พรีเมียร์ลีกนัดที่ 36 ที่ผ่านมา นอกจากสถานการณ์การแย่งชิงตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกที่เข้มข้นแล้ว ก็ยังมีบิ๊กแมทช์อยู่อีกหนึ่งคู่ เป็นการพบกันระหว่าง ‘อาร์เซนอล’ ที่ต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของหงส์แดง ลิเวอร์พูล

และเมื่อเหล่าบรรดา ‘เดอะ ค็อป’ ได้เห็น 11 ตัวจริงทีมชีทของเจ้าบ้านก็ต้องถึงกับยิ้มหวาน เพราะกุนซืออย่าง ‘มิเกล อาร์เตต้า’ ได้เลือกแล้วว่าขอให้ความสำคัญกับ เอฟเอ คัพ ในสุดสัปดาห์ที่ต้องพบกับ แมนฯ ซิตี้ ก่อน จึงจำต้องโรเตชั่นผู้เล่น เพราะยอดโค้ชชาวสเปนมองว่าพวกเขาคงไม่อยู่ในสารบบลุ้นตั๋วไปแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกแล้ว

ต่างกับทีมเยือนอย่าง ลิเวอร์พูลที่จนถึงตอนนี้หลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ก็ไม่เหลือรายการอื่นให้เล่นแล้วเพราะว่าตกรอบไปแบบเรียบวุธ จึงจัดหนักจัดเต็ม หวังเดินหน้าล่าสถิติทำ 100 แต้ม โดยมีเงื่อนไขว่าต้องชนะในทุกเกมที่เหลือ โดยเริ่มจากเกมนี้เป็นเกมแรก

ลิเวอร์พูล” กลับมาพลาดลูกไม่น่าให้อภัย

แต่บทสรุปทั้งหมดกลับตาลปัตร แม้ไม่ถึงกับช็อคโลก แต่ช็อคประเทศก็คงได้อยู่ เพราะทีมที่มีเกมรับเหนียวแน่นอย่างลิเวอร์พูล กลับมาพลาดลูกไม่น่าให้อภัยถึง 2 ลูกในเกมเดียว และ ‘Human error’ นั้นมันดันไปเกิดขึ้นกับนักเตะที่เหล่า เดอะ ค็อป คงไม่กล้าด่าได้แต่คันยิบ ๆ ตรงมุมปาก

ลิเวอร์พูล

ก็เมื่อสองพระเอกประจำแนวรับอย่าง ‘เวอร์กิล ฟานไดจ์ค’ และ ‘อลิซซอน เบคเกอร์’ ดันไปแจกโชคให้กับทีมเจ้าบ้านที่จัดทีมแบบคงไม่ได้หวังชนะด้วยซ้ำ ซึ่งทั้งเกมอาร์เซนอลก็มีจังหวะจบสกอร์แค่ 2 ครั้งจาก 2 หน่อของหงส์แดง 2 รายนี้แหละ แต่พวกเขาก็โชว์ความเด็ดขาดหักปีกหงส์แดงจาก 2 ความผิดพลาดนี้ ด้วยอัตรการการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูสูงถึง 100 %

เริ่มตั้งแต่จังหวะที่พี่ใหญ่อย่าง ‘เวอร์กิล ฟานไดจ์ค’ มั่นใจไม่ดูอีร้าค่าอีรม เลือกเล่นยากโชว์สกิลบังบอลระดับแข้งเวิร์ลคลาส แต่กลับรอให้ ‘เนลสัน’เข้ามาประชิดตัว พร้อมรั้งแขนในจังหวะคายบอลคืนให้ อลิซซอน จนบังคับทิศทางไม่ได้

รวมถึงคลามผิดพลาดครั้งที่ 2 โดย ‘พี่หมี’ อลิซซอน รับลูกทุ่มคืนหลังของ โรเบิร์ตสัน แล้วแปะคืนแบบแป้ก ๆ จนโดนตัดก่อนจะเสียประตูที่ 2 ในที่สุด และสองประตูของเจ้าบ้านดังกล่าวที่กลายเป็นไฮไลท์ ทำให้ประตูสุดสวยของทีมเยือนโดย ซาดิโอ มาเน่ ไม่มีการพูดถึงไปโดยปริยาย

กราฟฟิคท้ายเกมขึ้นมาแสดงโอกาสจบสกอร์ที่ 23 ต่อ 2 ครั้ง ได้อธิบายความปราชัยในเกมนี้ของทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกชัดเจนว่า ‘การจบสกอร์’ ของลิเวอร์พูลนั้น เข้าขั้นห่วยแค่ไหนในระยะหลังที่ผ่านมา

นี่คงเป็นชัยชนะที่ ‘งง’ กันทั้งทีมที่ชนะและทีมที่แพ้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือประหลาดอะไร เพราะเรื่องแบบนี้พบเห็นกันได้บ่อย ๆ ในโลกของฟุตบอล เพราะเกมกีฬาชนิดนี้ เค้าไม่ได้วัดกันที่ อัตราครองบอล, โอกาส หรือรูปเกมใด หากแต่เป็น ‘ประตู’ ต่างหาก

และอุบัติเหตุทางฟุตบอลในครั้งนี้ ก็ส่งผลให้ทีมแชมป์อย่างลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ในช่วงโควิดแบบหงอย ๆ ไปโดยปริยาย

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แนวรุกคนสำคัญของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วางเป้าหมายว่าตนเองอยากพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ 2 รายการที่เหลือของซีซั่นนี้อย่างเอฟเอ คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

โดนสเตอร์ลิ่ง เพิ่งทำผลงานได้อย่างสุดยอด หลังเหมาคนเดียว 3 ประตูในเกมที่ “เรือใบสีฟ้า” บุกชนะ ไบรท์ตัน 5-0 ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับมาเก็บชัยได้อีกครั้ง และมีเพิ่มเป็น 72 คะแนนจาก 35 เกม รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงต่อไป

สเตอร์ลิ่ง

และจากการทำแฮตทริกดังกล่าวส่งผลให้สเตอร์ลิ่ง ยิงไปแล้วถึง 27 เกมรวมทุกรายการในฤดูกาลนี้ซึ่งมากที่สุดในอาชีพค้าแข้ง ซึ่งแบ่งเป็นในลีกอย่างเดียว 17 ประตู และเป็น 4 ประตูจาก 6 เกมหลังสุด

นอกจากนั้นยังเป็นแฮตทริกที่ 4 ของ สเตอร์ลิ่ง กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมจาก ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2015-16 โดยเป็นรองเพียงแค่ เซร์คิโอ อเกวโร่ ซึ่งทำแฮตทริกได้มากที่สุดในทีม “เรือใบสีฟ้า” ที่ 9 ครั้ง

หลังเกม “สเตอร์ลิ่ง” ที่ได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมทช์

หลังเกมสเตอร์ลิ่ง ที่ได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมทช์ ในเกมที่ผ่านมาให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผมคือการทำประตูเหล่านี้เพื่อให้ทีมบรรลุเป้าหมายเพิ่ม โดยสุดท้ายหากเราสามารถคว้าแชมป์ได้ทั้ง เอฟเอ คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มันคงเป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ตามหากว่าเราทำไม่ได้การทำแฮตทริกรวมถึงประตูอื่นๆของผมมันคงจะไม่มีความหมายใดๆ”

สเตอร์ลิ่ง

นอกจากนั้นหลังเกมนี้ แกรมส์ ซูเนสส์ อดีตแข้งระดับตำนานของ ลิเวอร์พูล ได้กล่าวว่าสเตอร์ลิ่ง นั้นเป็นนักเตะที่ดีกว่า ซาดิโอ มาเน่ แนวรุกของ “หงส์แดง” โดยระบุ “ผมคิดว่าสเตอร์ลิ่ง ดีกว่า มาเน่ ตรงที่เขามีอายุน้อยกว่า และเขาก็อยู่ในระเดียวกับ มาเน่ แล้ว และเยังมีเวลาพัฒนาตัวเองอีกมากมาย อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่า มาเน่ ไม่เก่ง เพราะเขาคือผู้เล่นที่คล้ายกับนักรบ และเชื่อว่าทุกสโมสรต้องการตัวเขาไปร่วมทีม”

ส่วน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ระบุถึงผลงานของลูกทีมในเกมนี้ว่า “ผมพอใจกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเกมนี้ ไม่ว่าจะเป็นผลการแข่งขัน หรือระดับการเล่นที่เราสามารถไปถึงได้ โดยตอนนี้เราอยู่ในระดับที่ดี และพร้อมจะเล่นในช่สงสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก (อีก 3 เกม) รวมถึงรายการอื่นๆไม่ว่าจะเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และเอฟเอ คัพ”

“ส่วนความพ่ายแพ้ในเกมกับ เซาแธมป์ตัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้นตอนนี้เราลืมไปหมดแล้ว ทั้งๆที่เราก็เล่นได้ดีไม่ต่างกับเกมนี้แต่กลับไม่สามรรถทำประตูได้ ซึ่งฟุตบอลบางทีก็มีอะไรแปลกประหลาด”

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล