“หงส์แดง” สนใจยืม “เดมเบเล่” จากต่างดาว พ่วงซื้อขาด

ลิเวอร์พูล ว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/2020 ตกเป็นข่าวเตรียมเข้าเจรจากับ บาเซโลน่า เพื่อสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการขอยืมตัว อุสมาน เดมเบเล่ ปีกตัวสำรองมาใช้งานในถิ่นแอนฟิลด์  โดยจะมีออปชั่นซื้อขาดในภายหลัง

เดมเบเล่

อุสมาน เดมเบเล่ ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ย้ายจาก โบรุทเซีย ดอร์ทมุนต์ มาอยู่กับ บาเซโลน่า ด้วยค่าตัวที่สูงถึง 145 ล้านยูโร แต่ไม่อาจโชว์ฟอร์มให้คุ้มกับเม็ดเงินที่จ่ายไป ด้วยผลงานการเล่นที่ไม่เข้าระบบกับทีม รวมถึงทัศนคติในการเล่น และการใช้ชีวิต ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ทีมไม่ต้องการ และพร้อมจะปล่อยออกจากทีม เพื่อลดค่าใช้จ่ายของสโมสร ซึ่งทางลิเวอร์พูล สบโอกาสดังกล่าว จึงเตรียมเข้าเจรจากับทีมงานของบาเซโลน่า โดยจะขอยืมตัวดาวเตะวัย 23 ปี มาใช้งานก่อนเป็นเวลา 1 ฤดูกาลพร้อมกับออปชั่นซื้อขาดหลังหมดสัญญาซึ่งยังไม่ระบุว่าราคาเท่าไหร่ ซึ่งทางบาเซโลน่าพร้อมขายราคาขาดทุนมากถึง 50%

เดมเบเล่

และในขณะเดียวกันทางสโมสร ยูเวนตุส ยอดทีมจากกัลโช่ ซีเรียอา ก็กำลังจับตาสถานการณ์ของอดีตดาวดัง ดอร์ทมุนต์อยู่ไม่ห่างเช่นเดียวกัน ซึ่งทาง ยูเวนตุสถือไพ่เหนือกว่าตรงที่ บาเซโลน่า กำลังสนใจ มิราเล็ม เปียนิช กองกลางของยูเวนตุสอยู่เช่นเดียวกัน ทำให้พวกเขาอาจจะเปิดดีลสลับขั้วระหว่าง 2 นักเตะก็เป็นได้

อุสมานเดมเบเล่ ดาวแข้งวัย 23 ปี ย้ายจาก โบรุทเซียร์ ดอร์ทมุนต์ มาอยู่กับ บาเซโลน่า ในปี 2017 ด้วยค่าตัว 145 ล้านยูโร ลงสนามให้บาเซโลน่า 74 นัด ยิง 19 ประตู ในส่วนของฤดูกาล 2019/2020 ลงสนาม 9 นัด ยิง 1 ประตู

อ่านข่าวกีฬาอัพเดทใหม่ทุกวันได้ที่นี่

Posted in ข่าวฟุตบอล

บิสซาก้า vs อาร์โนลด์ ใครเป็นนักฟุตบอล กองหลังที่เก่งกว่ากัน

ในช่วงซัมเมอร์ 2019 ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านช่วงเวลาหนึ่งของทีมฟุตบอล ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายหลังจากพบความยากลำบากมาในฤดูกาลแข่งขันฟุตบอล 2018-2019 นั้นก็เพราะภายหลังจาก ผู้จัดการทีมคู่บุญของทีม เซอร์อเล็กส์ เฟอร์กูสัน ได้โบกมืออำลาการคุมทีมไป ผีแดง ก็มีผู้จัดการทีมสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาคุมทีมฟุตบอลเรื่อยๆ แต่ผลงานการแข่งขันฟุตบอลก็ยังคงเอาแน่เอานอนอะไรไม่ค่อยจะได้ ในช่วงกลางฤดูกาลแข่งขันฟุตบอล 2018-2019 ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ โชเซ่ มูรินโญ่  ผู้จัดการทีมฟุตบอลอีก 1 คน ของทีมฟุตบอล ผีแดง ก็โดนสั่งปลด แล้วได้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ มาคุมทีมฟุตบอลแทน ซึ่งก็ได้ผลดีอยู่พักหนึ่งจากนั้นผลงานก็กลับมาแย่อีก ผู้บริหารของทีมฟุตบอลออกมาตรการลดค่าเหนื่อย นักฟุตบอล เพื่อจะบีบให้ นักฟุตบอล ทุ่มเทกับการเล่นให้มากยิ่งขึ้น ๆ อย่างไรก็ตาม สุดท้ายผลของการบีบนักฟุตบอลดังกล่าว กลับกลายเป็นว่านักฟุตบอลดี ๆ หลายคน เริ่มทยอยกันหันหลังหนีออกจากทีมฟุตบอล ผีแดง ที่ตอนนี้บรรยากาศไม่ค่อยจะดีนัก และทีม ผีแดง เอง ทำได้ดีที่สุดนั่นก็คือการใช้โอกาสในช่วงตลาดนักเตะเปิดซัมเมอร์ 2019 พยายามดึงตัวนักเตะฝีมือดีเข้ามาใช้ในทีมให้ได้มากที่สุด ด้วยความหวังว่า จะช่วยให้ทีมมีผลงานการแข่งขันฟุตบอลที่ดีขึ้น หนึ่งในนั้นก็คือ อารอน วาน-บิสซาก้า  นักฟุตบอลกองหลังจากทีม ปราสาทเรือนแก้ว คริสตัลพาเลซ

นักฟุตบอล

โดย อารอน วาน-บิสซาก้า  ถือเป็นนักฟุตบอลเด็กปั้นจากทีมฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปีของปราสาทเรือนแก้ว คริสตัลพาเลซ ซึ่งจากผลงานการเล่นฟุตบอลอันยอดเยี่ยมทำให้เขาได้ขยับขึ้นเล่นในทีมฟุตบอลชุดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ของ ปราสาทเรือนแก้ว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนักฟุตบอลที่สร้างกระแสได้อย่างมากในช่วงที่มีข่าวออกมาว่า ผีแดง ให้ความสนใจซื้อตัวนักฟุตบอลคนนี้ไปร่วมทีม และในที่สุดเขาก็ย้ายไปอยู่กับทีมฟุตบอล ผีแดง ด้วยราคาค่าตัวสูงถึง 49.5 ล้านปอนด์ ซึ่งหลังจากย้ายมาก็ทำผลงานการแข่งขันได้ดีกับทีมฟุตบอลใหม่อย่างมาก จนมักจะถูกนำไปเปรียบมวยกับ เทรนท์ อเล็กซานเฟอร์-อาร์โนลด์ นักฟุตบอลชื่อดังในตำแหน่ง ฟูลแบ็ก แห่งทีมฟุตบอล ลิเวอร์พูล ว่าใครเหนือกว่ากัน เพราะอีกฝ่ายก็ทำผลงานได้ดีกับทีมฟุตบอลตนเอง

นักฟุตบอล

ล่าสุดมีข่าวออกมาว่า พาทริค ฟาน อานโฮลท์ อดีตเพื่อนร่วมทีมฟุตบอลของ อารอน วาน-บิสซาก้า ขณะอยู่ที่ ปราสาทเรือนแก้ว คริสตัลพาเลซ ออกมาแสดงความเห็นสรุปได้ว่า นักฟุตบอลทั้งสองคนที่กล่าวมา ต่างก็มีความเก่งคนละแบบ เทรนท์ อเล็กซานเฟอร์-อาร์โนลด์ นั้น เก่งในเกมรุกมากกว่า แต่ในด้านเกมรับนั้น อารอน วาน-บิสซาก้า เหนือกว่ามาก และเกมรับเองก็สำคัญมากเลยในการเล่นฟุตบอลยุคนี้สมัยนี้

Posted in ข่าวฟุตบอล

ชื่อของทาคูมิ มินามิโนะ กลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลก หลังจากย้ายจากเร้ดบูล์ ซัลบวร์ก มาร่วมถิ่นแอนฟิลด์ ด้วยค่าตัวราวๆ 7.25 ล้านปอนด์ ในช่วงตลาดเดือนมกราคมที่ผ่านมา แบบไม่มีใครคาดคิด ถึงจะราคาที่แสนถูกหากเทียบกับราคาค่าตัวของนักฟุตบอลในปัจจุบัน แต่แฟนบอลลิเวอร์พูล ต่างก็คาดหวังกับการเข้ามาของหนุ่มเลือดซามูไรรายนี้ แต่เมื่อวันเวลาผ่านเวลาไป ชื่อของทาคูมิ มินามิโนะ ก็ค่อยๆเงียบลงไปเรื่อยๆ เราลองมาดูกันดีกว่าครับ ว่าอะไรทำให้ ทาคูมิ มินามิโนะฟอร์มไม่เปรี้ยงในยูนิฟอร์มหงส์แดง

ยังปรับตัวไม่ได้ – นี่คืออีกเรื่องที่สำคัญที่สุด ที่หลายๆคนอาจจะมองข้ามไป อย่างแรกเลยที่ต้องปรับตัวก็คือตำแหน่ง โดยสมัยอยู่กับเร้ดบูล์ ซัลบวร์ก ตำแหน่งงที่เจ้าตัวทำผลได้อย่างยอดเยี่ยม ก็คือกองกลางตัวรุกหรือเพลย์เมคเกอร์นั่นเอง แต่ที่ลิเวอร์พูล เจอร์เก้น คล็อปป์ นิยมใช้ระบบ 4-3-3 ซึ่งแผนนี้ไม่มีเพลย์เมคเกอร์ ดังนั้นมินามิโนะ จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับแผนของคล็อปป์ให้ได้ เพราะเชื่อว่าคล็อปป์ คงไม่เปลี่ยนสไตล์การเล่นเพื่อเขาเพียงเดียว อย่างที่สองที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเรื่องภาษานั่งเอง โดยตอนนี้ ทาคูมิ มินามิโนะ พูดได้เพียง 2 ภาษาคือญี่ปุ่นและเยอรมัน แต่นี่คืออังกฤษ ดังนั้น มินามิโนะ จำเป็นอย่างมากที่จะเรียนสื่อสารภาษาอังกฤษให้รู้เรื่อง ไม่อย่างงั้นละก็การปรับตัวให้เข้ากับทีมก็ยากยิ่งขึ้นไปอีก

โอกาสลงสนามที่จำกัดจำเขี่ย – เจอร์เก้น คล็อปป์ เคยออกมาพูดเองว่าการซื้อ มินามิโนะ เข้ามา เป็นการซื้อตัวเพื่ออนาคต ไม่ได้หวังว่าสตาร์ทีมชาติญี่ปุ่นรายนี้จะเข้ามายกระดับทีมในทันที ซึ่งในตอนนี้ มินามิโนะ ได้ลงสนามในเกมลีกไปเพียง 77 นาทีเท่านั้น เป็นตัวสำรองทั้งหมด ส่วนเกมที่มักจะลงเล่นเป็นประจำก็คือเกมฟุตบอลถ้วย แต่เจ้าตัวก็ยังไม่สนามแผลงฤทธิ์ได้เลย ไม่มีทั้งประตูและแอสซิสต์จากการลงสนาม 3 นัด รวมถึงตอนนี้ลิเวอร์พูลตกรอบฟุตบอลถ้วยในประเทศไปหมดแล้วซะด้วย แต่ก็เชื่อว่า มินามิโนะ น่าจะได้รับโอกาสลงสนามในเกมลีกช่วงที่เหลือ หากลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ได้แล้ว และเมื่อเวลานั้นมาถึง ทาคูมิ มินามิโนะ ก็ต้องพยายามโชว์ฟอร์มอย่างเต็มเพื่อเอาชนะใจเจอร์เก้น คล็อปป์ ให้ได้

เพื่อนร่วมทีมมักไม่ส่งบอลให้ – การใครเคยได้ดูการถ่ายทอดสดในที่ ทาคูมิ มินามิโนะ ลงสนาม จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า บรรดาเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูลมักจะไม่ค่อยส่งบอลให้กับเขาเท่าไรนัก ถึงแม้จะยืนอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าก็ตาม โดยเฉพาะในเกมฟุตบอลถ้วย ที่บรรดาแข้งเยาวชนของหงส์แดง ต่างแย่งกันโชว์ฟอร์ม ไม่สนใจ มินามิโนะ ที่พยายามวิ่งทำทางและขอบอลแม้แต่น้อย ปัญหานี้ก็ถือเป็นปัญหาที่น่าเห็นใจเช่นกัน เมื่อเพื่อนร่วมทีมส่งบอลมาให้น้อย โอกาศที่เจ้าตัวจะได้แสดงผลงานในสนาม มันก็น้อยลงไปด้วย ดังนั้น ทาคูมิ มินามิโนะ จึงต้องพยายามให้หนักขึ้นไปอีกในสนามซ้อม เพื่อแสดงให้บรรดาเพื่อนร่วมทีมเห็นว่า ตัวเขามีดีพอที่จะเล่นให้กับสโมสรแห่งนี้ได้

Posted in ข่าวฟุตบอล

เยอร์เก้น คล็อปป์ : การบ้านหลังคว้าแชมป์ลีก
หากพิจารณาจากฟอร์มการเล่น ขุมกำลัง และที่สำคัญที่สุดคือ เยอร์เก้น คล็อปป์ ผู้พา ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล ตีปีกทะยานกลับขึ้นสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง จากแชมป์ ​ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปีก่อน และกำลังจะเถลิงแชมป์ ​พรีเมียร์ลีก สมัยแรกที่ เดอะ ค็อป รอคอยกันมาอย่างยาวนานในฤดูกาลที่กำลังนับถอยหลังนี้

แม้จะสร้างสถิติไร้พ่ายอย่างยาวนานถึง 44 นัด แต่การที่ถูกหยุดโดยการแพ้ วัตฟอร์ด อย่างหมดรูปถึง 3-0 คงปลุกให้แฟนบอลต้องตื่นจากภวังค์ และลุกขึ้นมาตั้งคำถามถึงแนวโน้มของสโมสรในอนาคตอีกครั้ง หากต้องการจะต่อยอดความสำเร็จที่ได้พยายามก่อร่างสร้างตัวกันมาอย่างยาวนาน
แม้จะไม่แพ้ใครถึง 44 เกม แต่ก็มีหลายเกมไม่น้อยที่ หงส์แดง รอดตัวมาแบบหืดจับ อาทิเช่น เกมที่บุกไปเอาชนะ
นอริช ซิตี้ แบบหืดจับ แถมความกระหายในการเล่นดูลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงเกมที่บุกไปโดน แอตฯ มาดริด เชือดกลับบ้าน อาจทำให้คล็อปป์ ต้องพิจารณาขุมกำลังของเขาอีกครั้ง
หลังจากนั้น แม้จะเปิดบ้านเอาชนะ เวสต์แฮม ได้ก็เอาชนะแบบหืดจับอีกครั้ง โดยพวกเขาเสียถึงสองประตูให้กับทีมท้ายตาราง จนกระทั่งเกมพวกเขาเสียซิงในฤดูกาลนี้ให้กับทีมหนีตายอย่าง ‘วัตฟอร์ด’


ไม่มีใครสงสัยในชุด 11 ผู้เล่นตัวหลักของพวกเขาเลยว่าแข็งแกร่งเพียงใด แผงเกมรับที่แนวรุกฝั่งตรงข้ามได้ยินชื่อก็ถึงกับต้องขาสั่น ไล่มาตั้งแต่ อลิซซอน, ฟานไดจค์, โกเมซ, เทรนท์ อาโนลด์, โรเบิร์ตสัน และ 3 ประสานในแดนหน้าอย่าง ซาล่าห์, มาเน่, เฟอร์มิโน่ ที่ใครคนใดคนหนึ่งเล่นไม่ออก ก็ยังมีอีกสองคนคอยกระซวกคู่แข่งอยู่ร่ำไป รวมถึงกัปตันเฮนโด้ ที่ฝ่าฟันจนขึ้นมาเป็นนักเตะระดับท็อปที่ทีมขาดไม่ได้

แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาของพวกเขาก็คือ ‘ขุมกำลังสำรอง’ ที่มีศักยภาพที่ต่างกันเกินไป โดยในเกมที่แพ้วัตฟอร์ด คล็อปป์เลือกใช้งาน อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน ลงแล่นแทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ได้รับบาดเจ็บ และ เดยัน ลอฟเรน มาจับคู่กับ ฟานไดจค์ จนออกมาเป็นสภาพอย่างที่เห็น
การขาด จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไปในแผงมิดฟิลด์ ก็เหมือนเครื่องยนต์ที่ขาดน้ำมันหล่อลื่น ไม่มีใครที่ทำหน้าที่ในการเชื่อมแนวรับกับแนวรุกให้เข้ากันได้เลย โดนแผงกลางของ วัตฟอร์ด เพรสซิ่งหนัก และเก็บกินเรียบวุธ

จริงอยู่ที่ว่า นักเตะเหล่านี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา แต่ต้องไม่ลืมว่า บ่อยครั้งที่ขุมกำลังสำรองทำผลงานได้ดี จะเป็นในช่วงที่ทีมชุดหลัก ทำผลงานได้ดีมาก ๆ เช่นกัน แต่เมื่อใดก็ตามที่ตัวหลักพร้อมใจกันเล่นไม่ออก ขุมกำลังสำรองที่มีนี้ ก็แทบไม่สามารถช่วยพลิกสถานการณ์ได้เลย
ทั้งหมดทั้งมวลนี้เอง เป็นสิ่งที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ คงต้องคิดอะไรสักอย่างได้แล้ว เพื่อที่พอฤดูกาลปิดตัวลง สโมสรจะได้มีแนวทางการต่อยอดความสำเร็จที่ชัดเจน และหากเวลานั้นมาถึงก็เชื่อว่า กุนซือชาวเยอรมัน คงมีการบ้านในมือให้ทำอีกเพียบ

Posted in ข่าวฟุตบอล