จอร์จินโญ่ “เทพจุดโทษปลิดวิญญาณ” ที่พึ่งจะคว้าแชมป์ยูโร 2020 กับ ทีมชาติอิตาลี ทำให้เขากลายเป็นอีกหนึ่งดาวเตะที่มีลุ้นในการคว้ารางวัลบัลลงดอร์ และสื่อมวลชลบางสำนัก โดยเฉพาะสื่อของประเทศอิตาลี ต่างก็โหมกระแสเชื่อมโยงระหว่าง จอร์จินโญ่ กับรางวัลบัลลงดอร์เป็นการใหญ่

แต่อย่างไรก็ตาม ลีโอเนล เมสซี่ สตาร์เอเลี่ยน ยังคงเป็นเต็งหนึ่งที่จะคว้าบัลลงดอร์ สมัยที่ 7 หลังเขาพา ทีมชาติอาเจนติน่า คว้าแชมป์โคปา อเมริกา 2021 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเอาชนะ บราซิล ที่สนามมาราคาน่า รังเหย้า “ทัพเซเลเซา” 1-0 แต่ขณะเดียวกัน หากวัดกันที่แชมป์ ดาวเตะทีมชาติอิตาลี ผู้มีทั้งแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปียนลีก ตามด้วยแชมป์ยุโรป มันก็เหมาะสมกับรางวัลนี้ไม่น้อย

ซึ่งเมื่อเขาถูกถามถึงความเป็นไปได้ ในการคว้ารางวัลบัลลงดอร์ จอร์จินโญ่ได้ตอบว่า “แน่นอนว่าทุกคนใฝ่ฝันที่จะคว้าบัลลงดอร์ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินที่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่ได้ตั้งเอาไว้  ถ้าหากพูดถึงเรื่องพรสวรรค์ล้วนๆ แน่นอนว่าตัวผมหาใช่นักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก แต่ถ้าหากพูดถึงเรื่องถ้วยรางวัลละก็ ฤดูกาลนี้ผมสอยมา 2 แชมป์นะครับ

ผมไม่สามารถเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับ ลีโอเนล เมสซี่ , คริสเตียโน โรนัลโด้ หรือแม้กระทั่ง เนย์มาร์ ได้ พวกเขามีอัตลักษณ์เฉพาะเป็นของตัวเอง ซึ่งแตกต่างจากผมโดยสิ้นเชิง แต่ก็อย่างที่เคยพูดไป รางวัลนี้ขึ้นอยู่กับคำตัดสินที่เป็นไปตามกฎเกณฑ์”

จอร์จินโญ่

จอร์จินโญ่” เกิดและโตที่ประเทศบราซิล

แต่ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล มาศึกษาและเล่นฟุตบอลที่ประเทศอิตาลี ตั้งแต่อายุ 15 ปี กับสโมสร เวโรน่า เมื่อถูกถามว่าทำไมถึงเลือกเล่นให้ทีมชาติอิตาลี ทำไมไม่เป็นทีมชาติบราซิล

ดาวเตะเทพจุดโทษปลิดวิญญาณ ได้กล่าวว่า “ไม่มีอะไรให้ผมต้องคิดมากเลย ผมลงเล่นในทีมชาติอิตาลี ชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปี ต่อด้วยแมตย์กระชับมิตร และก็ตามด้วยการลงเล่นอิตาลีชุดใหญ่ ในปี 2017 ในเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก นัดเพลย์ออฟ กับทีมชาติสวีเดน

ตอนนั้นบราซิลเอง ก็ต้องการตัวผมไปเล่นให้พวกเขาเหมือนกัน การลงสนามให้กับทีมชาติบราซิล มันเป็นความฝันของผมตั้งแต่ยังเด็ก แต่ตอนนั้นผมรู้ดีว่า ทีมชาติอิตาลีกำลังอยู่ในช่วงการถ่ายเลือดใหม่ พวกเขาจึงต้องการความช่วยเหลือจากใครสักคน ซึ่งเหมือนกับตอนที่ผมอยากได้ความช่วยเหลือ ก็เป็นประเทศอิตาลีนี่แหละ ที่ยื่นมือเข้ามาประคองผมไว้ หัวใจของผมมันบอกกับผมว่า อิตาลีต้องการผม และผมก็ตัดสินใจเลือกอิตาลี และผมก็ดีใจมากที่ผมตัดสินใจแบบนั้น”

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล

ฤดูกาลที่ผ่านมา จอร์จินโญ่ คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปียนลีกกับ เชลซี และในตอนนี้ เขาก็อยู่ในทีมชาติอิตาลี ที่ผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอล ยูโร 2020 ซึ่งเขามีส่วนสำคัญในทีมชาติอิตาลี ชุดนี้เป็นอย่างมาก โดยเขาได้ลงสนาม ครบทั้ง 4 นัดในทัวร์นาเมนต์นี้

ซึ่งทาง ลอเรนโซ่ อินซิเญ่ แนวรุกทีมชาติอิตาลี ได้กล่าวว่า “เรามีนักเตะคุณภาพคับแก้วอยู่ในทีม ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึง จอร์จินโญ่ เขาโชว์ผลงานอย่างยอดเยี่ยมกับ เชลซี ตลอดหลายปีที่ผ่านมา และผมก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่มีเขาอยู่ในทีม

ผมไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะตัดสินว่า รางวัลบัลลงดอร์ควรจะเป็นของใคร ผมก็ได้แต่หวังว่า เขาควรจะมีชื่อ เป็นหนึ่งในนักเตะ ที่ทีสิทธิ์ลุ้นรางวัลนี้

เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอล และผมยกให้เขาคืออาจารย์ในสนาม และเพื่อนร่วมทีมทุกคน ก็รู้สึกดี ที่ได้ลงสนามร่วมกันกับเขา”

จอร์จินโญ่

“จอร์จินโญ่” ออกมาให้สัมภาษณ์ ถึงรางวัลที่ตนอยากได้

ทางด้านจอร์จินโญ่ ได้กล่าวว่า “ส่วนตัวผมแล้ว ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องบัลลงดอร์เลยนะ รางวัลนี้หากจะได้มา มันจะต้องเกิดจากการทำหน้าที่ของตัวเองอย่างหนัก และทำให้ดีที่สุด แต่ผมไม่ค่อยใส่ใจรางวัลนี้มากเท่าไหร่ ผมให้ความสำคัญกับการคว้าแชมป์ร่วมกันกับทีมมากกว่า เพราะเราทุกคนจะได้ฉลองร่วมกัน แต่บัลลงดอร์มันเป็นแค่รางวัลส่วนตัว ซึ่งการได้แชมป์กับทีม มันมีความหมายมากกว่าเยอะ”

จอร์จินโญ่ดาวเตะทีมชาติอิตาลี วัย 29 ปี เขาสร้างชื่อมากับ นาโปลี อยู่กับทีมช่วงปี 2014-2018 ได้ลงสนาม 160 นัด ยิงได้ 6 ประตู หลังจากนั้น เขาได้ย้ายมาอยู่กับ เชลซี โดยได้ลงสนามไปแล้ว 141 นัด ยิงได้ 17 ประตู โดยในฤดูกาลล่าสุด 2020/2021 เขาได้ลงสนาม 43 นัด ยิงได้ 8 ประตู มีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปียนลีก

จอร์จินโญ่ติดทีมชาติอิตาลี ตั้งแต่ปี 2016 ลงสนามให้ทีมไปแล้ว 32 นัด ยิงได้ 5 ประตู

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

        เกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจบลงด้วยชัยชนะของทีมเยือน ลิเวอร์พูล 2-0 ซึ่งมีหลายจังหวะพลิกเกมที่ถูกพูดถึง และจังหวะจุดโทษของ จอร์จินโญ่ เป็น 1 ในนั้น โดยในบทความนี้จะมาวิเคราะห์ถึงจังหวะดังกล่าวว่าเราเห็นอะไรกันบ้าง

        จังหวะจุดโทษนี้ เริ่มจาก ติอาโก้ อัลคันทารา เบรกตัวไม่ทันจนชนหลัง ติโม แวร์เนอร์ ล้มลง ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที โดยผู้สังหารจุดโทษคือ จอร์จินโญ่ ที่นับเป็นมือยิงจุดโทษที่แม่นยำ จากสถิติการอยู่เชลซี ยิง 7 ครั้ง เข้า 7 ครั้ง หรือหากนับตลอดชีวิตเขายิงพลาดไปเพียงครั้งเดียว

ลิเวอร์พูล เชลซี

ซึ่งเทคนิคที่เขาใช้ยิงจุดโทษในครั้งนี้คือการวิ่งไปที่ลูกฟุตบอล จากนั้นจะชะงักด้วยการกระโดด เพื่อดูหัวเข่าของผู้รักษาประตูว่าง้อไปทางทิศไหน หรือตัวของโกว์กำลังจะเทตัวพุ่งไปทางไหน จากนั้นเขาจะจิ้มบอลไปในทิศตรงข้ามที่โกว์พุ่ง โดยเทคนิคนี้นอกจาก จอร์จินโญ่ แล้ว บรูโน่ แฟร์นันเดส ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ใช้เทคนิคนี้ในการสังหารจุดโทษ

        ขณะที่ฟากฝั่งของผู้รักษาประตู แน่นอนว่าเทคนิคการเซฟจุดโทษมีหลากหลาย แต่นิยมมากที่สุดคือการอ่านหน้าเท้าแล้วเตรียมพุ่งเพื่อให้ทันรับลูก

แต่ในเกมนี้ต้องชมโค้ชผู้รักษาประตูของ ลิเวอร์พูล ที่เตรียมแผนรับมือมาเป็นอย่างดี

ลิเวอร์พูล เชลซี

เมื่อรู้ว่าผู้ยิงคือ จอร์จินโญ่ ที่มีสไตล์การยิงแบบชะงักแล้วกระโดดจิ้มบอล จึงสั่งให้ อลิซง เบคเกอร์ ยืนนิ่งๆ ตรง ๆ ไม่ขยับตัวและข้อเข่า จ้องมองที่บอลเท่านั้น เมื่อถึงเวลายิงจุดโทษฝั่งของจอร์จินโญ่   ทำตามสูตรเดิม คือวิ่งไปที่บอลและกระโดดตามเคย แต่สิ่งที่ต่างออกไปจากครั้งที่แล้วมาคือ อลิซง ยืนนิ่ง จนจอร์จินโญ่  ไม่ทราบว่ายอดนายทวารชาวบราซิลจะพุ่งไปทางใด จอร์จินโญ่ จึงจำใจต้องเลือกมุมจิ้มบอล ซึ่งเขาเลือกทางขวามือตัวเอง และแน่นอนว่าอย่างที่เราได้เห็นกัน การจิ้มบอลของ จอร์จินโญ่ เบาเกินไป อลิซง ล้มตัวปัดได้อย่างสบายๆ

        จากจังหวะนี้จึงสามารถวิเคราะห์ต่อได้ 2 มุมมอง 1. การยืนนิ่งๆ รอเซฟลูกยิงแบบนี้ของผู้รักษาประตู ใช้ได้กับพวกประเภทกระโดดแล้วจิ้มบอลเท่านั้น หากเป็นประเภทปกติที่วิ่งมาซัดเข้ามุมย่อมไม่สามารถพุ่งถึงได้อย่างแน่นอน  2.สำหรับจอมสังหารจุดโทษ หากยังอยากใช้วิธีการนี้อยู่

จะต้องกลับไปทำการบ้านด้วยการฝึกจิ้มหรือยิงก้าวเดียวให้รุนแรงไปที่มุมประตู เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าผู้รักษาประตูที่ยืนนิ่ง ซึ่งหากรุนแรงมากพอย่อมทำให้ผู้รักษาประตูพุ่งรับไม่ทัน 

        สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเพียงการยิงจุดโทษสูตรหนึ่งเท่านั้น ซึ่งโลกของฟุตบอลย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เมื่อไรที่มีเทคนิคการยิงหรือเซฟจุดโทษใหม่ ๆ เราจะนำมาวิเคราะห์ให้แฟนฟุตบอลได้อ่านกันอีกอย่างแน่นอน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก