ชาบี้ อลอนโซ่ อดีตกองกลางจอมแกร่งของ ลิเวอร์พูล ออกมาบอกว่า ติอาโก้ อัลคันทาร่า จะทำผลงานได้ดีในการเล่นกับทีมหงส์แดง เหมือนกับตอนที่เขาโชว์เพลงแข้งขั้นสูงกับ บาเยิร์น มิวนิค

"ชาบี้" เชื่อมั่น "ติอาโก้"

“ติอาโก้ อัลคันทาร่า” ดาวเตะทีมชาติสเปน ย้ายจาก บาเยิร์น มิวนิค มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล

ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เขาโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในแมตย์เปิดตัวกับ เชลซี ก่อนจะมาได้รับบาดเจ็บในเกมที่เสมอกับ เอฟเวอร์ตั้น และตอนนี้ยังไม่สามารถกลับมาลงสนามได้ ซึ่งทาง ชาบี้ อลอนโซ่ ได้กล่าวว่า “ส่วนตัวผมชอบดูติอาโก้ อัลคันทาร่า ลงเล่นเป็นอย่างมาก เขาเป็นตัวเชื่อมเกมระหว่างแนวรุกและแนวรับได้อย่างยอดเยี่ยม และความสามารถเฉพาะตัวของเขามันชั้นเลิศเลยทีเดียว เขาคือเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง และเขาคือหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดคนหนึ่งของโลก เขาเป็นคนฉลาด เล่นบอลด้วยมันสมอง ในห้องแต่งตัวเขาเป็นคนมีอารมณ์ขัน เขาเป็นคนที่น่าสนใจไม่น้อย เขาสามารถประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมได้ดี เขาทำผลงานชิ้นโบว์แดงกับ บาเยิร์น มิวนิค และแน่นอนกับ ลิเวอร์พูล ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เขาจะทำแบบเดียวกันได้”

ติอาโก้ อัลคันทาร่า ดาวเตะวัย 29 ปี ย้ายจาก บาร์เซโลน่า ไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2013 ด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโร อยู่กับทีมเสือใต้เป็นเวลา 7 ปี ลงสนาม 235 นัด ยิงได้ 31 ประตู ได้แชมป์บุนเดสลีก้า 7 สมัย แชมป์ยูฟ่า แชมป์เปียนลีก 1 สมัย แชมป์เดเอฟเบ โพคาล 4 สมัย ก่อนจะตัดสินใจย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในเดือนตุลาคม ปี 2020 ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ ปัจจุบันลงสนามให้ทีมหงส์แดง 2 นัด ผ่านการลงเล่นให้กับทีมชาติสเปน 39 นัด ยิงได้ 2 ประตู

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

การโชว์ฟอร์มอย่างร้อนแรงของ ดิโอโก้ โชต้า ที่ลิเวอร์พูล ไม่เป็นที่แปลกใจเลยสำหรับ ทรอย ดีนี่ย์ ผู้ซึ่งกล่าวว่าปีกซ้ายชาวโปรตุเกสเป็นผู้เล่นที่ทุกทีมต้องกลัว เมื่อเผชิญหน้ากับวูลฟ์ อดีตสโมสรของเขา

โชต้า ยังคงเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างเหลือเชื่อกับแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยประตูล่าสุดในเกมที่หงส์แดงชนะเลสเตอร์ 3-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ทำให้ปัญหานักเตะบาดเจ็บกลายเป็นเรื่องที่ไม่ต้องวิตกไปเลย ด้วยชัยชนะที่ยอดเยี่ยมเหนือเดอะ ฟ๊อกซ์ – สร้างประวัติศาสตร์ในกระบวนการนี้ด้วยการขยายสถิติของพวกเขาไปสู่ระดับสูงสุดของสโมสร 64 เกมที่ไม่แพ้ใครที่แอนฟิลด์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกิดขึ้นก่อนเกมว่าทีมของคล็อปป์จะรับมือได้อย่างไรโดยไม่มีโมฮาเหม็ด ซาลาห์ตัวรุกคนสำคัญของพวกเขาที่ติด covid-19 ในช่วงพักเบรกเกมทีมชาติ แต่พวกเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเพราะ โชต้า ก้าวขึ้นมาอีกครั้งด้วยจอแสดงผลที่น่าตื่นตาอีกครั้ง

โชต้า" ไปได้สวยกับหงส์

นักเตะวัย 23 ปีเป็นที่กล่าวขวัญอย่างมากนับตั้งแต่ที่เขามาถึงแอนฟิลด์ในช่วงซัมเมอร์นี้ ไม่ค่อยมีการโอนย้ายของเขาในเวลานั้นแม้ว่าจะมีคำถามบางอย่างเกี่ยวกับการซื้อนักเตะค่าตัว 45 ล้านปอนด์ที่ หงส์แดงได้มาจากทีมหมาป่า

แต่คนที่สงสัยว่าเขาจะปรับตัวได้หรือไม่ คงหุบปากกันไปแล้ว ในขณะที่เขากลายเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาในช่วงซัมเมอร์ที่ยอดเยี่ยมของแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก

“โชต้า” โขกบอลเป็นประตูที่สองให้หงส์แดง จังหวะนั้นเป็นการเปิดบอลอย่างแม่นยำของ “ร็อบโบ้ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน”

และกองหน้าชาวโปรตุเกสโฉบเข้ามาโหม่งบอลตัดหน้าจอนนี่ อีแวนส์เข้าไป จังหวะที่จะได้ประตูลิเวอร์พูลมีการผ่านบอลมากกว่า 30 ครั้งโดยนักเตะเลสเตอร์ไม่ได้สัมผัสบอลเลย

โชต้า" ไปได้สวยกับหงส์

นั่นหมายความว่า โชต้า กลายเป็นผู้เล่นลิเวอร์พูลคนแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรที่ทำประตูในการแข่งขันสี่นัดแรกในบ้านและทำประตูได้ 8 ประตูจาก 12 เกม ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของเขาอาจสร้างความประหลาดใจให้กับกองเชียร์หงส์แดงหลายคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหลายคนคาดว่าคล็อปป์จะเซ็นสัญญากับอดามา ตราโอเร่อดีตเพื่อนร่วมทีมหมาป่าของเขาแทน

แต่ดีนี่ย์บอกว่าเขารู้ดีเสมอว่าลิเวอร์พูลตัดสินใจถูกต้อง  ที่วูลฟ์เขาเล่นได้ดีมาก เห็นได้ชัดว่าฆิเมเนซเป็นกองหน้าเบอร์หนึ่ง และมีตราโอเร่เป็นตัวกระชากลากเลื้อย แต่ กองหน้าวัยกระเตาะเขาเป็นเหมือนผู้ปิดทองหลังพระแม้ไม่หวือหวาแต่มีประสิทธิภาพสูง

ผมคิดว่าการทำงานหนักของเขา ทำให้เขาเหมาะสมกับระบบการเล่นหน้าสามของลิเวอร์พูลแน่นอน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                เซลจ์โก บูวัช ผู้อำนวยการกีฬาไดนาโม มอสโกว ทีมดังแห่งลีก รัสเซีย ยืนยันชาตินี้ไม่มีทางจะญาติดีกับ เจอร์เก้นน์ คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ทีมดังของพรีเมียร์ลีกอังกฤษอีกแล้ว และไม่คิดจะยินดีกับ เจอร์เก้นน์ คล็อปป์ แต่อย่างใดหลังพา “หงส์แดง” เถลิงบังลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมระบุ การที่ลิเวอร์พูลบินสูงอยู่ในเวลานี้เป็นผลงานจากฝีมือของเขาทั้งนั้น

บูวัช ยังแค้น คล็อปป์

                โดย เซลจ์โก บูวัชเปิดเผยว่า “ผมมีความสุขที่เห็นนักเตะ เห็นแฟนบอลดีใจกับแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ผมไม่แสดงความยินดีกับ เจอร์เก้นน์ คล็อปป์ อย่างเด็ดขาด ผมทำงานหนักเพื่อลิเวอร์พูล และมีหน้าที่เหมือนผู้จัดการคนหนึ่ง ผมช่วยเหลือทีมทุกอย่างเพื่อต้องการให้ทีมประสบความสำเร็จ แต่ไม่อยากจะออกหน้าสื่อแค่นั้นเพราะผมไม่ต้องการเป็นจุดเด่นในหน้าสื่อ”

                นอกจากนี้ เซลจ์โก บูวัชยังกล่าวอีกว่า “ตอนนี้ผมไม่อยากจะทำงานเป็นผู้จัดการทีมแต่อย่างใด แต่หากบาร์เซโลนา ติดต่อมาผมอาจจะเปลี่ยนใจ แต่ถ้าเป็นทีมอื่นผมคงไม่เอา หลายๆ คนมองว่าผมรอคอยโอกาสที่ดีกว่า แต่หากคุณได้รู้ความจริงถึงทีมที่ติดต่อเข้ามาหาผม และทีมที่ผมได้ตอบปฏิเสธไป คุณจะไม่กล้าพูดแบบนั้นออกมา แต่ผมไม่อยากจะเอ่ยถึงหรอกว่ามีสโมสรอะไรบ้าง”

บูวัช ยังแค้น คล็อปป์

สำหรับ “เซลจ์โก บูวัช” วัย 59 ปี ร่วมงานกับ “เจอร์เก้นน์ คล็อปป์

                มาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยที่อยู่ ไมนซ์, ดอร์ทมุนด์ มาจนถึง ลิเวอร์พูล เป็นระยะเวลา 17 ปีด้วยกันที่ทั้งคู่ร่วมงานกันและ เซลจ์โก บูวัชได้รับฉายาว่า “เดอะ เบรน” เพราะคอยดูแลเรื่องต่างๆ และแนะนำเสนอแผนการเล่นมากมาย แต่แล้วเมื่อเดือนเมษายน ปี 2018 ทั้งคู่ได้ยุติความสัมพันธ์ลง โดยที่ไม่มีใครทราบว่าเหตุผลที่แท้จริงมาจากอะไร

                หลังจากนั้น เซลจ์โก บูวัชได้เดินทางไปร่วมงานกับ ไดนาโม มอสโกว ในฐานะผู้อำนวยการกีฬา ส่วน เจอร์เก้นน์ คล็อปป์ ได้แต่งตั้งผู้ช่วยขึ้นมาใหม่และหวยไปออกที่ เปปิน ลินเดอร์ส ชาวเนเธอร์แลนด์ เข้ามารับหน้าที่แทน ซึ่งประวัติฝีไม้ลายมือของโค้ชผู้นี้ก็ไม่ธรรมดาเคยผ่านงานในศูนย์ฝึกนักเตะเยาวชนของ เอฟซี ปอร์โต มา 7 ปี และของ พีเอาวี ไฮนด์โอเฟ่น อีก 5 ปีด้วยกัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ตัดเกรดผู้เล่น ลิเวอร์พูล นัดเปิดซิงพ่ายแก่ อาร์เซ่น่อล 3-1 ไปดูสิว่ามีใครได้คะแนนเท่าไหร่กันบ้าง

ลิเวอร์พูล พ่าย อาร์เซนอล

อลิสซง เบ็คเกอร์ (8) : ลูกยิงของลากาแซต์แบบไม่เต็มข้อทำให้นายด่านชาวบราซิลต้องเสียประตูในจังหวะยิงตรงกรอบครั้งแรก แต่ในครึ่งหลังเห็นได้ชัดว่าเขาทำการบ้านมาเป็นอย่างดี จากจังหวะปักหลักยืนเซฟไม่หลงพุ่งไปตามจังหวะเหมือนปลายฤดูกาลที่แล้ว

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (8) : เกมรุกโชว์ฟอร์มได้ดี ทำแอสซิตส์ 1 ลูก รวมถึงมีส่วนกับการทำประตูที่ 3 ซึ่งเปิดเข้าไปแล้วถูกเคลียร์มาเข้าทางโชต้า แต่มีตำหนิในเรื่องการเช็คล้ำหน้าพลาดจนทีมเกือบเสียประตู  

โจ โกเมซ (8) : เล่นได้ดี ไม่มีจังหวะเข้าพรวด มีส่วนจังหวะเพรสซิ่งสูงและตัดบอลได้หลายหน

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ (8) : เล่นได้ตามมาตรฐาน ไม่ค่อยมีงานหนัก เนื่องจากมี โกเมซ เป็นตัวไล่บอลด่านแรก 

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน (8) : สกัดพลาดจนเสียประตูแรก แต่ก็ไถ่โทษด้วยการยิงประตูขึ้นนำ 2-1 นอกนั้นทำได้ดีในการประสานกับแนวรุกฝั่งซ้ายอย่าง มาเน่

ฟาบินโญ่ (8) : เก็บกวาดและคอยช่วยซ้อนบอลสวนกลับของคู่แข่งได้ดี ทำให้แนวรับไม่เหนื่อย  

ลิเวอร์พูล พ่าย อาร์เซนอล

จีนี่ ไวจ์นัลดุม (7) : เล่นได้ตามมาตรฐานของตัวเอง ทั้งการไล่บอลและต่อบอลกับเพื่อนร่วมทีมอย่างต่อเนื่อง

นาบี เกอิต้า (7) : เป็นกองกลางที่ยืนสูงชิด 3 แนวรุก จ่ายบอลได้ดี แต่ว่าในครึ่งหลังเหมือนโดนลักพาตัวไป จึงถูกเปลี่ยนตัวออก

โม ซาลาห์ (8) : จังหวะประตูตีเสมอ มีส่วนสำคัญต่อการได้ประตู จากการวิ่งฉีกหนีเทียร์นี่จนเสียหลัก นอกจากนี้ยังถอยตัวเองมาเชื่อมเกมให้บอลไหลลื่น รวมถึงช่วงท้ายเกมที่วิ่งตัดเข้าในและจ่ายให้ โชต้า ซึ่งหากเป็นประตู สามารถเป็นแอสซิตส์แห่งฤดูกาลได้เลย

บ๊อบบี้ ฟิร์มิโน่ (7) : เล่นได้ตามมาตรฐาน แต่ก็ไม่สามารถโชว์ในพื้นที่ของตัวเองได้

ซาดิโอ มาเน่ (8) : ต้นเกมเกือบยิงประตูให้ทีมขึ้นนำหากมีความเฉียบคมมากกว่านี้ แต่ก็มายิงประตูตีเสมอให้กับทีมได้ นอกนั้นก็ช่วยวิ่งไล่บอล รวมถึงพาเบเยริน กับ โฮลดิ้ง ท่องเที่ยวด้วยการวิ่งแข่งจนขาอ่อนแรง ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกไปพัก

ตัวเกรดตัวสำรอง ลิเวอร์พูล

เจมส์ มิลเนอร์ (7) : ส่งลงมาเพื่อให้เกมแดนกลางนิ่ง ซึ่งก็ทำได้ตามมาตรฐาน

ดิโอโก้ โชต้า (7) : ลงมา 10 นาทีกว่า มีโอกาสยิง 3 ครั้ง ซึ่งลูกที่ ซาลาห์จ่ายมานั้นควรนิ่งกว่านี้ แต่ก็แก้ตัวยิงประตูแรกได้ จากลูกโหม่งสกัดของคู่แข่ง  

ทาคุมิ มินามิโนะ : ไม่มีคะแนน เนื่องจากลงมาช่วงใกล้หมดเวลา

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

        เกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจบลงด้วยชัยชนะของทีมเยือน ลิเวอร์พูล 2-0 ซึ่งมีหลายจังหวะพลิกเกมที่ถูกพูดถึง และจังหวะจุดโทษของ จอร์จินโญ่ เป็น 1 ในนั้น โดยในบทความนี้จะมาวิเคราะห์ถึงจังหวะดังกล่าวว่าเราเห็นอะไรกันบ้าง

        จังหวะจุดโทษนี้ เริ่มจาก ติอาโก้ อัลคันทารา เบรกตัวไม่ทันจนชนหลัง ติโม แวร์เนอร์ ล้มลง ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที โดยผู้สังหารจุดโทษคือ จอร์จินโญ่ ที่นับเป็นมือยิงจุดโทษที่แม่นยำ จากสถิติการอยู่เชลซี ยิง 7 ครั้ง เข้า 7 ครั้ง หรือหากนับตลอดชีวิตเขายิงพลาดไปเพียงครั้งเดียว

ลิเวอร์พูล เชลซี

ซึ่งเทคนิคที่เขาใช้ยิงจุดโทษในครั้งนี้คือการวิ่งไปที่ลูกฟุตบอล จากนั้นจะชะงักด้วยการกระโดด เพื่อดูหัวเข่าของผู้รักษาประตูว่าง้อไปทางทิศไหน หรือตัวของโกว์กำลังจะเทตัวพุ่งไปทางไหน จากนั้นเขาจะจิ้มบอลไปในทิศตรงข้ามที่โกว์พุ่ง โดยเทคนิคนี้นอกจาก จอร์จินโญ่ แล้ว บรูโน่ แฟร์นันเดส ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ใช้เทคนิคนี้ในการสังหารจุดโทษ

        ขณะที่ฟากฝั่งของผู้รักษาประตู แน่นอนว่าเทคนิคการเซฟจุดโทษมีหลากหลาย แต่นิยมมากที่สุดคือการอ่านหน้าเท้าแล้วเตรียมพุ่งเพื่อให้ทันรับลูก

แต่ในเกมนี้ต้องชมโค้ชผู้รักษาประตูของ ลิเวอร์พูล ที่เตรียมแผนรับมือมาเป็นอย่างดี

ลิเวอร์พูล เชลซี

เมื่อรู้ว่าผู้ยิงคือ จอร์จินโญ่ ที่มีสไตล์การยิงแบบชะงักแล้วกระโดดจิ้มบอล จึงสั่งให้ อลิซง เบคเกอร์ ยืนนิ่งๆ ตรง ๆ ไม่ขยับตัวและข้อเข่า จ้องมองที่บอลเท่านั้น เมื่อถึงเวลายิงจุดโทษฝั่งของจอร์จินโญ่   ทำตามสูตรเดิม คือวิ่งไปที่บอลและกระโดดตามเคย แต่สิ่งที่ต่างออกไปจากครั้งที่แล้วมาคือ อลิซง ยืนนิ่ง จนจอร์จินโญ่  ไม่ทราบว่ายอดนายทวารชาวบราซิลจะพุ่งไปทางใด จอร์จินโญ่ จึงจำใจต้องเลือกมุมจิ้มบอล ซึ่งเขาเลือกทางขวามือตัวเอง และแน่นอนว่าอย่างที่เราได้เห็นกัน การจิ้มบอลของ จอร์จินโญ่ เบาเกินไป อลิซง ล้มตัวปัดได้อย่างสบายๆ

        จากจังหวะนี้จึงสามารถวิเคราะห์ต่อได้ 2 มุมมอง 1. การยืนนิ่งๆ รอเซฟลูกยิงแบบนี้ของผู้รักษาประตู ใช้ได้กับพวกประเภทกระโดดแล้วจิ้มบอลเท่านั้น หากเป็นประเภทปกติที่วิ่งมาซัดเข้ามุมย่อมไม่สามารถพุ่งถึงได้อย่างแน่นอน  2.สำหรับจอมสังหารจุดโทษ หากยังอยากใช้วิธีการนี้อยู่

จะต้องกลับไปทำการบ้านด้วยการฝึกจิ้มหรือยิงก้าวเดียวให้รุนแรงไปที่มุมประตู เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าผู้รักษาประตูที่ยืนนิ่ง ซึ่งหากรุนแรงมากพอย่อมทำให้ผู้รักษาประตูพุ่งรับไม่ทัน 

        สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเพียงการยิงจุดโทษสูตรหนึ่งเท่านั้น ซึ่งโลกของฟุตบอลย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เมื่อไรที่มีเทคนิคการยิงหรือเซฟจุดโทษใหม่ ๆ เราจะนำมาวิเคราะห์ให้แฟนฟุตบอลได้อ่านกันอีกอย่างแน่นอน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตกองหน้าจอมคมของ ลิเวอร์พูล เผยสาเหตุที่ตนเองย้ายออกจาก “หงส์แดง” เนื่องจากเจ้าของสโมสรคนเก่าที่ผิดสัญญา

สำหรับ ตอร์เรสย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล จาก แอตเลติโก มาดริด เมื่อปี 2007 ซึ่งจากนั้นเจ้าตัวก็ขึ้นเป็นหัวหอกเบอร์หนึ่งของ “หงส์แดง” ในทันทีเนื่องจากยิงประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำหลังซัดไป 81 ประตูกับ 20 แอสซิสต์จากการลงสนาม 142 นัดรวมทุกรายการ

ตอร์เรส

อย่างไรก็ตามตลอดเวลาที่ ตอร์เรสอยู่กับ ลิเวอร์พูล นั้นเจ้าตัวไม่สามารถคว้าแชมป์ใดๆร่วมกับทีมได้เลย แม้จะทำผลงานได้อย่างสุดยอดก็ตาม กระทั่งสุดท้ายในปี 2011 แข้งทีมชาติสเปนได้ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ เชลซี ทีมคู่แข่งร่วมลีกด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนๆ “เดอะ ค็อป” เป็นอย่างมาก

และพอไปอยู่กับ เชลซี แม้ตอร์เรสจะไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งได้เหมือนตอนอยู่กับ ลิเวอร์พูล หลังทำไป 45 ประตูกับ 35 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 172 เกมรวมทุกรายการ ทว่าเขาสามารถคว้าแชมป์ร่วมกับ “สิงห์บลูส์” หลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น เอฟเอ คัพ เมื่อปี 2011–12, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2011–12 และยูโรป้า ลีก เมื่อปี 2012–13

ถึงกระนั้นล่าสุด “ตอร์เรส” ซึ่งปัจจุบันแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการแล้ว

ได้ออกมาเปิดใจถึงสาเหตุที่ตนเองย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล เนื่องจากเจ้าของทีมในขณะนั้นอย่าง จอร์จ ยิลเล็ต และทอม ฮิค 2 นักธุรกิจชาวอเมริกัน โกหกตนเองเรื่องจะพาทีมสู่ความสำเร็จ แต่กลับนำมาใช้เพื่อหากำไรมากกว่า โดยกล่าวว่า “แน่นอนผมีมความุขกับ ลิเวอร์พูล อย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ใครๆก็รู้ดี แต่สโมสรนั้นกลับไม่ทำอะไรเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จเลย เพราะพวกเขาคิดแต่เรื่องที่จะขายผู้เล่นดีๆออกไป”

ตอร์เรส

“ส่งผลให้นักเตะที่ดีสุดของเราทั้ง อลอนโซ, มาสเคราโน่และเบนิเตซ ผู้จัดการทีมต้องจากไป โดยพวกเขาอ้างว่าต้องการเปิดโอกาสให้แข้งจากอะคาเดมี่ และขอเวลา 5-7 ปี เพื่อกลับมายิ่งใหญ่ แต่ผมไม่มีเวลาขนาดนั้น ทำให้ผมจำเป็นต้องหาเส้นทางของตัวเอง และเป็นจังหวะที่ เชลซี ยื่นข้อเสนอเข้ามา พ่วงกับสัญญาที่ทำให้ผมเป็นแชมป์

แม้การเล่นกับ เชลซี นั้นมันอาจจะเป็นความผิดของผมเองที่ไม่สามารถปรับตัวได้เร็วพอแม้ที่นั่นมีผู้เล่นระดับสตาร์มากมาย เพราะผมไม่ได้มีคู่หูเหมือนที่อยู่กับ ลิเวอร์พูล อย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ซาบี อลอนโซ่ และฮาเวียร์ มาสเคราโน่ อย่างไรก็ตามผมมีความสุขที่นั่น และได้แชมป์ตามต้องการแล้ว” ตอร์เรสกล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

แฟรงค์ แลมพาร์ด สุดยอดกุนซือใหญ่ทีมสิงโตน้ำเงินคราม แล้วออกมาให้สัมภาษณ์สื่อว่าในฤดูกาลนี้ทีมของตนพร้อมแล้วที่จะคว้าถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ หลังจากที่การแข่งขันเปิดสนามในนัดแรกทีมสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเอาชนะทีมคู่แข่งไปได้ถึง 3 ประตูต่อ 1 ถึงแม้ว่าทีมแชมป์สมัยล่าสุดจะทำผลงานได้ดีไม่แพ้กันโดยเก็บ 3 คะแนนได้ตั้งแต่นัดแรกแต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรดาลูกทีมของตนรู้สึกหวั่นกลัวแต่อย่างใด จากการรายงานข่าวสื่อฟุตบอลต่างประเทศ

แฟรงค์ แลมพาร์ด

แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมคนเก่งเชลซี สโมสรมหาเศรษฐีแห่งวงการพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ได้ออกมาเผยความรู้สึกว่า ในฤดูกาลนี้ทีมที่จะสามารถคว้าถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษจะต้องเป็นทีมของตนอย่างแน่นอน เพราะในเวลานี้ทีมมีความพร้อมในเรื่องของนักเตะและความแข็งแกร่งมากที่สุด หลังจากที่ตัวเขาประสบความสำเร็จในการดึงนักเตะหน้าใหม่เข้ามาเสริมทีมได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ จากการเปิดไฟเขียวของบรรดาผู้บริหารทีมที่ยอมทุ่มทุนสร้างแบบไม่อั้นให้กุนซือใหญ่ได้ซื้อนักเตะตามใจชอบ

แฟรงค์ แลมพาร์ด

ลิเวอร์พูลในฤดูกาลที่แล้วสามารถทำผลงานได้อย่างเหนือชั้นก็ทีมใดอันนี้ผมยอมรับ แต่ในฤดูกาลนี้ไม่เหมือนในฤดูกาลที่แล้วทีมของเรามีความแข็งแกร่งและความพร้อมมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม นักเตะของเราทำงานกันอย่างหนักรวมถึงผู้เล่นหน้าใหม่ก็สามารถปรับตัวเข้าร่วมกับแผนการทำทีมของผมได้เป็นอย่างดี ผมมั่นใจว่าทีมของเรามีโอกาสสูงที่จะสามารถคว้าถ้วยแชมป์ในฤดูกาลนี้มาครอบครองได้สำเร็จผมไม่เคยรู้สึกมั่นใจขนาดนี้มาก่อน บวกกับการแข่งขันในนัดแรกที่ผ่านกับการที่เราได้รับชัยชนะยิ่งทำให้นักเตะของเราเล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น” แฟรงค์ แลมพาร์ด กล่าว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

            เอ็มบั๊ปเป้ (Kylian Mbappé) ดาวยิงอนาคตไกลของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีแห่งเวที ลีกเอิง ฝรั่งเศส ตกเป็นข่าวพัวพันเรื่องการย้ายทีมแทบทุกฤดูกาลนับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งในถิ่น ปาร์กเดแพร็งส์ ในปี 2017 โดยเฉพาะ บาร์เซโลนา ยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลิกา สเปน ที่มีกระแสข่าวเกี่ยวโยงกับ เอ็มบั๊ปเป้แทบทุกซีซัน

แต่ทว่าล่าสุด สื่อดังเมืองผู้ดีได้ออกมาเปิดเผยว่า เอ็มบั๊ปเป้ได้แจ้งต่อต้นสังกัดอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะขอโบกมือลาชีวิตค้าแข้ง ณ กรุงปารีส หลังจากจบซีซันนี้ โดยมีทีมยักษ์ใหญ่หลายทีมทั้งใน พรีเมียร์ลีก และ ลา ลิกา ที่มีโอกาสคว้าตัวดาวเตะวัย 21 ปีไปร่วมทีม

เอ็มบั๊ปเป้

เอ็มบั๊ปเป้” ผิดหวังกับ เปแอสเช ที่พลาดแชมป์รายการยุโรปทุกปีจนมองหาความท้าทายใหม่ ๆ

            เดอะ ไทม์ส สื่อชื่อดังของอังกฤษได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมาว่า เอ็มบั๊ปเป้ดาวยิงดีกรีแชมป์โลกของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ตัดสินใจแจ้งต่อบอร์ดบริหารของสโมสรแล้วว่า ต้องการย้ายทีมเพื่อไปหาความท้าทายใหม่ ๆ ในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า

โดยมีเป้าหมายใหญ่อยู่ที่เวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือไม่ก็ ลา ลิกา สเปน  นอกจากนี้ เดอะ ไทม์ส ยังระบุรายชื่อสโมสรที่ เอ็มบั๊ปเป้ให้ความสนใจย้ายไปค้าแข้งด้วย โดยใน พรีเมียร์ลีก ได้แก่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล

โดยเฉพาะทีมดังแห่งลุ่มน้ำ เมอร์ซี ไซด์ ที่ เอ็มบั๊ปเป้ชื่นชอบการทำทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เฮดโค้ชชาวเยอรมัน เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  ส่วนทีมใน ลา ลิกา ได้แก่ บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด

เอ็มบั๊ปเป้

            ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ไม่นาน เอ็มบั๊ปเป้เคยให้สัมภาษณ์ในทำนองว่าไม่ค่อยพอใจกับการทำงานของบอร์ดบริหาร เปแอสเช ที่ยังคงนิ่งเฉย ไม่ยอมเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้เพื่อโอกาสในการลุ้นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซัน 2020-2021 หลังจากที่เพิ่งแพ้ให้กับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค

ในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2019-2020 พลาดการคว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกของสโมสรไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นสื่อจึงคาดกันว่า เอ็มบั๊ปเป้เริ่มผิดหวังกับ เปแอสเช และพยายามมองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้เจ้าตัวคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก สมัยแรกในชีวิตค้าแข้งของตัวเองให้ได้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก, ลีกเอิง

สำหรับแฟนบอลทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ได้เฝ้าดูการถ่ายทอดสดจากความประทับใจในวิธีการรับมอบถ้วยรางวัลพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2019-2020 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรางวัลที่ลิเวอร์พูล รอคอยมานานกว่า 30 ปี แล้ว น่าจะพอจำกันได้ถึงข่าวคราวที่ว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นักฟุตบอลชื่อดังผู้รั้งตำแหน่งกัปตันทีมลิเวอร์พูลได้ออกมาให้สัมภาษณ์ข่าวว่า ในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษของทีมลิเวอร์พูลในครั้งนี้มีนักฟุตบอลอีกหนึ่งคนที่แฟนบอลอาจจะลืมเลือนเข้าไปและให้การยกย่องเข้าน้อยเกินไปใช้คนนั้นนั่นก็คือ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม นักเตะในตำแหน่งกองกลางของทีมลิเวอร์พูลนั้นเอง

ไวจ์นัลดุม

เหตุผลก็เพราะแม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือยิงทำประตูให้กับลิเวอร์พูลแทบทุกนัด หากแต่ในทุกเกมส์การแข่งขันเขาล้วนทำหน้าที่ทุกอย่างที่ทีมลิเวอร์พูลต้องการได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นตัวเสริมในเกมรุกและลงมาช่วยในเกมรับและรวมทั้งการทำหน้าที่ในฐานะของกองกลางของทีมได้อย่างยอดเยี่ยมทำให้กัปตันทีมลิเวอร์พูลเห็นว่านักเตะในตำแหน่งกองกลางของทีมคนนี้เป็นอีกคนหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ไวจ์นัลดุม

โดย “ไวจ์นัลดุม” นักเตะในตำแหน่งกองกลางของลิเวอร์พูล

ที่เขากล่าวถึงคนนี้ยังเป็นที่ติดตามของแฟนบอล อันเนื่องมาจากเขามีสัญญาเล่นให้กับทีมอีก 1 ฤดูกาลแข่งขันเท่านั้น หากแต่กลับยังไม่มีข่าวคราวความคืบหน้าแต่อย่างใดว่าตกลงแล้วทีมลิเวอร์พูลจะต่อสัญญากับเขาหรือไม่ ซึ่งล่าสุดก็เริ่มมีกระแสข่าวออกมาใหม่ว่าทางทีมบาร์เซโลน่าทีมฟุตบอลอย่างใหญ่แห่งลาลีกาลีกสเปนเจ้าของฉายาเจ้าบุญทุ่มกำลังหันมาให้ความสนใจที่จะซื้อตัวจอร์จินโญ่ไวนัลดุม จากลิเวอร์พูลให้ย้ายไปร่วมทีมกับพวกเขาเร็วๆ นี้  โดยข่าวลือระหว่างไวนัลดุมกับบาร์เซโลน่านั้นถือว่ามีออกมาเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ตลาดนักเตะเปิดซึ่งตัวเขาเองไม่มีข่าวคราวว่าจะต่อสัญญากับทีมลิเวอร์พูลก็ยิ่งมีข่าวหนาหูมากขึ้นเรื่อยๆ

แถมเขายังบอกอีกว่า โรนัลด์ คูมัน หัวหน้าโค้ชคนใหม่ของทีมเจ้าบุญทุ่มนั้นให้ความชื่นชอบและสนใจในฝีมือการเล่นฟุตบอลของนักเตะจากลิเวอร์พูลคนนี้ ตั้งแต่ที่เคยได้ร่วมงานกันในตอนที่เขารับใช้ชาติในทีมชาติฮอลแลนด์นั้นเอง  ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้มีกระแสข่าวอย่างแรงไม่จากทีมบาร์เซโลน่าว่าจะทำการเจรจาตกลงเพื่อซื้อตัวเขาไปอยู่กับทีมตนเองภายในซัมเมอร์ 2020 นี้อย่างแน่นอน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, ข่าวโยกย้ายตัว

สื่อชื่อดังของอังกฤษออกมาระบุว่า ทีมหงส์แดง ส่งตัวแทนไปพูดคุยกับทีมดังยักษ์ใหญ่เจ้าบุญทุ่ม ว่าถ้าหากต้องการที่จะคว้าตัว จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม สุดยอดแข้งฝีเท้าดี ไปร่วมค้าแข้งที่แดนกระทิงดุจริงจะต้องยอมจ่ายค่าหัวนักเตะเพิ่มขึ้นอีก 5 ล้านปอนด์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ค่าตัวของนักเตะอยู่ที่ราว ๆ 10 ล้านปอนด์เท่านั้น ทำให้อนาคตของนักเตะที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเกิดความยากลำบากที่หมายจะย้ายหลังในช่วงซัมเมอร์นี้ทันที

ไวจ์นัลดุม

จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม” นักเตะกองกลางฝีเท้าเยี่ยมของทีม ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล สโมสรระดับชั้นนำแห่งวงการลูกหนังผู้ดี ตอนนี้เขากลายเป็นนักเตะที่มีมูลค่า ค่าตัวสูงถึง 15 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นข้อเสนอในการฉีกสัญญาค้าแข้งครั้งนี้ ส่งผลให้ทีมบาร์เซโลน่า อาจจะต้องคิดหนักกว่าเดิมเพราะก่อนหน้านี้มีการตกลงค่าตัวนักเตะอยู่แค่ที่ 10 ล้านปอนด์ เชื่อกันว่าหากทีมต้องการที่จะคว้าตัวนักเตะไปร่วมงานจริงจะต้องยอมควักกระเป๋าจ่ายอย่างแน่นอน เพราะตัวนักเตะเองไม่มีความต้องการที่อยากจะอยู่ร่วมเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมต้นสังกัดต่อ และทีมเองก็ไม่อยากจะรอช้าที่จะปล่อยตัวเขาไปแบบฟรี ๆ หากถึงฤดูกาลหน้า 

ไวจ์นัลดุม

สำหรับอนาคต จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม แข้งกองกลางคนเก่งยังคงหาบทสรุปไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะมีสัญญาณเรื่องความต้องการที่อยากจะย้ายทีมของนักเตะออกมาเป็นระยะก็ตามที ด้วยวัย 29 ปี ทำให้แข้งรายนี้ต้องการที่จะได้รับสัญญามากกว่า 2 ปีด้วยกัน แต่ทีมต้นสังกัดยืดอายุสัญญาให้เขาได้แค่เพียง 2 ปีเท่านั้น ทำให้นักเตะอยากกลับไปร่วมงานกับนายเก่าที่ตอนนี้เป็นโค้ชคนใหม่ของทีมยักษ์ใหญ่ฝั่งลา ลี กา สเปน ทีมจำเป็นจะต้องจ่ายค่าหัวของนักเตะในราคา 15 ล้านปอนด์ตามคำเรียกร้องของทีมต้นสังกัดแข้ง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, ข่าวโยกย้ายตัว, พรีเมียร์ลีก