เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล กำลังจะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ และ ‘เยอร์เก้น คล็อปป์’ กำลังจะกลายเป็นที่กล่าวขานบนเวทีพรีเมียร์ลีก โดยขออีกเพียง 6 แต้มเท่านั้น พวกเขาจะได้ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกของสโมสรสมใจหมาย หลังทำแต้มนำห่างอันดับ 2 อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากถึง 25 คะแนนด้วยกัน

                หากแต่ยังมีสิ่งที่พวกเขาคงยังไม่ได้คิดในตอนนี้ อาจจะด้วยความ ‘ใหม่’ และไม่มีประสบการ์ของการเป็นแชมป์ของทีมชุดนี้ พวกเขาคงคิดไม่ถึงว่า การล่าแชมป์ในฤดูกาลนี้ว่าเหนื่อยลากเลือดแล้ว แต่ การ ‘ป้องกันแชมป์’ ในฤดูกาลหน้า มันคืองานที่ ‘หิน’ เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า และพวกเขามีการบ้านให้ต้องทำในช่วงปิดเทอมอีกเพียบ

ลิเวอร์พูล

                โดยหลังจากวินาทีที่พวกเขาขึ้นไปชูถ้วย สิ่งที่ลิเวอร์พูลจะต้องคิดเป็นอันดับแรกหลังจากนั้น แน่นอนว่าต้องเป็นการ ‘เฉลิมฉลอง’ หลังจากฤดูกาลที่เหน็ดเหนื่อยและยาวนานได้จบลง

                แต่สิ่งถัดไปที่ทีมหงส์แดงควรทำก็คือ ต้องพยายาม ‘ลืม’ เรื่องแชมป์ที่ฉลองไปให้เร็วที่สุด หากหวังจะเดินหน้าป้องกันอาร์มทองของพวกเขาต่อไปในฤดูกาลหน้า ซึ่งจะเป็นงานที่หนักหน่วงกว่าในปีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูลทำผลงานสวยหรูมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล ชนะมาติดต่อกันอย่างยาวนาน และกว่าจะแพ้ก็ปาเข้าไปจะจบฤดูกาลอยู่มะรอมมะร่อ

แต่ถ้าหากสังเกตดี ๆ หลาย ๆ เกมในช่วงระยะหลังมานี้ ดูเหมือนว่า ลิเวอร์พูลจะถูกคู่แข่งพยายาม ‘จับทาง’ หลายครั้งที่พวกเขาผ่านแต่ละเกมมาแบบหืดจับ แต่ยังมีชายที่ชื่อ ‘เยอร์เก้น คล็อปป์’ พาพวกเขาผ่านมาได้อยู่ร่ำไป

ลิเวอร์พูล

จนเรื่องมันก็เริ่มมาแดงในเกมที่พวกเขาบุกไปพ่ายให้กับ ‘วัตฟอร์ด’ อย่างหมดรูปถึง 3-0 ต่อด้วยการพ่ายให้กับเชลซี 2-0 ในฟุตบอล เอฟเอ คัพ และยังปิดท้ายด้วยการถูก แอตฯ มาดริด เขี่ยตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฐานะแชมป์เก่า ก่อนจะถูกพักเบรกด้วยสถานการณ์โคโรน่าไวรัสระบาด ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสัญญาณที่ส่งไปถึงลิเวอร์พูล ว่าพวกเขาจะต้องทำอะไรสักอย่าง หากยังอยากจะรักษาความยิ่งใหญ่ต่อไป

ลิเวอร์พูล” ชุดนี้นั้น มีความสามารถที่จะทำมันได้

ทุกคนรู้ดีว่าทีมชุดนี้ของลิเวอร์พูลนั้น มีความสามารถที่จะทำมันได้ มีดีพอที่จะป้องกันแชมป์ แต่ความสามารถนั้น พวกเขาได้แสดงออกมาให้ทุกทีมเห็นหมดแล้วในช่วงสองปีหลังที่ผ่านมา ทุกทีมเก็บข้อมูลไว้อย่างหมดจด นั่นทำให้ลิเวอร์พูลต้องก้าวขึ้นไปอีกระดับ ทำสิ่งที่แตกต่างออกมา

ศัตรูตัวฉกาจของหงส์แดงในฤดูกาลหน้า ก็คงหนีไม่พ้น ‘เรือใบสีฟ้า’ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า และเหล่าลูกทีม ที่น่าจะเก็บความโกรธแค้นไว้ไล่ล่าลูกทีมของคล็อปป์ในฤดูกาลหน้า

รวมไปถึงเหล่าสโมสรที่กำลังพยายามพัฒนากันอย่างสุดขีดอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้, เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด, สเปอร์ส, วูล์ฟส์แฮมตัน, อาร์เซนอล และเอฟเวอร์ตัน ที่รายล้อมไปด้วยยอดกุนซือจอมเก๋า และเหล่ากุนซือเลือดใหม่ไฟแรงมากมาย

งานนี้บอกเลยว่า ไม่ใช่งานกล้วย ๆ อย่างแน่นอน สำหรับหนทางการ ‘ป้องกันแชมป์’ พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้าของพลพรรคเครื่องจักรสีแดง เพราะศัตรูรอบตัวนั้นต่างพร้อมและจ้องฉุดพวกเขาลงจากบัลลังก์ได้ทุกเมื่อ   

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ เฮดโค้ช ลิเวอร์พูล เผยว่าตนเองจะลาตำแหน่งกุนซือของ “หงส์แดง” ในอีก 4 ปีข้างหน้าหรือปี 2024 ซึ่งเป็นช่วงเสลาที่หมดสัญญาในถิ่น แอนฟิลด์ พอดี

สำหรับ คล็อปป์เข้ามารับหน้าที่คุมทัพ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2015 หลังลาตำแหน่งเทรนเนอร์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเจ้าตัวก็ช่วยให้ “หงส์แดง” ประสบความสำเร็จมากมายโดยเฉพาะในช่วง 2 ซีซั่นหลัง เริ่มจากเมื่อฤดูกาล 2018-19 ที่เจ้าตัวพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 6 ของสโมสร

คล็อปป์

ขณะที่ในฤดูกาลนี้ คล็อปป์ก็พา ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าทริปเปิลแชมป์มาครองอย่างยิ่งใหญ่ นั่นก็คือ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยเฉพาะแชมป์พรีเมียร์ลีก หรือแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษที่ถือเป็นถ้วยซึ่งแฟนๆ “เดอะ ค็อป” รอมานานกว่า 30 ปี

จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นทำให้คล็อปป์ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ติดอันดับท็อป 5 ของโลกในปัจจุบัน ซึ่ง ลิเวอร์พูล ก็ได้ตอบแทนผลงานด้วยการขยายสัญญากับกุนซือชาวเยอรมันไปถึงปี 2024 เป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตามคล็อปป์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ที่ทำให้แฟนๆของ ลิเวอร์พูล ต้องหวั่นใจ หลังเจ้าตัวได้ออกมากล่าวถึงวันที่ตนเองจะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ กับ “SWR Sport” หนังสือพิมพ์ในเยอรมันว่า “แน่นอนผมจะกลับไปที่เยอรมันหลังจากจบอาชีพการคุมทีม และทางที่เป็นไปได้มากที่สุดคือกลับไปอยู่ที่เมือง ไมนซ์”

คล็อปป์

ถึงกระนั้นคล็อปป์ให้คำมั่นว่าจะอยู่คุมทีม ลิเวอร์พูล ไปจนถึงหมดสัญญาอย่างแน่นอน “ผมจะอยู่กับ ลิเวอร์พูล ไปอีก 4 ปี ถ้าพวกเขาไม่ปลดผมออกจากตำแหน่งเสียก่อน”

คล็อปป์” อาจจะหันไปรับงานคุมทีมชาติเยอรมัน

โดยที่ผ่านมามีข่าวว่าหลังจากหมดสัญญา นั้นคล็อปป์อาจจะหันไปรับงานคุมทีมชาติเยอรมันต่อไป ทว่าหากย้อนไปเมื่อปี 2019 เจ้าตัวเคยเผยกับนิตยสาร “Kicker” ถึงอนาคตของตนเองว่า “ผมเป็นคนที่มีพลังงาน แต่ผมมีปัญหาหนึ่งที่สำคัญ คือ ผมไม่สามารถทำอะไรแบบครึ่งๆกลางๆได้

ดังนั้นมี 2 ทางเลือก นั่นก็คือ ทุ่มเททำทุกอย่าง กับไม่ทำอะไรเลย ซึ่งถ้าหากว่าผมตัดสินใจที่จะไม่ทำอะไรเลยนั้น ผมจะหยุดพักจากวงการฟุตบอลเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี และหลังจากการหยุดพัก ผมก็ต้องตัดสินใจอีกครั้งว่าผมจะกลับมาทำงานหรือไม่ แต่ผมก็มั่นใจว่าพลังงานของผมจะกลับมา และพร้อมจะทำหน้าที่อีกครั้ง”

ทั้งนี้คล็อปป์ยังมีสิทธิ์พา ลิเวอร์พูล ทำสถิติเป็นแชมป์ลีกที่สามารถเก็บแต้มได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์หากพวกเขาเก็บชัยได้ในอีก 3 เกมที่เหลือของซีซั่นซึ่งจะพบกับ อาร์เซน่อล, เชลซี และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยืนยันว่า ตนเอง และลูกทีมได้สนใจเรื่องการทำลายสถิติเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกที่เก็บแต้มได้มากที่สุดแต่อย่างใด โดยขอมีสมาธิกับชัยชนะไปทีละนัดก็เพียงพอ

โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล เพิ่งทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยบุกชนะ ไบรท์ตัน 3-1 จากประตูของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เหมาคนเดียว 2 ลูกในนาทีที่ 6 และ 76 ส่วนอีกลูกได้จาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นาทีที่ 8 ส่วนเจ้าถิ่นได้จาก เลอันโดร ทรอสซาร์ นาที 45

จากผลดังกล่าวทำให้ ลิเวอร์พูล ของเทรนเนอร์ เจอร์เก้น คล็อปป์ที่คว้าแชมป์ไปแล้วนั้น เก็บแต้มเพิ่มได้เป็น 92 คะแนนจาก 34 นัด นำห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 2 อยู่ 23 คะแนน

คล็อปป์

นอกจากนั้น คล็อปป์และลูกทีมยังมีสิทธิ์ลุ้นที่จะทำลายสถิติเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สามารถโกยแต้มได้มากที่สุดแซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยทำได้ 100 คะแนน เมื่อซีซั่น 2017-18 หากพวกเขาสามารถเก็บชัยได้ในอีก 4 นัดที่เหลือ หรือ ชนะ 3 เสมอ 1 ในอีก 4 นัดที่เหลือของฤดูกาลนี้ (มีโปรแกรมพบ เบิร์นลี่ย์, อาร์เซน่อล, เชลซี และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด)

โดยหลังเกมกับ ไบรท์ตัน มีผู้สื่อข่าวกับถาม คล็อปป์เกี่ยวกับประเด็นการทำลายสถิติเก็บแต้มากสุด ซึ่งเฮดโค้ชชาวเยอรมันก็ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า “มันไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับผม และผมไม่สนใจในเรื่องดังกล่าวแต่ออย่างใด แต่สิ่งที่ผมสนใจมากที่สุดคือการเก็บชัยชนะในเกมฟุตบอล โดยสำหรับคนในวงการกีฬาเรื่องนี้มันอาจจะสำคัญ ซึ่งที่จริงแล้วเราคว้าแชมป์ไปแล้ว และไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องดังกล่าวมากนัก (การเก็บชัยชนะ) แต่ไม่ใช่กับลูกทีมของผมที่พร้อมจะทุ่มเททุกสิ่งสำหรับเรื่องนี้”

คล็อปป์

“คล็อปป์” ยังให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะในเกมที่ผ่านมาด้วย

นอกจากนั้น คล็อปป์ยังให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะในเกมที่ผ่านมาด้วยว่า “ผมได้เห็นทั้ง 2 ทีมที่ยอดเยี่ยม และพยายามจะเล่นฟุตบอลอย่างสนุก โดย ไบรท์ตัน มีแผนการเล่นที่กล้าหาญ แต่เราก็มีวีธีการรับมือที่สุดยอดเช่นกัน โดยเราทำได้น่าประทับใจในการเล่นเพรสซิ่งสูง ทว่าเมื่อเราเสียบอลในช่วงเวลาที่ผิด ก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน”

“โดยประตูที่พวกเขาทำได้นั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรจะได้รับ ทำให้เราต้องมีการปรับเปลี่ยนบางอย่างเกี่ยวกับการป้องกัน และการยืนตำแหน่งในแผงมิดฟิลด์ ซึ่งมันก็ช่วยได้มาก ช่วงเริ่มต้นเกมนั้นสุดยอด เช่นเดียวกับช่วงท้ายที่เราก็ทำได้ดีไม่ต่างกัน อย่างไรก็ตามผมขอแสดงความถือต่อ เกรแฮม พ็อตเตอร์ ผู้จัดการทีม ไบรท์ตัน ที่ทำให้เราต้องเจอกับเกมที่ยากลำบาก” คล็อปป์กล่าวปิดท้าย

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

แกรี่ เนวิลล์ อดีตนักเตะระดับตำนานปีกขวาของทีมแมนเชตเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำแห่งศึกลูกหนังอังกฤษ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แก่สื่อบ้านเกิดของตนเองว่า ตัวเขารู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก และไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ากุนซือจอมโอหังอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ จะสามารถพาทีมคู่บารมีชิวคว้าถ้วยได้แบบที่เคยสาดน้ำลายเอา พร้อมกับยอมรับตลอดซีซั่นการแข่งขันในฤดูกาลนี้ที่ผ่านมา กุนซือจอมน้ำลายคุมทีมได้ดีเกินมาตรฐานที่ตนคิดเอาไว้

คล็อปป์

เจอร์เก้น คล็อปป์” กุนซือใหญ่ เข้ามามีบทบาทในถิ่นแอนฟีลด์ ปี 2005

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่ชาวเยอรมัน ได้เข้ามามีบทบาทคุมบังเหียนในถิ่นแอนฟีลด์นับตั้งแต่ปี 2005 และยังคงเดินหน้าคุมทีมอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ตลอดระยะเวลาที่เขาได้คุมทีมได้เจอกับคำท้าทายฝีมือการเป็นกุนซือเรื่อยมา แม้ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะพลาดโอกาสในการพาทีมลิเวอร์พูลคว้าชัยมาหลายฤดูกาล แต่ในซีซั่นนี้เขาได้ออกมาพิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่าตัวเขาเองก็มีฝีมือไม่แพ้กุนซือคนไหน ๆ แข้งตำนานทีมคู่ปรับร่วมลีกอย่าง แกรี่ เนวิลล์ ถึงกับอดปากไม่ไหวยังต้องออกมาแสดงความซูฮก

คล็อปป์

“นาทีนี้ไม่มีใครเกิน เจอร์เก้น คล็อปป์อีกแล้ว กับชัยชนะที่ผ่านมามันตอบโจทย์ทุกอย่าง เขาทำงานมาอย่างหนักกับทีม ทีม ถึงเขาจะดูโอหังบ้างในบางทีจนทำให้ผมไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะทำได้ และเขาทำได้ดีกว่าที่คิดด้วย เขาพาทีมเปิดฉากแข่งได้อย่างสวยงามตั้งแต่ต้นนฤดูกาลมันน่าวิเศษที่สุด มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าทีมชนะเพราะทุกทีมกำลังเจอกับปัญหาโรคหรืออะไร เราต่างได้รับผลกระทบกันทั้งนั้น แต่ตัวนักเตะที่ยังคงรักษามาตราฐานได้ถือว่าสุดยอดมาก” อดีตแข้งระดับตำนานกล่าว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

จากการแข่งขันที่ผ่านมาทีมแชมป์สมัยล่าสุดที่ถ้วยยังร้อนอุ่น ๆ อยู่ หงส์แดง งานนี้ไม่รู้ว่าขาหมดแรงหรือลงเตะทุกนัดจนเปื่อย เพราะบุกไปแพ้ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบราบคาบทำเอากุนซือและแฟนบอลที่ดูอยู่ข้างสนามเอาปี๊ปคุมแทบไม่ทัน จากเกมการแข่งขันในนัดนี้ได้เผยให้เห็นจุดบอดของปราการหลังที่หละหลวมเป็นอย่างมาก ไม่สามารถต้านทานนักเตะของเรือใบสีฟ้าได้จริง ๆ

หงส์แดง

ในเกมการแข่งขันนัดนี้เป็นที่สรุปแล้วว่า ทีมลิเวอร์พูล ได้ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองอย่างแน่นอน แต่ความมันและศักดิ์ศรียังคงค้ำคอ เพราะทีมเจ้าบ้านมีดรีกรีเป็นถึงแชมป์เก่า จบสกอร์กันไปเจ้าบ้านถล่มมยับ 4 ประตูต่อ 0 ทั้ง กูรูได้ออกมาตั้งข้อสงสัยว่า การที่กองหลังของทีมหงส์แดงนั้นเปราะบางขนาดนี้ เป็นเพราะว่ากุนซือใหญ่ของทีมต้องการที่จะทดสอบฝีเท้าของนักเตะแผนสำรองกันหรือเปล่าว

หงส์แดง

หงส์แดง จะดูเป็นฝ่ายได้เปรียบมากกว่าทีมเจ้าบ้าน

ช่วงเกมแรกของการแข่งขันแม้ทีมหงส์แดงจะดูเป็นฝ่ายได้เปรียบมากกว่าทีมเจ้าบ้าน แต่มีโอกาสทำประตูได้หลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถเจาะประตูของทีมเจ้าบ้านได้ จนมาโดนพังประตูเป็นลูกแรง หนำซ้ำแข้งสำรองที่ส่งมาลองสนามอย่าง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน  นอกจากจะไม่มีบทบาทในสนามแล้ว ยังทำบอลเข้าประตูตัวเองเสียอีก

ส่งผลให้กุนซือที่จับตาดูอยู่ข้างน่าซีดไปตามกันกับแฟนบอล ถึงแม้ว่าทีมหงส์แดงจะเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าพวกเขาจะได้ถ้วยแชมป์ในซีซั่นนี้อย่างแน่นอน แต่ยังคงมีการแข่งขันอันระอุที่รอให้ปิดฉากอีก 6 เกม และอาจจะเป็นแผนในการทดลองตำแหน่งแข้งของกุนซือทีมก็เป็นได้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

สิ้นสุดการรอคอยกับช่วงเวลาอันแสนยาวนาน ของเหล่าแฟนหงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ในที่สุดก็สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสูงสุดมาครองได้สำเร็จ แม้ว่าเวลานี้เหล่านักเตะในดินแดนแห่งเกาะอังกฤษยังคงฟาดแข้งกันอยู่เพราะยังไม่จบฤดูกาล แต่ทว่าหลังจากเกมการพ่ายแพ้ของแม้ซิตีให้กับทีมเชลซี ก็ทำให้ลิเวอร์พูลมีคะแนนทิ้งห่างอันดับสองไกลลิบตา จนกล่าวได้ว่า ต่อให้ลิเวอร์พูลจะแพ้ตลอดในเกมการแข่งขันที่ยังเหลืออยู่ เขาก็ยังคงมีถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติอยู่ในมือ

เหล่าแฟนฟุตบอล ลิเวอร์พูล ก็ออกมาฉลองแชมป์กัน

                และในเช้าวันรุ่งขึ้นของการแข่งขันระหว่างเชลซีกับแมนซิตี้สิ้นสุดลง เหล่าแฟนฟุตบอลหงส์แดงก็ออกมาฉลองแชมป์กันอย่างคึกคัก กับรถแห่ที่เป็นสีสัน พร้อมทั้งสุดฟุตบอลทีมโปรดแห่ประกาศความสำเร็จไปทั่วทุกมุมโลก และแม้กระทั่งในโลกโซเชียลมิเดียเองก็ฉลองความสำเร็จนี้กันอย่างไม่ขาดสาย ด้วยใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้มักจะโพสรูปภาพแห่งความประทับใจนี้ไว้เป็นที่ระลึก และก็ไม่พ้นเหล่าดาราหรือคนดังที่ต่างต้องออกมาแสดงตนกันอย่างมากมาย ทำให้เช้านี้เป็นเช้าที่มีสีสันที่สุดในรอบปี แต่ทว่านั่นกลับเป็นช่วงเวลาอันแสนเศร้าของเหล่าผีแดง กองแช่งที่ตามสาปส่งในทุกการแข่งขัน และแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเป็นทีมการแข่งขันที่เครียดแค้นกันเพียงใด แต่สุดแล้วกีฬาก็จะสามารถเชื่อมใจพวกเขาทั้งสองเอาไว้ได้

                นับว่าเป็นเรื่องราวที่แฟนฟุตบอลต่างยินดีและทำให้หัวใจพองโตในช่วงวิกฤตโควิดนี้ เพราะตลอด 30 ปี ที่เหล่าสาวกลิเวอร์พูลต่างรอคอยมาอย่างยาวนานได้จบลงที่วันนี้ พวกเขาทั้งผ่านสุดตกต่ำแห่งแอนฟิลด์ พลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมืออยู่หลายหน แต่นั่นก็ไม่อาจพรากใจรักของเหล่าแฟนบอลไปได้เลย จนกระทั้งวันที่พวกเขาจะได้โห่ร้องด้วยเสียงแห่งความปิตินี้พร้อมกัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

อยู่ดีๆก็กลับมาเป็นประเด็นกันอีกครั้งสำหรับวันวันเดอร์คิดส์ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล ดาวรุ่งพุ่งแรงของ ลิเวอร์พูล กับกรณีรางวัล บัลลงดอร์ ที่เจ้าตัวเคยถูกเสนอชื่อเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งมีอดีตนักเตะดังหลายคนออกมาให้ทัศนะความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีนี้ ไม่ว่าจะเป็น แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตนักเตะของ ลิเวอร์พูล ที่ออกมาดีเบสกับ คาฟู อดีตตำนานของทีมชาติบราซิล 

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล

ที่ออกมาอวย เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล เอาไว้ก่อนหน้านี้ว่านักเตะรายนี้พัฒนาได้อย่างโดดเด่นและหากเขารักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ และก้าวขึ้นเป็นนักเตะในระดับเวิลด์คลาส ก็มีสิทธิ์ที่จะสามารถคว้า

แดนนี่ เมอร์ฟี่ มองว่า เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล ยังคงเป็นดาวรุ่ง

บัลลงดอร์ ได้แต่ แดนนี่ เมอร์ฟี่ ไม่ได้เห็นด้วยกับแนวความคิดนี้ เพราะเขามองว่ารางวัลนี้มีให้กับนักเตะ ที่ทำประตูได้เยอะในแต่ละฤดูกาล นั่นหมายถึงส่วนใหญ่มักจะเทคะแนนไปให้กับนักเตะในตำแหน่งกองหน้ามากกว่านักเตะด้านหลังอย่างวันเดอร์คิดส์รายนี้ ประกอบกับในฟุตบอลโลกใหม่มีนักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีก้าวขึ้นมาประดับวงการมากมายทำให้ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล  ดูจะไม่แตกต่างจากนักเตะดาวรุ่งเหล่านั้นสักเท่าไหร่  อีกทั้งตำแหน่งนักเตะในแดนหลังก็มีบรรดานักเตะมีชื่อหลายคนที่มีสิทธิ์ลุ้นบัลลงดอร์ไม่ว่าจะเป็น เวอร์จิล ฟาเนไดจ์  หรือคนอื่นๆ 

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล

 แดนนี่ เมอร์ฟี่ ให้ความเห็นเพิ่มเติมที่น่าสนใจอีกว่าแม้ว่า รางวัลบัลลงดอร์ ในปัจจุบันจะตกเป็นของ

2 นักเตะดังระดับโลกอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือ ลีโอเนล เมสซี่ แต่ก็ยังมีนักเตะที่มีฝีเท้าโดดเด่นอย่าง ลูก้า โมดริช สอดแทรกขึ้นมา นั่นก็หมายความว่านักเตะที่จะแย่งรางวัลบัลลงดอร์จาก นักเตะดัง 2 รายที่กล่าวมานั้นจะต้องมีฝีเท้าที่โดดเด่นสุด ๆ

และจะต้องอยู่ในช่วงเวลาที่ CR7 และ Messi ฟอร์มตกจริงๆ  ในฤดูกาลนั้นถึงจะสอดแทรกขึ้นมาได้ แต่ คาฟู ก็ยังให้ทัศนะความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า อันที่จริงรางวัลบัลลงดอร์ ควรจะดูจากความสามารถของนักเตะ ฟอร์มการเล่น และการพัฒนาศักยภาพ มากกว่าที่จะมองจากจำนวนประตูที่นักเตะทำได้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

“หงส์แดง” สนใจยืม “เดมเบเล่” จากต่างดาว พ่วงซื้อขาด

ลิเวอร์พูล ว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/2020 ตกเป็นข่าวเตรียมเข้าเจรจากับ บาเซโลน่า เพื่อสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการขอยืมตัว อุสมาน เดมเบเล่ ปีกตัวสำรองมาใช้งานในถิ่นแอนฟิลด์  โดยจะมีออปชั่นซื้อขาดในภายหลัง

เดมเบเล่

อุสมาน เดมเบเล่ ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ย้ายจาก โบรุทเซีย ดอร์ทมุนต์ มาอยู่กับ บาเซโลน่า ด้วยค่าตัวที่สูงถึง 145 ล้านยูโร แต่ไม่อาจโชว์ฟอร์มให้คุ้มกับเม็ดเงินที่จ่ายไป ด้วยผลงานการเล่นที่ไม่เข้าระบบกับทีม รวมถึงทัศนคติในการเล่น และการใช้ชีวิต ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ทีมไม่ต้องการ และพร้อมจะปล่อยออกจากทีม เพื่อลดค่าใช้จ่ายของสโมสร ซึ่งทางลิเวอร์พูล สบโอกาสดังกล่าว จึงเตรียมเข้าเจรจากับทีมงานของบาเซโลน่า โดยจะขอยืมตัวดาวเตะวัย 23 ปี มาใช้งานก่อนเป็นเวลา 1 ฤดูกาลพร้อมกับออปชั่นซื้อขาดหลังหมดสัญญาซึ่งยังไม่ระบุว่าราคาเท่าไหร่ ซึ่งทางบาเซโลน่าพร้อมขายราคาขาดทุนมากถึง 50%

เดมเบเล่

และในขณะเดียวกันทางสโมสร ยูเวนตุส ยอดทีมจากกัลโช่ ซีเรียอา ก็กำลังจับตาสถานการณ์ของอดีตดาวดัง ดอร์ทมุนต์อยู่ไม่ห่างเช่นเดียวกัน ซึ่งทาง ยูเวนตุสถือไพ่เหนือกว่าตรงที่ บาเซโลน่า กำลังสนใจ มิราเล็ม เปียนิช กองกลางของยูเวนตุสอยู่เช่นเดียวกัน ทำให้พวกเขาอาจจะเปิดดีลสลับขั้วระหว่าง 2 นักเตะก็เป็นได้

อุสมานเดมเบเล่ ดาวแข้งวัย 23 ปี ย้ายจาก โบรุทเซียร์ ดอร์ทมุนต์ มาอยู่กับ บาเซโลน่า ในปี 2017 ด้วยค่าตัว 145 ล้านยูโร ลงสนามให้บาเซโลน่า 74 นัด ยิง 19 ประตู ในส่วนของฤดูกาล 2019/2020 ลงสนาม 9 นัด ยิง 1 ประตู

อ่านข่าวกีฬาอัพเดทใหม่ทุกวันได้ที่นี่

Posted in ข่าวฟุตบอล

บทวิเคราะห์ 3ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้ทัพตราหมี เขี่ย หงส์แดง ออกจากเวทีแชมป์เปี้ยนลีก
ถึงแม้ว่าลิเวอร์พูลจะพ่ายแพ้ไปก่อนในนัดแรกด้วยสกอร์ 1-0 แต่ในค่ำคืนนี้ แอตเลติโก มาดริด ก็ถือว่าเจอปัญหาอยู่ไม่ใช่น้อยเมื่อเขาต้องบุกไป แอนฟิลด์ ของลิเวอร์พูล สนามที่ขึ้นชื่อว่าโหดหิน ที่สุดเป็นอับดับต้นๆของโลก ด้วยบรรยากาศและมนต์ขลัง เสียงตะโกนโห่ร้องของบรรดาสาวกเดอะค็อปที่คอยส่งเสียงให้กำลังทีมรักอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งโครตทีมอย่างบาร์เซโลน่า ก็เคยพลาดท่ามาแล้ว ในฤดูกาลก่อน แต่ช้าก่อน! เรากำลังเสนอ 3 ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ แอตเลติโก มาดริด บุกพังลิเวอร์พูล คาถิ่นแอนฟิลด์!

ความเขี้ยวลากดินของกุนซืออย่างเดอิโก ซิเมโอเน่ – อย่างที่ทุกคนต่างรู้กันดีว่า กุนซือชาวอาร์เจนไต ผู้นี้เก่งและขึ้นชื่อขนาดไหนในเรื่องบอลที่ต้องรักษาผลสกอร์ นอกจากนี้ซิเมโอเน่ ยังเก่งในเรื่องแทคติคเกมรับที่เหนียว ยากมากที่จะเจาะเข้าไปได้ รวมถึงแทคติคลูกตุกติก เล็กๆน้อยๆ การเข้าบอลหนักหน่วง ที่เขาจะสั่งให้ลูกทีมของเขาทำ เพื่อปั่นป่วนนักเตะของหงส์แดงจนเสียสมาธิ และที่สำคัญที่สุด เดอิโก ซิเมโอเน่ เชี่ยวชาญอย่างมากในเรื่องของเกมจิตวิทยา การปลุกใจลูกทีม รวมมถึงการรับมือสถานการณ์กดดันต่างๆ อย่างที่เราเห็นมาแล้วในเกมแรก ที่ซิมิโอเน่ ปลุกกองเชียร์ของสาวกตราหมีให้ลุกฮือขึ้นมา จนผู้เล่นลิเวอร์พูลขวัญกระเจิงกันเลยทีเดียว

การขาดผู้เล่นตัวหลักของลิเวอร์พูล – เป็นที่แน่นอนแล้วว่าเกมนี้ อลิซอน เบคเกอร์ ผู้รักษาประตูตัวเก่งของลิเวอร์พูล ประสบกับปัญหาอาการบาดเจ็บและไม่สามารถลงสนามช่วยทีมได้ ทำให้ต้องใช้ อาเดรียน ผู้รักษาประตูมือ 2 ชาวสแปนิช ลงสนามแทน ซึ่ง 2 นัดล่าสุดที่อาเดรียนลงสนาม เขาก็ยังดูไม่เข้าที่เข้าทางเท่าไรนัก ด้วยเหตุนี้ทัพตราหมีต้องพยายามทำประตูให้ได้ เพราะหากทำได้ ก็แทบจะปิดประตูเข้ารอบของลิเวอร์พูลได้เลย ยิ่งไปกว่านักเตะคนสำคัญอย่างกัปตันทีม จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ แอนดรูว โรเบิร์ตสัน แบ็คซ้ายตัวเก่ง ก็ยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ไม่แน่ใจว่าจะมาสามารถลงสนามช่วยทีมได้หรือไม่ ซึ่งถ้าหากขาด 2 ผู้เล่นรายนี้ไป แอตเลติโก มาดริด ก็จะเล่นได้ง่ายขึ้นแน่ๆ

ฟอร์มช่วงหลังของลิเวอร์พูลที่แผ่วลงไป – นับตั้งแต่แอตเลติโก มาดริดไปได้ 1-0 ฟอร์มของพวกเขาก็หดหายลงไปเรื่อยๆ แถมยังแพ้ไปถึง 3 นัด จาก 5 เกมหลังสุด ถึงแม้ว่าในนัดล่าสุดจะเปิดบ้านเอาชนะบอร์นมัธไปได้ 2-1 ก็ตาม แต่ก็เป็นการชนะแบบหืดจับเลยทีเดียว กว่าจะยิงประตูได้แต่ละลูกก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แถมพักหลังมานี้เกมรับที่เคยแข็งแกร่ง ก็กลับมาเสียประตูได้ง่ายอีกด้วย เนื่องจากมีโปรแกรมต้องลงเตะบ่อยครั้ง แถมแต่ละเกม กุนซืออย่างเจอร์เก้น คล็อปป์ ก็มักจะใช้แต่นักเตะหน้าเดิมๆ จนกรอบเกรียมกันเลยทีเดียว ซึ่งนี่เองก็อาจจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่อาจจะทำให้ทัพตราหมี บุกมาย้ำแค้นหงส์แดงอีกครั้ง แบบช็อคหัวใจแฟนบอลคาถิ่นแอนฟิลด์ !

Posted in ข่าวฟุตบอล