เคเลชี่ อิคเฮนาโช ดาวยิงของ เลสเตอร์ ซิตี โชว์ผลงานเด็ดดวงออกมาอีกครั้งคราวนี้ทำแอสซิสท์ 1 ลูก ยิงเองอีก 1 ลูก ช่วยให้ต้นสังกัดเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไปหวุดหวิด 2 – 1 ยึดอันดับที่ 3 ของตารางคะแนนอย่างเหนียวแน่น

                ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา เลสเตอร์ ซิตีเปิดสนาม “คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม” ต้อนรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ โดยเกมนี้เจ้าบ้านมุ่งเน้นเป็นอย่างมากที่จะเอา 3 คะแนน นั่นก็เพื่อการันตีอันดับที่ 3 เอาไว้ให้ได้

เลสเตอร์ ซิตี ชนะ พาเลซ

เริ่มต้นมาเป็น เลสเตอร์ ซิตี ที่เปิดเกมบุกได้ดีมากกว่า

                แต่สุดท้ายกลายเป็น คริสตัล พาเลซ ที่ได้ประตูขึ้นนำ 0 – 1 จากจังหวะที่ คริสเตียน เบนเตเก้ แซะบอลมาจาก ยูริ ตีเลอมองส์ ก่อนที่บอลจะมาถึง เอเบเรซี่ เอเซ่ จากนั้นบอลมาถึง วิลฟรีด ซาฮา ก่อนที่ ซาฮา จะซัดบอลเข้าไป และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เลสเตอร์ ซิตี ชนะ พาเลซ

                เริ่มครึ่งหลังมาได้แค่ 5 นาที เลสเตอร์ ซิตีก็ตามตีเสมออย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ ยูริ ตีเลอมองส์ ตักบอลให้กับ อิคเฮนาโช่ ก่อนที่ดาวเตะชาวทีมชาติไนจีเรียจะจ่ายต่อให้กับ ติโมธี คาสตาญ ซัดเข้าไปอย่างสวยงาม แม้ว่ากรรมการจะมาเช็ควีเออาร์ย้อนหลังเพื่อดูความเป็นไปได้ที่จะแฮนด์บอลอิคเฮนาโช่เสียก่อน แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

                เลสเตอร์ ซิตีเมื่อได้ประตูตีเสมอ ก็เปิดเกมบุกแหลกทันทีเพื่อเอาประตูขึ้นนำ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถทำได้ จนกระทั่งนาที 80 ประตูที่สาวกเลสเตอร์ ซิตีรอคอยก็มาถึงจากจังหวะที่ จอนนี่ อีแวนส์ วางบอลยาวมาด้านหน้า อิคเฮนาโช่ ตามไปเก็บเอาไว้ได้

ก่อนจะลากตัดกลับมาแล้วกดเต็มข้อบอลพุ่งแรงชนิดที่ว่า บิเซนเต้ ไกวต้า นายทวารของ คริสตัล พาเลซ ได้แค่ยืนมอง จบ 90 นาที เลสเตอร์ ซิตีเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไป 2 – 1 เก็บเพิ่มเป็น 62 คะแนนยึดที่สามอย่างเหนียวแน่น

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ โจ๊กเกอร์123 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

“ทัพหงส์แดง” ลิเวอร์พูล ลงสนามในพรีเมียร์ลีก นัดที่ 33 เป็นฝ่ายเปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ “ทัพสาลิกาดง” นิวคาสเซิล เกมนี้ ลูกทีมของ เจอเกนย์ คล็อปป์ เป็นฝ่ายออกนำเร็ว ตั้งแต่ 4 นาทีแรก จากฝีเท้าของ โม ซาลาห์ และหลังจากนั้น พวกเขามีโอกาสปิดเกมอีกหลายต่อหลายครั้ง แต่จบไม่คมเอง และสุดท้าย มาโดนทีเด็ดของ โจ วิลล็อค กดประตูตีเสมอ ในนาที 90+5 ทำให้แบ่งกันไปฝั่งละ 1 คะแนน

ผ่าน 33 เกม ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มเป็น 54 คะแนน อยู่อันดับที่ 6 ตามหลังทีมอันดับ 4 เชลซี และทีมอันดับ 5 เวสแฮมต์ ยูไนเต็ด 1 คะแนน แต่ลงสนามมากกว่า 1 นัด และสองทีมข้างบนต้องเจอกันเองในนัดต่อไป มีโอกาสที่จะโดนทิ้ง 4 แต้ม หากฝั่งใดฝั่งหนึ่งชนะ

"คล็อปป์" เซ็ง!

คล็อปป์ กล่าว “พวกเราสร้างโอกาสยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ”

ซึ่งทาง เจอเกนย์ คล็อปป์ได้กล่าวหลังจบเกมว่า “พวกเราสร้างโอกาสยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ เราเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม จริงๆแล้วในจังหวะพวกนั้น เราควรที่จะเปลี่ยนเป็นประตูให้ได้

เราควรจะฝังพวกเขาในเกมนี้ให้เร็ว แต่เราดันปล่อยพวกเขาไว้ เรายังให้โอกาสพวกเขาอยู่ในเกม สกอร์ห่างแค่ลูกเดียว อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ ถึงแม้พวกเขาจะถอยลงไปรับลึกถึง 9 คนก็ตาม

ผมขอถามหน่อยเถอะ หากมีทีมที่มีโอกาสยิงอย่างมากมาย แล้วทำได้แค่นี้ ยิงนกตกปลาแบบนี้ จะสามารถเก็บชัยชนะกลับบ้านได้ยังไง แต่เรายังโชคดีนะ ที่ประตูแรกของพวกเขาถูก VAR ยึดคืน ถือเป็นของขวัญชิ้นงามจากทีมงาน VAR ที่มอบให้กับเรา

เกมนี้ผมมองว่าเราควรจะได้สามคะแนน แต่ นิวคาสเซิล พวกเขาก็สมควรได้หนึ่งคะแนนกลับบ้านเช่นกัน”

โปรแกรมการแข่งขันนัดต่อไป ลิเวอร์พูล จะลงสนามนัดที่ 34 ออกไปทำศึกแดงเดือดกับ “ทัพปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมรองจ่าฝูง วันที่ 2 พฤษภาคม จากนั้นจะกลับมาเล่นในบ้าน รับมือ “ทัพนักบุญแดนใต้” เซาแธมตั้น ทีมอันดับ 14 ในเกมนัดที่ 35 วันที่ 9 พฤษภาคม 2564

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sexypremier เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

            เอฟเวอร์ตัน สโมสรดังประจำเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกแถลงการณ์จวก 6 ยักษ์ใหญ่ร่วมลีกที่ลงนามเป็นผู้ร่วมก่อตั้งรายการ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก อย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา

โดยทีม “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ชี้ว่า การกระทำของ 6 บิ๊ก พรีเมียร์ลีก ไม่ต่างอะไรกับการทรยศเพื่อนร่วมลีกและแฟนบอลทั่วโลกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

เอฟเวอร์ตัน

เอฟเวอร์ตัน ลั่น บิ๊ก 6 พรีเมียร์ลีก ทำให้วงการฟุตบองอังกฤษแปดเปื้อน

            เอฟเวอร์ตัน ทีมดังแห่งถิ่น เมอร์ซี ไซด์ ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของ 6 สโมรยักษ์ใหญ่ประจำเวที พรีเมียร์ลีก ประกอบด้วย แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล, เชลซี, ลิเวอร์พูลและ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่ลงนามเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งการแข่งขัน ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ร่วมกับ 6 สโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่างแอตเลติโก้ มาดริด, เอซี มิลาน, เรอัล มาดริด, บาร์เซโลนา, ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลาน โดยคำแถลงของบอร์ดบริหาร “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ระบุว่า “เอฟเวอร์ตันเสียใจและผิดหวังอย่างมากที่เห็นการแยกตัวของทั้ง 6 สโมสร ที่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น  6 สโมสรทำให้ พรีเมียร์ลีก เสื่อมเสียชื่อเสียง ทั้ง 6 สโมสรไม่ให้ความเคารพสโมสรร่วมลีก ทั้ง 6 สโมสรหักหลังแฟนบอลส่วนใหญ่ของประเทศอังกฤษและทั่วโลก  ในช่วงเวลาที่เราต้องเผชิญกับวิกฤติทั่งโลก สโมสรควรต้องทำงานร่วมกัน ทำเพื่อแฟนบอล แต่พวกเขากลับสมคบกันเพื่อแยกตัวจากปิรามิดบอลที่ให้การซัพพอร์ตพวกเขามาตลอด

เอฟเวอร์ตัน

            ทั้งนี้ มีการรายงานว่า พรีเมียร์ลีก จัดให้มีการหารือด่วนในวันอังคารที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา โดยมี เอฟเวอร์ตันพร้อมด้วย 13 ทีมที่เหลือของ พรีเมียร์ลีก เข้าร่วมหารือ ถึงขั้นมีเสียงเรียกร้องให้ พรีเมียร์ลีก ตะเพิด 6 ทีมประจำลีกที่ลงนามเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งการแข่งขัน ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ออกจากการเป็นสมาชิก พรีเมียร์ลีก หลังจบฤดูกาลนี้เลยทีเดียว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sbo-premier เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ทอตแนมฮอต สเปอร์ เปิดรัง ทอตแนมฮอต สเปอร์ สเตเดี้ยม ลงเล่นพรีเมียร์ลีก เกมที่ 31 รับการมาเยือนของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง

“ทัพไก่เดือยทอง” เป็นฝ่ายออกนำก่อน 1-0 จากการยิงของ ซอน เฮือง มิน นาที 40 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นั้น ครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รัวคืนสามประตูรวด จากการยิงของ เฟร็ด นาที 57 เอดิสัน คาวานี่ นาที 79 และ เมสัน กรีน วูด นาที 90+4 ส่งให้ “ทัพปีศาจแดง” แซงเข้าวิน 3-1 เก็บสามคะแนนเต็ม ไล่ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 11 คะแนน ยังคงมีลุ้นแชมป์ตามทฤษฎี

ทอตแนมฮอต สเปอร์

ส่วนทาง ทอตแนมฮอต สเปอร์ ยังคงมี 49 คะแนน อยู่อันดับที่ 7 ห่างพื้นที่ ยูฟ่า แชมป์เปียนลีก 6 คะแนน ยังได้ลุ้นในอีก 7 เกมที่เหลือ

ซึ่งทาง โจเซ่ มูริญโญ่ ได้กล่าวหลังจบเกมว่า “ เราต้องดวลกับทีมแกร่ง ทีมที่เต็มไปด้วยแผงมิดฟิลด์ระดับบิ๊กเนม เรามีโอกาสที่จะปิดเกมด้วยประตูที่สอง เรามีจังหวะยิงชนเสา และเราสร้างโอกาสได้ดี

มันเป็นเกมที่ดีนัดหนึ่งของฤดูกาล สำหรับผมนะ เราไม่ควรจบ 90 นาที ด้วยผลการแข่งขันแบบนี้ โชคไม่เข้าข้างเรา ความจริงอีกอย่างก็คือ พอล ป็อกบา ไม่ควรอยู่ในสนาม นับตั้งแต่ที่เขา ไปชักศอกใส่ แซร์ก โอริแยร์ เขาสมควรที่จะได้ใบแดง

ผมไม่รู้จะพูดถึง VAR ยังไง ผมได้ดูจังหวะเกมระหว่าง ฟูแล่ม กับ วูล์ฟแธมตั้น ผมก็ไม่เข้าใจหรอกนะ บางทีมันก็ได้ บางทีมันก็ไม่ได้ ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง”

ทางด้าน โอเลย์ กุนนาร์ โซลชา ได้กล่าวถึงจังหวะเจ็บของ ซอน เฮือง มิน ซึ่งมีผลทำให้พวกเขาถูกริบประตูคืนจากทีมงาน VAR ได้กล่าวว่า “จังหวะนั้นมันจบไปแล้ว และเกมก็ถูกปล่อยให้เล่นต่อแล้ว มันคือการตัดสินที่ผิดพลาด ประตูนั้นมันสมบูรณ์แบบมากๆ

พวกเราทุกคนถูกเล่นละครตบตา ถ้าเขาเป็นลูกชายผมนะ หากเขาแกล้งลงไปนอนถึง 3 นาที และให้เพื่อนทั้งทีมมาดึงแขนขึ้นแบบนี้ เขาจะไม่ได้กินข้าวเย็นแน่ๆ

จริงๆแล้ว พวกเราไม่ได้ถูกเล่นละครตบตาหรอก กรรมการต่างหากล่ะที่โดนไปเต็มๆ”

ทางด้าน โจเซ่ มูริญโญ่ ได้กล่าวถึงคำพูดของโซลชา ใจความว่า “ซอน เฮือง มิน ถือว่าโชคดีมากนะ ที่พ่อของเขาใจดีกว่า โอเลย์ กุนนาร์ โซลชา ยังไงด้วยความเป็นพ่อ ก็ต้องรักลูก เขาต้องได้กินข้าวแน่ๆ มันไม่สำคัญหรอก ไม่ว่าลูกของเขาจะทำผิดอะไรก็ตาม”

โปรแกรมการแข่งขันนัดต่อไป สเปอร์ จะต้องออกไปเยือน เอฟเวอร์ตั้น วันที่ 17 เมษายน ก่อนจะกลับมาเล่นในบ้าน รับมือ เซาแธมตั้น วันที่ 22 เมษายน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ ufabet777 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                แม้ว่าแมนเชสเตอร์ซิตี้จะทำผลงานในพรีเมียร์ลีกปีนี้ได้ดีจนกระทั่งไม่น่าพลาดแชมป์สมัยที่ห้าของพวกเขาก็ตาม แต่ทว่ากองหน้าคนสำคัญอย่าง Raheem Sterling กลับไม่ได้มีฤดูกาลที่ดีเหมือนที่เคยทำเท่าไหร่นัก ก่อนที่เจ้าตัวจะออกมายอมรับว่านี่เป็นซีซั่นที่แปลกสำหรับเขาอย่างมาก หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาพาทีมเรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์มากมายในประเทศทั้งแชมป์ลีก เอฟเอคัพ ลีกคัพหรือคอมมูนิตี้ชิลด์อีกด้วย แต่ในฤดูกาลนี้เขากลับไม่ได้เป็นจุดเด่นของทีมและทุกอย่างดูเป็นหน้าที่ของแผงกองกลางสุดแกร่งของสโมสรมากกว่า

Raheem Sterling

ตั้งแต่ช่วงเกิดโรคระบาดเป็นต้นมา ทาง “Raheem Sterling”  ก็เริ่มถูกดร็อปจาก 11 ผู้เล่นตัวจริง

                ของแมนเชสเตอร์ซิตี้ไป ก่อนที่เขาจะออกมาพูดถึงความรู้สึกตัวเองที่เริ่มไม่มีโอกาสเหมือนอย่างเก่าว่า เขาไม่ได้ต้องการจะออกมาต่อว่าทีมแต่อย่างใด ทว่าฤดูกาลนี้มันแปลกเกินไปสำหรับเขา แม้เขาจะยังสนุกกับผลงานของทีมอยู่เสมอและพร้อมจะทุ่มเทเต็มที่ในสนาม จนกระทั่งเขามักจะไม่มีความสุขเมื่อไม่สามารถทำประตูได้หรือถูกเปลี่ยนออกก่อนหมดเวลาในสนาม ซึ่งมันเป็นหน้าที่สำหรับกองหน้าอย่างเขาแบบไม่ต้องสงสัย

Raheem Sterling

                ด้านสถิติของเขากับแมนเชสเตอร์ซิตี้ในปีนี้ก็ไม่ได้ย่ำแย่แต่อย่างใด เมื่อเขาได้ลงเล่นไปถึง 41 เกมในฤดูกาลนี้พร้อมกับทำประตูไปถึง 13 ลูกพร้อมกับจ่ายบอลสร้างโอกาสให้เพื่อนคนอื่นไป 11 ครั้งด้วยกัน แต่ด้วยผลงานเมื่อปีก่อนในพรีเมียร์ลีกที่เขาทำไปได้ถึง 20 ประตู แต่ในฤดูกาลปัจจุบันกลับยิงไปแค่ 9 ลูกเท่านั้นก็ทำให้เจ้าตัวถูกวิจารณ์ถึงมาตรฐานที่ตกลงมามากเกินไป แม้ว่าเขาจะยังเหลือเกมให้เล่นอีกหกแมตช์ก็ตาม อีกทั้งในเกมที่ต้นสังกัดเปิดบ้านแพ้ต่อลีดส์ยูไนเต็ดก็ทำให้เขาต้องเป็นเป้าวิจารณ์อีกครั้งหนึ่ง

                สุดท้ายแล้ว ต่อให้ผลงานของ Raheem Sterling จะไม่ได้ดีเหมือนเก่าก็ตาม แต่อย่างน้อยเขาก็ยังเป็นกำลังสำคัญของแมนเชสเตอร์ซิตี้ต่อไปในฐานะกองหน้ากึ่งปีกที่เป็นอาวุธแบบหนึ่งเสมอ รวมถึงการที่พวกเขาเข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้งก็น่าจะเป็นสิ่งที่รับประกันได้ว่า ผู้เล่นทีมชาติอังกฤษคนนี้ยังประสบความสำเร็จต่อไปนั่นเอง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ ufabet777 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริงและขอแนะนำเว็บไซต์ในเครืออย่าง eftfootball.com

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                ไม่ใช่นักเตะทุกคนจะสามารถพิสูจน์ตัวเองเมื่อย้ายออกมาจากทีมใหญ่ได้ แต่เรื่องราวของกองหน้าประจำทีมเลสเตอร์ซิตี้อย่าง Kelechi Iheanacho กลับเป็นเช่นนั้น เมื่อผู้เล่นที่มีชื่อเสียงจากนิสัยและผลงานการเล่นได้ทำให้เขาเป็นที่น่าจับตา แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นเพียงดาวรุ่งที่ไม่ได้รับโอกาสในแมนเชสเตอร์ซิตี้ก็คือ โดยวันที่เจ้าตัวได้เดินออกไปจากถิ่นเอธิฮัดสเตเดี้ยม เขาก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแฟนบอลอีกด้วย ก่อนที่เขาจะไปประสบความสำเร็จกับทีมจิ้งจอกสีน้ำเงินในปัจจุบัน

Kelechi Iheanacho

                ด้านผู้จัดการทีมเรือใบสีฟ้าอย่าง Pep Guardiola เองก็ออกมายอมรับว่า เขารู้สึกยินดีที่ถูกกองหน้าคนนี้พูดภึงเนื่องจาก เขาแทบไม่ได้โอกาสลงสนามเลยในฤดูกาลสุดท้ายที่เขาเป็นนักเตะของแมนเชสเตอร์ซิตี้และได้ลงเล่นไปเพียง 156 นาทีจากทุกรายการเท่านั้น ก่อนที่สิ้นสุดฤดูกาลจะเป็นทางเชลซีที่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองในปี 2017 อีกด้วย แต่ทว่าช่วงเวลแจ้งเกิดของ Iheanacho ก็มาถึง เมื่อตัวเขาได้ย้ายไปสู่เลสเตอร์ซิตี้และมีโอกาสได้ลงเล่นมากขึ้น จนกระทั่งมีสถิติยิงได้ถึง 7 ประตูจากสี่เกมหลังสุดเลยทีเดียว

Kelechi Iheanacho

“Kelechi Iheanacho” กับการตัดสินใจมาอยู่ในลีกยุโรป

                ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้กองหน้าชาวไนจีเรียได้ตัดสินใจย้ายทีมมาสู่ลีกดังของยุโรปที่เมืองแมนเชสเตอร์ในปี 2015 ซึ่งทำให้เขาปัดขอเสนอจากอาร์เซน่อลและเอฟซีปอร์โต้ไป โดยผลงานที่โดดเด่นของเขาในเวลานั้นก็คือการคว้ารางวัลฟุตบอลทองคำในรายการฟุตบอลโลกรุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปี กับทีมชาตินั่นเอง ก่อนที่ไม่นานเขาจะมีโอกาสได้ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่และสามารถสร้างชื่อได้ทันทีจากการยิงประตูท้ายเกมในนัดที่เจอกับคริสตัวพาเลซ รวมถึงสถิติการยิงประตูทุก 98 นาทีที่น่าเป้นที่จับตามองอย่างมาก แต่สุดท้าย Guardiola กลับไม่ได้สนใจดาวรุ่งคนนี้เท่าไหร่นัก

                โชคดีที่ Kelechi Iheanacho ยังมีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองต่อไปและกลายเป็นกองหน้าตัวหลักของทีมเลสเตอร์ซิตี้ในเวลาปัจจุบัน ซึ่งนักเตะวัย 24 ปีคนนี้ยังน่าจะมีเวลามากมายที่จะพัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ และวันหนึ่งอาจจะพร้อมาท้าเจอกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ในอนาคตได้เช่นกัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sbo-premier.com เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

            โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือหน้าทารกของทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมายอมรับว่า ลูกทีมของตนขาดความเฉียบคมในการจบสกอร์จนทำได้เพียงเปิดบ้านเฉือนชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1 – 0 ในเกม พรีเมียร์ลีก ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยกุนซือชาวนอร์เวย์ชี้ว่า มีอยู่หลายจังหวะที่ทีมของตนควรได้ประตูนำห่างแต่สุดท้ายก็ทำได้แค่หวาดเสียวจนเกือบชวด 3 แต้ม

โซลชา รับ แข้ง “ปีศาแดง” จบไม่คม

โซลชา ติง แข้งแมนยูทำพลาดง่ายเกินจนเกือบเสียประตู

            โอเล่ กุนนาร์ โซลชาผู้จัดการทีมของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชี้ว่า ลูกทีมของตนใช้โอกาสทำประตูได้อย่างสิ้นเปลืองจนเกือบพลาดคว้า 3 แต้มสำคัญในเกมที่ทัพ “ปีศาจแดง” เปิดบ้านเอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1 – 0 ในเกม พรีเมียร์ลีก ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา

โซลชา รับ แข้ง “ปีศาแดง” จบไม่คม

โดยในเกมนี้แม้เจ้าถิ่นจะพยายามเดินหน้าบุกเพื่อหวังเผด็จศึกตั้งแต่ครึ่งแรก จนมีจังหวะหวาดเสียวหลายครั้ง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถส่งบอลไปนอนก้นตาข่ายได้ จนกระทั่ง “เคร็ก ดอว์สัน” แนวรับของทีม “ขุนค้อน” โหม่งสกัดบอลพลาดทำเข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 53 ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ประตูขึ้นนำ 1 – 0 แบบไม่เปลืองแรง

ก่อนเก็บ 3 แต้มได้แบบหวุดหวิด ทำให้ทีมของ โซลชา ยังคงรั้งอันดับ 2 ของตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก เก็บได้ 57 แต้ม จาการลงเล่น 28 นัด ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่นำโด่งเป็นจ่าฝูงอยู่ 14 แต้ม

โซลชา รับ แข้ง “ปีศาแดง” จบไม่คม

            โดย โซลชาเปิดเผยหลังเกมว่า “เราควรจะเจองานง่ายกว่านี้ในช่วงท้ายเกม เพราะเรามีโอกาสจบสกอร์หลายครั้ง แต่เราก็มักทำตัวเองเจองานยากอยู่บ่อย ๆ จนเกือบเสียประตู เราสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายมันยังไม่ดีพอ มี 2 – 3 จังหวะที่เราควรได้ประตูง่าย ๆ เรารู้ว่า เวสต์แฮม กำลังลุ้นอันดับท็อปโฟร์

ดังนั้นผลการแข่งขันเกมนี้จึงสำคัญมาก ๆ และเราก็ยังเก็บคลีนชีตได้อีกครั้ง”  ทั้งนี้ โซลชา มีคิวพา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิด “โรงละครแห่งความฝัน” พบกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในเกม พรีเมียร์ลีก ประจำคืนวันที่ 21 มีนาคม นี้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sharkslot เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากับดวงหลังจากเป็นฝ่ายเปิดสนามเหย้าเอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์ 1 – 0 โดยที่ได้ประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองของนักเตะ “ขุนค้อน” อีกด้วย เก็บเพิ่มอีก 3 คะแนนทวงตำแหน่งรองจ่าฝูงกลับคืนจาก เลสเตอร์ ซิตี ได้เป็นผลสำเร็จ

                ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนาม “โอลด์ แทรฟฟอร์ด” ต้อนรับการมาเยือนของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยเกมนี้ “ปีศาจแดง” ได้ตัว มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าทีมชาติอังกฤษกลับมาลงสนามอีกครั้ง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เริ่มครึ่งแรกเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เปิดเกมบุกได้สมน้ำสมเนื้อกว่าทีมเยือน

                และเกือบจะได้ประตูขึ้นนำในนาที 37 จากจังหวะที่ เมสัน กรีนวู้ด รับบอลต่อมาจาก บรูโน แฟร์นานเดส ก่อนที่ดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษ จะปั่นด้วยซ้าย แต่เป็น ลูคัส ฟาเบี้ยนสกี้ ที่ปัดเอาไว้ก่อนที่บอลจะพุ่งไปชนเสาเด้งออกไปอย่างน่าเสียดาย จบ 45 นาทีแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเสมอกับ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 0 – 0

                ครึ่งหลังนาที 54 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ บรูโน แฟร์นานเดส เปิดลูกเตะมุมเข้ามาที่เสาแรกและเป็น สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ โขกจังหวะแรกโดนบางๆ ก่อนจะมาเข้าหัวของ เคร็ก ดอว์สัน โหม่งผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองไปแบบไม่ทันตั้งตัว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

                หลังจากได้ประตูแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็เริ่มได้ใจเปิดเกมบุกต่อเนื่องเพื่อเอาประตูที่ 2 ให้ได้ แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดๆ เกินๆ ไปเองทั้งหมด จนกระทั่งนาที 77 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็มีลุ้นประตูที่ 2 แบบสุดๆ เมสัน กรีนวู้ด หลุดมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะลั่นไกหมายให้บอลเข้ามุมแคบ แต่บอลกลับไม่เป็นใจพุ่งชนเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

                จากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้จบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไป 1 – 0 เก็บเพิ่มเป็น 57 คะแนน กลับขึ้นไปอยู่รองจ่าฝูงอีกครั้ง มีแต้มตามหลัง แมนเชสเตอร์ซิตี อยู่ถึง 14 แต้มด้วยกัน แต่แข่งน้อยกว่า “เรือใบสีฟ้า” อยู่ 1 นัด ส่วน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ยังคงอยู่ที่ 5 ตามเดิม

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ เว็บแทงบอลออนไลน์ เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                ปิแอร์ – เอเมริค โอบาเมยอง ดาวยิงกัปตันทีม อาร์เซนอล ยักษ์ใหญ่ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำการเหมาคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ “เดอะ กันเนอร์ส” เปิดบ้านเอาชนะ เบนฟิกา ทีมดังจากโปรตุเกส ไปแบบหวุดหวิด 3 – 2 รวม 2 นัด อาร์เซนอล ผ่านเข้ารอบด้วยประตูรวม 4 – 3

                ศึก ยูโรป้า ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้ายนัดที่สอง เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา อาร์เซนอล เปิดสนาม “เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม” ต้อนรับการมาเยือนของ เบนฟิกา จากโปรตุเกส โดยในเกมแรกที่ทั้งสองทีมเจอกันที่บ้านของ เบนฟิกา นั้นเสมอกันไป 1 – 1

โอบาเมยอง

เริ่มศึกยูโรป้า ลีก โอบาเมยอง พาทีมขึ้นนำ 1 – 0

                ครึ่งแรกเริ่มเกมมาจนถึงนาทีที่ 21 อาร์เซนอล ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1 – 0 จากความยอดเยี่ยมของ บูกาโย่ ซาก้า ที่จ่ายตัดกองหลังของเบนฟิกา ไปเข้าเท้าของ ปิแอร์ – เอเมริค โอบาเมยองก่อนจะยิงไวสวนตัวของ เอลตอน เลยเต้ เข้าไปอย่างสุดสวย

                อย่างไรก็ตามในนาที 43 เบนฟิกา ก็มาตามตีเสมอเป็น 1 – 1 จากจังหวะฟรีคิกนอกเขตโทษและเป็น ดิโอโก้ กอนซัลเวส ที่วิ่งมาอัดด้วยเท้าขวาบอลพุ่งเข้าตาข่ายอย่างสวยงาม สุดปัญญาที่ แบรนด์ เลโน จะพุ่งปัดถึง จบ 45 นาทีแรก อาร์เซนอล เสมอกับ เบนฟิกา อยู่ 1 – 1

โอบาเมยอง

                ครึ่งหลังเริ่มมา 5 นาที อาร์เซนอล พลาดได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ มาร์ติน โอเดการ์ด จ่ายให้ ปิแอร์ – เอเมริก โอบาเมยอง หลุดเข้าไปยิงตุงตาข่าย แต่เมื่อเช็คจาก VAR กลายเป็นว่า โอบาเมยอง ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว  

                นาที 62 เบนฟิกา กลับมาได้ประตูขึ้นนำอาร์เซนอล เป็น 2 – 1 จากจังหวะที่ ดานี่ เซบายอส โหม่งกลับหลังแต่ไม่ทันสังเกตว่ามีนักเตะทีมเยือนตามมาดักบอลอยู่ บอลจึงมาเข้าทางของ ราฟา ซิลวา ก่อนที่จะหลุดเดี่ยวเข้าไปส่องผ่านมือ เลโน เข้าไปอย่างง่ายดาย

                อาร์เซนอล ไม่ยอมง่ายๆ ไล่มาเป็น 2 – 2 ในอีก 5 นาทีถัดมา จากจังหวะที่ วิลเลี่ยน หลุดขึ้นมาทางด้านซ้าย ก่อนที่จะไหล่กลับมาให้กับ คีแรน เทียร์นี่ ก่อนที่แบ็คซ้ายจอมบุกจะกดด้วยซ้ายเต็มข้อบอลพุ่งแรงเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม ทำเอา มิเกล อาร์เตต้า ถึงกับสะใจแบบออกนอกหน้า

                เกมเดินทางมาถึงท้ายเกม อาร์เซนอล ยังเสมอกับ เบนฟิกา อยู่ 2 – 2 ถ้าจบแบบนี้ “ปืนใหญ่” จะตกรอบทันที แต่แล้วเหมือนเทพีแห่งชัยชนะจะอยู่ข้าง อาร์เซนอล เมื่อ บูกาโย่ ซาก้า ได้จังหวะตักบอลเข้ามาที่เสาไกล และเป็น ปิแอร์ – เอเมริค โอบาเมยอง ที่โขกเข้าไปไม่เหลือ แม้กรรมการจะเช็ค VAR แต่ก็ยังยืนยันคำตัดสินเดิมคือให้ประตูแก่เจ้าบ้าน จบ 90 นาที อาร์เซนอล เอาชนะ เบนฟิกา ไป 3 – 2 รวม 2 นัด ชนะ 4 – 3 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ สล็อต1234 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล

                ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีอันต้องจบสถิติไม่แพ้ทีมใดในการลงเล่นที่ “แอนฟิลด์” ไว้ที่ 68 นัด หลังล่าสุดพลิกล็อคแพ้ให้กับ เบิร์นลีย์ ไป 0 – 1 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา

                ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลทีมอันดับ 4 ของตารางคะแนนเปิดสนาม “แอนฟิลด์” ต้อนรับการมาเยือนของ เบิร์นลีย์ โดยก่อนลงแข่งเกมนี้นั้น “หงส์แดง” ไม่แพ้ใครกับการลงเล่นในบ้านมาแล้วถึง 68 นัดด้วยกัน

ลิเวอร์พูล แพ้ เบิร์นลีย์

                เริ่มครึ่งแรกมาเป็น ลิเวอร์พูลที่โหมบุกอย่างฝ่ายเดียวและมีโอกาสจะแจ้งในการจะได้ประตูขึ้นนำหลายครั้งแต่จังหวะสุดท้ายไปติดการเซฟของ นิค โป๊ป นายทวารเบิร์นลีย์ ทั้งหมด จนกระทั่งนาที 43 ลิเวอร์พูลสมควรที่จะได้ประตูขึ้นนำอย่างถึงที่สุดเมื่อ ดิว็อค โอริกิ ได้หลุดเดียวมาคนเดียวโล่งๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะตัดสินใจยิงบอลในมุมสูงให้ผ่านมือ นิค โป๊ป ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่ โอริกิ คิดแต่ในจังหวะสุดท้ายบอลกลับไปโดนคานกระเด้งออกมา ท่ามกลางสายตาของแฟนบอลและคนที่อยู่ในสนามที่ต่างช็อคกับจังหวะนี้ จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล เสมอกับ เบิร์นลีย์ 0 – 0

ลิเวอร์พูล แพ้ เบิร์นลีย์

เริ่มครึ่งหลังยังคงเป็น ลิเวอร์พูล ที่ครองเกมเหนือกว่าอยู่ฝ่ายเดียว

                แต่จังหวะสุดท้ายยังเป็น นิค โป๊ป ที่วันนี้งัดฟอร์มสุดยอดเซฟจังหวะสวยๆ ได้หลายลูก จนกระทั่ง เจอร์เก้นน์ คล็อปป์ ทนไม่ไหวตัดสินใจส่ง 2 ดาวยิงอย่าง โรแบร์โต ฟิร์มิโน และ โม ซาล่าห์ ลงสู่สนามเพื่อกระซวกตาข่ายของทีมเยือนให้ได้

                เกมของเจ้าบ้านดูน่ากลัวขึ้นหลังจากได้ 2 ดาวยิงลงมา แต่ในวันนี้พระเอกกลับกลายเป็น นิค โป๊ป นายทวารของเบิร์นลีย์ ที่จัดการลูกยิงของนักเตะลิเวอร์พูลได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่แล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจากจังหวะบุกเพลินๆ ของลิเวอร์พูล

จากจังหวะหลุดเข้ามาของ แอชลีย์ บาร์นส์ ที่แตะหนี ฟาบินโญ่ มาได้แล้ว ก่อนจะจิ้มหนี อลิสซง เบเกอร์ แต่จังหวะสุดท้ายนายด่านลิเวอร์พูล เลือกที่จะทำฟาวล์ใส่ บาร์นส์ .

                จากนั้นเป็น แอชลีย์ บาร์นส์ ที่ลุกขึ้นมายิงจุดโทษเองพร้อมกับพา เบิร์นลีย์ ขึ้นนำ 1 – 0 และเป็นประตูที่ 100 ในอาชีพการเป็นนักฟุตบอลของเจ้าตัว จบ 90 นาที เบิร์นลีย์ พลิกล็อคบุกมาเอาชนะลิเวอร์พูล ไป 1 – 0 ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันลิเวอร์พูล ยังคงอยู่ที่ 4 ตามเดิมและมีแต้มตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่าฝูง 6 แต้มด้วยกัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ gclub1688 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก