แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี และ เชลซี 3 ทีมยักษ์ใหญ่ แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้รับข่าวดี หลังจากสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ประกาศจะไม่ตัดสิทธิ์ทั้ง 3 ทีมออกจากการแข่งขันฟุตบอลถ้วยยุโรปที่ยังเหลือโปรแกรมแข่งขันอยู่ในฤดูกาลนี้ แม้ว่าทั้งหมดจะเคยประกาศเข้าร่วมการแข่งขัน ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ก็ตาม

3 ทีมยักษ์ใหญ่

                จากกรณีที่ 12 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งทวีปยุโรปได้มีแผนการจะจัดการแข่งขัน ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก แต่สุดท้ายแผนต้องล่มไปเพราะถูกประท้วงโดยแฟนบอล รวมถึงการถอนตัวของ 8 ทีมใหญ่ไปก่อน และก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่าสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เตรียมจะลงดาบ 8 ทีมที่ทำการถอนตัวออกมาก่อนหน้า รวมถึงเตรียมหาบทลงโทษอีก 4 ที่ยังคงเดินหน้าโปรเจกต์ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก แต่มีอยู่ 3 ทีมยักษ์ใหญ่คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี และ เชลซี ที่ยังคงมีเกมตกค้างในฟุตบอลถ้วยยุโรปฤดูกาลนี้อยู่ ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ถึงบทลงโทษต่างๆ นาๆ

3 ทีมยักษ์ใหญ่

3 ทีมยักษ์ใหญ่ แห่งอังกฤษจะไม่ถูกยูฟ่า ลงโทษแต่อย่างใด

                อย่างไรก็ตามล่าสุดคณะกรรมการสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้ทำการประชุมและหาบทสรุปในเรื่องของเกมที่ค้างอยู่ ผลออกมาว่า 3 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งอังกฤษจะไม่ถูกยูฟ่า ลงโทษแต่อย่างใด และยังคงได้รับไฟเขียวให้ลงแข่งขันในฟุตบอลรายการยุโรปประกอบด้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูโรป้า ลีก นัดที่ตกค้างอยู่ ผิดกับที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันในตอนแรกว่าจะถูกลงโทษด้วยการตัดสิทธิ์

3 ทีมยักษ์ใหญ่

                โดยในการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นั้นจะมีสองทีมที่ต้องลงแข่งขันในรอบรองชนะเลิศนั่นคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่จะต้องพบกับ ปารีส แซงต์ – แชร์กแมงค์ และ เชลซี จะพบกับ เรอัล มาดริด ส่วนในการแข่งขัน ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก จะมีอีก 1 ทีม คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะลงแข่งในรอบรองชนะเลิศเช่นเดียวกันโดยจะต้องพบกับโรม่า

                แม้ว่าทั้ง 3 ทีมยักษ์ใหญ่จะไม่โดยบทลงโทษจาก ยูฟ่า ในครั้งนี้ แต่ทั้งหมดรวมกับอีก 9 ทีมที่เข้าร่วม ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ในตอนแรกนั้น ยูฟ่า จะต้องมีบทลงโทษมาจัดการอย่างแน่นอน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sexy baccarat เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ริวัลโด้ กองกลางในตำนานทีมชาติบราซิล ของสโมสร บาร์เซโลน่า ออกมาแนะนำ “ฟิลิปเป้ คูตินโญ่” รุ่นน้องในทีมชาติให้ย้ายกลับไปเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง จะทำให้ฟอร์มที่หายไปกลับมาอีกครั้ง เพราะเขาเคยพิสูจณ์ให้เห็นมาแล้วครั้งหนึ่งในการเล่นกับ ลิเวอร์พูล

คูตินโญ่

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางเชิงสูง วัย 28 ปี หมดสัญญายืมตัวกับ บาเยิร์น มิวนิค และไม่ได้รับการเซ็นต์สัญญาถาวร จึงต้องกลับไปสู่ บาร์เซโลน่า ที่เป็นต้นสังกัดที่แท้จริงตามเดิม ซึ่งทาง

บาร์ซ่า แสดงท่าทีชัดเจนปล่อย “ฟิลิปเป้ คูตินโญ่” ออกจากสโมสร

บาร์เซโลน่า แสดงท่าทีชัดเจนว่าต้องการปล่อยตัวฟิลิปเป้ คูตินโญ่ออกจากสโมสร ถึงขั้นยอมขายขาดทุนถึง 50 เปอร์เซ็นต์ หลังจากซื้อมาจาก ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวสูงถึง 142 ล้านปอนด์ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ในขณะเดียวกันก็มีข่าวว่า หลายทีมจากพรีเมียร์ลีก อยากได้ตัวฟิลิปเป้ คูตินโญ่ไปร่วมทีม

ซึ่งทาง ริวัลโด้ ได้กล่าวว่า “ฟิลิปเป้ คูตินโญ่หมดสัญญายืมตัวกับยอดทีมของประเทศเยอรมันแล้ว หลังจากนั้นเขาก็จะกลับมาอยู่บาร์เซโลน่าตามเดิม แต่ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเขาหมดอนาคตแล้วกับทีมต่างดาว ผมอยากจะบอกให้เขา เลือกกลับไปค้าแข้งในที่ที่เขาจากมา พรีเมียร์ลีกคือที่แจ้งเกิดของเขา

และเขาควรไปเล่นที่นั่น เขาทำให้ทุกคนเห็นมาแล้วในการเล่นกับลิเวอร์พูล และตอนนั้นเขาคือนักเตะที่ดีที่สุดคนหนี่งในพรีเมียร์ลีก ฝีเท้าระดับฟิลิปเป้ คูตินโญ่สามารถย้ายไปเป็นตัวหลักของ สเปอร์ หรือ อาร์เซน่อล ได้อย่างไม่ต้องสืบ และเขาจะสามารถเรียกฟอร์มที่หายไปกลับมาได้อย่างแน่นอน”

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่เคยค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกกับ ลิเวอร์พูล เป็นเวลา 6 ปี ลงสนามไปทั้งหมด 201 นัด ยิงได้ 54 ประตู แบ่งเป็นการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 152 นัด  ยิงได้ 41 ประตู ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ในปี 2018 โดยปัจจุบันเขาลงสนามให้ บาร์เซโลน่า 76 นัด ยิงได้ 21 ประตู

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, ข่าวโยกย้ายตัว, พรีเมียร์ลีก

เหตุผลหลักๆที่นักเตะหลายคนไม่อยากเล่นที่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

หากจะพูดถึงลีกฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกแล้วละก็ แฟนบอลหลายๆคนคงจะต้องนึกถึง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นลีกที่ทั่วโลกให้การจับตามอง อีกทั้งมีนักเตะฝีเท้าดีมากมายมาค้าแข้งอยู่ในเวทีพรีเมียร์ลีกอังกฤษ จนมีวลีติดปากที่นักฟุตบอลระดับตำนานหรือคอมเมนเตเตอร์ฟุตบอลหลายๆคนชอบพูดว่า “หากจะพิสูจน์ฝีเท้าว่าตัวเองเก่งจริงหรือไม่ ต้องมาเล่นที่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ”  แต่ก็ใช่ว่านักเตะทุกคนจะสนใจในการมาค้าแข้งในประเทศอังกฤษ วันนี้เราจะมาดูกันว่าทำไมนักเตะหลายๆคนจึงไม่อยากมาเล่นที่พรีเมียร์ลีกอังกฤษ

พรีเมียร์ลีก

เหตุผลข้อแรกคือสไตล์การเล่น ต้องยอมรับว่า สไตล์ฟุตบอลอังกฤษนั้นต่างจากลีกดังๆต่างๆทั่วโลก โดยพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นั้นเน้นความแข็งแกร่งของสภาพร่างกายและการเข้าบอลที่หนักหน่วง ทำให้นักเตะชื่อดังหลายๆคน ไม่อยากเอาตัวเองมาเสี่ยงเพราะกลัวหายเจ็บกลับมาแล้วจะไม่เหมือนเดิม หรือไม่สามารถปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้ ซึ่งก็มีนักเตะฝีเท้าดีหลายคนที่ไม่สามารถปรับตัวกับฟุตบอลอังกฤษได้ จนไม่สามารถกลับไปสู่จุดสูงสุดของอาชีพได้

พรีเมียร์ลีก

เหตุผลข้อที่สอง คือโปรแกรมการแข่งขันที่ถี่มากเกินไป ต้องยอมรับว่า เสน่ห์ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่แตกต่างจากลีกฟุตบอลชั้นนำของประเทศอื่นๆ นั่นก็คือ บ็อกซิ่ง เดย์ โดยเป็นการแข่งขันฟุตบอลที่เวลาพักค่อนข้างน้อย มีโปรแกรมการแข่งขัน 3-4 นัดใน 1 สัปดาห์ ซึ่งจะตรงกับช่วง ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของทุกๆปี นั่นหมายความว่า ที่ประเทศนั้นอังกฤษไม่มีการเบรกหนีหนาว ทำให้นักเตะไม่สามารถกลับบ้านไปฉลองคริสมาสต์กับครอบครัวได้

เหตุผลสุดท้าย ภาษี แน่นอนว่าเรื่องเงินๆทองๆนั้น ไม่เข้าใครออกใคร รวมไปถึงวงการฟุตบอล โดยพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีอัตราการเก็บภาษีนักเตะต่างชาติสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาลีกชั้นนำของยุโรป โดยลีกที่ได้รับความนิยมใกล้เคียงกับพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น ลาลีก้า สเปน หรือ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี มีอัตราการเก็บภาษีนักเตะต่างชาติ แค่เพียง 43 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น

พรีเมียร์ลีก

ต้องบอกก่อนว่าเหตุผลที่กล่าวมานั้น ไม่ได้ตัดสินว่าพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นั้นไม่ดี เพียงแต่ว่าเป็นเหตุผลหลักๆที่นักเตะและโค้ชหลายๆคนเคยพูดถึง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีนักเตะฝีเท้าดีหลายคนที่สมัครใจมาเล่นที่พรีเมียร์ลีกอังกฤษ และประสบความสำเร็จในอาชีพฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษ เพราะสุดท้ายแล้ว การเลือกว่าเราจะเล่นในลีกไหนก็ขึ้นอยู่กับตัวของนักเตะเอง

Posted in ข่าวฟุตบอล