คริส ไวล์เดอร์ นายใหญ่ของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดตื่นเต้นที่ได้จะออกไปเยือน WBA ทีมน้องใหม่ในกลุ่มท้ายตารางด้วยกัน และเขาจะต้องพบกับกุนซือวัยหนุ่มอย่างสลาเวน บิลิช กุนซือชาวโครเอเชีย ที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกไล่ออกจากการคุมทีมเช่นกัน

WBA และทีมดาบคู่เป็นสองทีมที่อยู่อันดับบ๊วยท้ายตาราง เสี่ยงต่อการตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกสูงมาก เนื่องจากว่าทั้งสองทีมยังไม่ได้รับชัยชนะเลย เหตุผลที่ไวล์เดอร์กล่าวว่าอันดับที่ 17 ถือเป็นความสำเร็จของทีมคู่แข่ง WBA ก็เพราะว่าทีมนั้นเป็นทีมน้องใหม่และเหมือนจะเพิ่งขึ้นชั้นหลังห่างหายจากลีกสูงสุดมา 2 ปี

“ไวล์เดอร์” กล่าวว่า พวกเขามีทีมที่ดี หากว่าพวกเขาไม่ตกชั้นก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีแล้ว

คุณดูผู้เล่นของพวกเขาสิพวกเขามีลิเวอร์มอร์, บาร์ทลี่ย์ พวกเขานำผู้เล่นเข้ามาไม่กี่คนและมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย พวกเขาเป็นสโมสรในพรีเมียร์ลีกที่หลุดออกไป แต่กลับเข้ามาได้อีกครั้ง  เราทุกคนหลังจากการเริ่มต้นในเชิงบวกที่เราทุกคนต่างโหยหามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย คุณต้องได้รับผลลัพธ์

"ไวล์เดอร์" เผย WBA หากจบที่ 17

 พวกเขามีผลงานในเชิงบวกเช่นเดียวกับที่เรามี เมื่อลองมองไปที่เกมที่พวกเขาแพ้ต่อแมนยูและสเปอร์สแบบหวุดหวิดเป็นเรื่องที่พวกเขาน่าชื่นชมมาก และสลาเวนเหมือนเป็นนักบอลรุ่นน้องของผม  มันเป็นเกมที่ยากสำหรับเราทั้งคู่ผมเข้าใจอย่างนั้น มันจะแน่นและคุณไม่คาดหวังอะไรอีกแล้ว

แซม ฟิลด์กองกลางของเวสต์บรอมวิช สามารถกลับมาร่วมทีมได้ในศึกพรีเมียร์ลีกกับเชฟฟิลด์ยูไนเต็ดในเย็นวันเสาร์ สกายสปอร์ตส์รายงานว่านักเตะวัย 22 ปี อาจได้ลงสนามเกมที่เปิดบ้านรับเชฟยู หลังจากที่ติดไวรัสโคโรน่าในเดือนนี้ คีแรน กิ๊บส์และเจค ลิเวอร์มอร์กลับมาทดสอบไวรัสโคโรน่าแล้วได้ผลลัพธ์เป็นลบในสัปดาห์นี้

"ไวล์เดอร์" เผย WBA หากจบที่ 17

แต่ก็ต้องดูอาการของนักเตะอีกครั้งว่า จะมีใครได้ลงสนามเพิ่มขึ้นบ้าง การกลับมาลงสนามของลิเวอร์มอร์ ยังอาจจะได้คีแรน กิ๊บส์ที่ได้รับใบแดงตั้งแต่เกมแรกที่พบเอฟเวอร์ตัน บิลิชกล่าวว่า ประสบการณ์ของลิเวอร์มอร์จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดในฤดูกาลนี้และการมีเขาอยู่ในแดนกลางกับ Blades จะช่วยเพิ่มพลังอย่างแท้จริง

บิลิชเฝ้าจับตามองการเล่นของเขาอย่างใกล้ชิด และคงไม่แปลกใจที่จะได้เห็นเขาบนม้านั่งในคืนพรุ่งนี้ ฮัลล์ ร็อบสัน-คานู กลับมาก่อนกำหนดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วและในสัปดาห์นี้อาจถึงเวลาเปลี่ยนสนามเพื่อพิสูจน์ความฟิตของเขาในช่วงต้น

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

        ช่วงเวลานี้ ทีมใหญ่ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษต่างมีโปรแกรมการแข่งขันถี่ยิบ 7 วัน 3  แมตช์ อย่างนี้มาเกือบแรมเดือน เนื่องจากต้องเร่งเตะหลังระงับการแข่งขันไปเนื่องจากปัญหาโควิด-19 ระบาดหนักช่วงต้นปี ทำให้โปรแกรมรายการแข่งฟุตบอลลีก ฟุตบอลถ้วยในประเทศ ฟุตบอลถ้วยยุโรป ต้องเตะสลับกัน อีกทั้งยังไม่รวมถึงโปรแกรมทีมชาติที่เข้าแทรกเป็นระยะ จนนักเตะหลายรายต้องประสบกับอาการบาดเจ็บ กระทั่งทีมใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก ต่างออกมาร้องขอให้มีการเปิดโหวต โควต้าเปลี่ยนตัว ใหม่ เพื่อขอเปลี่ยนตัวเป็น 5 คน ต่อเกม

โควต้าเปลี่ยนตัว

        แม้ว่าการโหวตที่ผ่านมาจะใช้หลักประชาธิปไตย เสียงข้างมากย่อมเป็นผู้ชนะ ซึ่งการโหวตเปลี่ยนตัว 3 คน ทีมเล็กต่างร่วมใจโหวต เพราะไม่ต้องการให้ทีมตัวเองเสียเปรียบ เนื่องจากตัวสำรองสู้ทีมใหญ่ไม่ได้ แต่ในอีกมุมการใช้กฎเดิมในช่วงนี้ อาจเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี

โควต้าเปลี่ยนตัว 3 คน ตามเดิมนั้น อาจทำให้มองได้ว่า

        อย่างแรกต้องไม่ลืมว่า ทีมใหญ่เหล่านี้ล้วนเป็นตัวแทนของประเทศไปแข่งขันเวทียุโรป หากทีมจากอังกฤษไปได้ดี เข้ารอบลึกได้เป็นประจำ ย่อมส่งผลดีต่อทั้งลีก แต่การคงไว้ของโควต้าเปลี่ยนตัว 3 คน ตามเดิมนั้น อาจทำให้มองได้ว่าทีมเล็กไม่ให้การสนับสนุนทีมใหญ่เลย ในทางกลับกันทีมเล็กควรสนับสนุนทุกวิถีทาง เพื่อประโยชน์ลีก ไม่ใช่เอาแต่ตักตวงประโยชน์ส่วนตัว และผลักภาระให้เป็นหน้าที่ของทีมใหญ่ให้ไปจัดการเช่นนี้

โควต้าเปลี่ยนตัว

        สิ่งที่จะเกิดขึ้นตาม คือ ตัวเจ็บเยอะ ซึ่งจำนวนไม่น้อย คือตัวหนักของทีมที่สโมสรต้องจ่ายค่าตัวแพง การสูญเสียนักเตะไปแบบไม่ใช่เหตุสุดวิสัย จะยิ่งทำให้สโมสรเสียค่าใช้จ่ายไปแบบสูญเปล่ากับการรักษานักเตะให้หายกลับมา อีกทั้งยังทำให้เสี่ยงต่อการทำผลงานที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย นั่นจึงเท่ากับว่าทีมใหญ่ต้องเสียเงินเพิ่มขึ้น แถมต้องลุ้นผลงานในสนามหนักกว่าเดิม

        ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ทีมเล็กควรเปิดใจและเห็นแก่สภาพร่างกายของตัวนักเตะ มากกว่าประโยชน์ส่วนตัวบ้าง เพราะหากปล่อยให้ผิดใจกันระหว่างทีมเล็กและทีมใหญ่ ในอนาคตจะกลายเป็นความขัดแย้งที่มากกว่าในสนามแข่งขัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

        เกมคู่ดึกตามเวลาประเทศไทย ที่ลอนดอน สเตเดี้ยม รังเหย้าของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ฤดูกาลก่อนต้องลุ้นหนีตกชั้นถึงนัดรองสุดท้าย ส่วนทีมเยือนนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ทำผลงานได้เกินคาด ทั้งที่ถูกคาดหมายว่าเป็นเต็งตกชั้น ซึ่งฤดูกาลนี้มีการซื้อตัวผู้เล่นสำคัญมาจากทีมที่พึ่งตกชั้นด้วย สำหรับผังการเล่น เจ้าบ้านมาในระบบ 4-2-3-1 ขณะที่ฝั่งทีมเยือน วางระบบ 4-4-2

เวสต์แฮม พบ นิวคาสเซิ่ล

        เริ่มเกม ทั้งสองทีมพยายามสร้างจังหวะบุกใส่กัน แต่ฝั่งเจ้าบ้านยังบุกไม่ได้แบบชัดแจ้ง นอกจากฟรีคิกที่ได้โหม่งไปชนเสา ส่วนทีมเยือนพยายามต่อบอลริมเส้นแล้วเปิดป้อนให้แคร์โรลล์ จากนั้น 20 นาทีผ่าน ผลลัพธ์ออกมาตรงกันข้าม นิวคาสเซิ่ล ไม่สามารถขึ้นเกมได้ ขณะที่ เวสต์แฮม ต่อบอลริมเส้นแล้วเปิดป้อนจนเกือบเป็นประตูขึ้นนำหลายจังหวะแต่ได้แค่เฉียดเสา ซึ่งหากขึ้นนำก่อนได้ เจ้าบ้านมีโอกาสคว้า 3 แต้มสูง เพราะทีมเยือนไม่เชี่ยวชาญการเจาะแผนรถบัส  

เกมรุกของ เวสต์แฮม มีอันตรายแค่ 2 จุด คือ การลากเลื้อยของอันโตนิโอ กับบอลริมเส้น

        ที่ไม่อันตรายมากแต่กลับอันตราย เนื่องจากแบ็คซ้ายและขวาของนิวคาสเซิ่ล เปิดพื้นที่ริมเส้นมากเกินไป จนเป็นสาเหตุให้โดนโจมตีหลายจังหวะในครึ่งแรก แต่พอครึ่งหลังปรับตำแหน่งการยืน ก็เท่ากับปิดตายเกมริมเส้นของเจ้าบ้าน จนไม่มีจังหวะได้บุกเลย และเป็นปัจจัยหนึ่งให้สาริกาดงคว้า 3 แต้ม  

เวสต์แฮม พบ นิวคาสเซิ่ล

        ครึ่งหลังเปิดตัวมา นิวคาสเซิ่ล ได้ประตูนำจากบอลแฉลบที่เป็นใจ ซึ่งเข้าทางแท็กติกของบรูช ที่รับแน่นๆ แล้วรอสวน โดยจังหวะที่ได้ประตูตอกย้ำ 3 แต้ม ก็มาจากจังหวะโต้กลับ แต่แนวรับเวสต์แฮมมีความผิดพลาดที่ยืนห่างและจ้องบอลอย่างเดียว จนโดนเฮนดริก แต่งบอลและเลือกมุมยิงเข้าไป ทั้งที่จังหวะนี้สามารถป้องกันได้ดีกว่านี้ด้วยการเข้าบอล เพราะถึงแม้จะพรวดก็ยังมีตัวรอซ้อนอยู่

        บทสรุปเกมนี้ มิติในเกมรุกของเวสต์แฮมเป็นสิ่งที่ต้องเพิ่ม รวมถึงความเฉียบคมในการยิงประตูที่มีโอกาสก่อนแต่ฉกฉวยเอาไว้ไม่ได้ ขณะที่นิวคาสเซิ่ล เกมนี้ยังไม่เห็นอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเท่าใดนัก เนื่องจากมีโชคกับความผิดพลาดของทีมคู่แข่งเข้ามาผสมโรงจนคว้า 3 แต้มออกไปได้  

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับว่ารู้สึกผิดหสังเป็นอย่างมากที่ทีมพ่ายต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ขาดลอยคาบ้าน 2-5 แต่ยืนยันว่าจะหาทางแก้ไขเพื่อให้ทีมกลับมาแข็งแกร่งเช่นเดิม

โดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเทรนเนอร์ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าในฐานะรองแชมป์เก่าของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พ่ายแพ้เป็นเกมแรกของลีกในซีซั่น 2020-21 หลังเปิดสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม โดน เลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะไปได้แบบขาดลอย 2-5 ทั้งๆที่ได้ประตูออกนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกมจาก ริยาด มาห์เรซ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ถึงกระนั้น เจมี่ วาร์ดี้ ซัดแฮตทริก บวกกับ 2 ลูกของ เจมส์ แมดดิสัน และยูริ ตีเลม็องส์ ทำให้ “จิ้งจอกสยาม” บุกมาเก็บ 3 คะแนนแบบพลิกความคาดหมาย ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูงของตารางด้วยการมี 9 คะแนนจาก 9 เกม ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” มีเพียง 3 คะแนนจาก 2 นัด อยู่ในอันดับ 13 ของตาราง

นอกจากนั้นจากผลการแข่งขันดังกล่าวส่งผลให้เกิดสถิติย่ำแย่มากมายทั้งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับตัวของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าเอง ประกอบด้วย นี่เป็นเพียงครั้งที่ 2 ซึ่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่าคุมทีมแพ้ในกมเหย้าแรกของฤดูกาลในลีกตลอดอาชีพ, เป็นครั้งแรกจาก 438 เกมในสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสียถึง 5 ประตู, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เป็นทีมแรกที่เสียถึง 3 จุดโทษในเกมเดียว ตั้งแต่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส ในเดือนตุลาคม เมื่อปี 2014 และเป็นครั้งแรกจาก 686 เกมที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าคุมทีมแล้วเสียถึง 5 ประตู 

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

หลังการแข่งขันในเกมดังกล่าว “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกว่า

“ปัญหาก็คือเรากดดันตัวเองเกินไปในการพยายามทำประตูที่สอง และสาม หลังจากที่ได้ประตูแรกอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นเกม ซึ่งพวกเขาก็รอจังหวะที่จะเล่นจังหวะโต้กลับใส่เราอยู่แล้ว จริงๆเราเล่นกันได้ดีในครึ่งแรก และทำประตูได้ไว ทว่าพวกเขาตั้งรับลึกจริงๆ ขนาดที่ว่าตอนที่ เลสเตอร์ นำห่าง 5-2 แล้ว พวกเขาก็ยังปักหลักอยู่ในกรอบเขตโทษกันอย่างมากมาย”

“เรารู้ว่า เจมี่ วาร์ดี้ มีสไตล์การเล่นแบบวิ่งทะลุกองหลัง เช่นเดียวกับ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ซึ่งเราต้องจับตาเขาให้ดี ถึงกระนั้นเราเกิดความกังวลใจขึ้น และเราทำได้ไม่ดีเลยในการรับมือกับพวกเขา อย่างไรก็ตามผมจะพยายามแก้ไขสิ่งต่างๆที่เป็นจุดอ่อนในเกมนี้ และยืนยันว่าจะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน”

สำหรับเกมต่อไปของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโปรแกรมพบกับ เบิร์นลี่ย์ ในฟุตบอลคาราบาว คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้ายวันที่ 30 ก.ย.นี้  ก่อนจะบุกเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 3 ต.ค.

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ถือว่าไม่พลิกความคาดหมายเท่าไรนัก กับการลงสนามประเดิมนัดแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2020-2021 ของทัพไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล เพราะว่าพวกเขาทำผลงานได้อย่างสวยหรู บุกไปเอาชนะน้องใหม่หน้าเก่าอย่างฟูแล่ม ถึงถิ่น ด้วยสกอร์ขาดลอยถึง 3-0 ถือเป็นนิมิตอันดีในการลงประเดิมสนามนัดแรก ซึ่งในเกมดังกล่าว

เราจะได้เห็นบรรดานักเตะจากทัพไอ้ปืนใหญ่ โชว์ฟอร์มกันได้อย่างโดดเด่น หลายต่อหลายคน และมีเรื่องที่น่าสนใจอยู่ค่อนข้างเยอะทีเดียว ซึ่งนี่คือ 3 ประเด็นที่น่าจับตามองในเกมดังกล่าวครับ จะมีประเด็นอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 

3 ประเด็นที่น่าจับตามอง อาร์เซน่อล บุกถล่ม ฟูแล่ม

อาร์เซน่อล ฟูแล่ม

วิลเลียน สอบผ่านฉลุย – ต้องบอกเลยว่าการคว้าตัว วิลเลียน แนวรุกมากประสบการณ์ชาวบราซิลเลี่ยน เข้ามาเสริมทัพนั้น เป็นอะไรที่ตอบโจทย์อย่างมาก เพราะเจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมเมื่อคืน ไม่ว่าการจ่ายบอล การเคลื่อนที่ในสนาม หรือแม้แต่การเลี้ยงบอลทะลุทะลวงด้วยตัวเอง ก็สามารถทำได้อย่างเยี่ยม

แม้ว่าจะมีอายุพ้นหลัก 30 ไปแล้วก็ตาม เรียกได้ว่าสามารถแบ่งเบาภาระในเกมรุกของ อาร์เซน่อล จาก ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง ค่อนข้างไปเลยทีเดียว และในเกมเมื่อคืน วิลเลียน ยังทำไปได้ถึง 3 แอสซิสต์ ให้ไอ้ปืนใหญ่เอาชนะไปด้วยสกอร์ 3-0 ถือว่าสอบผ่านฉลุย เอาไป 10 เต็ม 10

อาร์เซน่อล ฟูแล่ม

โมฮาเหม็ด เอลเนนี ตัวจริงยาวไป – เดิมทีกองกลางดีกรีทีมชาติอียิปต์ อย่าง โมฮาเหม็ด เอลเนนี ดูเหมือนว่าจะหมดอนาคตกับ อาร์เซน่อล ไปแล้ว แต่ทว่า มิเกล อาร์เตต้า กลับหยิบยื่นโอกาสให้กับเขา และดูเหมือนว่าจะตัดสินใจถูกเสียด้วย เพราะ โมฮาเหม็ด เอลเนนี โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ตั้งแต่เกมคอมมูนิตี้ ชิลด์ กับลิเวอร์พูล แล้ว

ก่อนจะได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้งในเกมนี้ และเจ้าตัวก็ไม่ทำให้ มิเกล อาร์เตต้า ต้องผิดหวัง เพราะแทบไม่มีข้อผิดพลาดเลยตลอด 90 นาที มีทั้งความขยัน แข็งแกร่ง รวมถึงความสามารถเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยม ถ้ายังเล่นได้แบบนี้อยู่ รับรองว่าตำแหน่งตัวจริงยาวๆไป แน่นอน

อาร์เซน่อล ฟูแล่ม

การแก้เกมของ มิเกล อาร์เตต้า – หากใครได้รับชมการถ่ายทอดสด จะเห็นได้เลยว่าช่วงแรก ฟูแล่ม ดูเหมือนจะเล่นได้ดีกว่าด้วยซ้ำ แถมยังเกือบได้ประตูขึ้นนำจากความผิดพลาดของทัพไอ้ปืนใหญ่ อีกด้วย แต่ยังโชคดีที่ อาร์เซน่อลมาได้ประตูขึ้นนำเร็ว ทำให้สามารถเล่นได้ง่ายขึ้น แต่โดยรวมแล้ว ก็ไม่ได้ดีกว่าทีมน้องใหม่ เท่าไรนัก

อย่างไรก็ตามในครึ่ง มิเกล อาร์เตต้า ได้ปรับมาเน้นเกมบุก และให้แผงหลังดันขึ้นสูงมากขึ้น และผลก็คือฟูแล่ม แทบจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย โดนขึงบอลบุกใส่เพียงอย่างเดียว จนสุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 3-0 ในที่สุด

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกนัดที่ 36 ที่ผ่านมา นอกจากสถานการณ์การแย่งชิงตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกที่เข้มข้นแล้ว ก็ยังมีบิ๊กแมทช์อยู่อีกหนึ่งคู่ เป็นการพบกันระหว่าง ‘อาร์เซนอล’ ที่ต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของหงส์แดง ลิเวอร์พูล

และเมื่อเหล่าบรรดา ‘เดอะ ค็อป’ ได้เห็น 11 ตัวจริงทีมชีทของเจ้าบ้านก็ต้องถึงกับยิ้มหวาน เพราะกุนซืออย่าง ‘มิเกล อาร์เตต้า’ ได้เลือกแล้วว่าขอให้ความสำคัญกับ เอฟเอ คัพ ในสุดสัปดาห์ที่ต้องพบกับ แมนฯ ซิตี้ ก่อน จึงจำต้องโรเตชั่นผู้เล่น เพราะยอดโค้ชชาวสเปนมองว่าพวกเขาคงไม่อยู่ในสารบบลุ้นตั๋วไปแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกแล้ว

ต่างกับทีมเยือนอย่าง ลิเวอร์พูลที่จนถึงตอนนี้หลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ก็ไม่เหลือรายการอื่นให้เล่นแล้วเพราะว่าตกรอบไปแบบเรียบวุธ จึงจัดหนักจัดเต็ม หวังเดินหน้าล่าสถิติทำ 100 แต้ม โดยมีเงื่อนไขว่าต้องชนะในทุกเกมที่เหลือ โดยเริ่มจากเกมนี้เป็นเกมแรก

ลิเวอร์พูล” กลับมาพลาดลูกไม่น่าให้อภัย

แต่บทสรุปทั้งหมดกลับตาลปัตร แม้ไม่ถึงกับช็อคโลก แต่ช็อคประเทศก็คงได้อยู่ เพราะทีมที่มีเกมรับเหนียวแน่นอย่างลิเวอร์พูล กลับมาพลาดลูกไม่น่าให้อภัยถึง 2 ลูกในเกมเดียว และ ‘Human error’ นั้นมันดันไปเกิดขึ้นกับนักเตะที่เหล่า เดอะ ค็อป คงไม่กล้าด่าได้แต่คันยิบ ๆ ตรงมุมปาก

ลิเวอร์พูล

ก็เมื่อสองพระเอกประจำแนวรับอย่าง ‘เวอร์กิล ฟานไดจ์ค’ และ ‘อลิซซอน เบคเกอร์’ ดันไปแจกโชคให้กับทีมเจ้าบ้านที่จัดทีมแบบคงไม่ได้หวังชนะด้วยซ้ำ ซึ่งทั้งเกมอาร์เซนอลก็มีจังหวะจบสกอร์แค่ 2 ครั้งจาก 2 หน่อของหงส์แดง 2 รายนี้แหละ แต่พวกเขาก็โชว์ความเด็ดขาดหักปีกหงส์แดงจาก 2 ความผิดพลาดนี้ ด้วยอัตรการการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูสูงถึง 100 %

เริ่มตั้งแต่จังหวะที่พี่ใหญ่อย่าง ‘เวอร์กิล ฟานไดจ์ค’ มั่นใจไม่ดูอีร้าค่าอีรม เลือกเล่นยากโชว์สกิลบังบอลระดับแข้งเวิร์ลคลาส แต่กลับรอให้ ‘เนลสัน’เข้ามาประชิดตัว พร้อมรั้งแขนในจังหวะคายบอลคืนให้ อลิซซอน จนบังคับทิศทางไม่ได้

รวมถึงคลามผิดพลาดครั้งที่ 2 โดย ‘พี่หมี’ อลิซซอน รับลูกทุ่มคืนหลังของ โรเบิร์ตสัน แล้วแปะคืนแบบแป้ก ๆ จนโดนตัดก่อนจะเสียประตูที่ 2 ในที่สุด และสองประตูของเจ้าบ้านดังกล่าวที่กลายเป็นไฮไลท์ ทำให้ประตูสุดสวยของทีมเยือนโดย ซาดิโอ มาเน่ ไม่มีการพูดถึงไปโดยปริยาย

กราฟฟิคท้ายเกมขึ้นมาแสดงโอกาสจบสกอร์ที่ 23 ต่อ 2 ครั้ง ได้อธิบายความปราชัยในเกมนี้ของทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกชัดเจนว่า ‘การจบสกอร์’ ของลิเวอร์พูลนั้น เข้าขั้นห่วยแค่ไหนในระยะหลังที่ผ่านมา

นี่คงเป็นชัยชนะที่ ‘งง’ กันทั้งทีมที่ชนะและทีมที่แพ้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือประหลาดอะไร เพราะเรื่องแบบนี้พบเห็นกันได้บ่อย ๆ ในโลกของฟุตบอล เพราะเกมกีฬาชนิดนี้ เค้าไม่ได้วัดกันที่ อัตราครองบอล, โอกาส หรือรูปเกมใด หากแต่เป็น ‘ประตู’ ต่างหาก

และอุบัติเหตุทางฟุตบอลในครั้งนี้ ก็ส่งผลให้ทีมแชมป์อย่างลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ในช่วงโควิดแบบหงอย ๆ ไปโดยปริยาย

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาล 19/20 ได้จบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในการจบฤดูกาลในทุกๆปี ก็จะมี ทีมตกชั้น ตามมาด้วยเช่นกัน นักเตะบางคนที่ฟอร์มการเล่นดี แต่ดันอยู่ในทีมตกชั้นก็มีด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นเราลองไปดูสิว่าจะมีใครกันบ้าง

4 นักเตะน่าสอยจาก ทีมตกชั้น พรีเมียร์ลีกหน้า

นาธาน อาเก้ : (บอร์นมัธ)

นาธาน อาเก้

สำหรับคนแรกนักเตะน่าสอยจากทีมตกชั้นพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ ขอนำเสนอ ‘นาธาน อาเก้’ ปราการหลังวัย 25 ปี จากสโมสร ‘เอเอฟซี บอร์นมัธ’ ที่เพิ่งตกชั้นไปกับทีม แม้ว่าจะสามารถเอาชนะเอฟเวอร์ตัน คว้า 3 แต้มได้ในเกมสุดท้าย แต่ก็เพียงพอให้พวกเขารอดพ้นจากการตกชั้นได้ โดย นาธาน อาเก้ นั้น เป็นกองหลังที่มีความแข็งแกร่ง เล่นลูกกลางอากาศได้ดี

โดยในปีนี้ยังช่วยทีมทำไป 2 ประตู 2 แอสซิสต์ นอกจากนั้น ยังสามารถโยกไปเล่นแบคซ้าย และได้โควตานักเตะโฮมโกรวน์อีกด้วย ซึ่งล่าสุดก็มีข่าวว่า ‘เป๊ป กวาร์ดิโอล่า’ จ้องดึงตัวยอดกองหลังชาวเนเธอร์แลนด์ไปร่วมทัพเรือใบสีฟ้าอย่างใกล้ชิดในฤดูกาลหน้า

ท็อดด์ แคนท์เวลล์ : (นอริช ซิตี้)

ทีมตกชั้น

‘ท็อดด์ แคนท์เวลล์’ ยอดดาวรุ่งที่น่าสอยอีกรายจากทีมตกชั้นอย่าง ‘นอริช ซิตี้’ สำหรับแข้งผู้ดีวัย 22 ปีรายนี้ มีตำแหน่งถนัดคือ ปีกซ้าย แต่สามารถสลับไปเล่นมิดฟิลด์ตัวรุกหรือปีกขวาก็ได้ แม้ว่าทีมนกขมิ้นจะไม่สามารถเอาตัวรอดอยู่บนพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ แต่ปีกหน้าหล่ออย่าง แคนท์เวลล์

ถือว่าเล่นได้อย่างโดดเด่นเป็นอันดับต้น ๆ ของทีมในฤดูกาลที่เพิ่งจบลงไป ส่วนเรื่องค่าตัวที่คาดการณ์ก็มีราคาน่าคบหาอยู่ที่ 30 ล้านปอนด์ และจากการตกชั้นก็อาจทำให้ค่าตัวของ แคนท์เวลล์ ถูกลงไปอีก โดยมีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ให้ความสนใจอยู่ห่าง ๆ แต่ระยะหลังดูเหมือนว่าปีศาจแดงจะเลิกติดตามนักเตะรายนี้ไปแล้ว

อิสไมล่า ซาร์ : (วัตฟอร์ด)

ทีมตกชั้น

ยอดดาวรุ่งวัย 22 ปีชาวเซเนกัล ‘อิสไมล่า ซาร์’ ถือว่าเป็นนักเตะที่โดดเด่นที่สุดของทีม ‘วัตฟอร์ด’ ในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ โดยแม้ว่าเขาจะไม่สามารถช่วย ‘แตนอาละวาด’ ให้รอดพ้นจากการตกชั้นได้ แต่ฟอร์มการเล่นของเขาก็ถือว่าร้อนแรง อิสไมล่า ซาร์ เป็นนักเตะตัวรุกที่เล่นได้ริมเส้นและกองหน้า เป็นนักเตะที่มีความเร็ว ความแข็งแกร่ง

ยิ่งถ้ามีพื้นที่ด้านกว้างให้เล่น เขาสามารถเผาแนวรับฝั่งตรงข้ามได้แบบไม่เห็นฝุ่น รวมถึงทักษะเฉพาะตัวที่เอาตัวรอดในพื้นที่แคบ ๆ ได้ดี โดยผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมา ช่วยทีมทำไป 5 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ ซึ่งหนึ่งใน 5 ประตูนั้น มีประตูที่ชิพใส่ ‘อลิซซอน’ อย่างเหนือชั้น ในเกมที่เปิดบ้านยัดเยียดความปราชัยเกมแรกให้กับ ลิเวอร์พูล อีกด้วย

แม็กซ์ แอร่อนส์ : (นอริช ซิตี้)

ทีมตกชั้น

มาถึงคนสุดท้ายที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเตะน่าสอยจากทีมตกชั้นพรีเมียร์ลีก ได้แก่ ‘แม็กซ์ แอร่อนส์’ ยอดแบคขวาดาวรุ่งวัย 20 กะรัตของ ‘นกขมิ้นสีเหลือง’ นอริช ซิตี้ ที่โชว์ฟอร์มได้ดีระดับหนึ่งเลยในฤดูกาลที่ผ่านมาจนได้รับคำชมเป็นวงกว้าง ด้วยความเป็น ‘แบคจอมบุก’ มีสปีดที่จัดจ้าน และความคล่องตัวสูง จึงทำให้ แม็กซ์ แอร่อนส์ เป็นที่หมายตาของทีมใหญ่ ๆ หลายทีม

โดยช่วงซัมเมอร์ที่แล้วก็มีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จ้องจะดึงเขาไปร่วมทัพ แต่การได้ อารอน วานบิสซาก้า มาร่วมทีม ทำให้ปีศาจแดงได้พับโครงการไปแล้ว โดยล่าสุดมีข่าวว่าทีมต่างดาว ‘บาร์เซโลน่า’ ก็ให้ความสนใจอยู่เช่นกัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

          ในปัจจุบันนักเตะจากทวีปเอเชียล้วนได้รับความสนใจจากสโมสรฟุตบอลในทวีปยุโรปเป็นจำนวนมาก เพราะว่าบรรดาแข้งเอเชียหลายรายนั้นก็ได้ทำการพิสูจน์ให้ทั่วโลกได้เห็นแล้วว่าไม่ได้มีฝีเท้าด้อยกว่านักเตะในทวีปอื่นเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะนักเตะจากประเทศญี่ปุ่น ที่ถือเป็นสินค้ายอดนิยมของสโมสรฟุตบอลจากทวีปยุโรปเลยก็ว่าได้ และที่ผ่านมาก็เคยมีนักเตะจากแดนปลาดิบที่ประสบความสำเร็จในการค้าแข้งจนถึงขนาดคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จมาแล้ว แต่จะมีใครบ้างนั้น ขอเชิญทุกท่านไปติดตามพร้อมๆกันได้เลยครับ

พรีเมียร์ลีก

          ชินจิ คากาวะ – แนวรุกจากแดนปลาดิบอย่าง ชินจิ คากาวะ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลภายในประเทศญี่ปุ่นกับสโมสรเซเรโซ โอซาก้า ก่อนจะได้ย้ายไปค้าแข้งในทวีปยุโรปกับสโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุน ยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอลเยอรมันในฤดูกาล 2010-2011

และสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม จนทำให้ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือระดับตำนานของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเวลานั้น ตัดสินใจดึงตัวมาร่วมทีมในฤดูกาล 2012-2013

และเจ้าตัวก็ยังคงรักษาฟอร์มเก่งเอาไว้ได้ด้วยการยิงไปถึง 6 ประตู จากการลงสนาม 20 นัด มีส่วนร่วมในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้อย่างยิ่งใหญ่

พรีเมียร์ลีก

          ชินจิ โอกาซากิ – เจ้าของสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลอันดับ 3 ของทีมชาติญี่ปุ่นอย่าง ชินจิ โอกาซากิ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับสโมสรในบ้านเกิดอย่างชิมิสุ เอลพัสล์ ก่อนจะได้ย้ายไปเล่นในยุโรปกับสโมสรสตุ๊ดการ์ท และ สโมสรไมนซ์ 05 สองสโมสรชื่อดังในประเทศเยอรมันเป็นเวลา 4 ปี

จนกระทั่งฤดูกาล 2015-2016 ชินจิ โอกาซากิ ได้ย้ายมาค้าแข้งใน พรีเมียร์ลีก กับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ และกลายเป็นตัวหลักของสโมสรทันทีด้วยการลงสนามไปมากถึง 36 เกม สามารถทำได้ 6 ประตู และที่สุดยอดไปกว่านั้นก็คือตัวเขาสามารถพาทัพจิ้งจอกสยาม คว้าแชมป์พรีเมียร์ได้แบบเซอร์ไพรส์แฟนบอลทั่วโลก

พรีเมียร์ลีก

          ทาคูมิ มินามิโนะ – แนวรุกจากแดนปลาดิบวัย 25 กระรัต อย่าง ทาคูมิ มินามิโนะ เริ่มต้นค้าแข้งกับสโมสรเซเรโซ โอซาก้า ในบ้านเกิด ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งในลีกยุโรปกับสโมสรเรดบูลล์ ซัลบวร์ก ยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอลออสเตรีย ในปี 2015 และที่นั่นเองทำให้ตัวเขาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว

จนกระทั่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ ตัดสินใจดึงตัวมาร่วมทัพหงส์แดงแบบสายฟ้าแลบในช่วงเดือนมกราคมของปี 2020 แม้ว่าเจ้าตัวจะสภาพเป็นตัวสำรองของทีมและไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนัก แต่เจ้าตัวก็ยังสามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ร่วมกับสโมสรลิเวอร์พูลอยู่ดี

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวอื่นๆ, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่คนเก่ง แล้วออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์กับบรรดาสื่อว่า เหตุวิกฤตการณ์โควิดมีผลกระทบต่อวงการฟุตบอลเป็นอย่างมากรวมถึงโปรแกรมการแข่งขัน

ซึ่งในตอนนั้นตัวเขาเองรู้สึกหวั่นใจว่าการแข่งขันในแต่ละเกมอาจจะต้องถูกยกเลิกแบบสายฟ้าแลบ แต่สุดท้ายลีกการแข่งขันก็สามารถจัดการแข่งขันได้จนจบครบทุกเเมตช์

จนทีมของตัวเองสามารถคว้าถ้วยแชมป์ได้ในที่สุด เป็นการสิ้นสุดการรอคอยถ้วยแชมป์ที่นานที่สุดถึง 30 ปีด้วยกัน

เจอร์เก้น คล็อปป์

เจอร์เก้น คล็อปป์” กุนซือมาเเรง ทีมลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือมาเเรง ทีมลิเวอร์พูลสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการค้าแข้งลีกอังกฤษ ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกส่วนตัวว่า มีความหวั่นเกรงเป็นอย่างมากว่าโปรแกรมการเเข่งขันจะไม่สุดจนถึงปลายทาง

เพราะด้วยมาตรการป้องกันไวรัสโควิดมีความจำเป็นที่จะต้องกวดขันกันอย่างเข้มงวดไม่ว่าจะเป็นตัวนักเตะหรือทุกคนที่ต้องได้รับการตรวจว่าปลอดภัยเชื้อทุกครั้งทุกคนแถมที่นั่งคนดูก็ถูกยกเลิกไป ซึ่งในตอนนั้นกุนซือเผยว่าทีมอาจจะพลาดโอกาสที่จะได้คว้าถ้วยแชมป์แต่สุดท้ายก็ทำสำเร็จจนได้

เจอร์เก้น คล็อปป์

“ในช่วงเวลานั้นมันเป็นสถานการณ์ที่หวั่นไหวและกระทบไปทั่วทุกวงการ โดยเฉพาะการจัดโปรแกรมการแข่งขันในแต่ละเกมที่ถูกจัดขึ้นและเต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะมีกฎข้อบังคับในการควบคุมโรคอย่างมากมาย ซึ่งตนนั้นเข้าใจดีและได้เตรียมใจเอาไว้แล้วว่าการแข่งขันอาจจะต้องถูกยกเลิกไปกลางครัน ตนมีความรู้สึกขวัญเสียพอสมควรเนื่องจากตนเองและนักเตะทุกคนฝึกซ้อมกันอย่างหนักหมายมั่นจะคว้าถ้วยในลีกอังกฤษครั้งนี้ แต่สุดท้ายการแข่งขันก็ถูกจัดขึ้นจนจบและคว้าถ้วยแชมป์สำเร็จเป็นการปิดฉากเกมอย่างสวยงามสมกับการรอคอยของสโมสรทีมที่กินเวลามาถึง 30 ปี” เจอร์เก้น คล็อปป์ กล่าว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

กุนซือแฟร้งค์ แลมพาร์ดของเชลซีเชื่อว่า ฟรีคิกของ “เมสัน เม้าท์” สามารถหวังผลได้มากกว่านี้ หากว่านักเตะรายนี้มีความขยันตั้งใจหมั่นที่จะฝึกซ้อมให้ดีขึ้น เชื่อว่าเขาจะกลายเป็นคนที่ยิงฟรีคิกได้ระดับโลกอย่างแน่นอน

แฟร้งค์ แลมพาร์ดกล่าวชื่นชมการยิงฟรีคิกของเม้าท์ ที่ทำให้เขาก้าวเข้าไปติดทีมชาติอังกฤษของกุนซือแกเร็ธ เซาธ์เกตอย่างรวดเร็ว

นักเตะวัย 21 ปีรายนี้ขึ้นชั้นมาจากชุดอคาเดมี่ของทีมและได้ลงสนามให้ทีมไปแล้วมากกว่า 50 เกม เกมล่าสุดของเขาสามารถยิงประตูจากลูกฟรีคิกได้ด้วย

โดยเขาวางเท้ายิงฟรีคิกข้างๆ กับโอลิวิเย่ร์ ชิรูต์ และเกมนั้นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์เป็นเชลซีที่ชนะได้ 2-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรายการแชมเปี้ยนส์ลีกได้อย่างน่าดูชม

เมสัน เม้าท์

มิดฟิลด์ที่เกิดที่ปอร์ทสมัธรายนี้ ได้ลงสนามในทีมชุดใหญ่ของเชลซีในฤดูกาลนี้ แต่ว่าโค้ชของเชลซีกล่าวอย่างเชื่อมั่นว่าเม้าท์จะเป็นนักเตะที่เก่งกว่านี้ได้อีก และแลมพาร์ดกระตุ้นว่าทีมจำเป็นต้องลดช่องห่างจากลิเวอร์พูลลงหลังจากที่จบอันดับสี่ในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

ผมเชื่อว่าเขาน่าจะเล่นได้ดีมากขึ้นกว่านี้อีก เพราะว่าเขาอายุยังน้อย เมื่อนักเตะได้ลงสนามมากขึ้นในแต่ละปี ย่อมจะทำให้เขา มีความแข็งแกร่งและมีประสบการณ์ที่มากขึ้น โดยนักเตะในทีมชุดนี้หลายคนมีอายุมากแล้วแต่ว่าเขายังอายุน้อยอยู่เลย

คุณคงได้เห็นเทคนิคของเขาไปแล้วจากการยิงฟรีคิก เขาเป็นนักเตะที่มีเทคนิคดีเลยแหละ และผมมองเขาจะพัฒนาขึ้นมาเป็นนักเตะระดับท็อปในอนาคต  เขาได้ลงสนามซ้อมกับทีมในทุกวันและเขาก็ทำได้ดีมากๆ

เมสัน เม้าท์

เมสัน เม้าท์” มีช่วงเวลาที่ดีกับทีม แต่ว่าเขายังต้องฝึกอีกเยอะ

เม้าท์มีช่วงเวลาที่ดีกับทีม แต่ว่าเขายังต้องฝึกอีกเยอะ นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นของเขาที่เชลซีเท่านั้น

เชลซีจบอันดับที่สี่ ในพรีเมียร์ลีก และผ่านเข้าไปเล่นรายการแชมเปี้ยนส์ลีกได้โดยที่ไม่ต้องเตะเพลย์ออฟ อดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษรายนี้เข้าคุมทีมเชลซีเพียงปีแรกเท่านั้น ก็ทำผลงานได้ดี โดยก่อนหน้านี้ทีมยังถูกแบนไม่ให้ซื้อนักเตะเข้าสู่ทีมอีกด้วย เลยทำให้ทีมจำเป็นต้องดันนักเตะสายเลือดไหม้ขึ้นมาสู่ทีม

เม้าท์เป็นนักเตะหนึ่งในนั้น ที่ถูกดันขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของเชลซี โดยที่เขาถนัดกับการเล่นกองกลาง และแฟร้งค์ยังชอบใจที่เม้าท์ยิงประตูจากลูกฟรีคิกให้ทีมได้เป็นประตูแรกด้วย

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก