามักจะทำได้ดีมากๆ แต่เราควรจะทำประตูให้ได้มากกว่านี้ โดยเราทำทุกอย่างได้ถูกต้อง และเขา (โป๊ป) ก็เซฟได้มากมาย แต่ในท้ายที่สุดเราควรจะมีสกอร์มากกว่านี้

คล็อปป์

“เราไม่สามารถปิดเกมได้ และพวกเขาก็ได้ช่วงเวลาของตัวเองกลับมา ซึ่งมันรู้สึกเหมือนกับว่าเราแพ้ในเกมนี้มากกว่าเสมอ โดยเราควรจะต้องกลับไปดูการเล่นของเราให้ดีกว่านี้ แน่นอนเราโมโหกรรมการ (ที่ไม่ให้จุดโทษ) แต่อย่างไรก็ตามเราควรที่จะโทษตัวเองก่อนที่ไม่สามารถปิดเกมนี้ได้ โดยทีมทำได้ถูกต้อง 99% แต่ผมจะไม่หยุดตำหนิลูกทีมใน 1% ที่เหลือซึ่งพวกเขาผิดพลาด” คล็อปป์กล่าวปิดท้าย

ด้าน ฌอน ไดซ์ กุนซือ เบิร์นลี่ย์ กล่าวถึงเกมที่ผ่านมาว่า “เราตั้งเกมรรับได้ดี และ โป๊ป ผู้รักษาประตูของเราก็เซฟได้อย่างยอดเยี่ยม โดยจริงๆพวกเขาเป็นฝ่ายที่ทำได้ดี และเราไม่สามารถหยุดพวกเขาไว้ได้เลยในช่วงครึ่งแรก ทำให้ครึ่งหลังผมได้บอกกับลูกทีมว่าไม่ต้องกดดัน และเล่นไปตามธรรมชาติซึ่งส่งผลให้เรามีช่วงเวลาที่ดี และเกือบได้ 3 คะแนนจากทีมที่ระดับท็อปหลังการยิงไปชนคาน”

ทั้งนี้โปรแกรมต่อไป ลิเวอร์พูล จะพบกับ อาร์เซน่อล ที่สนาม เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม วันที่ 15 กรกฎาคมนี้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยืนยันว่า ตนเอง และลูกทีมได้สนใจเรื่องการทำลายสถิติเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกที่เก็บแต้มได้มากที่สุดแต่อย่างใด โดยขอมีสมาธิกับชัยชนะไปทีละนัดก็เพียงพอ

โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล เพิ่งทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยบุกชนะ ไบรท์ตัน 3-1 จากประตูของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เหมาคนเดียว 2 ลูกในนาทีที่ 6 และ 76 ส่วนอีกลูกได้จาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นาทีที่ 8 ส่วนเจ้าถิ่นได้จาก เลอันโดร ทรอสซาร์ นาที 45

จากผลดังกล่าวทำให้ ลิเวอร์พูล ของเทรนเนอร์ เจอร์เก้น คล็อปป์ที่คว้าแชมป์ไปแล้วนั้น เก็บแต้มเพิ่มได้เป็น 92 คะแนนจาก 34 นัด นำห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 2 อยู่ 23 คะแนน

คล็อปป์

นอกจากนั้น คล็อปป์และลูกทีมยังมีสิทธิ์ลุ้นที่จะทำลายสถิติเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สามารถโกยแต้มได้มากที่สุดแซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยทำได้ 100 คะแนน เมื่อซีซั่น 2017-18 หากพวกเขาสามารถเก็บชัยได้ในอีก 4 นัดที่เหลือ หรือ ชนะ 3 เสมอ 1 ในอีก 4 นัดที่เหลือของฤดูกาลนี้ (มีโปรแกรมพบ เบิร์นลี่ย์, อาร์เซน่อล, เชลซี และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด)

โดยหลังเกมกับ ไบรท์ตัน มีผู้สื่อข่าวกับถาม คล็อปป์เกี่ยวกับประเด็นการทำลายสถิติเก็บแต้มากสุด ซึ่งเฮดโค้ชชาวเยอรมันก็ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า “มันไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับผม และผมไม่สนใจในเรื่องดังกล่าวแต่ออย่างใด แต่สิ่งที่ผมสนใจมากที่สุดคือการเก็บชัยชนะในเกมฟุตบอล โดยสำหรับคนในวงการกีฬาเรื่องนี้มันอาจจะสำคัญ ซึ่งที่จริงแล้วเราคว้าแชมป์ไปแล้ว และไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องดังกล่าวมากนัก (การเก็บชัยชนะ) แต่ไม่ใช่กับลูกทีมของผมที่พร้อมจะทุ่มเททุกสิ่งสำหรับเรื่องนี้”

คล็อปป์

“คล็อปป์” ยังให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะในเกมที่ผ่านมาด้วย

นอกจากนั้น คล็อปป์ยังให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะในเกมที่ผ่านมาด้วยว่า “ผมได้เห็นทั้ง 2 ทีมที่ยอดเยี่ยม และพยายามจะเล่นฟุตบอลอย่างสนุก โดย ไบรท์ตัน มีแผนการเล่นที่กล้าหาญ แต่เราก็มีวีธีการรับมือที่สุดยอดเช่นกัน โดยเราทำได้น่าประทับใจในการเล่นเพรสซิ่งสูง ทว่าเมื่อเราเสียบอลในช่วงเวลาที่ผิด ก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน”

“โดยประตูที่พวกเขาทำได้นั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรจะได้รับ ทำให้เราต้องมีการปรับเปลี่ยนบางอย่างเกี่ยวกับการป้องกัน และการยืนตำแหน่งในแผงมิดฟิลด์ ซึ่งมันก็ช่วยได้มาก ช่วงเริ่มต้นเกมนั้นสุดยอด เช่นเดียวกับช่วงท้ายที่เราก็ทำได้ดีไม่ต่างกัน อย่างไรก็ตามผมขอแสดงความถือต่อ เกรแฮม พ็อตเตอร์ ผู้จัดการทีม ไบรท์ตัน ที่ทำให้เราต้องเจอกับเกมที่ยากลำบาก” คล็อปป์กล่าวปิดท้าย

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล