เจอร์เก้น คล็อปป์ เฮดโค้ช ลิเวอร์พูล เผยว่าตนเองจะลาตำแหน่งกุนซือของ “หงส์แดง” ในอีก 4 ปีข้างหน้าหรือปี 2024 ซึ่งเป็นช่วงเสลาที่หมดสัญญาในถิ่น แอนฟิลด์ พอดี

สำหรับ คล็อปป์เข้ามารับหน้าที่คุมทัพ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2015 หลังลาตำแหน่งเทรนเนอร์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเจ้าตัวก็ช่วยให้ “หงส์แดง” ประสบความสำเร็จมากมายโดยเฉพาะในช่วง 2 ซีซั่นหลัง เริ่มจากเมื่อฤดูกาล 2018-19 ที่เจ้าตัวพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 6 ของสโมสร

คล็อปป์

ขณะที่ในฤดูกาลนี้ คล็อปป์ก็พา ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าทริปเปิลแชมป์มาครองอย่างยิ่งใหญ่ นั่นก็คือ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยเฉพาะแชมป์พรีเมียร์ลีก หรือแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษที่ถือเป็นถ้วยซึ่งแฟนๆ “เดอะ ค็อป” รอมานานกว่า 30 ปี

จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นทำให้คล็อปป์ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ติดอันดับท็อป 5 ของโลกในปัจจุบัน ซึ่ง ลิเวอร์พูล ก็ได้ตอบแทนผลงานด้วยการขยายสัญญากับกุนซือชาวเยอรมันไปถึงปี 2024 เป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตามคล็อปป์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ที่ทำให้แฟนๆของ ลิเวอร์พูล ต้องหวั่นใจ หลังเจ้าตัวได้ออกมากล่าวถึงวันที่ตนเองจะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ กับ “SWR Sport” หนังสือพิมพ์ในเยอรมันว่า “แน่นอนผมจะกลับไปที่เยอรมันหลังจากจบอาชีพการคุมทีม และทางที่เป็นไปได้มากที่สุดคือกลับไปอยู่ที่เมือง ไมนซ์”

คล็อปป์

ถึงกระนั้นคล็อปป์ให้คำมั่นว่าจะอยู่คุมทีม ลิเวอร์พูล ไปจนถึงหมดสัญญาอย่างแน่นอน “ผมจะอยู่กับ ลิเวอร์พูล ไปอีก 4 ปี ถ้าพวกเขาไม่ปลดผมออกจากตำแหน่งเสียก่อน”

คล็อปป์” อาจจะหันไปรับงานคุมทีมชาติเยอรมัน

โดยที่ผ่านมามีข่าวว่าหลังจากหมดสัญญา นั้นคล็อปป์อาจจะหันไปรับงานคุมทีมชาติเยอรมันต่อไป ทว่าหากย้อนไปเมื่อปี 2019 เจ้าตัวเคยเผยกับนิตยสาร “Kicker” ถึงอนาคตของตนเองว่า “ผมเป็นคนที่มีพลังงาน แต่ผมมีปัญหาหนึ่งที่สำคัญ คือ ผมไม่สามารถทำอะไรแบบครึ่งๆกลางๆได้

ดังนั้นมี 2 ทางเลือก นั่นก็คือ ทุ่มเททำทุกอย่าง กับไม่ทำอะไรเลย ซึ่งถ้าหากว่าผมตัดสินใจที่จะไม่ทำอะไรเลยนั้น ผมจะหยุดพักจากวงการฟุตบอลเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี และหลังจากการหยุดพัก ผมก็ต้องตัดสินใจอีกครั้งว่าผมจะกลับมาทำงานหรือไม่ แต่ผมก็มั่นใจว่าพลังงานของผมจะกลับมา และพร้อมจะทำหน้าที่อีกครั้ง”

ทั้งนี้คล็อปป์ยังมีสิทธิ์พา ลิเวอร์พูล ทำสถิติเป็นแชมป์ลีกที่สามารถเก็บแต้มได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์หากพวกเขาเก็บชัยได้ในอีก 3 เกมที่เหลือของซีซั่นซึ่งจะพบกับ อาร์เซน่อล, เชลซี และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ระบุลูกทีมควรจะเป็นฝ่ายเก็บชัยเหนือ เบิร์นลี่ย์ ในเกมที่เสมอกัน 1-1 พร้อมชม ยิค โป๊ป ว่ามีฟอร์มที่น่าประทับใจ

ลิเวอร์พูล ของคล็อปป์ หยุดสถิติการชนะในลีกที่สนาม แอนฟิลด์ ติดต่อกันไว้ 24 เกม พร้อมหยุดสถิติชนะ 17 นัดติดต่อกันในบ้านฤดูกาลนี้ หลังล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พวกเขาทำได้แค่เสมอกับ เบิร์นลี่ย์ 1-1 แม้ว่าจะเป็นฝ่ายทำประตูได้ก่อน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน นาที 34 ทว่าถูกตามตีเสมอจาก เจย์ โรดริเกวซ นาที 69

คล็อปป์

ในเกมดังกล่าว “หงส์แดง” มีโอกาสยิงมากถึง 23 ครั้ง เข้ากรอบ 8 ครั้ง โดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีโอกาสยิงคนเดียว 6 ครั้ง แต่ได้มาเพียง 1 ประตู ขณะที่ เบิร์นลี่ย์ มโอกาสยิงเพียง 6 ครั้ง และได้ 1 ประตู

จากผลการแข่งขันนี้ส่งผลให้ลูกทีมของคล็อปป์ เก็บเพิ่มได้เป็น 93 คะแนนจาก 35 ครั้ง โดยเหลือการแข่งขันอีก 3 เกมของซีซั่น ซึ่งหากพวกเขาอยากทำลายสถิติการเป็นแชมป์โกยแต้มมากที่สุด ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำไว้ 100 คะแนนเมื่อปี 2017-18 พวกเขาต้องเก็บชัยให้ได้ทั้งหมด 3 เกมเท่านั้น

คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์ถึงฟอร์มในนัดที่ผ่านมา

หลังการแข่งขันคล็อปป์ กุนซือ “หงส์แดง” ให้สัมภาษณ์ถึงฟอร์มในนัดที่ผ่านมาว่า “ในหลายๆจังหวะที่ ลิเวอร์พูล เจอกับ นิค โป๊ป เขามักจะทำได้ดีมากๆ แต่เราควรจะทำประตูให้ได้มากกว่านี้ โดยเราทำทุกอย่างได้ถูกต้อง และเขา (โป๊ป) ก็เซฟได้มากมาย แต่ในท้ายที่สุดเราควรจะมีสกอร์มากกว่านี้

คล็อปป์

“เราไม่สามารถปิดเกมได้ และพวกเขาก็ได้ช่วงเวลาของตัวเองกลับมา ซึ่งมันรู้สึกเหมือนกับว่าเราแพ้ในเกมนี้มากกว่าเสมอ โดยเราควรจะต้องกลับไปดูการเล่นของเราให้ดีกว่านี้ แน่นอนเราโมโหกรรมการ (ที่ไม่ให้จุดโทษ) แต่อย่างไรก็ตามเราควรที่จะโทษตัวเองก่อนที่ไม่สามารถปิดเกมนี้ได้ โดยทีมทำได้ถูกต้อง 99% แต่ผมจะไม่หยุดตำหนิลูกทีมใน 1% ที่เหลือซึ่งพวกเขาผิดพลาด” คล็อปป์กล่าวปิดท้าย

ด้าน ฌอน ไดซ์ กุนซือ เบิร์นลี่ย์ กล่าวถึงเกมที่ผ่านมาว่า “เราตั้งเกมรรับได้ดี และ โป๊ป ผู้รักษาประตูของเราก็เซฟได้อย่างยอดเยี่ยม โดยจริงๆพวกเขาเป็นฝ่ายที่ทำได้ดี และเราไม่สามารถหยุดพวกเขาไว้ได้เลยในช่วงครึ่งแรก ทำให้ครึ่งหลังผมได้บอกกับลูกทีมว่าไม่ต้องกดดัน และเล่นไปตามธรรมชาติซึ่งส่งผลให้เรามีช่วงเวลาที่ดี และเกือบได้ 3 คะแนนจากทีมที่ระดับท็อปหลังการยิงไปชนคาน”

ทั้งนี้โปรแกรมต่อไป ลิเวอร์พูล จะพบกับ อาร์เซน่อล ที่สนาม เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม วันที่ 15 กรกฎาคมนี้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยืนยันว่า ตนเอง และลูกทีมได้สนใจเรื่องการทำลายสถิติเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกที่เก็บแต้มได้มากที่สุดแต่อย่างใด โดยขอมีสมาธิกับชัยชนะไปทีละนัดก็เพียงพอ

โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล เพิ่งทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยบุกชนะ ไบรท์ตัน 3-1 จากประตูของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เหมาคนเดียว 2 ลูกในนาทีที่ 6 และ 76 ส่วนอีกลูกได้จาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นาทีที่ 8 ส่วนเจ้าถิ่นได้จาก เลอันโดร ทรอสซาร์ นาที 45

จากผลดังกล่าวทำให้ ลิเวอร์พูล ของเทรนเนอร์ เจอร์เก้น คล็อปป์ที่คว้าแชมป์ไปแล้วนั้น เก็บแต้มเพิ่มได้เป็น 92 คะแนนจาก 34 นัด นำห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 2 อยู่ 23 คะแนน

คล็อปป์

นอกจากนั้น คล็อปป์และลูกทีมยังมีสิทธิ์ลุ้นที่จะทำลายสถิติเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สามารถโกยแต้มได้มากที่สุดแซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยทำได้ 100 คะแนน เมื่อซีซั่น 2017-18 หากพวกเขาสามารถเก็บชัยได้ในอีก 4 นัดที่เหลือ หรือ ชนะ 3 เสมอ 1 ในอีก 4 นัดที่เหลือของฤดูกาลนี้ (มีโปรแกรมพบ เบิร์นลี่ย์, อาร์เซน่อล, เชลซี และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด)

โดยหลังเกมกับ ไบรท์ตัน มีผู้สื่อข่าวกับถาม คล็อปป์เกี่ยวกับประเด็นการทำลายสถิติเก็บแต้มากสุด ซึ่งเฮดโค้ชชาวเยอรมันก็ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า “มันไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับผม และผมไม่สนใจในเรื่องดังกล่าวแต่ออย่างใด แต่สิ่งที่ผมสนใจมากที่สุดคือการเก็บชัยชนะในเกมฟุตบอล โดยสำหรับคนในวงการกีฬาเรื่องนี้มันอาจจะสำคัญ ซึ่งที่จริงแล้วเราคว้าแชมป์ไปแล้ว และไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องดังกล่าวมากนัก (การเก็บชัยชนะ) แต่ไม่ใช่กับลูกทีมของผมที่พร้อมจะทุ่มเททุกสิ่งสำหรับเรื่องนี้”

คล็อปป์

“คล็อปป์” ยังให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะในเกมที่ผ่านมาด้วย

นอกจากนั้น คล็อปป์ยังให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะในเกมที่ผ่านมาด้วยว่า “ผมได้เห็นทั้ง 2 ทีมที่ยอดเยี่ยม และพยายามจะเล่นฟุตบอลอย่างสนุก โดย ไบรท์ตัน มีแผนการเล่นที่กล้าหาญ แต่เราก็มีวีธีการรับมือที่สุดยอดเช่นกัน โดยเราทำได้น่าประทับใจในการเล่นเพรสซิ่งสูง ทว่าเมื่อเราเสียบอลในช่วงเวลาที่ผิด ก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน”

“โดยประตูที่พวกเขาทำได้นั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรจะได้รับ ทำให้เราต้องมีการปรับเปลี่ยนบางอย่างเกี่ยวกับการป้องกัน และการยืนตำแหน่งในแผงมิดฟิลด์ ซึ่งมันก็ช่วยได้มาก ช่วงเริ่มต้นเกมนั้นสุดยอด เช่นเดียวกับช่วงท้ายที่เราก็ทำได้ดีไม่ต่างกัน อย่างไรก็ตามผมขอแสดงความถือต่อ เกรแฮม พ็อตเตอร์ ผู้จัดการทีม ไบรท์ตัน ที่ทำให้เราต้องเจอกับเกมที่ยากลำบาก” คล็อปป์กล่าวปิดท้าย

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

แกรี่ เนวิลล์ อดีตนักเตะระดับตำนานปีกขวาของทีมแมนเชตเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำแห่งศึกลูกหนังอังกฤษ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แก่สื่อบ้านเกิดของตนเองว่า ตัวเขารู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก และไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ากุนซือจอมโอหังอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ จะสามารถพาทีมคู่บารมีชิวคว้าถ้วยได้แบบที่เคยสาดน้ำลายเอา พร้อมกับยอมรับตลอดซีซั่นการแข่งขันในฤดูกาลนี้ที่ผ่านมา กุนซือจอมน้ำลายคุมทีมได้ดีเกินมาตรฐานที่ตนคิดเอาไว้

คล็อปป์

เจอร์เก้น คล็อปป์” กุนซือใหญ่ เข้ามามีบทบาทในถิ่นแอนฟีลด์ ปี 2005

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่ชาวเยอรมัน ได้เข้ามามีบทบาทคุมบังเหียนในถิ่นแอนฟีลด์นับตั้งแต่ปี 2005 และยังคงเดินหน้าคุมทีมอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ตลอดระยะเวลาที่เขาได้คุมทีมได้เจอกับคำท้าทายฝีมือการเป็นกุนซือเรื่อยมา แม้ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะพลาดโอกาสในการพาทีมลิเวอร์พูลคว้าชัยมาหลายฤดูกาล แต่ในซีซั่นนี้เขาได้ออกมาพิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่าตัวเขาเองก็มีฝีมือไม่แพ้กุนซือคนไหน ๆ แข้งตำนานทีมคู่ปรับร่วมลีกอย่าง แกรี่ เนวิลล์ ถึงกับอดปากไม่ไหวยังต้องออกมาแสดงความซูฮก

คล็อปป์

“นาทีนี้ไม่มีใครเกิน เจอร์เก้น คล็อปป์อีกแล้ว กับชัยชนะที่ผ่านมามันตอบโจทย์ทุกอย่าง เขาทำงานมาอย่างหนักกับทีม ทีม ถึงเขาจะดูโอหังบ้างในบางทีจนทำให้ผมไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะทำได้ และเขาทำได้ดีกว่าที่คิดด้วย เขาพาทีมเปิดฉากแข่งได้อย่างสวยงามตั้งแต่ต้นนฤดูกาลมันน่าวิเศษที่สุด มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าทีมชนะเพราะทุกทีมกำลังเจอกับปัญหาโรคหรืออะไร เราต่างได้รับผลกระทบกันทั้งนั้น แต่ตัวนักเตะที่ยังคงรักษามาตราฐานได้ถือว่าสุดยอดมาก” อดีตแข้งระดับตำนานกล่าว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล