เห็นทีจะต้องเหนื่อยยิ่งขึ้นกว่าเดิมสำหรับ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือใหญ่ของทีมอาร์เซน่อล ที่ออกมาเปิดใจแบบแมน ๆ ว่าหลังจบการแข่งขันในฤดูกาลนี้ตอนนี้ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเขาจะไม่สามารถซื้อนักเตะได้ครบทุกตำแหน่งตามที่ได้ตั้งเป้าเอาไว้

อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจในตอนนี้ที่ได้รับผลกระทบไปทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่วงการฟุตบอลลูกหนัง ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

โดยเฉพาะตลาดการซื้อ-ขายตัวนักเตะที่เงียบเป็นเป่าสาก โดยกุนซือไฟแรงชี้ว่าไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่สักเท่าไหร่ ทั้งตัวเขาและลูกทีมที่มีทัศนคติดีไม่แพ้กับทีมแชมป์อังกฤษถ้วยล่าสุด และพร้อมที่จะโมแข้งที่มีอยู่อย่างหนักเพื่อทำแชมป์ให้สำเร็จ

มิเกล อาร์เตต้า

มิเกล อาร์เตต้า” ออกมาเปิดใจว่า รู้สึกไม่แน่ใจ

คำสัมภาษณ์หลังจากจบการแข่งขัน มิเกล อาร์เตต้า ออกมาเปิดใจว่า รู้สึกไม่แน่ใจว่าตนจะได้รับมันนี่ไปชอปปิ้งแข้งเพิ่มมาเสริมแกร่งทีมในซีซั่นหน้าได้หรือไม่

เพราะอย่างที่รู้กันสโมสรทีมก็ได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจเรื่องการเงินไม่แพ้กับทีมอื่น กุนซือใหญ่เชื่อว่าตัวเขาและมันหาลูกทีมจะสร้างทีมที่ดีและประสบความสำเร็จในการทำแชมป์ฤดูกาลหน้าได้อย่างแน่นอน

แม้จะไม่ต้องมีแข้งหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพก็ตาม สำหรับ มิเกล อาร์เตต้า เข้ามาทำหน้าที่อย่างเต็มตัวเมื่อปลายปีที่แล้วและเหมือนว่าการทำงานของเขา

จะเต็มไปด้วยความยากลำบากแถมยังต้องมาเจอกับปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสที่เป็นผลกระทบไปทั่วโลก

มิเกล อาร์เตต้า

“มันคงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เป็นความท้าทายของตัวผมและลูกทีมจะต้องเจอ หากในฤดูกาลนี้เราไม่มีเงินที่จะไปซื้อนักเตะเพิ่มผมก็คิดว่ามันไม่ได้เป็นปัญหาสักเท่าไหร่

เราเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จได้แม้จะมีแค่นักเตะในทีมของเราเท่านั้น ลูกทีมทุกคนมีศักยภาพและทัศนคติที่ดีมากพอ ผมเชื่อว่าเราจะทำผลงานได้ดีไม่แพ้กับทีมลิเวอร์พูล

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล กำลังจะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ และ ‘เยอร์เก้น คล็อปป์’ กำลังจะกลายเป็นที่กล่าวขานบนเวทีพรีเมียร์ลีก โดยขออีกเพียง 6 แต้มเท่านั้น พวกเขาจะได้ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกของสโมสรสมใจหมาย หลังทำแต้มนำห่างอันดับ 2 อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากถึง 25 คะแนนด้วยกัน

                หากแต่ยังมีสิ่งที่พวกเขาคงยังไม่ได้คิดในตอนนี้ อาจจะด้วยความ ‘ใหม่’ และไม่มีประสบการ์ของการเป็นแชมป์ของทีมชุดนี้ พวกเขาคงคิดไม่ถึงว่า การล่าแชมป์ในฤดูกาลนี้ว่าเหนื่อยลากเลือดแล้ว แต่ การ ‘ป้องกันแชมป์’ ในฤดูกาลหน้า มันคืองานที่ ‘หิน’ เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า และพวกเขามีการบ้านให้ต้องทำในช่วงปิดเทอมอีกเพียบ

ลิเวอร์พูล

                โดยหลังจากวินาทีที่พวกเขาขึ้นไปชูถ้วย สิ่งที่ลิเวอร์พูลจะต้องคิดเป็นอันดับแรกหลังจากนั้น แน่นอนว่าต้องเป็นการ ‘เฉลิมฉลอง’ หลังจากฤดูกาลที่เหน็ดเหนื่อยและยาวนานได้จบลง

                แต่สิ่งถัดไปที่ทีมหงส์แดงควรทำก็คือ ต้องพยายาม ‘ลืม’ เรื่องแชมป์ที่ฉลองไปให้เร็วที่สุด หากหวังจะเดินหน้าป้องกันอาร์มทองของพวกเขาต่อไปในฤดูกาลหน้า ซึ่งจะเป็นงานที่หนักหน่วงกว่าในปีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูลทำผลงานสวยหรูมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล ชนะมาติดต่อกันอย่างยาวนาน และกว่าจะแพ้ก็ปาเข้าไปจะจบฤดูกาลอยู่มะรอมมะร่อ

แต่ถ้าหากสังเกตดี ๆ หลาย ๆ เกมในช่วงระยะหลังมานี้ ดูเหมือนว่า ลิเวอร์พูลจะถูกคู่แข่งพยายาม ‘จับทาง’ หลายครั้งที่พวกเขาผ่านแต่ละเกมมาแบบหืดจับ แต่ยังมีชายที่ชื่อ ‘เยอร์เก้น คล็อปป์’ พาพวกเขาผ่านมาได้อยู่ร่ำไป

ลิเวอร์พูล

จนเรื่องมันก็เริ่มมาแดงในเกมที่พวกเขาบุกไปพ่ายให้กับ ‘วัตฟอร์ด’ อย่างหมดรูปถึง 3-0 ต่อด้วยการพ่ายให้กับเชลซี 2-0 ในฟุตบอล เอฟเอ คัพ และยังปิดท้ายด้วยการถูก แอตฯ มาดริด เขี่ยตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฐานะแชมป์เก่า ก่อนจะถูกพักเบรกด้วยสถานการณ์โคโรน่าไวรัสระบาด ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสัญญาณที่ส่งไปถึงลิเวอร์พูล ว่าพวกเขาจะต้องทำอะไรสักอย่าง หากยังอยากจะรักษาความยิ่งใหญ่ต่อไป

ลิเวอร์พูล” ชุดนี้นั้น มีความสามารถที่จะทำมันได้

ทุกคนรู้ดีว่าทีมชุดนี้ของลิเวอร์พูลนั้น มีความสามารถที่จะทำมันได้ มีดีพอที่จะป้องกันแชมป์ แต่ความสามารถนั้น พวกเขาได้แสดงออกมาให้ทุกทีมเห็นหมดแล้วในช่วงสองปีหลังที่ผ่านมา ทุกทีมเก็บข้อมูลไว้อย่างหมดจด นั่นทำให้ลิเวอร์พูลต้องก้าวขึ้นไปอีกระดับ ทำสิ่งที่แตกต่างออกมา

ศัตรูตัวฉกาจของหงส์แดงในฤดูกาลหน้า ก็คงหนีไม่พ้น ‘เรือใบสีฟ้า’ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า และเหล่าลูกทีม ที่น่าจะเก็บความโกรธแค้นไว้ไล่ล่าลูกทีมของคล็อปป์ในฤดูกาลหน้า

รวมไปถึงเหล่าสโมสรที่กำลังพยายามพัฒนากันอย่างสุดขีดอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้, เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด, สเปอร์ส, วูล์ฟส์แฮมตัน, อาร์เซนอล และเอฟเวอร์ตัน ที่รายล้อมไปด้วยยอดกุนซือจอมเก๋า และเหล่ากุนซือเลือดใหม่ไฟแรงมากมาย

งานนี้บอกเลยว่า ไม่ใช่งานกล้วย ๆ อย่างแน่นอน สำหรับหนทางการ ‘ป้องกันแชมป์’ พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้าของพลพรรคเครื่องจักรสีแดง เพราะศัตรูรอบตัวนั้นต่างพร้อมและจ้องฉุดพวกเขาลงจากบัลลังก์ได้ทุกเมื่อ   

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ เฮดโค้ช ลิเวอร์พูล เผยว่าตนเองจะลาตำแหน่งกุนซือของ “หงส์แดง” ในอีก 4 ปีข้างหน้าหรือปี 2024 ซึ่งเป็นช่วงเสลาที่หมดสัญญาในถิ่น แอนฟิลด์ พอดี

สำหรับ คล็อปป์เข้ามารับหน้าที่คุมทัพ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2015 หลังลาตำแหน่งเทรนเนอร์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเจ้าตัวก็ช่วยให้ “หงส์แดง” ประสบความสำเร็จมากมายโดยเฉพาะในช่วง 2 ซีซั่นหลัง เริ่มจากเมื่อฤดูกาล 2018-19 ที่เจ้าตัวพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 6 ของสโมสร

คล็อปป์

ขณะที่ในฤดูกาลนี้ คล็อปป์ก็พา ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าทริปเปิลแชมป์มาครองอย่างยิ่งใหญ่ นั่นก็คือ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยเฉพาะแชมป์พรีเมียร์ลีก หรือแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษที่ถือเป็นถ้วยซึ่งแฟนๆ “เดอะ ค็อป” รอมานานกว่า 30 ปี

จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นทำให้คล็อปป์ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ติดอันดับท็อป 5 ของโลกในปัจจุบัน ซึ่ง ลิเวอร์พูล ก็ได้ตอบแทนผลงานด้วยการขยายสัญญากับกุนซือชาวเยอรมันไปถึงปี 2024 เป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตามคล็อปป์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ที่ทำให้แฟนๆของ ลิเวอร์พูล ต้องหวั่นใจ หลังเจ้าตัวได้ออกมากล่าวถึงวันที่ตนเองจะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ กับ “SWR Sport” หนังสือพิมพ์ในเยอรมันว่า “แน่นอนผมจะกลับไปที่เยอรมันหลังจากจบอาชีพการคุมทีม และทางที่เป็นไปได้มากที่สุดคือกลับไปอยู่ที่เมือง ไมนซ์”

คล็อปป์

ถึงกระนั้นคล็อปป์ให้คำมั่นว่าจะอยู่คุมทีม ลิเวอร์พูล ไปจนถึงหมดสัญญาอย่างแน่นอน “ผมจะอยู่กับ ลิเวอร์พูล ไปอีก 4 ปี ถ้าพวกเขาไม่ปลดผมออกจากตำแหน่งเสียก่อน”

คล็อปป์” อาจจะหันไปรับงานคุมทีมชาติเยอรมัน

โดยที่ผ่านมามีข่าวว่าหลังจากหมดสัญญา นั้นคล็อปป์อาจจะหันไปรับงานคุมทีมชาติเยอรมันต่อไป ทว่าหากย้อนไปเมื่อปี 2019 เจ้าตัวเคยเผยกับนิตยสาร “Kicker” ถึงอนาคตของตนเองว่า “ผมเป็นคนที่มีพลังงาน แต่ผมมีปัญหาหนึ่งที่สำคัญ คือ ผมไม่สามารถทำอะไรแบบครึ่งๆกลางๆได้

ดังนั้นมี 2 ทางเลือก นั่นก็คือ ทุ่มเททำทุกอย่าง กับไม่ทำอะไรเลย ซึ่งถ้าหากว่าผมตัดสินใจที่จะไม่ทำอะไรเลยนั้น ผมจะหยุดพักจากวงการฟุตบอลเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี และหลังจากการหยุดพัก ผมก็ต้องตัดสินใจอีกครั้งว่าผมจะกลับมาทำงานหรือไม่ แต่ผมก็มั่นใจว่าพลังงานของผมจะกลับมา และพร้อมจะทำหน้าที่อีกครั้ง”

ทั้งนี้คล็อปป์ยังมีสิทธิ์พา ลิเวอร์พูล ทำสถิติเป็นแชมป์ลีกที่สามารถเก็บแต้มได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์หากพวกเขาเก็บชัยได้ในอีก 3 เกมที่เหลือของซีซั่นซึ่งจะพบกับ อาร์เซน่อล, เชลซี และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ระบุลูกทีมควรจะเป็นฝ่ายเก็บชัยเหนือ เบิร์นลี่ย์ ในเกมที่เสมอกัน 1-1 พร้อมชม ยิค โป๊ป ว่ามีฟอร์มที่น่าประทับใจ

ลิเวอร์พูล ของคล็อปป์ หยุดสถิติการชนะในลีกที่สนาม แอนฟิลด์ ติดต่อกันไว้ 24 เกม พร้อมหยุดสถิติชนะ 17 นัดติดต่อกันในบ้านฤดูกาลนี้ หลังล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พวกเขาทำได้แค่เสมอกับ เบิร์นลี่ย์ 1-1 แม้ว่าจะเป็นฝ่ายทำประตูได้ก่อน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน นาที 34 ทว่าถูกตามตีเสมอจาก เจย์ โรดริเกวซ นาที 69

คล็อปป์

ในเกมดังกล่าว “หงส์แดง” มีโอกาสยิงมากถึง 23 ครั้ง เข้ากรอบ 8 ครั้ง โดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีโอกาสยิงคนเดียว 6 ครั้ง แต่ได้มาเพียง 1 ประตู ขณะที่ เบิร์นลี่ย์ มโอกาสยิงเพียง 6 ครั้ง และได้ 1 ประตู

จากผลการแข่งขันนี้ส่งผลให้ลูกทีมของคล็อปป์ เก็บเพิ่มได้เป็น 93 คะแนนจาก 35 ครั้ง โดยเหลือการแข่งขันอีก 3 เกมของซีซั่น ซึ่งหากพวกเขาอยากทำลายสถิติการเป็นแชมป์โกยแต้มมากที่สุด ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำไว้ 100 คะแนนเมื่อปี 2017-18 พวกเขาต้องเก็บชัยให้ได้ทั้งหมด 3 เกมเท่านั้น

คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์ถึงฟอร์มในนัดที่ผ่านมา

หลังการแข่งขันคล็อปป์ กุนซือ “หงส์แดง” ให้สัมภาษณ์ถึงฟอร์มในนัดที่ผ่านมาว่า “ในหลายๆจังหวะที่ ลิเวอร์พูล เจอกับ นิค โป๊ป เขามักจะทำได้ดีมากๆ แต่เราควรจะทำประตูให้ได้มากกว่านี้ โดยเราทำทุกอย่างได้ถูกต้อง และเขา (โป๊ป) ก็เซฟได้มากมาย แต่ในท้ายที่สุดเราควรจะมีสกอร์มากกว่านี้

คล็อปป์

“เราไม่สามารถปิดเกมได้ และพวกเขาก็ได้ช่วงเวลาของตัวเองกลับมา ซึ่งมันรู้สึกเหมือนกับว่าเราแพ้ในเกมนี้มากกว่าเสมอ โดยเราควรจะต้องกลับไปดูการเล่นของเราให้ดีกว่านี้ แน่นอนเราโมโหกรรมการ (ที่ไม่ให้จุดโทษ) แต่อย่างไรก็ตามเราควรที่จะโทษตัวเองก่อนที่ไม่สามารถปิดเกมนี้ได้ โดยทีมทำได้ถูกต้อง 99% แต่ผมจะไม่หยุดตำหนิลูกทีมใน 1% ที่เหลือซึ่งพวกเขาผิดพลาด” คล็อปป์กล่าวปิดท้าย

ด้าน ฌอน ไดซ์ กุนซือ เบิร์นลี่ย์ กล่าวถึงเกมที่ผ่านมาว่า “เราตั้งเกมรรับได้ดี และ โป๊ป ผู้รักษาประตูของเราก็เซฟได้อย่างยอดเยี่ยม โดยจริงๆพวกเขาเป็นฝ่ายที่ทำได้ดี และเราไม่สามารถหยุดพวกเขาไว้ได้เลยในช่วงครึ่งแรก ทำให้ครึ่งหลังผมได้บอกกับลูกทีมว่าไม่ต้องกดดัน และเล่นไปตามธรรมชาติซึ่งส่งผลให้เรามีช่วงเวลาที่ดี และเกือบได้ 3 คะแนนจากทีมที่ระดับท็อปหลังการยิงไปชนคาน”

ทั้งนี้โปรแกรมต่อไป ลิเวอร์พูล จะพบกับ อาร์เซน่อล ที่สนาม เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม วันที่ 15 กรกฎาคมนี้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยืนยันว่า ตนเอง และลูกทีมได้สนใจเรื่องการทำลายสถิติเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกที่เก็บแต้มได้มากที่สุดแต่อย่างใด โดยขอมีสมาธิกับชัยชนะไปทีละนัดก็เพียงพอ

โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล เพิ่งทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยบุกชนะ ไบรท์ตัน 3-1 จากประตูของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เหมาคนเดียว 2 ลูกในนาทีที่ 6 และ 76 ส่วนอีกลูกได้จาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นาทีที่ 8 ส่วนเจ้าถิ่นได้จาก เลอันโดร ทรอสซาร์ นาที 45

จากผลดังกล่าวทำให้ ลิเวอร์พูล ของเทรนเนอร์ เจอร์เก้น คล็อปป์ที่คว้าแชมป์ไปแล้วนั้น เก็บแต้มเพิ่มได้เป็น 92 คะแนนจาก 34 นัด นำห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 2 อยู่ 23 คะแนน

คล็อปป์

นอกจากนั้น คล็อปป์และลูกทีมยังมีสิทธิ์ลุ้นที่จะทำลายสถิติเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สามารถโกยแต้มได้มากที่สุดแซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยทำได้ 100 คะแนน เมื่อซีซั่น 2017-18 หากพวกเขาสามารถเก็บชัยได้ในอีก 4 นัดที่เหลือ หรือ ชนะ 3 เสมอ 1 ในอีก 4 นัดที่เหลือของฤดูกาลนี้ (มีโปรแกรมพบ เบิร์นลี่ย์, อาร์เซน่อล, เชลซี และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด)

โดยหลังเกมกับ ไบรท์ตัน มีผู้สื่อข่าวกับถาม คล็อปป์เกี่ยวกับประเด็นการทำลายสถิติเก็บแต้มากสุด ซึ่งเฮดโค้ชชาวเยอรมันก็ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า “มันไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับผม และผมไม่สนใจในเรื่องดังกล่าวแต่ออย่างใด แต่สิ่งที่ผมสนใจมากที่สุดคือการเก็บชัยชนะในเกมฟุตบอล โดยสำหรับคนในวงการกีฬาเรื่องนี้มันอาจจะสำคัญ ซึ่งที่จริงแล้วเราคว้าแชมป์ไปแล้ว และไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องดังกล่าวมากนัก (การเก็บชัยชนะ) แต่ไม่ใช่กับลูกทีมของผมที่พร้อมจะทุ่มเททุกสิ่งสำหรับเรื่องนี้”

คล็อปป์

“คล็อปป์” ยังให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะในเกมที่ผ่านมาด้วย

นอกจากนั้น คล็อปป์ยังให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะในเกมที่ผ่านมาด้วยว่า “ผมได้เห็นทั้ง 2 ทีมที่ยอดเยี่ยม และพยายามจะเล่นฟุตบอลอย่างสนุก โดย ไบรท์ตัน มีแผนการเล่นที่กล้าหาญ แต่เราก็มีวีธีการรับมือที่สุดยอดเช่นกัน โดยเราทำได้น่าประทับใจในการเล่นเพรสซิ่งสูง ทว่าเมื่อเราเสียบอลในช่วงเวลาที่ผิด ก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน”

“โดยประตูที่พวกเขาทำได้นั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรจะได้รับ ทำให้เราต้องมีการปรับเปลี่ยนบางอย่างเกี่ยวกับการป้องกัน และการยืนตำแหน่งในแผงมิดฟิลด์ ซึ่งมันก็ช่วยได้มาก ช่วงเริ่มต้นเกมนั้นสุดยอด เช่นเดียวกับช่วงท้ายที่เราก็ทำได้ดีไม่ต่างกัน อย่างไรก็ตามผมขอแสดงความถือต่อ เกรแฮม พ็อตเตอร์ ผู้จัดการทีม ไบรท์ตัน ที่ทำให้เราต้องเจอกับเกมที่ยากลำบาก” คล็อปป์กล่าวปิดท้าย

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

ลิเวอร์พูลและแมนซิตี้แสดงให้เห็นว่าเหตุใดจึงมีช่องว่าง 23 แต้มระหว่างทีมจ่าฝูงและทีมรองจ่าฝูงใน พรีเมียร์ลีก หลังการแข่งขันเมื่อวันอาทิตย์จบสิ้นลง

เมสัน กรีนวู้ดและเจมี่ วาร์ดี้ อาจลงเล่นในทีมที่ต่างกัน แต่ว่าทั้งคู่ยิงได้คนละสองประตูเหมือนกันในเกมวันเสาร์ที่ผ่านมา ให้ต้นสังกัดอย่างแมนยูและเลสเตอร์ชนะทั้งสองทีม และเพื่อเป้าหมายของทีมคือติดท๊อปโฟร์ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้

และทีมท้ายตารางคือแทบจะกาชื่อนอริชออกไปจากพรีเมียร์ลีกได้เลยเมื่อแพ้ต่อทีมหนีตกชั้นด้วยกันอย่างไบรท์ตัน 0-1

เมสัน กรีนวู้ดเป็นนักเตะดาวรุ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของแมนยูในปีนี้

กรีนวู้ด เป็นนักเตะขวัญใจคนใหม่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เกมที่ผ่านมานักเตะวัย 18 ปีได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขามีความยอดเยี่ยมเพียงใด ก็หวังว่าเขาจะไม่ดีแตกไปเสียก่อน ซึ่งกรีนวู้ดเมื่อเทียบกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้และเวยน์ รูนี่ย์ที่อาย 18 ปีเท่ากันเขาเป็นคนที่ยิงประตูได้เยอะที่สุดแล้ว

พรีเมียร์ลีก

เขายิงประตูได้ทั้งเท้าซ้ายและขวาดังจะเห็นได้จากเกมที่ปิศาจแดงถล่มบอร์นมัธ 5-2 การทำสองประตูของกรีนวู้ดช่วยให้แมนยูยังอยู่อันดับ 5 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกแต่อย่างน้อยก็มีแต้มเบียดอันดับ 3 และ 4 โดยที่ไม่ห่างกันมากนัก

มาร์คัส แรชฟอร์ดและแอนโทนี่ มาร์กซิยาล ยิงได้ถึง 20 ประตูสำหรับฤดูกาลนี้และบรูโน่ เฟอร์นันเดสแสดงเห็นว่าเขามีทักษะการยิงฟรีคิกที่ดี

เมื่อพอล ป๊อกบาเล่นได้เข้าขารู้ใจกับเฟอร์นันเดส ดูเหมือนว่ากองกลางของแมนยูจะเด่นที่สุดนับตั้งแต่ยุคของเฟอร์กูสันเป็นต้นมาเลย

เสียงคำรามของแชมป์ พรีเมียร์ลีก จากแอนฟิลด์

พรีเมียร์ลีก

แฟนลิเวอร์พูลรอคอยมากว่าสามทศวรรษที่จะเห็นทีมรักของพวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และเกมล่าสุดที่แข่งกับแอสตัน วิลล่า หงส์แดงได้สร้างสถิติชนะต่อเนื่องที่สนามเหย้าของตัวเองต่อไป เป็นเกมที่ 17 แล้ว หากชนะอีกสองเกมเท่ากับว่าพวกเขาชนะรวดในการเล่นเกมในบ้านที่แอนฟิลด์

แม้จะไม่มีบรรยากาศเสียงเชียร์ของแฟนบอลในพรีเมียร์ลีก แต่ไม่เป็นไรเพราะนักเตะลิเวอร์พูลเล่นได้เหนือกว่าทีมเยือนเห็นๆ ครองบอลมากกว่าแต่กว่าจะได้ประตูก็เข้าสู่ช่วงนาทีที่ 70 จากการยิงประตูของซาดิโอ มาเน่และเคอร์ติส โจนส์

ทั้งหมดเป็นบทสรุปที่ทีมสีแดงได้เฮทั้งสองทีมหลังเตะเกมที่ 33 จบลง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

แกรี่ เนวิลล์ อดีตนักเตะระดับตำนานปีกขวาของทีมแมนเชตเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำแห่งศึกลูกหนังอังกฤษ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แก่สื่อบ้านเกิดของตนเองว่า ตัวเขารู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก และไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ากุนซือจอมโอหังอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ จะสามารถพาทีมคู่บารมีชิวคว้าถ้วยได้แบบที่เคยสาดน้ำลายเอา พร้อมกับยอมรับตลอดซีซั่นการแข่งขันในฤดูกาลนี้ที่ผ่านมา กุนซือจอมน้ำลายคุมทีมได้ดีเกินมาตรฐานที่ตนคิดเอาไว้

คล็อปป์

เจอร์เก้น คล็อปป์” กุนซือใหญ่ เข้ามามีบทบาทในถิ่นแอนฟีลด์ ปี 2005

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่ชาวเยอรมัน ได้เข้ามามีบทบาทคุมบังเหียนในถิ่นแอนฟีลด์นับตั้งแต่ปี 2005 และยังคงเดินหน้าคุมทีมอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ตลอดระยะเวลาที่เขาได้คุมทีมได้เจอกับคำท้าทายฝีมือการเป็นกุนซือเรื่อยมา แม้ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะพลาดโอกาสในการพาทีมลิเวอร์พูลคว้าชัยมาหลายฤดูกาล แต่ในซีซั่นนี้เขาได้ออกมาพิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่าตัวเขาเองก็มีฝีมือไม่แพ้กุนซือคนไหน ๆ แข้งตำนานทีมคู่ปรับร่วมลีกอย่าง แกรี่ เนวิลล์ ถึงกับอดปากไม่ไหวยังต้องออกมาแสดงความซูฮก

คล็อปป์

“นาทีนี้ไม่มีใครเกิน เจอร์เก้น คล็อปป์อีกแล้ว กับชัยชนะที่ผ่านมามันตอบโจทย์ทุกอย่าง เขาทำงานมาอย่างหนักกับทีม ทีม ถึงเขาจะดูโอหังบ้างในบางทีจนทำให้ผมไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะทำได้ และเขาทำได้ดีกว่าที่คิดด้วย เขาพาทีมเปิดฉากแข่งได้อย่างสวยงามตั้งแต่ต้นนฤดูกาลมันน่าวิเศษที่สุด มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าทีมชนะเพราะทุกทีมกำลังเจอกับปัญหาโรคหรืออะไร เราต่างได้รับผลกระทบกันทั้งนั้น แต่ตัวนักเตะที่ยังคงรักษามาตราฐานได้ถือว่าสุดยอดมาก” อดีตแข้งระดับตำนานกล่าว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

จากการแข่งขันที่ผ่านมาทีมแชมป์สมัยล่าสุดที่ถ้วยยังร้อนอุ่น ๆ อยู่ หงส์แดง งานนี้ไม่รู้ว่าขาหมดแรงหรือลงเตะทุกนัดจนเปื่อย เพราะบุกไปแพ้ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบราบคาบทำเอากุนซือและแฟนบอลที่ดูอยู่ข้างสนามเอาปี๊ปคุมแทบไม่ทัน จากเกมการแข่งขันในนัดนี้ได้เผยให้เห็นจุดบอดของปราการหลังที่หละหลวมเป็นอย่างมาก ไม่สามารถต้านทานนักเตะของเรือใบสีฟ้าได้จริง ๆ

หงส์แดง

ในเกมการแข่งขันนัดนี้เป็นที่สรุปแล้วว่า ทีมลิเวอร์พูล ได้ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองอย่างแน่นอน แต่ความมันและศักดิ์ศรียังคงค้ำคอ เพราะทีมเจ้าบ้านมีดรีกรีเป็นถึงแชมป์เก่า จบสกอร์กันไปเจ้าบ้านถล่มมยับ 4 ประตูต่อ 0 ทั้ง กูรูได้ออกมาตั้งข้อสงสัยว่า การที่กองหลังของทีมหงส์แดงนั้นเปราะบางขนาดนี้ เป็นเพราะว่ากุนซือใหญ่ของทีมต้องการที่จะทดสอบฝีเท้าของนักเตะแผนสำรองกันหรือเปล่าว

หงส์แดง

หงส์แดง จะดูเป็นฝ่ายได้เปรียบมากกว่าทีมเจ้าบ้าน

ช่วงเกมแรกของการแข่งขันแม้ทีมหงส์แดงจะดูเป็นฝ่ายได้เปรียบมากกว่าทีมเจ้าบ้าน แต่มีโอกาสทำประตูได้หลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถเจาะประตูของทีมเจ้าบ้านได้ จนมาโดนพังประตูเป็นลูกแรง หนำซ้ำแข้งสำรองที่ส่งมาลองสนามอย่าง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน  นอกจากจะไม่มีบทบาทในสนามแล้ว ยังทำบอลเข้าประตูตัวเองเสียอีก

ส่งผลให้กุนซือที่จับตาดูอยู่ข้างน่าซีดไปตามกันกับแฟนบอล ถึงแม้ว่าทีมหงส์แดงจะเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าพวกเขาจะได้ถ้วยแชมป์ในซีซั่นนี้อย่างแน่นอน แต่ยังคงมีการแข่งขันอันระอุที่รอให้ปิดฉากอีก 6 เกม และอาจจะเป็นแผนในการทดลองตำแหน่งแข้งของกุนซือทีมก็เป็นได้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

สิ้นสุดการรอคอยกับช่วงเวลาอันแสนยาวนาน ของเหล่าแฟนหงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ในที่สุดก็สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสูงสุดมาครองได้สำเร็จ แม้ว่าเวลานี้เหล่านักเตะในดินแดนแห่งเกาะอังกฤษยังคงฟาดแข้งกันอยู่เพราะยังไม่จบฤดูกาล แต่ทว่าหลังจากเกมการพ่ายแพ้ของแม้ซิตีให้กับทีมเชลซี ก็ทำให้ลิเวอร์พูลมีคะแนนทิ้งห่างอันดับสองไกลลิบตา จนกล่าวได้ว่า ต่อให้ลิเวอร์พูลจะแพ้ตลอดในเกมการแข่งขันที่ยังเหลืออยู่ เขาก็ยังคงมีถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติอยู่ในมือ

เหล่าแฟนฟุตบอล ลิเวอร์พูล ก็ออกมาฉลองแชมป์กัน

                และในเช้าวันรุ่งขึ้นของการแข่งขันระหว่างเชลซีกับแมนซิตี้สิ้นสุดลง เหล่าแฟนฟุตบอลหงส์แดงก็ออกมาฉลองแชมป์กันอย่างคึกคัก กับรถแห่ที่เป็นสีสัน พร้อมทั้งสุดฟุตบอลทีมโปรดแห่ประกาศความสำเร็จไปทั่วทุกมุมโลก และแม้กระทั่งในโลกโซเชียลมิเดียเองก็ฉลองความสำเร็จนี้กันอย่างไม่ขาดสาย ด้วยใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้มักจะโพสรูปภาพแห่งความประทับใจนี้ไว้เป็นที่ระลึก และก็ไม่พ้นเหล่าดาราหรือคนดังที่ต่างต้องออกมาแสดงตนกันอย่างมากมาย ทำให้เช้านี้เป็นเช้าที่มีสีสันที่สุดในรอบปี แต่ทว่านั่นกลับเป็นช่วงเวลาอันแสนเศร้าของเหล่าผีแดง กองแช่งที่ตามสาปส่งในทุกการแข่งขัน และแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเป็นทีมการแข่งขันที่เครียดแค้นกันเพียงใด แต่สุดแล้วกีฬาก็จะสามารถเชื่อมใจพวกเขาทั้งสองเอาไว้ได้

                นับว่าเป็นเรื่องราวที่แฟนฟุตบอลต่างยินดีและทำให้หัวใจพองโตในช่วงวิกฤตโควิดนี้ เพราะตลอด 30 ปี ที่เหล่าสาวกลิเวอร์พูลต่างรอคอยมาอย่างยาวนานได้จบลงที่วันนี้ พวกเขาทั้งผ่านสุดตกต่ำแห่งแอนฟิลด์ พลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมืออยู่หลายหน แต่นั่นก็ไม่อาจพรากใจรักของเหล่าแฟนบอลไปได้เลย จนกระทั้งวันที่พวกเขาจะได้โห่ร้องด้วยเสียงแห่งความปิตินี้พร้อมกัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

         เด็กมันจะดังทำไงได้ คงไม่แปลกใจที่ เจดอน ซานโช่ เป็นที่หมายปองของหลาย ๆ ทีมในยุโรป ด้วยฟอร์มการเล่นที่เปรี้ยงปร้างกับดอร์ทมุน และอายุแค่ 20 ปี ยังกระฉูดแตกได้กว่านี้อีก และยังใช้งานได้อีกหลายปี ค่าตัวย่อมแพงเป็นธรรมดา สำหรับตำแหน่งที่ซานโช่ถนัดคือตำแหน่งปีก ซึ่งแมนยูขาดตำแหน่ปีกธรรมชาติมาลากเรื้อย ไอ้จะหวังแดเนียล เจมส์มาลากเลื้อย ก็มีแค่ความเร็วอย่างเดียว ความเฉียบคมในการเปิดบอลผ่านบอลยังไม่แม่นยำพอ ลองคิดสิครับว่าถ้าแมนยูมีเจดอน ซานโช่อยู่ในทีม แล้วทีมปีศาจแดงจะสะเด่าแค่ไหน เกมส์รุกจะเด็ดสะระตี่ไม่เบาแน่นอน

เจดอน ซานโช่

          เจดอน ซานโช่เป็นนักเตะดาวรุ่งชาวอังกฤษ อายุแค่ 20 ปี แต่ไปสร้างชื่อเสียงและฝีเท้าที่เยอรมันกับทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุน จึงไม่แปลกใจที่ราคาค่าตัวของซานโช่จะแตะที่ 100 ล้านปอนด์เป็นอย่างต่ำ และดอร์ทมุนก็บอกว่าถ้าต่ำกว่า 100 ล้านปอน์ไม่มีทางขายซานโช่แน่นอน

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มีข่าวคว้าตัว เจดอน ซานโช่

       ตอนนี้ได้ข่าวว่าเหลืออยู่ทีมเดียวที่มีลุ้นคว้าตัวเจดอน ซานโช่ นั่นก็คือ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เพราะหลาย ๆ ทีมต่างถอยหลังล้มเลิกความตั้งใจกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล , เรอัล มารดริด , บาร์เซโลน่า , ปารีส แซงก์แชร์แมงต์ ต่าง ๆ ก็สู้ค่าตัวไม่ไหว แต่ผมว่าเป็นเพราะพิษไวรัสโควิด-19 เป็นแน่แท้ ทำให้หลาย ๆ ทีมต่าง ๆ ไม่มีเงินต้องเก็บเงินไว้สำหรับซื้อนักเตะช่วงซัมเมอร์

เจดอน ซานโช่

         ซัมเมอร์นี้แมนยูฯ กาเจดอน ซานโซ่ เป็นเป้าหมายหมายเลข 1 ในการล่าตัวเพื่อนำมาเสริมทัพในครั้งนี้ และต้องยอมวอดวายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ และต้องวอดวายในตลาดซื้อขายนักเตะอีกสัก 2-3 คน ถ้าหากฤดูกาลหน้านี้อยากที่จะไล่ล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบเต็มตัว และขับเขี้ยวกับเรือใบ, และหงส์แดงให้ได้

          เพราะตอนนี้ผีแดงยังห่างไกลจากทั้ง 2 ทีมนี้นักจึงต้องซื้อนักเตะฝีเท้าดีมาเสริมทัพ บวกกับดึงนักเตะจากทีมเยาวชนขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล