นักเตะตำแหน่งเซ็นเตอร์ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่ทีมเชลซี ต้องการหานักเตะมาเตะระดับเกรด A มาเสริมทีมเป็นตำแหน่งแรก และแล้วก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะทำการปิดตัวลง คาลิดู คูลิบาลี นักเตะทีมชาติเซเนกัล ที่เล่นตำแหน่งกองหลังเซ็นเตอร์ ก็ได้ทำการตกลงเซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมเป้นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือแค่รอการเปิดตัวในอีกไม่กี่วันนี้  เชลซีได้ทำการซื้อนักเตะคนนี้ มาจากสโมสรนาโปลี ด้วยราคาค่าตัว 34 ล้านปอนด์ หรือ 40 ล้านยูโร ซึ่งถือว่าเป็นค่าตัวตำแหน่งเซ็นเตอร์ที่แพงที่สุด ที่สโมสรเชลซีกล้าลงทุนซื้อขนาดนี้ เราจะพาย้อนไปดูนักเตะตำแหน่งเซ็นเตอร์ ที่ค่าตัวแพงที่สุดของทีมเชลซี ก่อนหน้านี้กันว่าจะมีใครบ้าง

นักเตะตำแหน่งเซ็นเตอร์

3 รายชื่อ นักเตะตำแหน่งเซ็นเตอร์ ที่ค่าตัวแพงที่สุดของทีมเชลซี

  1. ดาวิด ลุยซ์ ชื่อชั้นของนักเตะคนนี้ ใครที่เป็นแฟนเชลซี จะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าตอนนี้เจ้าตัว จะย้ายออกไปเล่นให้ในลักเอิงทีมปารีสแล้วก็ตาม แต่ในช่วงที่เป็นนักเตะเชลซี ก็ฝากผลงานให้แฟนบอลได้ประทับใจเอาไว้มากมาย และสามารถช่วยพาทีมคว้าแชมป์ใหญ่ ๆ ได้หลายรายการ สำหรับค่าตัวในการซื้อขายของ ดาวิด ลุยซ์ อยู่ที่ 31.5 ล้านปอนด์
  2. อันโตนิโอ รือดิเกอร์ บอกเลยว่านักเตะคนนี้ แฟนเชลซีเสียใจอย่างมาก ที่ย้ายออกไป นักเตะทีมชาติเยอรมันนี เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ดีที่สุดคนหนึ่ง ตั้งแต่สโมสรเชลซีได้จัดตั้งขึ้นมา ด้วยค่าตัวจากการซื้อนักเตะมาจากทีม โรมา ในปี 2017 ในราคา 31.5 ล้านปอนด์ ก่อนที่ตัวนักเตะตัดสินใจย้ายไปเล่นให้กับราชันส์ชุดขาว ตามความฝันในวัยเด็ก
  3. ริคาร์โด คาวัลโญ นักเตะจากทีมชาติโปรตุเกส ได้ถูกกุนซืออย่าง โซเซ มูรินโญ ดึงตัวมา ด้วยราคาค่าตัว 27 ล้านปอนด์ ในปี 2004 การได้ตัวริค์โดมานี้ ช่วยทำให้ทีมเสียประตูน้อยลงมาก เป็นนักเตะที่เล่นบอลอย่างชาญฉลาด แต่สุดท้ายก็โดนทีมราชันส์ชุดขาว เรอัล มาดริด ซื้อตัวไป
Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                ถ้าหากจะพูดถึงชื่อของ อีวาน ซาโมราโน่ แฟนฟุตบอล ศึก กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ในยุค 90 ถึง 2000 น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เขาเป็นกองหน้าชื่อดังอีก 1 คนที่มีชื่อเสียงและน่าติดตามมากในเวลานั้น แม้ว่าจะมาจากประเทศที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จในกีฬาฟุตบอลมากนักอย่างชิลี แต่ก็ถือได้ว่าเขาเป็นผู้ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศนี้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น กับการที่เป็นสุดยอดดาวยิงของโลกลูกหนังในยุคหนึ่ง และความน่าสนใจในเรื่องที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ก็คือบนหลังของเขา อย่างเบอร์เสื้อของเขานั่นเอง

อีวาน ซาโมราโน่

เบอร์เสื้อที่ไม่เหมือนใครของ “อีวาน ซาโมราโน่”

ในช่วงที่ อีวาน ซาโมราโน่เล่นให้กับ อินเตอร์ มิลาน ทีมดังแห่ง กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี เขาสวมเสื้อเบอร์ 9 แต่หลังจากที่ สโมสร คว้าตัวยอดดาวยิงระดับโลกอย่าง โรนัลโด้ บราซิล มาร่วมทีม เขาที่สวมใส่เบอร์ 9 มาแต่ไหนแต่ไร และเป็นเบอร์นำโชค จึงจำเป็นต้องหลีกทางให้กับสุดยอดกองหน้าแห่งยุค แต่เขาก็ยินยอมแต่โดยดี ซึ่งจะหันไปใส่เบอร์ 10 แทน แต่ด้วยการที่ อินเตอร์ มิลาน ก็เพิ่งคว้าตัว โรแบร์โต้ บาจโจ้ กองหน้าแห่งยุคอีก 1 คนมาร่วมทีมข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น ส่งผลทำให้เขาก็ต้องเปลี่ยนไปใส่เบอร์อื่นอีกทีนึงเพราะ บาจโจ้ ใส่เบอร์ 10

อีวาน ซาโมราโน่

และเบอร์ที่เขาเลือกนั้นก็คือเบอร์ 18 แต่จะมีเครื่องหมายบวก มาคั่นตรงกลางระหว่างเลข 1 กับเลข 8 ซึ่งรวมกันออกมาเป็นเลข 9 นั่นก็หมายถึงเขายังคงมีเลขนำโชคเบอร์ 9 ติดตัวของเขาอยู่เช่นเดิม ซึ่งเรื่องนี้ก็ถูกนำเสนอไปทางสหพันธ์ฟุตบอลและได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายบวกในเบอร์เสื้อของเขาได้ ซึ่งส่งผลทำให้เขานั้นก็มีเบอร์เสื้อที่ไม่เหมือนใครซึ่งปัจจุบันนั้นก็ยังไม่มีใครเหมือนเขา ถ้าหากจะพูดถึงเรื่องนอกจากฝีเท้าการยิงประตูอันเฉียบคมUFABET ความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งที่ทุกวันนี้ยังไม่มีใครเหมือนก็คือเบอร์เสื้อบนหลังของเขานั่นเอง

Posted in ข่าวฟุตบอล

            เดวิด เบ็คแฮม เทพบุตรลูกหนังชาวอังกฤษออกโรงคัดค้านแผนการที่บรรดาทีมชั้นนำในทวีปยุโรปจำนวน 12 ทีม จะแยกตัวออกจากจัดการแข่งขันรายการใหม่อย่าง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ซึ่งได้ลงนามอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา

โดยอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษชี้ว่า สโมสรต่าง ๆ ควรเห็นคุณค่าและให้ความสำคัญกับความรู้สึกของแฟนบอลมากกว่าเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว

เดวิด เบ็คแฮม

เดวิด เบ็คแฮม” ลั่น วงการฟุตบอลทั่วโลกกำลังตกอยู่ในอันตราย!

            เดวิด เบ็คแฮมตำนานมิดฟิลด์เท้าชั่งทองของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาโพสต์ข้อความบน อินสตาแกรม ส่วนตัวแสดงความไม่เห็นด้วยที่บรรดาทีมชั้นนำในทวีปยุโรปจำนวน 12 ทีม จะแยกตัวออกจากจัดการแข่งขันรายการใหม่อย่าง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ที่ได้มีการลงนามอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในทีมที่เข้าร่วมรายการเจ้าปัญหานี้ก็คือ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรสุดรักสุดหวงของเจ้าตัวนั่นเอง โดย เดวิด เบ็คแฮมระบุผ่าน อิสตาแกรม ว่า “ผมเป็นรักฟุตบอลคนหนึ่ง มันคือชีวิตของผมมาอย่างยาวนานเท่าที่ผมจำได้ ผมรักมันตั้งแต่เป็นเยาวชน และผมก็ยังเป็นแฟนบอลอยู่ในตอนนี้ ตั้งแต่เป็นนักเตะคนหนึ่ง จนตอนนี้กลายเป็นเจ้าของทีม ผมรู้ว่ากีฬาจะไม่มีควาหมายอะไรเลยหากไม่มีแฟนบอล พวกเราต้องการฟุตบอลเพื่อทุกคน เราต้องการฟุตบอลที่ยุติธรรม และต้องการให้การแข่งขันมีความเหมาะสม หากเราไม่ปกป้องเกมที่เรารักแล้วละก็ มันก็จะอยู่ในอันตราย”

เดวิด เบ็คแฮม

            ทั้งนี้ เดวิด เบ็คแฮมถืออีกหนึ่งตำนานแข้งของทีม “ปีศาจแดง” ที่ออกโรงคัดค้านการก่อตั้ง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตำนาน Class of 92 อีกคนอย่าง “แกร์รี่ เนวิล” ก็ได้ออกมาจวกอดีตต้นสังกัดที่ดึงดันจะเข้าร่วมโปรเจคนี้ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19  แม้แต่บรมกุนซือมากบารมีอย่าง “เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” ก็ออกมาคัดค้านและวิจารณ์นโยบายดังกล่าวของบอร์ดบริหาร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นคนแรก ๆ ด้วยเช่นกัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sbo-premier เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

วันนี้ข่าวใหญ่ของวงการลูกหนังโลกต้องถึงคราวโศกเศร้าอีกครั้งกับการจากไปของ ดิเอโก้ มาราโดน่า ยอดนักเตะในยุค 80 จากประเทศอาร์เจนติน่า ซึ่งฝีเท้าที่เก่งกาจของเขาทำให้ถูกยกย่องว่าเป็นนักฟุตบอลอันดับ 1 ตลอดกาลของโลก รวมถึงเป็นไอดอลของเด็กๆที่อยากจะเป็นนักฟุตบอลเฉกเช่นเสือเตี้ย แต่สำหรับบทความนี้อยากจะมานำเสนอถึงสาเหตุ ที่ว่าทำไมมาราโดน่าถึงกลายเป็นนักเตะระดับโคตรตำนาน ทั้งที่ในโลกนี้มีนักเตะเก่งๆอีกหลายราย

มาราโดน่า

ฟุตบอลในยุค 80 เน้นการใช้ความสามารถเฉพาะตัว โดยในสมัยนั้นฟุตบอลยังไม่มีแท็กติกที่ซับซ้อน อีกทั้งยังเน้นในเรื่องความสามารถเฉพาะตัวเป็นหลัก นั่นจึงทำให้ทีมจากยุโรปสู้ทีมจากอเมริกาใต้ไม่ได้เลย ซึ่งมาราโดน่า คือนักเตะที่มีลีลาโดดเด่นที่สุดในยุคนั้น ที่สามารถใช้เท้าเลี้ยงหลบผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามและหลุดเข้าไปยิงประตูจนพาทีมชาติคว้าแชมป์โลก

มาราโดน่า” ย้ายมาค้าแข้งในยุโรป ในสมัยนั้นนักเตะจากอเมริกาใต้ไม่นิยมมาค้าแข้งในยุโรป

ทำให้ชาวโลกที่ติดตามฟุตบอลระดับสโมสรในทวีปยุโรปไม่เห็นลีลาลากเลื้อยของนักเตะจากอเมริกาใต้ แต่ทันใดนั้นเอง มาราโดน่าเลือกที่จะแวกม่านวัฒนธรรมและย้ายมาค้าแข้งยังยุโรป จนเป็นตำนานให้กับนาโปลี ซึ่งทำให้ชาวโลกเห็นเป็นที่ประจักษ์และสามารถยืนยันได้ว่าเสือเตี้ยเป็นนักเตะที่เก่งจริง เพราะสามารถนำพาสโมสรเล็กๆอย่างนาโปลีเป็นแชมป์ได้ ตรงข้ามกับเปเล่ ไข่มุกดำแห่งวางการลูกหนัง ที่ชาวโลกจะได้เห็นฟอร์มแค่ในศึกฟุตบอลโลกเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถกล่าวได้ว่าเก่งจริงหรือไม่ เพราะไม่เคยเห็นลีล่าการเล่นกับทีมในระดับสโมสร

มาราโดน่า

เมสซี่ ไม่เคยพาทีมชาติอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์ได้ แม้ว่าเมสซี่จะถูกขนานนามว่าเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกยุคใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้เขายังไม่สามารถหลุดพ้นออกมาจากร่มเงาของมาราโดน่าได้ คือการคว้าแชมป์กับทีมชาติ ซึ่งเสือเตี้ยสามารถกวาดแชมป์รายการต่างๆมาให้แฟนบอลในประเทศบ้านได้ชื่นชมจนกลายเป็นวีรบุรุษของชาติที่ทั้งเก่งและมีถ้วยประดับข้างตัว แต่กลับกันเมสซี่แม้ว่าจะเก่งแค่ไหนก็ไม่อาจนำพาทีมชาติไปสู่ความสำเร็จเหมือนดั่งวันวาน ทั้งที่จะว่าไปตัวนักเตะชุดนี้เปี่ยมล้นไปด้วยคุณภาพกว่าด้วยซ้ำ นั่นจึงทำให้เจ้าตัวคือราชาไร้ถ้วยสำหรับชาวอาร์เจนติน่า

ทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงสื่อให้เห็นว่าการจะเป็นตำนานของโลก จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 2 ส่วน คือต้องเป็นนักเตะที่เก่งกาจ ครบเครื่อง ทั้งการเลี้ยง จ่าย โหม่ง และยิง ส่วนที่ 2 คือการคว้าแชมป์ ซึ่งเสือเตี้ยกวาดแชมป์รายกายสำคัญเท่าที่โลกนี้มีทั้งสโมสรและทีมชาติ ฉะนั้นแล้วด้วยปัจจัยเหล่านี้จึงส่งผลให้มาราโดน่าคือยอดนักเตะของโลก และจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานแสนนาน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และต้องขอขอบคุณผู้ให้การสนันสนุนจาก ufa982 เว็บไซต์ที่ให้ความสนุกและปลอดภัย

Posted in ข่าวฟุตบอล, ข่าวอื่นๆ