ไมเคิล โอเว่น อดีตสตาร์ของ ลิเวอร์พูล-รีล มาดริด-นิวคาสเซิล-แมนยู-สโต๊ค กล่าวให้ความเห็นถึงเกมคอมมูนิตี้ ชิลด์ที่จะแข่งกันช่วงสุดสัปดาห์นี้ว่า จะมีการทำประตูกันอย่างถล่มทลายแน่นอน โอเว่นเคยยิงประตูให้ลิเวอร์พูลเกมที่พบอาร์เซนอลในรายการเอฟเอคัพ นัดชิงชนะเลิศมาแล้ว

คล้อยหลังเพียงสี่สัปดาห์หลังจากที่อาร์เซนอลชนะเชลซี ซิวถ้วยแชมป์เอฟเอคัพ พวกเขาจะได้ประเดิมสนามในรายการคอมมูนิตี้ ชิลด์พบกับลิเวอร์พูลที่สนามกีฬาแห่งชาติ

ลิเวอร์พูล

เดอะ กันเนอร์สจัดการคว้าชัยชนะได้ในเกมล่าสุดที่ทั้งสองทีมพบกันเมื่อเดือนกรกฎาคม โดยตอนนั้นทีมหงส์แดงชนะเลิศคว้าแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกไปแล้ว เลยดูเหมือนว่าทีมหงส์แดงไม่จริงจังเท่าไหร่ (อาร์เซนอลชนะ 2-1)

ทีมของมิเกล อาร์เตต้าเพิ่งจะกลับมาลงฝึกซ้อมเมื่อวันจันทร์หลังจากที่นักเตะได้รับอนุญาตให้พักผ่อนหลังได้แชมป์เอฟเอคัพ

ขณะที่หงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้ออกไปเก็บตัวที่แค้มป์ฝึกซ้อมที่ออสเตรีย

เริ่มจากการที่พวกเขาชนะทีมน้องใหม่บุนเดสลีกา สตุ๊ตการ์ทในเกมแรกของปรีซีซั่น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่จะเสมอกับเร้ด บูลล์ ซัลส์บวร์ก 2-2 ต้องขอบคุณประตูจากกองหน้าวัยกระเตาะ ริอัน บรูวสเตอร์

และโอเว่นได้คิดว่าลิเวอร์พูลมีความเฉียบคมในการยิงประตูมากกว่าที่เวมบลีย์

คาดการณ์ว่าลิเวอร์พูลมีเปอร์เซ็นต์ชนะอาร์เซนอลมากกว่า แต่ว่าการที่หงส์แดงแข่งเกเมนี้เป็นการออกมาเล่นสนามที่เป็นกลาง สถิติเกมในบ้านของลิเวอร์พูลนั้นน่ากลัวเหลือเกินไม่แพ้ใครมากกว่านาน การพ่ายแพ้ครั้งล่าสุดที่สนามแอนฟิลด์ต้องย้อนกลับไปปี 2017

อาร์เซนอล

อย่างไรก็ตามฟอร์มการเล่นทีมเยือนของพวกเขาก็ไม่ได้ดูแย่เกินไปนักและผู้เล่นทุกคนในสโมสรจะต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อกลับไปเล่นอีกครั้งและรักษาฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของพวกเขาในสองฤดูกาลที่ผ่านมา

แม้จะมีการพูดถึงเกมนี้เป็นเหมือนเกมกระชับมิตรมากกว่า แต่ทั้งสองทีมจะกระตือรือร้นมากที่จะเริ่มต้นฤดูกาลด้วยการคว้าชัยชนะและผมก็ชอบเกมที่สนุกสนานที่มีประตูมากมาย

โอเว่นกล่าวว่าเขาเป็นแฟนบอลตัวยงของปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง และคิดว่าอาร์เซนอลมีโอกาสจะชนะลิเวอร์พูลด้วยสกอร์ 3-1

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกนัดที่ 36 ที่ผ่านมา นอกจากสถานการณ์การแย่งชิงตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกที่เข้มข้นแล้ว ก็ยังมีบิ๊กแมทช์อยู่อีกหนึ่งคู่ เป็นการพบกันระหว่าง ‘อาร์เซนอล’ ที่ต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของหงส์แดง ลิเวอร์พูล

และเมื่อเหล่าบรรดา ‘เดอะ ค็อป’ ได้เห็น 11 ตัวจริงทีมชีทของเจ้าบ้านก็ต้องถึงกับยิ้มหวาน เพราะกุนซืออย่าง ‘มิเกล อาร์เตต้า’ ได้เลือกแล้วว่าขอให้ความสำคัญกับ เอฟเอ คัพ ในสุดสัปดาห์ที่ต้องพบกับ แมนฯ ซิตี้ ก่อน จึงจำต้องโรเตชั่นผู้เล่น เพราะยอดโค้ชชาวสเปนมองว่าพวกเขาคงไม่อยู่ในสารบบลุ้นตั๋วไปแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกแล้ว

ต่างกับทีมเยือนอย่าง ลิเวอร์พูลที่จนถึงตอนนี้หลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ก็ไม่เหลือรายการอื่นให้เล่นแล้วเพราะว่าตกรอบไปแบบเรียบวุธ จึงจัดหนักจัดเต็ม หวังเดินหน้าล่าสถิติทำ 100 แต้ม โดยมีเงื่อนไขว่าต้องชนะในทุกเกมที่เหลือ โดยเริ่มจากเกมนี้เป็นเกมแรก

ลิเวอร์พูล” กลับมาพลาดลูกไม่น่าให้อภัย

แต่บทสรุปทั้งหมดกลับตาลปัตร แม้ไม่ถึงกับช็อคโลก แต่ช็อคประเทศก็คงได้อยู่ เพราะทีมที่มีเกมรับเหนียวแน่นอย่างลิเวอร์พูล กลับมาพลาดลูกไม่น่าให้อภัยถึง 2 ลูกในเกมเดียว และ ‘Human error’ นั้นมันดันไปเกิดขึ้นกับนักเตะที่เหล่า เดอะ ค็อป คงไม่กล้าด่าได้แต่คันยิบ ๆ ตรงมุมปาก

ลิเวอร์พูล

ก็เมื่อสองพระเอกประจำแนวรับอย่าง ‘เวอร์กิล ฟานไดจ์ค’ และ ‘อลิซซอน เบคเกอร์’ ดันไปแจกโชคให้กับทีมเจ้าบ้านที่จัดทีมแบบคงไม่ได้หวังชนะด้วยซ้ำ ซึ่งทั้งเกมอาร์เซนอลก็มีจังหวะจบสกอร์แค่ 2 ครั้งจาก 2 หน่อของหงส์แดง 2 รายนี้แหละ แต่พวกเขาก็โชว์ความเด็ดขาดหักปีกหงส์แดงจาก 2 ความผิดพลาดนี้ ด้วยอัตรการการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูสูงถึง 100 %

เริ่มตั้งแต่จังหวะที่พี่ใหญ่อย่าง ‘เวอร์กิล ฟานไดจ์ค’ มั่นใจไม่ดูอีร้าค่าอีรม เลือกเล่นยากโชว์สกิลบังบอลระดับแข้งเวิร์ลคลาส แต่กลับรอให้ ‘เนลสัน’เข้ามาประชิดตัว พร้อมรั้งแขนในจังหวะคายบอลคืนให้ อลิซซอน จนบังคับทิศทางไม่ได้

รวมถึงคลามผิดพลาดครั้งที่ 2 โดย ‘พี่หมี’ อลิซซอน รับลูกทุ่มคืนหลังของ โรเบิร์ตสัน แล้วแปะคืนแบบแป้ก ๆ จนโดนตัดก่อนจะเสียประตูที่ 2 ในที่สุด และสองประตูของเจ้าบ้านดังกล่าวที่กลายเป็นไฮไลท์ ทำให้ประตูสุดสวยของทีมเยือนโดย ซาดิโอ มาเน่ ไม่มีการพูดถึงไปโดยปริยาย

กราฟฟิคท้ายเกมขึ้นมาแสดงโอกาสจบสกอร์ที่ 23 ต่อ 2 ครั้ง ได้อธิบายความปราชัยในเกมนี้ของทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกชัดเจนว่า ‘การจบสกอร์’ ของลิเวอร์พูลนั้น เข้าขั้นห่วยแค่ไหนในระยะหลังที่ผ่านมา

นี่คงเป็นชัยชนะที่ ‘งง’ กันทั้งทีมที่ชนะและทีมที่แพ้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือประหลาดอะไร เพราะเรื่องแบบนี้พบเห็นกันได้บ่อย ๆ ในโลกของฟุตบอล เพราะเกมกีฬาชนิดนี้ เค้าไม่ได้วัดกันที่ อัตราครองบอล, โอกาส หรือรูปเกมใด หากแต่เป็น ‘ประตู’ ต่างหาก

และอุบัติเหตุทางฟุตบอลในครั้งนี้ ก็ส่งผลให้ทีมแชมป์อย่างลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ในช่วงโควิดแบบหงอย ๆ ไปโดยปริยาย

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เซอร์ดาน ชากิรี่ ได้ออกมาเปิดปากพูดถึงเส้นทางการค้าแข้งของตัวเองเป็นครั้งแรก หลังจากที่ตกอยู่ภายใต้ข่าวลือเรื่องการโบกมืออำลาทีมลิเวอร์พูลมาตลอดทั้งซีซั่น เมื่อบทบาทของปีกตัวเก่งลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของกุนซือคนปัจจุบันทำให้ในซีซั่นนี้เขามีโอกาสโชว์ผลงานลงสนามไปแค่เพียง  11 นัดเท่านั้น บวกกับอาการบาดเจ็บที่พึ่งจะหายดี จากการรายงานข่าวของสื่อฟุตบอลอังกฤษ

ชากิรี่

เซอร์ดาน ชากิรี่” ปีกคนเก่งเลือดสวิต ทีมหงส์แดง

ทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล สโมสรแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ได้ออกมาพูดคุยกับสื่อว่า จะยังคงยืนยันอยู่ค้าแข้งกับทีมต้นสังกัดต่อไป ถึงแม้ว่าบทบาทในฤดูกาลนี้จะถูกลดน้อยลงเพราะมีโอกาสได้โชว์ผลงานแค่เพียง 11 นัด  นัดซึ่งแตกต่างจากฤดูกาลที่แล้วเป็นอย่างมากที่เขาเป็นนักเตะผู้เล่นหลักได้ลงเตะทุกสนาม โดยตัวนักเตะมองว่าเข้าใจถึงแผนการทำทีมของกุนซือใหญ่เพราะตนยังคงมีอาการบาดเจ็บที่ได้รับอยู่ แต่หลังจากนี้พร้อมแล้วที่จะพิสูจน์ฝีเท้าตัวเองเพื่อเป็นกำลังสำคัญหลักในการไล่ล่าถ้วยกับศึกกต่าง ๆ ที่กำลังจะมาถึง

ชากิรี่

“ในฐานะอาชีพนักฟุตบอลผมขอตอบไว้เลยว่าทีมนี้เป็นทีมที่ผมใฝ่ฝันและต้องการจะอยู่ค้าแข้งด้วยมากที่สุด กับข่าวลือเรื่องการย้ายทีมของผมไม่เป็นความจริงผมพร้อมที่จะพิสูจน์ฝีเท้าตนเองเพื่อกลับมาเป็นผู้เล่นหลักอีกครั้งหนึ่ง หลายคนมองว่าทำไมในซีซั่นนี้ผมถึงไม่มีโอกาสได้ลงสนามมันเป็นผลมาจากอาการบาดเจ็บที่ผมได้รับ แล้วผมรู้สึกยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งในการคว้าแชมป์ถ้วยสำคัญพรีเมียร์ลีกอังกฤษมาครองได้สำเร็จมันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและน่ายินดีที่สุด” เซอร์ดาน ชากิรี่ กล่าว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่คนเก่ง แล้วออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์กับบรรดาสื่อว่า เหตุวิกฤตการณ์โควิดมีผลกระทบต่อวงการฟุตบอลเป็นอย่างมากรวมถึงโปรแกรมการแข่งขัน

ซึ่งในตอนนั้นตัวเขาเองรู้สึกหวั่นใจว่าการแข่งขันในแต่ละเกมอาจจะต้องถูกยกเลิกแบบสายฟ้าแลบ แต่สุดท้ายลีกการแข่งขันก็สามารถจัดการแข่งขันได้จนจบครบทุกเเมตช์

จนทีมของตัวเองสามารถคว้าถ้วยแชมป์ได้ในที่สุด เป็นการสิ้นสุดการรอคอยถ้วยแชมป์ที่นานที่สุดถึง 30 ปีด้วยกัน

เจอร์เก้น คล็อปป์

เจอร์เก้น คล็อปป์” กุนซือมาเเรง ทีมลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือมาเเรง ทีมลิเวอร์พูลสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการค้าแข้งลีกอังกฤษ ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกส่วนตัวว่า มีความหวั่นเกรงเป็นอย่างมากว่าโปรแกรมการเเข่งขันจะไม่สุดจนถึงปลายทาง

เพราะด้วยมาตรการป้องกันไวรัสโควิดมีความจำเป็นที่จะต้องกวดขันกันอย่างเข้มงวดไม่ว่าจะเป็นตัวนักเตะหรือทุกคนที่ต้องได้รับการตรวจว่าปลอดภัยเชื้อทุกครั้งทุกคนแถมที่นั่งคนดูก็ถูกยกเลิกไป ซึ่งในตอนนั้นกุนซือเผยว่าทีมอาจจะพลาดโอกาสที่จะได้คว้าถ้วยแชมป์แต่สุดท้ายก็ทำสำเร็จจนได้

เจอร์เก้น คล็อปป์

“ในช่วงเวลานั้นมันเป็นสถานการณ์ที่หวั่นไหวและกระทบไปทั่วทุกวงการ โดยเฉพาะการจัดโปรแกรมการแข่งขันในแต่ละเกมที่ถูกจัดขึ้นและเต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะมีกฎข้อบังคับในการควบคุมโรคอย่างมากมาย ซึ่งตนนั้นเข้าใจดีและได้เตรียมใจเอาไว้แล้วว่าการแข่งขันอาจจะต้องถูกยกเลิกไปกลางครัน ตนมีความรู้สึกขวัญเสียพอสมควรเนื่องจากตนเองและนักเตะทุกคนฝึกซ้อมกันอย่างหนักหมายมั่นจะคว้าถ้วยในลีกอังกฤษครั้งนี้ แต่สุดท้ายการแข่งขันก็ถูกจัดขึ้นจนจบและคว้าถ้วยแชมป์สำเร็จเป็นการปิดฉากเกมอย่างสวยงามสมกับการรอคอยของสโมสรทีมที่กินเวลามาถึง 30 ปี” เจอร์เก้น คล็อปป์ กล่าว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เห็นทีจะต้องเหนื่อยยิ่งขึ้นกว่าเดิมสำหรับ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือใหญ่ของทีมอาร์เซน่อล ที่ออกมาเปิดใจแบบแมน ๆ ว่าหลังจบการแข่งขันในฤดูกาลนี้ตอนนี้ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเขาจะไม่สามารถซื้อนักเตะได้ครบทุกตำแหน่งตามที่ได้ตั้งเป้าเอาไว้

อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจในตอนนี้ที่ได้รับผลกระทบไปทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่วงการฟุตบอลลูกหนัง ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

โดยเฉพาะตลาดการซื้อ-ขายตัวนักเตะที่เงียบเป็นเป่าสาก โดยกุนซือไฟแรงชี้ว่าไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่สักเท่าไหร่ ทั้งตัวเขาและลูกทีมที่มีทัศนคติดีไม่แพ้กับทีมแชมป์อังกฤษถ้วยล่าสุด และพร้อมที่จะโมแข้งที่มีอยู่อย่างหนักเพื่อทำแชมป์ให้สำเร็จ

มิเกล อาร์เตต้า

มิเกล อาร์เตต้า” ออกมาเปิดใจว่า รู้สึกไม่แน่ใจ

คำสัมภาษณ์หลังจากจบการแข่งขัน มิเกล อาร์เตต้า ออกมาเปิดใจว่า รู้สึกไม่แน่ใจว่าตนจะได้รับมันนี่ไปชอปปิ้งแข้งเพิ่มมาเสริมแกร่งทีมในซีซั่นหน้าได้หรือไม่

เพราะอย่างที่รู้กันสโมสรทีมก็ได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจเรื่องการเงินไม่แพ้กับทีมอื่น กุนซือใหญ่เชื่อว่าตัวเขาและมันหาลูกทีมจะสร้างทีมที่ดีและประสบความสำเร็จในการทำแชมป์ฤดูกาลหน้าได้อย่างแน่นอน

แม้จะไม่ต้องมีแข้งหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพก็ตาม สำหรับ มิเกล อาร์เตต้า เข้ามาทำหน้าที่อย่างเต็มตัวเมื่อปลายปีที่แล้วและเหมือนว่าการทำงานของเขา

จะเต็มไปด้วยความยากลำบากแถมยังต้องมาเจอกับปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสที่เป็นผลกระทบไปทั่วโลก

มิเกล อาร์เตต้า

“มันคงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เป็นความท้าทายของตัวผมและลูกทีมจะต้องเจอ หากในฤดูกาลนี้เราไม่มีเงินที่จะไปซื้อนักเตะเพิ่มผมก็คิดว่ามันไม่ได้เป็นปัญหาสักเท่าไหร่

เราเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จได้แม้จะมีแค่นักเตะในทีมของเราเท่านั้น ลูกทีมทุกคนมีศักยภาพและทัศนคติที่ดีมากพอ ผมเชื่อว่าเราจะทำผลงานได้ดีไม่แพ้กับทีมลิเวอร์พูล

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล กำลังจะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ และ ‘เยอร์เก้น คล็อปป์’ กำลังจะกลายเป็นที่กล่าวขานบนเวทีพรีเมียร์ลีก โดยขออีกเพียง 6 แต้มเท่านั้น พวกเขาจะได้ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกของสโมสรสมใจหมาย หลังทำแต้มนำห่างอันดับ 2 อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากถึง 25 คะแนนด้วยกัน

                หากแต่ยังมีสิ่งที่พวกเขาคงยังไม่ได้คิดในตอนนี้ อาจจะด้วยความ ‘ใหม่’ และไม่มีประสบการ์ของการเป็นแชมป์ของทีมชุดนี้ พวกเขาคงคิดไม่ถึงว่า การล่าแชมป์ในฤดูกาลนี้ว่าเหนื่อยลากเลือดแล้ว แต่ การ ‘ป้องกันแชมป์’ ในฤดูกาลหน้า มันคืองานที่ ‘หิน’ เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า และพวกเขามีการบ้านให้ต้องทำในช่วงปิดเทอมอีกเพียบ

ลิเวอร์พูล

                โดยหลังจากวินาทีที่พวกเขาขึ้นไปชูถ้วย สิ่งที่ลิเวอร์พูลจะต้องคิดเป็นอันดับแรกหลังจากนั้น แน่นอนว่าต้องเป็นการ ‘เฉลิมฉลอง’ หลังจากฤดูกาลที่เหน็ดเหนื่อยและยาวนานได้จบลง

                แต่สิ่งถัดไปที่ทีมหงส์แดงควรทำก็คือ ต้องพยายาม ‘ลืม’ เรื่องแชมป์ที่ฉลองไปให้เร็วที่สุด หากหวังจะเดินหน้าป้องกันอาร์มทองของพวกเขาต่อไปในฤดูกาลหน้า ซึ่งจะเป็นงานที่หนักหน่วงกว่าในปีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูลทำผลงานสวยหรูมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล ชนะมาติดต่อกันอย่างยาวนาน และกว่าจะแพ้ก็ปาเข้าไปจะจบฤดูกาลอยู่มะรอมมะร่อ

แต่ถ้าหากสังเกตดี ๆ หลาย ๆ เกมในช่วงระยะหลังมานี้ ดูเหมือนว่า ลิเวอร์พูลจะถูกคู่แข่งพยายาม ‘จับทาง’ หลายครั้งที่พวกเขาผ่านแต่ละเกมมาแบบหืดจับ แต่ยังมีชายที่ชื่อ ‘เยอร์เก้น คล็อปป์’ พาพวกเขาผ่านมาได้อยู่ร่ำไป

ลิเวอร์พูล

จนเรื่องมันก็เริ่มมาแดงในเกมที่พวกเขาบุกไปพ่ายให้กับ ‘วัตฟอร์ด’ อย่างหมดรูปถึง 3-0 ต่อด้วยการพ่ายให้กับเชลซี 2-0 ในฟุตบอล เอฟเอ คัพ และยังปิดท้ายด้วยการถูก แอตฯ มาดริด เขี่ยตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฐานะแชมป์เก่า ก่อนจะถูกพักเบรกด้วยสถานการณ์โคโรน่าไวรัสระบาด ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสัญญาณที่ส่งไปถึงลิเวอร์พูล ว่าพวกเขาจะต้องทำอะไรสักอย่าง หากยังอยากจะรักษาความยิ่งใหญ่ต่อไป

ลิเวอร์พูล” ชุดนี้นั้น มีความสามารถที่จะทำมันได้

ทุกคนรู้ดีว่าทีมชุดนี้ของลิเวอร์พูลนั้น มีความสามารถที่จะทำมันได้ มีดีพอที่จะป้องกันแชมป์ แต่ความสามารถนั้น พวกเขาได้แสดงออกมาให้ทุกทีมเห็นหมดแล้วในช่วงสองปีหลังที่ผ่านมา ทุกทีมเก็บข้อมูลไว้อย่างหมดจด นั่นทำให้ลิเวอร์พูลต้องก้าวขึ้นไปอีกระดับ ทำสิ่งที่แตกต่างออกมา

ศัตรูตัวฉกาจของหงส์แดงในฤดูกาลหน้า ก็คงหนีไม่พ้น ‘เรือใบสีฟ้า’ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า และเหล่าลูกทีม ที่น่าจะเก็บความโกรธแค้นไว้ไล่ล่าลูกทีมของคล็อปป์ในฤดูกาลหน้า

รวมไปถึงเหล่าสโมสรที่กำลังพยายามพัฒนากันอย่างสุดขีดอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้, เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด, สเปอร์ส, วูล์ฟส์แฮมตัน, อาร์เซนอล และเอฟเวอร์ตัน ที่รายล้อมไปด้วยยอดกุนซือจอมเก๋า และเหล่ากุนซือเลือดใหม่ไฟแรงมากมาย

งานนี้บอกเลยว่า ไม่ใช่งานกล้วย ๆ อย่างแน่นอน สำหรับหนทางการ ‘ป้องกันแชมป์’ พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้าของพลพรรคเครื่องจักรสีแดง เพราะศัตรูรอบตัวนั้นต่างพร้อมและจ้องฉุดพวกเขาลงจากบัลลังก์ได้ทุกเมื่อ   

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ เฮดโค้ช ลิเวอร์พูล เผยว่าตนเองจะลาตำแหน่งกุนซือของ “หงส์แดง” ในอีก 4 ปีข้างหน้าหรือปี 2024 ซึ่งเป็นช่วงเสลาที่หมดสัญญาในถิ่น แอนฟิลด์ พอดี

สำหรับ คล็อปป์เข้ามารับหน้าที่คุมทัพ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2015 หลังลาตำแหน่งเทรนเนอร์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเจ้าตัวก็ช่วยให้ “หงส์แดง” ประสบความสำเร็จมากมายโดยเฉพาะในช่วง 2 ซีซั่นหลัง เริ่มจากเมื่อฤดูกาล 2018-19 ที่เจ้าตัวพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 6 ของสโมสร

คล็อปป์

ขณะที่ในฤดูกาลนี้ คล็อปป์ก็พา ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าทริปเปิลแชมป์มาครองอย่างยิ่งใหญ่ นั่นก็คือ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยเฉพาะแชมป์พรีเมียร์ลีก หรือแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษที่ถือเป็นถ้วยซึ่งแฟนๆ “เดอะ ค็อป” รอมานานกว่า 30 ปี

จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นทำให้คล็อปป์ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ติดอันดับท็อป 5 ของโลกในปัจจุบัน ซึ่ง ลิเวอร์พูล ก็ได้ตอบแทนผลงานด้วยการขยายสัญญากับกุนซือชาวเยอรมันไปถึงปี 2024 เป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตามคล็อปป์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ที่ทำให้แฟนๆของ ลิเวอร์พูล ต้องหวั่นใจ หลังเจ้าตัวได้ออกมากล่าวถึงวันที่ตนเองจะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ กับ “SWR Sport” หนังสือพิมพ์ในเยอรมันว่า “แน่นอนผมจะกลับไปที่เยอรมันหลังจากจบอาชีพการคุมทีม และทางที่เป็นไปได้มากที่สุดคือกลับไปอยู่ที่เมือง ไมนซ์”

คล็อปป์

ถึงกระนั้นคล็อปป์ให้คำมั่นว่าจะอยู่คุมทีม ลิเวอร์พูล ไปจนถึงหมดสัญญาอย่างแน่นอน “ผมจะอยู่กับ ลิเวอร์พูล ไปอีก 4 ปี ถ้าพวกเขาไม่ปลดผมออกจากตำแหน่งเสียก่อน”

คล็อปป์” อาจจะหันไปรับงานคุมทีมชาติเยอรมัน

โดยที่ผ่านมามีข่าวว่าหลังจากหมดสัญญา นั้นคล็อปป์อาจจะหันไปรับงานคุมทีมชาติเยอรมันต่อไป ทว่าหากย้อนไปเมื่อปี 2019 เจ้าตัวเคยเผยกับนิตยสาร “Kicker” ถึงอนาคตของตนเองว่า “ผมเป็นคนที่มีพลังงาน แต่ผมมีปัญหาหนึ่งที่สำคัญ คือ ผมไม่สามารถทำอะไรแบบครึ่งๆกลางๆได้

ดังนั้นมี 2 ทางเลือก นั่นก็คือ ทุ่มเททำทุกอย่าง กับไม่ทำอะไรเลย ซึ่งถ้าหากว่าผมตัดสินใจที่จะไม่ทำอะไรเลยนั้น ผมจะหยุดพักจากวงการฟุตบอลเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี และหลังจากการหยุดพัก ผมก็ต้องตัดสินใจอีกครั้งว่าผมจะกลับมาทำงานหรือไม่ แต่ผมก็มั่นใจว่าพลังงานของผมจะกลับมา และพร้อมจะทำหน้าที่อีกครั้ง”

ทั้งนี้คล็อปป์ยังมีสิทธิ์พา ลิเวอร์พูล ทำสถิติเป็นแชมป์ลีกที่สามารถเก็บแต้มได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์หากพวกเขาเก็บชัยได้ในอีก 3 เกมที่เหลือของซีซั่นซึ่งจะพบกับ อาร์เซน่อล, เชลซี และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ระบุลูกทีมควรจะเป็นฝ่ายเก็บชัยเหนือ เบิร์นลี่ย์ ในเกมที่เสมอกัน 1-1 พร้อมชม ยิค โป๊ป ว่ามีฟอร์มที่น่าประทับใจ

ลิเวอร์พูล ของคล็อปป์ หยุดสถิติการชนะในลีกที่สนาม แอนฟิลด์ ติดต่อกันไว้ 24 เกม พร้อมหยุดสถิติชนะ 17 นัดติดต่อกันในบ้านฤดูกาลนี้ หลังล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พวกเขาทำได้แค่เสมอกับ เบิร์นลี่ย์ 1-1 แม้ว่าจะเป็นฝ่ายทำประตูได้ก่อน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน นาที 34 ทว่าถูกตามตีเสมอจาก เจย์ โรดริเกวซ นาที 69

คล็อปป์

ในเกมดังกล่าว “หงส์แดง” มีโอกาสยิงมากถึง 23 ครั้ง เข้ากรอบ 8 ครั้ง โดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีโอกาสยิงคนเดียว 6 ครั้ง แต่ได้มาเพียง 1 ประตู ขณะที่ เบิร์นลี่ย์ มโอกาสยิงเพียง 6 ครั้ง และได้ 1 ประตู

จากผลการแข่งขันนี้ส่งผลให้ลูกทีมของคล็อปป์ เก็บเพิ่มได้เป็น 93 คะแนนจาก 35 ครั้ง โดยเหลือการแข่งขันอีก 3 เกมของซีซั่น ซึ่งหากพวกเขาอยากทำลายสถิติการเป็นแชมป์โกยแต้มมากที่สุด ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำไว้ 100 คะแนนเมื่อปี 2017-18 พวกเขาต้องเก็บชัยให้ได้ทั้งหมด 3 เกมเท่านั้น

คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์ถึงฟอร์มในนัดที่ผ่านมา

หลังการแข่งขันคล็อปป์ กุนซือ “หงส์แดง” ให้สัมภาษณ์ถึงฟอร์มในนัดที่ผ่านมาว่า “ในหลายๆจังหวะที่ ลิเวอร์พูล เจอกับ นิค โป๊ป เขามักจะทำได้ดีมากๆ แต่เราควรจะทำประตูให้ได้มากกว่านี้ โดยเราทำทุกอย่างได้ถูกต้อง และเขา (โป๊ป) ก็เซฟได้มากมาย แต่ในท้ายที่สุดเราควรจะมีสกอร์มากกว่านี้

คล็อปป์

“เราไม่สามารถปิดเกมได้ และพวกเขาก็ได้ช่วงเวลาของตัวเองกลับมา ซึ่งมันรู้สึกเหมือนกับว่าเราแพ้ในเกมนี้มากกว่าเสมอ โดยเราควรจะต้องกลับไปดูการเล่นของเราให้ดีกว่านี้ แน่นอนเราโมโหกรรมการ (ที่ไม่ให้จุดโทษ) แต่อย่างไรก็ตามเราควรที่จะโทษตัวเองก่อนที่ไม่สามารถปิดเกมนี้ได้ โดยทีมทำได้ถูกต้อง 99% แต่ผมจะไม่หยุดตำหนิลูกทีมใน 1% ที่เหลือซึ่งพวกเขาผิดพลาด” คล็อปป์กล่าวปิดท้าย

ด้าน ฌอน ไดซ์ กุนซือ เบิร์นลี่ย์ กล่าวถึงเกมที่ผ่านมาว่า “เราตั้งเกมรรับได้ดี และ โป๊ป ผู้รักษาประตูของเราก็เซฟได้อย่างยอดเยี่ยม โดยจริงๆพวกเขาเป็นฝ่ายที่ทำได้ดี และเราไม่สามารถหยุดพวกเขาไว้ได้เลยในช่วงครึ่งแรก ทำให้ครึ่งหลังผมได้บอกกับลูกทีมว่าไม่ต้องกดดัน และเล่นไปตามธรรมชาติซึ่งส่งผลให้เรามีช่วงเวลาที่ดี และเกือบได้ 3 คะแนนจากทีมที่ระดับท็อปหลังการยิงไปชนคาน”

ทั้งนี้โปรแกรมต่อไป ลิเวอร์พูล จะพบกับ อาร์เซน่อล ที่สนาม เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม วันที่ 15 กรกฎาคมนี้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยืนยันว่า ตนเอง และลูกทีมได้สนใจเรื่องการทำลายสถิติเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกที่เก็บแต้มได้มากที่สุดแต่อย่างใด โดยขอมีสมาธิกับชัยชนะไปทีละนัดก็เพียงพอ

โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล เพิ่งทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยบุกชนะ ไบรท์ตัน 3-1 จากประตูของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เหมาคนเดียว 2 ลูกในนาทีที่ 6 และ 76 ส่วนอีกลูกได้จาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นาทีที่ 8 ส่วนเจ้าถิ่นได้จาก เลอันโดร ทรอสซาร์ นาที 45

จากผลดังกล่าวทำให้ ลิเวอร์พูล ของเทรนเนอร์ เจอร์เก้น คล็อปป์ที่คว้าแชมป์ไปแล้วนั้น เก็บแต้มเพิ่มได้เป็น 92 คะแนนจาก 34 นัด นำห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 2 อยู่ 23 คะแนน

คล็อปป์

นอกจากนั้น คล็อปป์และลูกทีมยังมีสิทธิ์ลุ้นที่จะทำลายสถิติเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สามารถโกยแต้มได้มากที่สุดแซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยทำได้ 100 คะแนน เมื่อซีซั่น 2017-18 หากพวกเขาสามารถเก็บชัยได้ในอีก 4 นัดที่เหลือ หรือ ชนะ 3 เสมอ 1 ในอีก 4 นัดที่เหลือของฤดูกาลนี้ (มีโปรแกรมพบ เบิร์นลี่ย์, อาร์เซน่อล, เชลซี และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด)

โดยหลังเกมกับ ไบรท์ตัน มีผู้สื่อข่าวกับถาม คล็อปป์เกี่ยวกับประเด็นการทำลายสถิติเก็บแต้มากสุด ซึ่งเฮดโค้ชชาวเยอรมันก็ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า “มันไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับผม และผมไม่สนใจในเรื่องดังกล่าวแต่ออย่างใด แต่สิ่งที่ผมสนใจมากที่สุดคือการเก็บชัยชนะในเกมฟุตบอล โดยสำหรับคนในวงการกีฬาเรื่องนี้มันอาจจะสำคัญ ซึ่งที่จริงแล้วเราคว้าแชมป์ไปแล้ว และไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องดังกล่าวมากนัก (การเก็บชัยชนะ) แต่ไม่ใช่กับลูกทีมของผมที่พร้อมจะทุ่มเททุกสิ่งสำหรับเรื่องนี้”

คล็อปป์

“คล็อปป์” ยังให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะในเกมที่ผ่านมาด้วย

นอกจากนั้น คล็อปป์ยังให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะในเกมที่ผ่านมาด้วยว่า “ผมได้เห็นทั้ง 2 ทีมที่ยอดเยี่ยม และพยายามจะเล่นฟุตบอลอย่างสนุก โดย ไบรท์ตัน มีแผนการเล่นที่กล้าหาญ แต่เราก็มีวีธีการรับมือที่สุดยอดเช่นกัน โดยเราทำได้น่าประทับใจในการเล่นเพรสซิ่งสูง ทว่าเมื่อเราเสียบอลในช่วงเวลาที่ผิด ก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน”

“โดยประตูที่พวกเขาทำได้นั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรจะได้รับ ทำให้เราต้องมีการปรับเปลี่ยนบางอย่างเกี่ยวกับการป้องกัน และการยืนตำแหน่งในแผงมิดฟิลด์ ซึ่งมันก็ช่วยได้มาก ช่วงเริ่มต้นเกมนั้นสุดยอด เช่นเดียวกับช่วงท้ายที่เราก็ทำได้ดีไม่ต่างกัน อย่างไรก็ตามผมขอแสดงความถือต่อ เกรแฮม พ็อตเตอร์ ผู้จัดการทีม ไบรท์ตัน ที่ทำให้เราต้องเจอกับเกมที่ยากลำบาก” คล็อปป์กล่าวปิดท้าย

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

ลิเวอร์พูลและแมนซิตี้แสดงให้เห็นว่าเหตุใดจึงมีช่องว่าง 23 แต้มระหว่างทีมจ่าฝูงและทีมรองจ่าฝูงใน พรีเมียร์ลีก หลังการแข่งขันเมื่อวันอาทิตย์จบสิ้นลง

เมสัน กรีนวู้ดและเจมี่ วาร์ดี้ อาจลงเล่นในทีมที่ต่างกัน แต่ว่าทั้งคู่ยิงได้คนละสองประตูเหมือนกันในเกมวันเสาร์ที่ผ่านมา ให้ต้นสังกัดอย่างแมนยูและเลสเตอร์ชนะทั้งสองทีม และเพื่อเป้าหมายของทีมคือติดท๊อปโฟร์ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้

และทีมท้ายตารางคือแทบจะกาชื่อนอริชออกไปจากพรีเมียร์ลีกได้เลยเมื่อแพ้ต่อทีมหนีตกชั้นด้วยกันอย่างไบรท์ตัน 0-1

เมสัน กรีนวู้ดเป็นนักเตะดาวรุ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของแมนยูในปีนี้

กรีนวู้ด เป็นนักเตะขวัญใจคนใหม่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เกมที่ผ่านมานักเตะวัย 18 ปีได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขามีความยอดเยี่ยมเพียงใด ก็หวังว่าเขาจะไม่ดีแตกไปเสียก่อน ซึ่งกรีนวู้ดเมื่อเทียบกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้และเวยน์ รูนี่ย์ที่อาย 18 ปีเท่ากันเขาเป็นคนที่ยิงประตูได้เยอะที่สุดแล้ว

พรีเมียร์ลีก

เขายิงประตูได้ทั้งเท้าซ้ายและขวาดังจะเห็นได้จากเกมที่ปิศาจแดงถล่มบอร์นมัธ 5-2 การทำสองประตูของกรีนวู้ดช่วยให้แมนยูยังอยู่อันดับ 5 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกแต่อย่างน้อยก็มีแต้มเบียดอันดับ 3 และ 4 โดยที่ไม่ห่างกันมากนัก

มาร์คัส แรชฟอร์ดและแอนโทนี่ มาร์กซิยาล ยิงได้ถึง 20 ประตูสำหรับฤดูกาลนี้และบรูโน่ เฟอร์นันเดสแสดงเห็นว่าเขามีทักษะการยิงฟรีคิกที่ดี

เมื่อพอล ป๊อกบาเล่นได้เข้าขารู้ใจกับเฟอร์นันเดส ดูเหมือนว่ากองกลางของแมนยูจะเด่นที่สุดนับตั้งแต่ยุคของเฟอร์กูสันเป็นต้นมาเลย

เสียงคำรามของแชมป์ พรีเมียร์ลีก จากแอนฟิลด์

พรีเมียร์ลีก

แฟนลิเวอร์พูลรอคอยมากว่าสามทศวรรษที่จะเห็นทีมรักของพวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และเกมล่าสุดที่แข่งกับแอสตัน วิลล่า หงส์แดงได้สร้างสถิติชนะต่อเนื่องที่สนามเหย้าของตัวเองต่อไป เป็นเกมที่ 17 แล้ว หากชนะอีกสองเกมเท่ากับว่าพวกเขาชนะรวดในการเล่นเกมในบ้านที่แอนฟิลด์

แม้จะไม่มีบรรยากาศเสียงเชียร์ของแฟนบอลในพรีเมียร์ลีก แต่ไม่เป็นไรเพราะนักเตะลิเวอร์พูลเล่นได้เหนือกว่าทีมเยือนเห็นๆ ครองบอลมากกว่าแต่กว่าจะได้ประตูก็เข้าสู่ช่วงนาทีที่ 70 จากการยิงประตูของซาดิโอ มาเน่และเคอร์ติส โจนส์

ทั้งหมดเป็นบทสรุปที่ทีมสีแดงได้เฮทั้งสองทีมหลังเตะเกมที่ 33 จบลง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล