เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2015/2016 ได้ขยายสัญญากับทีมออกไปอีก1 ปี

เจมี่ วาร์ดี้ดาวเตะวัย 33 ปี เจ้าของดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลที่ผ่านมา โดยยิงได้ 23 ประตูเหนือกว่า เอเมริค โอบาเมยอง ดาวเตะทีมชาติกาบอง ของ อาร์เซน่อล และ แดนนี่ อิงค์ ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ ของ เซาแธมตั้น ที่ยิงได้คนละ 22 ประตู โดยทาง เจร์มี่ วาร์ดี้ เหลือสัญญากับทีมจิ้งจอกสยามสองปี

แต่ทีมอยากแน่ใจว่า กองหน้าทีมชาติอังกฤษ จะอยู่กับทีมไปจนกว่าจะเลิกเล่นฟุตบอล เลยทำการขยายสัญญาออกไปอีกหนึ่งปี นั่นส่งผลให้ เขาจะอยู่ในถิ่น คิงส์พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ไปจนถึงปี 2023 ซึ่งตอนนั้น เขาจะมีอายุ 36 ปี

วาร์ดี้

“เจมี่ วาร์ดี้” กองหน้าวัย 33 ปี ย้ายจากสโมสร ฟลีทวูด ทาวน์

มาอยู่กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2012 ด้วยค่าตัวเพียงแค่ 1 ล้านปอนด์ ลงสนามให้ทีมจิ้งจอกสยาม 310 นัดรวมทุกรายการ ยิงได้ 130 ประตู มีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรในฤดูกาล 2015/2016 ซึ่งในฤดูกาลนั้น เขายิงได้ 24 ประตู

เป็นการยิงในพรีเมียร์ลีกทั้งหมด และเป็นการยิงประตูได้มากที่สุดในหนึ่งฤดูกาลตลอดอาชีพการค้าแข้ง ในส่วนของฤดูกาล 2019/2020 ลงสนาม40 นัด ยิงได้ 23 ประตู พาทีมจบอันดับที่ 5 ในพรีเมียร์ลีก เขาติดทีมชาติอังกฤษ 26 นัด ยิงได้ 7 ประตู มีรายชื่ออยู่ในทีมชาติอังกฤษ

ชุดที่ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกในปี2018 เคยได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2015/2016 และได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีก 4 ครั้ง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, ข่าวโยกย้ายตัว, พรีเมียร์ลีก

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/2020 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมรองจ่าฝูง เปิดสนาม อิติฮัต สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ บอร์นมัธ ทีมอันดับ 18 ที่ต้องการทุกคะแนน เพื่อลุ้นหนีการตกชั้น

ทัพเรือใบสีฟ้ามาในระบบ 4-3-3 ให้ จอห์น สโตนย์ คุมแนวรับร่วมกับ นิโคลาส โอตาเมนดี้ วาง แฟร์นันดินโญ่ กับ อิลกาย กุนโดกัน คอยปั้นเกมในแดนกลาง ส่วนแนวรุกให้ แบร์นาโด้ ซิลวา ,ฟิล โฟเดน และ กาเบรียล เชซุส ลงเป็น 3 ประสาน ทางฝั่งทีมเยือน บอร์นมัธ มาสู้ในระบบ 4-5-1 มี จูเนียร์ สตานิสลาส กับ โจชัว คิง เป็นตัวความหวังในเกมรุก

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

รายละเอียดการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – บอร์นมัธ

นาทีที่6 จังหวะฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา ดาวิด ซิลบา รับหน้าที่สังหารก่อนจะปั่นโค้งๆผ่านกำแพง พุ่งเสียบใต้คานเสาขวามือไปอย่างหมดจด เป็นประตูออกนำ 1-0 ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

นาที34 จังหวะฟรีคิกของ บอร์นมัธ ที่หน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา จูเนียร์ สจานิสลาส ปั่นโค้งๆด้วยขวา บอลกำลังจะเสียบเสาแรกอยู่แล้ว แต่เอแดร์สัน บินปัดไปชนเสา และกลับมาชนเอแดร์สันออกหลังไป

นาที39 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปเซ็ตบอลที่หน้าเขตโทษ บอร์นมัธ จังหวะสุดท้าย เป็น ดาวิด ซิลบา ไหลตามช่องเข้าไปในเขตโทษให้ กาเบรียล เชซุส ใช้ความสามารถเฉพาะตัว พาบอลหนีกองหลัง 3 คน ก่อนจะยิงเข้าไปไม่เหลือ ส่งให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้หนีห่าง 2-0

นาที88 บอลยางจากกลางสนามของ บอร์นมัธ หลุดไปถึง คัลลัม  วิลสัน ที่ตามไปรับบอลในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะไหลเข้ากลางให้ เดวิค บรูคส์ ยิงโล่งๆเข้าไป ส่งให้ บอร์นมัธ ตามมาเป็น 1-2

และจบเกม 90 นาที ด้วยสกอร์นี้ ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้เก็บ 3 คะแนนเต็ม มีเพิ่มเป็น 75 คะแนน จาก 36 นัด ส่วน บอร์นมัธ มี 31 คะแนน จาก 36 นัด อยู่อันดับ 18 ตามเดิม มีแต้มตามหลังโซนปลอดภัย 3 คะแนน ยังได้ลุ้นใน 2 นัดสุดท้าย

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

สถานการณ์ลุ้นโควตาฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียนลีก เข้มข้นขึ้นมาทุกขณะ หลังจากเชลซี ทีมอันดับที่ 3 พลาดท่าบุกไปพ่ายให้กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 0-3 ทำให้ตอนนี้ เชลซี ลงสนามไปแล้ว 35 นัด มี 60 คะแนน ทิ้งห่างอันดับที่4 เลสเตอร์ ซิตี้ 1 คะแนน และนำหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 คะแนน แต่แข่งมากกว่า 1 นัด

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เล่นในสนาม บรามอล เลนน์ ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ประจำวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด เล่นในสนาม บรามอล เลนน์ ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี  โดยนัดนี้เจ้าบ้าน มาในระบบ 3-5-2 วาง ดีน เฮนเดอร์สัน เฝ้าเสา ทีเด็ดคู่หน้าให้ โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ จับคู่กับ เดวิด แม็คโกรดิค ทางฝั่งทีมเยือนมาในระบบ 4-3-3 วางเกป้า เป็นผู้รักษาประตู แนวรับคุมเกมโดย เซซา อัชปิลิกูเอต้า แดนกลางนำทัพโดย เมสัน เมาท์ และ จอร์จิญโญ่ ขณะที่ 3 ประสานในแดนหน้าวาง วิลเลี่ยน ,คริสเตียน พูลิซิซ และ แทมมี่ อับบราฮัม

นาที 18 จอร์จ บัลด็อค เก็บบอลได้ทางฝั่งขวา โยกหนี เมสัน เมาท์ ก่อนจะเปิดไปที่เสาสอง โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ ได้วอลเลย์แต่ไปติดกอหลัง เชลซี เกป้า ยังไวปัดเอาไว้ได้ทัน แต่ เดวิค แม็คโกรดิค อยู่ใกล้ๆบอลซ้ำดาบสองเข้าไปไม่เหลือ ส่งให้เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0

นาที 33 เอ็นดา สตีเวนส์ ครองบอลที่ฝั่งซ้าย ก่อนจะหาจังหวะทำชิ่งกับ เบน ออสบอร์น หลุดไปถึงเส้นหลัง ก่อนจะเปิดไปที่เสาแรก และเป็น โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ ขึ้นโหม่งคนเดียวที่เสาแรก บอลพุ่งเสียบเสาแรกแบบ เกป้า ไม่ต้องขยับ ส่งให้เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หนีห่างไปเป็น 2-0

นาที 77 เกมสวนกลับของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เดวิด แม็คโกลดริก พาบอลขึ้นมาเอง ก่อนจะไหลออกขวาไปให้ ลีส มุสเซ็ต ที่วิ่งประคองตามมา มุสเซ็ต เปิดเร็วไปหน้าประตู รูดิเกอร์ สกัดเอาไว้ได้ แต่บอลยังไม่พ้นอันตราย เดวิค แม็คโกรดิค ได้ซัดจ่อๆหน้ากรอบ 6 หลาเป็นประตูไม่เหลือ ส่งเจ้าบ้านทิ้งขาด 3-0 และจบเกม 90 นาทีด้วยสกอร์นี้

ทำให้ผ่าน 35 นัดเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เก็บเพิ่มเป็น 54 คะแนน อยู่อันดับที่ 6 ตามหลังทีมอันดับที่ 4 เลสเตอร์ ซิตี้ 5 คะแนน ส่วน เชลซี ยังอยู่ที่ 3 มี 60 คะแนน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

บูคาโย่ ซาก้า ดาวรุ่งวัย 18 ปี ของสโมสร อาร์เซน่อล ออกมาบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา และเขาจะจดจำช่วงเวลานี้ไปตลอด หลังยิงประตูแรกให้กับทีม พร้อมกับได้สัญญาฉบับใหม่

ซาก้า

บูคาโย่ ซาก้า ยิงประตูในนัด วูล์ฟแธมตั้น นี้ได้ด้วย

อาร์เซน่อล ลงสนามในพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุด สามารถเอาชนะ วูล์ฟแธมตั้น 2-0 และทาง บูคาโย่ ซาก้ายิงประตูในนัดนี้ได้ด้วย เป็นประตูแรกในพรีเมียร์ลีกของ ดาวเตะวัย 18 ปี ซึ่งทาง บูคาโย่ ซาก้าได้กล่าวว่า “ชัยชนะจากเกมกับวูล์ฟแธมตั้น มันสำคัญมาก  พวกเขายอดเยี่ยมขนาดไหนพวกเราทราบดีอยู่แล้ว และพวกเขาก็กำลังลุ้นไปเล่นฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียนลีกด้วย แต่ทีมเราก็สู้ทุกจังหวะ และสามารถสร้างความได้เปรียบได้ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุดที่ผมจะจดจำมันไปตลอด ทีมกำลังไปได้สวย ผมยิงประตูแรกได้ และผมก็พึ่งได้รับสัญญาฉบับใหม่กับทีม ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษเป็นอย่างมาก ตอนนี้ผมอายุแค่ 18 ปี ความฝันของผมคือการเล่นให้กับ อาร์เซน่อล แต่เราก็ต้องดูกันไปทีละนัด หากตอนไหนที่ผมได้โอกาส ผมจะทำให้มันดีที่สุด ผมต้องการอยู่กับสโมสร ต้องการลงเล่นให้ทีมปืนใหญ่ และนั่นแหละคือความฝันของผม”

ซาก้า

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/2020 ผ่านไปแล้ว 33 นัด อาร์เซน่อล ชนะ12 เสมอ13 แพ้8 มี 49 คะแนน อยู่อันดับที่7 ของตาราง ตามหลังพื้นที่โควต้าฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียนลีก 8 คะแนน ยังมีลุ้นอยู่นิดๆ โดยเกมนัดต่อไปสำคัญมาก เพราะพวกเขาจะเปิดบ้าน รับการมาเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมกลุ่มนำของตาราง ในวันที่ 8 กรกฎาคม ก่อนจะออกไปเยือน ทอตแนม ฮอต สเปอร์ ในวันที่ 12 กรกฎาคม

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล