เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตกองหน้าจอมคมของ ลิเวอร์พูล เผยสาเหตุที่ตนเองย้ายออกจาก “หงส์แดง” เนื่องจากเจ้าของสโมสรคนเก่าที่ผิดสัญญา

สำหรับ ตอร์เรสย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล จาก แอตเลติโก มาดริด เมื่อปี 2007 ซึ่งจากนั้นเจ้าตัวก็ขึ้นเป็นหัวหอกเบอร์หนึ่งของ “หงส์แดง” ในทันทีเนื่องจากยิงประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำหลังซัดไป 81 ประตูกับ 20 แอสซิสต์จากการลงสนาม 142 นัดรวมทุกรายการ

ตอร์เรส

อย่างไรก็ตามตลอดเวลาที่ ตอร์เรสอยู่กับ ลิเวอร์พูล นั้นเจ้าตัวไม่สามารถคว้าแชมป์ใดๆร่วมกับทีมได้เลย แม้จะทำผลงานได้อย่างสุดยอดก็ตาม กระทั่งสุดท้ายในปี 2011 แข้งทีมชาติสเปนได้ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ เชลซี ทีมคู่แข่งร่วมลีกด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนๆ “เดอะ ค็อป” เป็นอย่างมาก

และพอไปอยู่กับ เชลซี แม้ตอร์เรสจะไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งได้เหมือนตอนอยู่กับ ลิเวอร์พูล หลังทำไป 45 ประตูกับ 35 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 172 เกมรวมทุกรายการ ทว่าเขาสามารถคว้าแชมป์ร่วมกับ “สิงห์บลูส์” หลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น เอฟเอ คัพ เมื่อปี 2011–12, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2011–12 และยูโรป้า ลีก เมื่อปี 2012–13

ถึงกระนั้นล่าสุด “ตอร์เรส” ซึ่งปัจจุบันแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการแล้ว

ได้ออกมาเปิดใจถึงสาเหตุที่ตนเองย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล เนื่องจากเจ้าของทีมในขณะนั้นอย่าง จอร์จ ยิลเล็ต และทอม ฮิค 2 นักธุรกิจชาวอเมริกัน โกหกตนเองเรื่องจะพาทีมสู่ความสำเร็จ แต่กลับนำมาใช้เพื่อหากำไรมากกว่า โดยกล่าวว่า “แน่นอนผมีมความุขกับ ลิเวอร์พูล อย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ใครๆก็รู้ดี แต่สโมสรนั้นกลับไม่ทำอะไรเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จเลย เพราะพวกเขาคิดแต่เรื่องที่จะขายผู้เล่นดีๆออกไป”

ตอร์เรส

“ส่งผลให้นักเตะที่ดีสุดของเราทั้ง อลอนโซ, มาสเคราโน่และเบนิเตซ ผู้จัดการทีมต้องจากไป โดยพวกเขาอ้างว่าต้องการเปิดโอกาสให้แข้งจากอะคาเดมี่ และขอเวลา 5-7 ปี เพื่อกลับมายิ่งใหญ่ แต่ผมไม่มีเวลาขนาดนั้น ทำให้ผมจำเป็นต้องหาเส้นทางของตัวเอง และเป็นจังหวะที่ เชลซี ยื่นข้อเสนอเข้ามา พ่วงกับสัญญาที่ทำให้ผมเป็นแชมป์

แม้การเล่นกับ เชลซี นั้นมันอาจจะเป็นความผิดของผมเองที่ไม่สามารถปรับตัวได้เร็วพอแม้ที่นั่นมีผู้เล่นระดับสตาร์มากมาย เพราะผมไม่ได้มีคู่หูเหมือนที่อยู่กับ ลิเวอร์พูล อย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ซาบี อลอนโซ่ และฮาเวียร์ มาสเคราโน่ อย่างไรก็ตามผมมีความสุขที่นั่น และได้แชมป์ตามต้องการแล้ว” ตอร์เรสกล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

สื่อชื่อดังของอังกฤษออกมาระบุว่า ทีมหงส์แดง ส่งตัวแทนไปพูดคุยกับทีมดังยักษ์ใหญ่เจ้าบุญทุ่ม ว่าถ้าหากต้องการที่จะคว้าตัว จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม สุดยอดแข้งฝีเท้าดี ไปร่วมค้าแข้งที่แดนกระทิงดุจริงจะต้องยอมจ่ายค่าหัวนักเตะเพิ่มขึ้นอีก 5 ล้านปอนด์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ค่าตัวของนักเตะอยู่ที่ราว ๆ 10 ล้านปอนด์เท่านั้น ทำให้อนาคตของนักเตะที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเกิดความยากลำบากที่หมายจะย้ายหลังในช่วงซัมเมอร์นี้ทันที

ไวจ์นัลดุม

จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม” นักเตะกองกลางฝีเท้าเยี่ยมของทีม ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล สโมสรระดับชั้นนำแห่งวงการลูกหนังผู้ดี ตอนนี้เขากลายเป็นนักเตะที่มีมูลค่า ค่าตัวสูงถึง 15 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นข้อเสนอในการฉีกสัญญาค้าแข้งครั้งนี้ ส่งผลให้ทีมบาร์เซโลน่า อาจจะต้องคิดหนักกว่าเดิมเพราะก่อนหน้านี้มีการตกลงค่าตัวนักเตะอยู่แค่ที่ 10 ล้านปอนด์ เชื่อกันว่าหากทีมต้องการที่จะคว้าตัวนักเตะไปร่วมงานจริงจะต้องยอมควักกระเป๋าจ่ายอย่างแน่นอน เพราะตัวนักเตะเองไม่มีความต้องการที่อยากจะอยู่ร่วมเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมต้นสังกัดต่อ และทีมเองก็ไม่อยากจะรอช้าที่จะปล่อยตัวเขาไปแบบฟรี ๆ หากถึงฤดูกาลหน้า 

ไวจ์นัลดุม

สำหรับอนาคต จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม แข้งกองกลางคนเก่งยังคงหาบทสรุปไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะมีสัญญาณเรื่องความต้องการที่อยากจะย้ายทีมของนักเตะออกมาเป็นระยะก็ตามที ด้วยวัย 29 ปี ทำให้แข้งรายนี้ต้องการที่จะได้รับสัญญามากกว่า 2 ปีด้วยกัน แต่ทีมต้นสังกัดยืดอายุสัญญาให้เขาได้แค่เพียง 2 ปีเท่านั้น ทำให้นักเตะอยากกลับไปร่วมงานกับนายเก่าที่ตอนนี้เป็นโค้ชคนใหม่ของทีมยักษ์ใหญ่ฝั่งลา ลี กา สเปน ทีมจำเป็นจะต้องจ่ายค่าหัวของนักเตะในราคา 15 ล้านปอนด์ตามคำเรียกร้องของทีมต้นสังกัดแข้ง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, ข่าวโยกย้ายตัว, พรีเมียร์ลีก

ไมเคิล โอเว่น อดีตสตาร์ของ ลิเวอร์พูล-รีล มาดริด-นิวคาสเซิล-แมนยู-สโต๊ค กล่าวให้ความเห็นถึงเกมคอมมูนิตี้ ชิลด์ที่จะแข่งกันช่วงสุดสัปดาห์นี้ว่า จะมีการทำประตูกันอย่างถล่มทลายแน่นอน โอเว่นเคยยิงประตูให้ลิเวอร์พูลเกมที่พบอาร์เซนอลในรายการเอฟเอคัพ นัดชิงชนะเลิศมาแล้ว

คล้อยหลังเพียงสี่สัปดาห์หลังจากที่อาร์เซนอลชนะเชลซี ซิวถ้วยแชมป์เอฟเอคัพ พวกเขาจะได้ประเดิมสนามในรายการคอมมูนิตี้ ชิลด์พบกับลิเวอร์พูลที่สนามกีฬาแห่งชาติ

ลิเวอร์พูล

เดอะ กันเนอร์สจัดการคว้าชัยชนะได้ในเกมล่าสุดที่ทั้งสองทีมพบกันเมื่อเดือนกรกฎาคม โดยตอนนั้นทีมหงส์แดงชนะเลิศคว้าแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกไปแล้ว เลยดูเหมือนว่าทีมหงส์แดงไม่จริงจังเท่าไหร่ (อาร์เซนอลชนะ 2-1)

ทีมของมิเกล อาร์เตต้าเพิ่งจะกลับมาลงฝึกซ้อมเมื่อวันจันทร์หลังจากที่นักเตะได้รับอนุญาตให้พักผ่อนหลังได้แชมป์เอฟเอคัพ

ขณะที่หงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้ออกไปเก็บตัวที่แค้มป์ฝึกซ้อมที่ออสเตรีย

เริ่มจากการที่พวกเขาชนะทีมน้องใหม่บุนเดสลีกา สตุ๊ตการ์ทในเกมแรกของปรีซีซั่น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่จะเสมอกับเร้ด บูลล์ ซัลส์บวร์ก 2-2 ต้องขอบคุณประตูจากกองหน้าวัยกระเตาะ ริอัน บรูวสเตอร์

และโอเว่นได้คิดว่าลิเวอร์พูลมีความเฉียบคมในการยิงประตูมากกว่าที่เวมบลีย์

คาดการณ์ว่าลิเวอร์พูลมีเปอร์เซ็นต์ชนะอาร์เซนอลมากกว่า แต่ว่าการที่หงส์แดงแข่งเกเมนี้เป็นการออกมาเล่นสนามที่เป็นกลาง สถิติเกมในบ้านของลิเวอร์พูลนั้นน่ากลัวเหลือเกินไม่แพ้ใครมากกว่านาน การพ่ายแพ้ครั้งล่าสุดที่สนามแอนฟิลด์ต้องย้อนกลับไปปี 2017

อาร์เซนอล

อย่างไรก็ตามฟอร์มการเล่นทีมเยือนของพวกเขาก็ไม่ได้ดูแย่เกินไปนักและผู้เล่นทุกคนในสโมสรจะต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อกลับไปเล่นอีกครั้งและรักษาฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของพวกเขาในสองฤดูกาลที่ผ่านมา

แม้จะมีการพูดถึงเกมนี้เป็นเหมือนเกมกระชับมิตรมากกว่า แต่ทั้งสองทีมจะกระตือรือร้นมากที่จะเริ่มต้นฤดูกาลด้วยการคว้าชัยชนะและผมก็ชอบเกมที่สนุกสนานที่มีประตูมากมาย

โอเว่นกล่าวว่าเขาเป็นแฟนบอลตัวยงของปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง และคิดว่าอาร์เซนอลมีโอกาสจะชนะลิเวอร์พูลด้วยสกอร์ 3-1

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เซอร์ดาน ชากิรี่ ได้ออกมาเปิดปากพูดถึงเส้นทางการค้าแข้งของตัวเองเป็นครั้งแรก หลังจากที่ตกอยู่ภายใต้ข่าวลือเรื่องการโบกมืออำลาทีมลิเวอร์พูลมาตลอดทั้งซีซั่น เมื่อบทบาทของปีกตัวเก่งลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของกุนซือคนปัจจุบันทำให้ในซีซั่นนี้เขามีโอกาสโชว์ผลงานลงสนามไปแค่เพียง  11 นัดเท่านั้น บวกกับอาการบาดเจ็บที่พึ่งจะหายดี จากการรายงานข่าวของสื่อฟุตบอลอังกฤษ

ชากิรี่

เซอร์ดาน ชากิรี่” ปีกคนเก่งเลือดสวิต ทีมหงส์แดง

ทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล สโมสรแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ได้ออกมาพูดคุยกับสื่อว่า จะยังคงยืนยันอยู่ค้าแข้งกับทีมต้นสังกัดต่อไป ถึงแม้ว่าบทบาทในฤดูกาลนี้จะถูกลดน้อยลงเพราะมีโอกาสได้โชว์ผลงานแค่เพียง 11 นัด  นัดซึ่งแตกต่างจากฤดูกาลที่แล้วเป็นอย่างมากที่เขาเป็นนักเตะผู้เล่นหลักได้ลงเตะทุกสนาม โดยตัวนักเตะมองว่าเข้าใจถึงแผนการทำทีมของกุนซือใหญ่เพราะตนยังคงมีอาการบาดเจ็บที่ได้รับอยู่ แต่หลังจากนี้พร้อมแล้วที่จะพิสูจน์ฝีเท้าตัวเองเพื่อเป็นกำลังสำคัญหลักในการไล่ล่าถ้วยกับศึกกต่าง ๆ ที่กำลังจะมาถึง

ชากิรี่

“ในฐานะอาชีพนักฟุตบอลผมขอตอบไว้เลยว่าทีมนี้เป็นทีมที่ผมใฝ่ฝันและต้องการจะอยู่ค้าแข้งด้วยมากที่สุด กับข่าวลือเรื่องการย้ายทีมของผมไม่เป็นความจริงผมพร้อมที่จะพิสูจน์ฝีเท้าตนเองเพื่อกลับมาเป็นผู้เล่นหลักอีกครั้งหนึ่ง หลายคนมองว่าทำไมในซีซั่นนี้ผมถึงไม่มีโอกาสได้ลงสนามมันเป็นผลมาจากอาการบาดเจ็บที่ผมได้รับ แล้วผมรู้สึกยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งในการคว้าแชมป์ถ้วยสำคัญพรีเมียร์ลีกอังกฤษมาครองได้สำเร็จมันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและน่ายินดีที่สุด” เซอร์ดาน ชากิรี่ กล่าว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่คนเก่ง แล้วออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์กับบรรดาสื่อว่า เหตุวิกฤตการณ์โควิดมีผลกระทบต่อวงการฟุตบอลเป็นอย่างมากรวมถึงโปรแกรมการแข่งขัน

ซึ่งในตอนนั้นตัวเขาเองรู้สึกหวั่นใจว่าการแข่งขันในแต่ละเกมอาจจะต้องถูกยกเลิกแบบสายฟ้าแลบ แต่สุดท้ายลีกการแข่งขันก็สามารถจัดการแข่งขันได้จนจบครบทุกเเมตช์

จนทีมของตัวเองสามารถคว้าถ้วยแชมป์ได้ในที่สุด เป็นการสิ้นสุดการรอคอยถ้วยแชมป์ที่นานที่สุดถึง 30 ปีด้วยกัน

เจอร์เก้น คล็อปป์

เจอร์เก้น คล็อปป์” กุนซือมาเเรง ทีมลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือมาเเรง ทีมลิเวอร์พูลสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการค้าแข้งลีกอังกฤษ ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกส่วนตัวว่า มีความหวั่นเกรงเป็นอย่างมากว่าโปรแกรมการเเข่งขันจะไม่สุดจนถึงปลายทาง

เพราะด้วยมาตรการป้องกันไวรัสโควิดมีความจำเป็นที่จะต้องกวดขันกันอย่างเข้มงวดไม่ว่าจะเป็นตัวนักเตะหรือทุกคนที่ต้องได้รับการตรวจว่าปลอดภัยเชื้อทุกครั้งทุกคนแถมที่นั่งคนดูก็ถูกยกเลิกไป ซึ่งในตอนนั้นกุนซือเผยว่าทีมอาจจะพลาดโอกาสที่จะได้คว้าถ้วยแชมป์แต่สุดท้ายก็ทำสำเร็จจนได้

เจอร์เก้น คล็อปป์

“ในช่วงเวลานั้นมันเป็นสถานการณ์ที่หวั่นไหวและกระทบไปทั่วทุกวงการ โดยเฉพาะการจัดโปรแกรมการแข่งขันในแต่ละเกมที่ถูกจัดขึ้นและเต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะมีกฎข้อบังคับในการควบคุมโรคอย่างมากมาย ซึ่งตนนั้นเข้าใจดีและได้เตรียมใจเอาไว้แล้วว่าการแข่งขันอาจจะต้องถูกยกเลิกไปกลางครัน ตนมีความรู้สึกขวัญเสียพอสมควรเนื่องจากตนเองและนักเตะทุกคนฝึกซ้อมกันอย่างหนักหมายมั่นจะคว้าถ้วยในลีกอังกฤษครั้งนี้ แต่สุดท้ายการแข่งขันก็ถูกจัดขึ้นจนจบและคว้าถ้วยแชมป์สำเร็จเป็นการปิดฉากเกมอย่างสวยงามสมกับการรอคอยของสโมสรทีมที่กินเวลามาถึง 30 ปี” เจอร์เก้น คล็อปป์ กล่าว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล กำลังจะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ และ ‘เยอร์เก้น คล็อปป์’ กำลังจะกลายเป็นที่กล่าวขานบนเวทีพรีเมียร์ลีก โดยขออีกเพียง 6 แต้มเท่านั้น พวกเขาจะได้ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกของสโมสรสมใจหมาย หลังทำแต้มนำห่างอันดับ 2 อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากถึง 25 คะแนนด้วยกัน

                หากแต่ยังมีสิ่งที่พวกเขาคงยังไม่ได้คิดในตอนนี้ อาจจะด้วยความ ‘ใหม่’ และไม่มีประสบการ์ของการเป็นแชมป์ของทีมชุดนี้ พวกเขาคงคิดไม่ถึงว่า การล่าแชมป์ในฤดูกาลนี้ว่าเหนื่อยลากเลือดแล้ว แต่ การ ‘ป้องกันแชมป์’ ในฤดูกาลหน้า มันคืองานที่ ‘หิน’ เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า และพวกเขามีการบ้านให้ต้องทำในช่วงปิดเทอมอีกเพียบ

ลิเวอร์พูล

                โดยหลังจากวินาทีที่พวกเขาขึ้นไปชูถ้วย สิ่งที่ลิเวอร์พูลจะต้องคิดเป็นอันดับแรกหลังจากนั้น แน่นอนว่าต้องเป็นการ ‘เฉลิมฉลอง’ หลังจากฤดูกาลที่เหน็ดเหนื่อยและยาวนานได้จบลง

                แต่สิ่งถัดไปที่ทีมหงส์แดงควรทำก็คือ ต้องพยายาม ‘ลืม’ เรื่องแชมป์ที่ฉลองไปให้เร็วที่สุด หากหวังจะเดินหน้าป้องกันอาร์มทองของพวกเขาต่อไปในฤดูกาลหน้า ซึ่งจะเป็นงานที่หนักหน่วงกว่าในปีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูลทำผลงานสวยหรูมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล ชนะมาติดต่อกันอย่างยาวนาน และกว่าจะแพ้ก็ปาเข้าไปจะจบฤดูกาลอยู่มะรอมมะร่อ

แต่ถ้าหากสังเกตดี ๆ หลาย ๆ เกมในช่วงระยะหลังมานี้ ดูเหมือนว่า ลิเวอร์พูลจะถูกคู่แข่งพยายาม ‘จับทาง’ หลายครั้งที่พวกเขาผ่านแต่ละเกมมาแบบหืดจับ แต่ยังมีชายที่ชื่อ ‘เยอร์เก้น คล็อปป์’ พาพวกเขาผ่านมาได้อยู่ร่ำไป

ลิเวอร์พูล

จนเรื่องมันก็เริ่มมาแดงในเกมที่พวกเขาบุกไปพ่ายให้กับ ‘วัตฟอร์ด’ อย่างหมดรูปถึง 3-0 ต่อด้วยการพ่ายให้กับเชลซี 2-0 ในฟุตบอล เอฟเอ คัพ และยังปิดท้ายด้วยการถูก แอตฯ มาดริด เขี่ยตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฐานะแชมป์เก่า ก่อนจะถูกพักเบรกด้วยสถานการณ์โคโรน่าไวรัสระบาด ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสัญญาณที่ส่งไปถึงลิเวอร์พูล ว่าพวกเขาจะต้องทำอะไรสักอย่าง หากยังอยากจะรักษาความยิ่งใหญ่ต่อไป

ลิเวอร์พูล” ชุดนี้นั้น มีความสามารถที่จะทำมันได้

ทุกคนรู้ดีว่าทีมชุดนี้ของลิเวอร์พูลนั้น มีความสามารถที่จะทำมันได้ มีดีพอที่จะป้องกันแชมป์ แต่ความสามารถนั้น พวกเขาได้แสดงออกมาให้ทุกทีมเห็นหมดแล้วในช่วงสองปีหลังที่ผ่านมา ทุกทีมเก็บข้อมูลไว้อย่างหมดจด นั่นทำให้ลิเวอร์พูลต้องก้าวขึ้นไปอีกระดับ ทำสิ่งที่แตกต่างออกมา

ศัตรูตัวฉกาจของหงส์แดงในฤดูกาลหน้า ก็คงหนีไม่พ้น ‘เรือใบสีฟ้า’ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า และเหล่าลูกทีม ที่น่าจะเก็บความโกรธแค้นไว้ไล่ล่าลูกทีมของคล็อปป์ในฤดูกาลหน้า

รวมไปถึงเหล่าสโมสรที่กำลังพยายามพัฒนากันอย่างสุดขีดอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้, เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด, สเปอร์ส, วูล์ฟส์แฮมตัน, อาร์เซนอล และเอฟเวอร์ตัน ที่รายล้อมไปด้วยยอดกุนซือจอมเก๋า และเหล่ากุนซือเลือดใหม่ไฟแรงมากมาย

งานนี้บอกเลยว่า ไม่ใช่งานกล้วย ๆ อย่างแน่นอน สำหรับหนทางการ ‘ป้องกันแชมป์’ พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้าของพลพรรคเครื่องจักรสีแดง เพราะศัตรูรอบตัวนั้นต่างพร้อมและจ้องฉุดพวกเขาลงจากบัลลังก์ได้ทุกเมื่อ   

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ เฮดโค้ช ลิเวอร์พูล เผยว่าตนเองจะลาตำแหน่งกุนซือของ “หงส์แดง” ในอีก 4 ปีข้างหน้าหรือปี 2024 ซึ่งเป็นช่วงเสลาที่หมดสัญญาในถิ่น แอนฟิลด์ พอดี

สำหรับ คล็อปป์เข้ามารับหน้าที่คุมทัพ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2015 หลังลาตำแหน่งเทรนเนอร์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเจ้าตัวก็ช่วยให้ “หงส์แดง” ประสบความสำเร็จมากมายโดยเฉพาะในช่วง 2 ซีซั่นหลัง เริ่มจากเมื่อฤดูกาล 2018-19 ที่เจ้าตัวพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 6 ของสโมสร

คล็อปป์

ขณะที่ในฤดูกาลนี้ คล็อปป์ก็พา ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าทริปเปิลแชมป์มาครองอย่างยิ่งใหญ่ นั่นก็คือ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยเฉพาะแชมป์พรีเมียร์ลีก หรือแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษที่ถือเป็นถ้วยซึ่งแฟนๆ “เดอะ ค็อป” รอมานานกว่า 30 ปี

จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นทำให้คล็อปป์ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ติดอันดับท็อป 5 ของโลกในปัจจุบัน ซึ่ง ลิเวอร์พูล ก็ได้ตอบแทนผลงานด้วยการขยายสัญญากับกุนซือชาวเยอรมันไปถึงปี 2024 เป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตามคล็อปป์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ที่ทำให้แฟนๆของ ลิเวอร์พูล ต้องหวั่นใจ หลังเจ้าตัวได้ออกมากล่าวถึงวันที่ตนเองจะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ กับ “SWR Sport” หนังสือพิมพ์ในเยอรมันว่า “แน่นอนผมจะกลับไปที่เยอรมันหลังจากจบอาชีพการคุมทีม และทางที่เป็นไปได้มากที่สุดคือกลับไปอยู่ที่เมือง ไมนซ์”

คล็อปป์

ถึงกระนั้นคล็อปป์ให้คำมั่นว่าจะอยู่คุมทีม ลิเวอร์พูล ไปจนถึงหมดสัญญาอย่างแน่นอน “ผมจะอยู่กับ ลิเวอร์พูล ไปอีก 4 ปี ถ้าพวกเขาไม่ปลดผมออกจากตำแหน่งเสียก่อน”

คล็อปป์” อาจจะหันไปรับงานคุมทีมชาติเยอรมัน

โดยที่ผ่านมามีข่าวว่าหลังจากหมดสัญญา นั้นคล็อปป์อาจจะหันไปรับงานคุมทีมชาติเยอรมันต่อไป ทว่าหากย้อนไปเมื่อปี 2019 เจ้าตัวเคยเผยกับนิตยสาร “Kicker” ถึงอนาคตของตนเองว่า “ผมเป็นคนที่มีพลังงาน แต่ผมมีปัญหาหนึ่งที่สำคัญ คือ ผมไม่สามารถทำอะไรแบบครึ่งๆกลางๆได้

ดังนั้นมี 2 ทางเลือก นั่นก็คือ ทุ่มเททำทุกอย่าง กับไม่ทำอะไรเลย ซึ่งถ้าหากว่าผมตัดสินใจที่จะไม่ทำอะไรเลยนั้น ผมจะหยุดพักจากวงการฟุตบอลเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี และหลังจากการหยุดพัก ผมก็ต้องตัดสินใจอีกครั้งว่าผมจะกลับมาทำงานหรือไม่ แต่ผมก็มั่นใจว่าพลังงานของผมจะกลับมา และพร้อมจะทำหน้าที่อีกครั้ง”

ทั้งนี้คล็อปป์ยังมีสิทธิ์พา ลิเวอร์พูล ทำสถิติเป็นแชมป์ลีกที่สามารถเก็บแต้มได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์หากพวกเขาเก็บชัยได้ในอีก 3 เกมที่เหลือของซีซั่นซึ่งจะพบกับ อาร์เซน่อล, เชลซี และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยืนยันว่า ตนเอง และลูกทีมได้สนใจเรื่องการทำลายสถิติเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกที่เก็บแต้มได้มากที่สุดแต่อย่างใด โดยขอมีสมาธิกับชัยชนะไปทีละนัดก็เพียงพอ

โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล เพิ่งทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยบุกชนะ ไบรท์ตัน 3-1 จากประตูของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เหมาคนเดียว 2 ลูกในนาทีที่ 6 และ 76 ส่วนอีกลูกได้จาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นาทีที่ 8 ส่วนเจ้าถิ่นได้จาก เลอันโดร ทรอสซาร์ นาที 45

จากผลดังกล่าวทำให้ ลิเวอร์พูล ของเทรนเนอร์ เจอร์เก้น คล็อปป์ที่คว้าแชมป์ไปแล้วนั้น เก็บแต้มเพิ่มได้เป็น 92 คะแนนจาก 34 นัด นำห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 2 อยู่ 23 คะแนน

คล็อปป์

นอกจากนั้น คล็อปป์และลูกทีมยังมีสิทธิ์ลุ้นที่จะทำลายสถิติเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สามารถโกยแต้มได้มากที่สุดแซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยทำได้ 100 คะแนน เมื่อซีซั่น 2017-18 หากพวกเขาสามารถเก็บชัยได้ในอีก 4 นัดที่เหลือ หรือ ชนะ 3 เสมอ 1 ในอีก 4 นัดที่เหลือของฤดูกาลนี้ (มีโปรแกรมพบ เบิร์นลี่ย์, อาร์เซน่อล, เชลซี และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด)

โดยหลังเกมกับ ไบรท์ตัน มีผู้สื่อข่าวกับถาม คล็อปป์เกี่ยวกับประเด็นการทำลายสถิติเก็บแต้มากสุด ซึ่งเฮดโค้ชชาวเยอรมันก็ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า “มันไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับผม และผมไม่สนใจในเรื่องดังกล่าวแต่ออย่างใด แต่สิ่งที่ผมสนใจมากที่สุดคือการเก็บชัยชนะในเกมฟุตบอล โดยสำหรับคนในวงการกีฬาเรื่องนี้มันอาจจะสำคัญ ซึ่งที่จริงแล้วเราคว้าแชมป์ไปแล้ว และไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องดังกล่าวมากนัก (การเก็บชัยชนะ) แต่ไม่ใช่กับลูกทีมของผมที่พร้อมจะทุ่มเททุกสิ่งสำหรับเรื่องนี้”

คล็อปป์

“คล็อปป์” ยังให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะในเกมที่ผ่านมาด้วย

นอกจากนั้น คล็อปป์ยังให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะในเกมที่ผ่านมาด้วยว่า “ผมได้เห็นทั้ง 2 ทีมที่ยอดเยี่ยม และพยายามจะเล่นฟุตบอลอย่างสนุก โดย ไบรท์ตัน มีแผนการเล่นที่กล้าหาญ แต่เราก็มีวีธีการรับมือที่สุดยอดเช่นกัน โดยเราทำได้น่าประทับใจในการเล่นเพรสซิ่งสูง ทว่าเมื่อเราเสียบอลในช่วงเวลาที่ผิด ก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน”

“โดยประตูที่พวกเขาทำได้นั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรจะได้รับ ทำให้เราต้องมีการปรับเปลี่ยนบางอย่างเกี่ยวกับการป้องกัน และการยืนตำแหน่งในแผงมิดฟิลด์ ซึ่งมันก็ช่วยได้มาก ช่วงเริ่มต้นเกมนั้นสุดยอด เช่นเดียวกับช่วงท้ายที่เราก็ทำได้ดีไม่ต่างกัน อย่างไรก็ตามผมขอแสดงความถือต่อ เกรแฮม พ็อตเตอร์ ผู้จัดการทีม ไบรท์ตัน ที่ทำให้เราต้องเจอกับเกมที่ยากลำบาก” คล็อปป์กล่าวปิดท้าย

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

แกรี่ เนวิลล์ อดีตนักเตะระดับตำนานปีกขวาของทีมแมนเชตเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำแห่งศึกลูกหนังอังกฤษ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แก่สื่อบ้านเกิดของตนเองว่า ตัวเขารู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก และไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ากุนซือจอมโอหังอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ จะสามารถพาทีมคู่บารมีชิวคว้าถ้วยได้แบบที่เคยสาดน้ำลายเอา พร้อมกับยอมรับตลอดซีซั่นการแข่งขันในฤดูกาลนี้ที่ผ่านมา กุนซือจอมน้ำลายคุมทีมได้ดีเกินมาตรฐานที่ตนคิดเอาไว้

คล็อปป์

เจอร์เก้น คล็อปป์” กุนซือใหญ่ เข้ามามีบทบาทในถิ่นแอนฟีลด์ ปี 2005

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่ชาวเยอรมัน ได้เข้ามามีบทบาทคุมบังเหียนในถิ่นแอนฟีลด์นับตั้งแต่ปี 2005 และยังคงเดินหน้าคุมทีมอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ตลอดระยะเวลาที่เขาได้คุมทีมได้เจอกับคำท้าทายฝีมือการเป็นกุนซือเรื่อยมา แม้ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะพลาดโอกาสในการพาทีมลิเวอร์พูลคว้าชัยมาหลายฤดูกาล แต่ในซีซั่นนี้เขาได้ออกมาพิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่าตัวเขาเองก็มีฝีมือไม่แพ้กุนซือคนไหน ๆ แข้งตำนานทีมคู่ปรับร่วมลีกอย่าง แกรี่ เนวิลล์ ถึงกับอดปากไม่ไหวยังต้องออกมาแสดงความซูฮก

คล็อปป์

“นาทีนี้ไม่มีใครเกิน เจอร์เก้น คล็อปป์อีกแล้ว กับชัยชนะที่ผ่านมามันตอบโจทย์ทุกอย่าง เขาทำงานมาอย่างหนักกับทีม ทีม ถึงเขาจะดูโอหังบ้างในบางทีจนทำให้ผมไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะทำได้ และเขาทำได้ดีกว่าที่คิดด้วย เขาพาทีมเปิดฉากแข่งได้อย่างสวยงามตั้งแต่ต้นนฤดูกาลมันน่าวิเศษที่สุด มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าทีมชนะเพราะทุกทีมกำลังเจอกับปัญหาโรคหรืออะไร เราต่างได้รับผลกระทบกันทั้งนั้น แต่ตัวนักเตะที่ยังคงรักษามาตราฐานได้ถือว่าสุดยอดมาก” อดีตแข้งระดับตำนานกล่าว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

จากการแข่งขันที่ผ่านมาทีมแชมป์สมัยล่าสุดที่ถ้วยยังร้อนอุ่น ๆ อยู่ หงส์แดง งานนี้ไม่รู้ว่าขาหมดแรงหรือลงเตะทุกนัดจนเปื่อย เพราะบุกไปแพ้ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบราบคาบทำเอากุนซือและแฟนบอลที่ดูอยู่ข้างสนามเอาปี๊ปคุมแทบไม่ทัน จากเกมการแข่งขันในนัดนี้ได้เผยให้เห็นจุดบอดของปราการหลังที่หละหลวมเป็นอย่างมาก ไม่สามารถต้านทานนักเตะของเรือใบสีฟ้าได้จริง ๆ

หงส์แดง

ในเกมการแข่งขันนัดนี้เป็นที่สรุปแล้วว่า ทีมลิเวอร์พูล ได้ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองอย่างแน่นอน แต่ความมันและศักดิ์ศรียังคงค้ำคอ เพราะทีมเจ้าบ้านมีดรีกรีเป็นถึงแชมป์เก่า จบสกอร์กันไปเจ้าบ้านถล่มมยับ 4 ประตูต่อ 0 ทั้ง กูรูได้ออกมาตั้งข้อสงสัยว่า การที่กองหลังของทีมหงส์แดงนั้นเปราะบางขนาดนี้ เป็นเพราะว่ากุนซือใหญ่ของทีมต้องการที่จะทดสอบฝีเท้าของนักเตะแผนสำรองกันหรือเปล่าว

หงส์แดง

หงส์แดง จะดูเป็นฝ่ายได้เปรียบมากกว่าทีมเจ้าบ้าน

ช่วงเกมแรกของการแข่งขันแม้ทีมหงส์แดงจะดูเป็นฝ่ายได้เปรียบมากกว่าทีมเจ้าบ้าน แต่มีโอกาสทำประตูได้หลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถเจาะประตูของทีมเจ้าบ้านได้ จนมาโดนพังประตูเป็นลูกแรง หนำซ้ำแข้งสำรองที่ส่งมาลองสนามอย่าง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน  นอกจากจะไม่มีบทบาทในสนามแล้ว ยังทำบอลเข้าประตูตัวเองเสียอีก

ส่งผลให้กุนซือที่จับตาดูอยู่ข้างน่าซีดไปตามกันกับแฟนบอล ถึงแม้ว่าทีมหงส์แดงจะเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าพวกเขาจะได้ถ้วยแชมป์ในซีซั่นนี้อย่างแน่นอน แต่ยังคงมีการแข่งขันอันระอุที่รอให้ปิดฉากอีก 6 เกม และอาจจะเป็นแผนในการทดลองตำแหน่งแข้งของกุนซือทีมก็เป็นได้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล