คีแรน เอ็มปัปเป้อีกหนึ่งนักเตะที่คาดว่าจะมีค่าตัว และมูลค่ามากที่สุดคนหนึ่งของโลกลูกหนัง หากดีลแนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสเกิดขึ้นจริง ปัจจุบันเอ็มปัปเป้ถือว่าเป็นนักฟุตบอลที่เนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งของวงการ โดยมีทีมใหญ่ระดับโลกอย่างเรอัล มาดริด และบาร์เซโลน่าให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด แต่ความแปลกใจอยู่ตรงที่สโมสร ลิเวอร์พูล ทีมดังจากย่านเมอร์ซีย์ไซด์อังกฤษก็แอบสนใจแนวรุกชาวฝรั่งเศสเช่นกัน

อย่างที่ทราบกันดีว่าคีแรน เอ็มปัปเป้ คือนักเตะที่คาดหมายว่าจะมีเพียงแค่ทีมเรอัล มาดริด และบาร์เซโลน่าเท่านั้น ที่มีทรัพยากรเพียงพอที่จะสามารถจ้างคีแรน เอ็มปัปเป้ และสามารถจ่ายค่าตัวที่คาดว่าจะสูงติดเพดานเป็นสถิติใหม่ของโลกแน่นอน

ลิเวอร์พูล คีแรน เอ็มปัปเป้

เอ็มปัปเป้ปัจจุบันยังคงเหลือสัญญาอยู่กับยอดทีมฝรั่งเศส PSG ถึงปี 2022 ดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสถือว่าเป็นนักฟุตบอลอายุน้อยที่มีศักยภาพ และประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง และน่าจับตามองมากที่สุดในโลก

ด้านสโมสรปารีส แซง แฌง แมงค์ ของฝรั่งเศส อันที่ทีมจากปารีสไม่ได้มีความต้องการที่จะขาย หรือปล่อยเอ็มปัปเป้ออกไปอย่างแน่นอน เนื่องจากทีมดังจากปารีสนั้นรู้ดีว่าศักยภาพของแนวรุกชาวฝรั่งเศสมีมากแค่ไหน รวมถึงมูลค่าของนักเตะอีกด้วย แต่ปัญหาของปารีสแซง แฌง แมงค์มีอยู่เพียงกรณีเดียวเท่านั้นคือ สัญญาของเอ็มปัปเป้ที่นับว่าจะยิ่งนับถอยหลังลงไปเรื่อย ๆ และสุ่มเสี่ยงอาจเสียแนวรุกแชมป์โลกไปแบบฟรี ๆ ก็ได้

ลิเวอร์พูล

ตามรายงานของสื่อชื่อดังสเปน หรือมาร์กา ในวันที่ 27 มิถุนายน สโมสร ลิเวอร์พูล

ที่กำลังพิจารณาปล่อยตัวซาดิโอ มาเน่ และโมฮาเหมด ซาล่าห์ เนื่องจากทั้ง 2 นักเตะยังไม่มีการออกมายืนยันใดๆ จากทางสโมสรเกี่ยวกับอนาคตของทั้งคู่ ด้านเจอร์เก้น คอปป์ นับว่าเป็นอีก 1 ผู้จัดการทีมที่มีความชื่นชอบคีแรน เอ็มปัปเป้อย่างมาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เซ็นสัญญาเอ็มปัปเป้ เนื่องจากคาดว่าตัวนักเตะจะมีค่าตัว และค่าเหนื่อยที่สูงมาก ๆ คาดว่าอาจสูงถึง 400,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์ ดังนั้นกรณีเดียวที่ลิเวอร์พูลจะเซ็นเอ็มปับเป้มาที่แอนฟิลด์ได้ก็คือ ต้องรอให้ตัวนักเตะหมดสัญญากับต้นกังกัดเก่าเสียก่อนในปี 2022

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

โรเมลู ลูกากู กองหน้าฟอร์มเดือดชาวเบลเยี่ยม นักเตะที่เคยประสบความสำเร็จบนเกาะอังกฤษ กระทั่งได้ย้ายไปสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในปี 2017 ค่าตัว 84 ล้านยูโร ลูกากูมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กระทั่งในปี 2019 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดปล่อยตัวกองหน้าชาวเบลเยี่ยมออกจากทีมด้วยค่าตัว 74 ล้านยูโร

โรเมลู ลูกากู

“โรเมลู ลูกากู” ตกเป็นข่าวโดนทาบทามโดยสโมสรยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

หลังจากเคยมีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกมาอย่างโชกโชน ปัจจุบันแนวรุกชาวเบลเยี่ยม กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่ดีรวมถึงทัวร์นาเม้นต์อย่างยูโร 2020 โรเมอู ลูกากู มีประสบการณ์ที่ดีในเกาะอังกฤษเริ่มต้นกับเอฟเวอร์ตัน โดยก่อนหน้านั้นโรเมอู ลูกากูเป็นได้เพียงกองหน้าดาวรุ่งที่ทำได้เพียงรอโอกาสจากม้าข้างสนามเท่านั้น แต่โรเมลู ลูกากูรู้ดีถึงศักยภาพตัวเอง จึงตัดสินใจย้ายไปเอฟเวอร์ตันในที่สุด ในปี 2014 ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์

กระทั่งในปี 2019 ลูกากู มีโอกาสได้ย้ายไปซีรีย์เอ ของอิตาลีของอันโตนิโอ คอนเต้ ของอินเตอร์มิลาน ลูกากูใช้เวลาเพียง 2 ฤดูกาลสามารถทำประตูได้มากถึง 64 ประตู มีส่วนสำคัญทำให้อินเตอร์มิลานคว้าแชมป์สคูเดดโต้ของอิตาลีครั้งแรกในรอบ 10 ปี

โรเมลู ลูกากู

แต่ด้วยสถานการณ์ทางการเงินของสโมสรอินเตอร์ มิลาน จึงส่งผลทำให้สโมสรที่ถึงแม้จะได้แชมป์ลีกปีล่าสุด มีความจำเป็นที่ต้องปรับโครงสร้างสโมสรใหม่ ด้วยการโละนักเตะที่มีมูลค่าสูง และมีค่าเหนื่อยแพงระยับ หวยออกรายแรกจึงตกอยู่อันโตนิโอ คอนเต้นั่นเอง และนักเตะคนต่อไปที่คาดว่าจะโดนปล่อยออกจากทีมก็คือ โรเมลู ลูกากูนั่นเอง

สื่อคาดว่าจริง ๆ แล้วโรเมลู ลูกากูนั้นต้องการมุ่งมั่น และอยู่ที่อินเตอร์ มิลานต่อ แต่ถ้าหากจะย้ายดูเหมือนว่า ตัวลูกากูเองต้องการย้ายไปที่เยอรมัน โดยเฉพาะทีมใหญ่แห่งแคว้นบาวาเรีย บาเยิ่น มิวนิคเนื่องจากกองหน้าชาวโปแลนด์ประจำทีมที่กำลังมีอายุที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โรเมลู ลูกากูจึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญในอนาคตของทั้ง ตัวนักเตะ และสโมสรแห่งแคว้นบาวาเรียเอง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล

            ดรักซ์เลอร์ แนวรุกกหน้าหล่อชาวเยอรมันของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง สโมสรมหาเศรษฐีประจำเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส ประกาศต่อสัญญากับต้นสังกัดออกไปอีก 3 ปี หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวใกล้จะหมดสัญญาในถิ่น ปาร์ก เดอ แปรงซ์

หลังจบฤดูกาลนี้ จนมีข่าวลือเรื่องการย้ายทีมกับหลายสโมสร ทั้ง ลีดส์ ยูไนเต็ด, บาเยิร์น มิวนิก, อาร์เซนอล ฯลฯ  โดยเชื่อกันว่า สัญญาฉบับใหม่นี้จะทำให้เจ้าตัวได้รับค่าเหนื่อยเฉียด 10 ล้านปอนด์ต่อปีเลยทีเดียว

ดรักซ์เลอร์

ดรักซ์เลอร์” ต่อสัญญา “เปแอสเช” ถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2024

            ดรักซ์เลอร์ ปีกตัวเก่งวัย 27 ปี ของสโมสร ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ได้รับการต่อสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัดออกไปอีก 3 ปี จนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2024 หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลือว่า ดาวเตะดีกรีแชมป์ ฟุตบอลโลก ไม่ค่อยแฮปปี้กับการตกเป็นตัวสำรองภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง “เมาริซิโอ โปเชติโน” เท่าไรนัก

ถึงขึ้นต้องการย้ายออกจากถิ่น ปาร์ก เดอ แปรงซ์ หลังจบฤดูกาลนี้ โดยมีข่าวเชื่อมโยงเรื่องการย้ายทีมกับหลายสโมสร ไม่ว่าจะเป็น ลีดส์ ยูไนเต็ด, บาเยิร์น มิวนิก, อาร์เซนอล, แอร์เบ ไลป์ซิก เป็นต้น 

ซึ่งการต่อสัญญานี้จึงถือเป็นการสยบข่าวลือทั้งหมด โดยดาวเตะชาวเยอรมันเปิดเผยว่า รู้สึกมีความสุขมากที่สามารถบรรลุข้อตกลงกับทีมได้สำเร็จ และต้องการใช้เวลา 3 ฤดูกาลนับจากนี้ เพื่อช่วยทีมคว้าแชมป์มาครองให้ได้มากที่สุด

ดรักซ์เลอร์

            ทั้งนี้ คาดกันว่า สัญญาฉบับใหม่นี้จะทำให้ ดรักซ์เลอร์ได้รับค่าเหนื่อยปีละประมาณ 6.5 ล้านปอนด์ หรือราว 290 ล้านบาท เฉลี่ยสัปดาห์ละ 126,000 ปอนด์ หรือประมาณ 5.6 ล้านบาท เลยทีเดียว ซึ่งถือเป็นค่าเหนื่อยที่สูงมากหากเทียบกับผลงานของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้ที่ได้ลงสนามไป 33 นัด ทำได้ 4 ประตู รวมทุกรายการเท่านั้น

            สำหรับ ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ย้ายจาก โวล์ฟสบวร์ก มาค้าแข้งกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยค่าตัวราว 48 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,876 ล้านบาท เมื่อช่วงต้นปี 2016 ลงสนามไปแล้ว 173 นัด ทำได้ 24 ประตู รวมทุกรายการ

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ สล็อตเว็บใหญ่ที่สุด เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, ลีกเอิง

                ต้องจับตามองกันต่อไป สำหรับอนาคตของกองหน้าอย่าง Harry Kane ที่เอ่ยปากออกมาแล้วว่า ตัวเขาต้องการจะออกจากสโมสรท็อตแนมฮอตสเปอร์สไปในช่วงสิ้นสุดฤดูกาลนี้ หลังจากที่ทีมไม่ประสบความสำเร็จใด ๆ หลังจากที่มีโอกาสเข้าชิงทั้งยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกและลีกคัพจนสุดท้ายดาวยิงวัย 28 ปีคงจะต้องมองหาความสำเร็จระดับสโมสรบ้างแล้ว โดยทีมที่ต้องการตัวของนักเตะทีมชาติอังกฤษคนนี้ก็มีทั้งแมนเชสเตอร์ซิตี้ เชลซีและแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่เคยตามจีบ Kane มาตั้งแต่หลายปีก่อนหน้านี้แล้ว

Harry Kane

“Daniel Levy” ตั้งราคา “Harry Kane” มากถึงหลักร้อยล้านปอนด์

                สิ่งที่ตามมาก็คือ ทาง Daniel Levy ประธานสโมสรของเขาได้ตั้งราคากองหน้าของตัวเองไว้มากถึงหลักร้อยล้านปอนด์ เนื่องจากเจ้าตัวยังมีสัญญากับทีมระยะยาวถึงปี 2024 นั่นเอง โดยทีมใหญ่ทั้งสามในพรีเมียร์ลีกคงพร้อมที่จะทุ่มเงินคว้าตัวดาวยิงทีมชาติอังกฤษคนนี้มาสู่สโมสรอย่างแน่นอน แต่ทว่าทีมอย่างปีศาจแดงในฤดูกาลปัจจุบันอาจจะไม่เข้ามาร่วมวงเสริมนักเตะคนนี้อย่างเต็มตัว เนื่องจากพวกเขาเพิ่งจะต่อสัญญา Edinson Cavani และอาจหันไปสนใจปีกอย่าง Jadon Sancho มากกว่า เนื่องจากเป็นผู้เล่นที่ขาดอยู่ในทีม

Harry Kane

                ต้องยอมรับว่า กองหน้าที่เพิ่งจะได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของลอนดอนได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับอนาคตตัวเองไว้บ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายที่ต้องการประสบความสำเร็จกับสโมสรมากกว่า ซึ่งสุดท้ายแล้วเขากับท็อตแนมฮอตสเปอร์สก็ต้องผิดหวังในรอบชิงชนะเลิศรายการลีกคัพ เพราะทำได้เพียงแพ้ต่อแมนเชสเตอร์ซิตี้ด้วยสกอร์ 1-0 นั่นเอง ส่วนผลงานในลีกปีนี้เจ้าตัวก็มีลุ้นเป็นดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกและแข่งขันกับ Mohamed Salah ดาวยิงตัวเก่งอีกคนของลิเวอร์พูลนั่นเอง

                จาก 36 ประตูของกองหน้าคนนี้ก็น่าจะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ทำไมทีมใหญ่ในพรีเมียร์ลีกถึงสนใจดึงนักเตะทีมชาติอังกฤษคนนี้ไปร่วมทัพ นอกจากนี้ Harry Kane ยังจ่ายบอลสร้างโอกาสให้เพื่อนทำประตูได้อีก 16 ครั้งจาก 47 เกมก็น่าจะช่วยเพิ่มมิติให้กับทีมใหม่ของเขา ไม่ว่าสโมสรนั้นจะอยู่ที่เมืองแมนเชสเตอร์หรือจะเป็นลอนดอนที่เจ้าตัวไม่ต้องย้ายไปไหนไกลก็ตาม

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ ufabet1688 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                ใครก็ต้องรู้จัก Kylian Mbappe ที่แฟนบอลคิดว่าจะกลายเป็นสุดยอดกองหน้าคนใหม่ของวงการแทนที่ Cristiano Ronaldo และ Lionel Messi ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมายอมรับว่า การพัฒนาฝีเท้าของเขาก็เริ่มมาจากการพร่ำบอกกับตัวเองว่าเก่งกว่าทั้ง Ronaldo กับ Messi อีกด้วย รวมถึงปัจจุบันเขาก็เริ่มจะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนมากขึ้นว่า กำลังพัฒนาฝีเท้าขึ้นไปมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลงานจากทีมปารีสแซงต์แชร์แมงหรือทีมชาติฝรั่งเศสก็ตาม โดยผลงานชิ้นเอกของเขาก็คือการเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกนั่นเอง

Mbappe

                ทางกองหน้าจากปารีสแซงต์แชร์แมงก็ยอมรับว่า เขามีอีโก้เพื่อผลักดันตัวเองว่า เขาสามารถก้าวขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดได้นั่นเองและคนอื่นคงไม่สามารถมาช่วยเหลือเขาได้เช่นกันในเวลาที่ยากลำบาก จนกระทั่งเขาต้องพึ่งพาตัวเองและเชื่อมั่นในตัวเองเอาไว้ ซึ่งทุกครั้งก่อนลงสนามนั้นเขาจะคอยบอกตัวเองเสมอว่าเก่งกว่า Messi และ Ronaldo พร้อมกับพยายามคิดว่า ยอดนักเตะทั้งสองอยู่ในสนามเดียวกับเขา แมว่าความเป็นจริงแล้ว เขายอมรับว่า ทั้งคู่ยังเนหือกว่าเขาหลายเท่าและประสบความสำเร็จมามากกว่าเขาเช่นกัน

Mbappe

แม้ว่า “Mbappe” จะยังไม่ได้ประสบความสำเร็จทั้งหมดเท่ากองหน้ารุ่นพี่ก็ตาม

                 แต่หากนับตามสถิติช่วงหกปีแรกของเจ้าตัวนั้น เขากลับคว้ารางวัลมากกว่าคนอื่นใน่วงอายุเท่ากันมาแล้วอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ในประเทศถึง 10 รายการ จากแชมป์ลีกเอิงถึงสี่สมัยและยิงประตูได้มากถึง 150 ลูก จากทุกรายการเลยทีเดียว รวมถึงเขายังเคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้วกับทีมชาติฝรั่งเศสและเป็นรายการที่ Messi และ Ronaldo ไม่เคยมีโอกาสคว้ามาเช่นกัน แต่รางวัลที่เขายังไม่ได้ก็คือฟุตบอลทองคำที่ยอดดาวเตะทั้งสองเคยผลัดกันคว้ามาถึง 11 ครั้งเลยนั่นเอง

                ปัจจุบันนี้ทางกองหน้าตัวเก่งของปารีสแซงต์แชร์แมงก็ยังคงพยายามพาทีมคว้าความสำเร็จอยู่เช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเป็นแชมป์ลีกเอิงสมัยที่ห้าและการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกที่  Mbappe ยังไม่เคยทำได้สำเร็จผิดกับ Ronaldo หรือ Messi นั่นเอง รวมถึงยิงประตูไปได้ 30 ลูกในฤดูกาลนี้แล้วและน่าจะทำผลงานดีต่อไปอย่างแน่นอน หากสนใจแทงบอลออนไลน์ต้องเว็บ sbo-premier.com เท่านั้น แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, ลีกเอิง

                ไม่ใช่นักเตะทุกคนจะสามารถพิสูจน์ตัวเองเมื่อย้ายออกมาจากทีมใหญ่ได้ แต่เรื่องราวของกองหน้าประจำทีมเลสเตอร์ซิตี้อย่าง Kelechi Iheanacho กลับเป็นเช่นนั้น เมื่อผู้เล่นที่มีชื่อเสียงจากนิสัยและผลงานการเล่นได้ทำให้เขาเป็นที่น่าจับตา แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นเพียงดาวรุ่งที่ไม่ได้รับโอกาสในแมนเชสเตอร์ซิตี้ก็คือ โดยวันที่เจ้าตัวได้เดินออกไปจากถิ่นเอธิฮัดสเตเดี้ยม เขาก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแฟนบอลอีกด้วย ก่อนที่เขาจะไปประสบความสำเร็จกับทีมจิ้งจอกสีน้ำเงินในปัจจุบัน

Kelechi Iheanacho

                ด้านผู้จัดการทีมเรือใบสีฟ้าอย่าง Pep Guardiola เองก็ออกมายอมรับว่า เขารู้สึกยินดีที่ถูกกองหน้าคนนี้พูดภึงเนื่องจาก เขาแทบไม่ได้โอกาสลงสนามเลยในฤดูกาลสุดท้ายที่เขาเป็นนักเตะของแมนเชสเตอร์ซิตี้และได้ลงเล่นไปเพียง 156 นาทีจากทุกรายการเท่านั้น ก่อนที่สิ้นสุดฤดูกาลจะเป็นทางเชลซีที่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองในปี 2017 อีกด้วย แต่ทว่าช่วงเวลแจ้งเกิดของ Iheanacho ก็มาถึง เมื่อตัวเขาได้ย้ายไปสู่เลสเตอร์ซิตี้และมีโอกาสได้ลงเล่นมากขึ้น จนกระทั่งมีสถิติยิงได้ถึง 7 ประตูจากสี่เกมหลังสุดเลยทีเดียว

Kelechi Iheanacho

“Kelechi Iheanacho” กับการตัดสินใจมาอยู่ในลีกยุโรป

                ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้กองหน้าชาวไนจีเรียได้ตัดสินใจย้ายทีมมาสู่ลีกดังของยุโรปที่เมืองแมนเชสเตอร์ในปี 2015 ซึ่งทำให้เขาปัดขอเสนอจากอาร์เซน่อลและเอฟซีปอร์โต้ไป โดยผลงานที่โดดเด่นของเขาในเวลานั้นก็คือการคว้ารางวัลฟุตบอลทองคำในรายการฟุตบอลโลกรุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปี กับทีมชาตินั่นเอง ก่อนที่ไม่นานเขาจะมีโอกาสได้ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่และสามารถสร้างชื่อได้ทันทีจากการยิงประตูท้ายเกมในนัดที่เจอกับคริสตัวพาเลซ รวมถึงสถิติการยิงประตูทุก 98 นาทีที่น่าเป้นที่จับตามองอย่างมาก แต่สุดท้าย Guardiola กลับไม่ได้สนใจดาวรุ่งคนนี้เท่าไหร่นัก

                โชคดีที่ Kelechi Iheanacho ยังมีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองต่อไปและกลายเป็นกองหน้าตัวหลักของทีมเลสเตอร์ซิตี้ในเวลาปัจจุบัน ซึ่งนักเตะวัย 24 ปีคนนี้ยังน่าจะมีเวลามากมายที่จะพัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ และวันหนึ่งอาจจะพร้อมาท้าเจอกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ในอนาคตได้เช่นกัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sbo-premier.com เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก