โปรตุเกส พวกเขาลงสนามในระบบ 4-3-3 วาง เจา มูตินโญ่ ลงปั้นเกมในแดนกลางร่วมกับ ดานิโล่ และ เรนาโต้ ซานเชส ส่วนแนวรุกส่ง คริสเตียโน โรนัลโด้ ลงประสานงานกับ ดิโอโก้ โซต้า และ แบร์นาโด้ ซิลวา

ทางฝั่ง ฝรั่งเศส ลงสนามในระบบ 4-2-3-1 ให้ คาริม เบนเซม่า ยืนเป็นหน้าเป้า ขนาบข้างด้วย คีลียาน เอ็มบั๊ปเป้ และ อองตวน กรีซมันส์ ส่วนแผงมิดฟิลด์วาง พอล ป็อกบา ลงคุมจังหวะเกมร่วมกับ เอ็นโคโล่ ก็องเต้

โปรตุเกส พบ ฝรั่งเศส

ฟุตบอล ยูโร 2020 : ฝรั่งเศส พบ โปรตุเกส

รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม F นัดที่ 3 : สนาม ปุสกัส อารีน่า ประเทศฮังการี

นาที16 : พอล ป็อกบา ได้บอลตรงกลางสนาม ก่อนที่จะจ่ายตามช่องให้ คีลียาน เอ็มบั๊ปเป้ หลุดเดี่ยวไปดวลกับ ปาทริซิโอ แต่รีบยิงไปหน่อย บอลไม่หนีมือมากนัก ปาทริซิโอ เลยปัดเอาไว้ได้

นาที20 : บอลวางยาวจากกลางสนาม จังหวะนี้เหมือนไม่มีอะไร แต่ วาราน ดันโหม่งสกัดมาเข้าทาง โรนัลโด้ ได้วอลเลย์สวนที่หน้าเขตโทษ แต่บอลหลุดกรอบไปไกลพอสมควร

นาที27 : โปรตุเกส ได้ฟรีคิกระยะไกล 36 หลา บอลเปิดเข้าไปลุ้นหน้าประตู จังหวะนี้ ฮูโก้ ญอริส พุ่งออกมาชกบอล แต่ไปโดนหัวของ ดานิโล่ เต็มๆ จังหวะนี้กรรมการแจกใบเหลืองให้ ญอริส และให้เป็นจุดโทษ และ คริสเตียโน โรนัลโด้ ซัดเข้าไปไม่พลาด ส่ง โปรตุเกส ขยับออกนำ 1-0

นาที45 : คีลียาน เอ็มบั๊ปเป้ ได้บอลที่ริมเส้นฝั่งซ้าย พยายามจะลากไปเอง แล้วเลือกฝากให้ ป็อกบา ที่ยืนรอห่างเขตโทษพอสมควร ป็อกบา ตักบอลเข้าไปในเขตโทษ พร้อมๆกับที่ เอ็มบั๊ปเป้ วิ่งทำทางเข้าไปในเขตโทษ แล้วไปชนกับกองหลังโปรตุเกส กรรมการไม่รอช้า แจกจุดโทษทันที และเป็น คาริม เบนเซม่า ที่ยิงเข้าไปไม่พลาด ส่ง ฝรั่งเศส ตามตีเสมอ 1-1

นาที47 : พอล ป็อกบา ได้บอลที่ริมเส้นด้านขวา บริเวณเส้นกลางสนามพอดี ก่อนจะจ่ายทะลุแนวรับให้ เบนเซม่า หลุดเข้าไปในเขตโทษ แล้วได้ยิงเฉือนๆหน้ากรอบ 6 หลา บอลผ่านตัว ปาทริซิโอ ชนเสาไกลเข้าประตูไปเลย ส่ง ฝรั่งเศส เป็นฝ่ายพลิกแซง 2-1

นาที59 : คริสเตียโน โรนัลโด้ ได้บอลข้างเขตโทษฝั่งซ้าย พยายามหาจังหวะเปิดเข้าไปหน้าประตู แต่บอลไปโดนแขนผู้เล่นฝรั่งเศส กรรมการใจดีแจกจุดโทษอีกแล้ว และ โรนัลโด้ ก็ซัดไม่พลาดเช่นเคย ส่ง โปรตุเกส ตีเสมอ 2-2

นาที67 : ฝรั่งเศสขึ้นมาขึงเกมอยู่หน้าเขตโทษ บอลถูกถ่ายไปมาหลายครั้ง จังหวะท้ายๆ เป็น คาริม เบนเซม่า ไหลบอลคืนให้ พอล ป็อกบา ที่หน้าเขตโทษ ก่อนที่เขาจะโยกหลอกผู้เล่นโปรตุเกส แล้วได้ปั่นโค้งๆด้วยขวา ระยะ 25 หลา บอลพุ่งแรงเข้ากรอบ และกำลังจะมุดเสาขวามือ แต่ ปาทริซิโอ บินปัดไปชนเสา แต่บอลยังไม่ไปไหนไกล ตกอยู่ที่ข้างกรอบ 6 หลา กรีซมันส์ ได้วิ่งเข้าซ้ำดาบสองด้วยเท้าขวา แต่ ปาทริซิโอ ก็ยังเซฟไว้ได้อีกครั้ง

จบเกม 90 นาที ฝรั่งเศส เสมอ โปรตุเกส 2-2 แบ่งกันไปฝั่งละ 1 คะแนน ทำให้ ฝรั่งเศส เก็บเพิ่มเป็น 5 คะแนน เข้ารอบเป็นที่ 1 ของกลุ่ม ส่วนทาง โปรตุเกส มีเพิ่มเป็น 4 คะแนน ได้อันดับที่ 3 ของกลุ่ม แต่ก็เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยการเป็นทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด

คริสเตีย โรนัลโด้ ดาวเตะวัย 35 ปี ยิงประตูที่ 4 และ 5 ในยูโร 2020 ขึ้นนำดาวซัลโวแต่เพียงผู้เดียว และเขายังเป็นดาวซัลโวสูงสุดของรายการนี้ โดยยิงไปแล้ว 14 ประตู จากการลงเล่น 25 นัด

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล

                ใครก็ต้องรู้จัก Kylian Mbappe ที่แฟนบอลคิดว่าจะกลายเป็นสุดยอดกองหน้าคนใหม่ของวงการแทนที่ Cristiano Ronaldo และ Lionel Messi ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมายอมรับว่า การพัฒนาฝีเท้าของเขาก็เริ่มมาจากการพร่ำบอกกับตัวเองว่าเก่งกว่าทั้ง Ronaldo กับ Messi อีกด้วย รวมถึงปัจจุบันเขาก็เริ่มจะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนมากขึ้นว่า กำลังพัฒนาฝีเท้าขึ้นไปมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลงานจากทีมปารีสแซงต์แชร์แมงหรือทีมชาติฝรั่งเศสก็ตาม โดยผลงานชิ้นเอกของเขาก็คือการเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกนั่นเอง

Mbappe

                ทางกองหน้าจากปารีสแซงต์แชร์แมงก็ยอมรับว่า เขามีอีโก้เพื่อผลักดันตัวเองว่า เขาสามารถก้าวขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดได้นั่นเองและคนอื่นคงไม่สามารถมาช่วยเหลือเขาได้เช่นกันในเวลาที่ยากลำบาก จนกระทั่งเขาต้องพึ่งพาตัวเองและเชื่อมั่นในตัวเองเอาไว้ ซึ่งทุกครั้งก่อนลงสนามนั้นเขาจะคอยบอกตัวเองเสมอว่าเก่งกว่า Messi และ Ronaldo พร้อมกับพยายามคิดว่า ยอดนักเตะทั้งสองอยู่ในสนามเดียวกับเขา แมว่าความเป็นจริงแล้ว เขายอมรับว่า ทั้งคู่ยังเนหือกว่าเขาหลายเท่าและประสบความสำเร็จมามากกว่าเขาเช่นกัน

Mbappe

แม้ว่า “Mbappe” จะยังไม่ได้ประสบความสำเร็จทั้งหมดเท่ากองหน้ารุ่นพี่ก็ตาม

                 แต่หากนับตามสถิติช่วงหกปีแรกของเจ้าตัวนั้น เขากลับคว้ารางวัลมากกว่าคนอื่นใน่วงอายุเท่ากันมาแล้วอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ในประเทศถึง 10 รายการ จากแชมป์ลีกเอิงถึงสี่สมัยและยิงประตูได้มากถึง 150 ลูก จากทุกรายการเลยทีเดียว รวมถึงเขายังเคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้วกับทีมชาติฝรั่งเศสและเป็นรายการที่ Messi และ Ronaldo ไม่เคยมีโอกาสคว้ามาเช่นกัน แต่รางวัลที่เขายังไม่ได้ก็คือฟุตบอลทองคำที่ยอดดาวเตะทั้งสองเคยผลัดกันคว้ามาถึง 11 ครั้งเลยนั่นเอง

                ปัจจุบันนี้ทางกองหน้าตัวเก่งของปารีสแซงต์แชร์แมงก็ยังคงพยายามพาทีมคว้าความสำเร็จอยู่เช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเป็นแชมป์ลีกเอิงสมัยที่ห้าและการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกที่  Mbappe ยังไม่เคยทำได้สำเร็จผิดกับ Ronaldo หรือ Messi นั่นเอง รวมถึงยิงประตูไปได้ 30 ลูกในฤดูกาลนี้แล้วและน่าจะทำผลงานดีต่อไปอย่างแน่นอน หากสนใจแทงบอลออนไลน์ต้องเว็บ sbo-premier.com เท่านั้น แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, ลีกเอิง