สถานการณ์ลุ้นโควตาฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียนลีก เข้มข้นขึ้นมาทุกขณะ หลังจากเชลซี ทีมอันดับที่ 3 พลาดท่าบุกไปพ่ายให้กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 0-3 ทำให้ตอนนี้ เชลซี ลงสนามไปแล้ว 35 นัด มี 60 คะแนน ทิ้งห่างอันดับที่4 เลสเตอร์ ซิตี้ 1 คะแนน และนำหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 คะแนน แต่แข่งมากกว่า 1 นัด

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เล่นในสนาม บรามอล เลนน์ ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ประจำวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด เล่นในสนาม บรามอล เลนน์ ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี  โดยนัดนี้เจ้าบ้าน มาในระบบ 3-5-2 วาง ดีน เฮนเดอร์สัน เฝ้าเสา ทีเด็ดคู่หน้าให้ โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ จับคู่กับ เดวิด แม็คโกรดิค ทางฝั่งทีมเยือนมาในระบบ 4-3-3 วางเกป้า เป็นผู้รักษาประตู แนวรับคุมเกมโดย เซซา อัชปิลิกูเอต้า แดนกลางนำทัพโดย เมสัน เมาท์ และ จอร์จิญโญ่ ขณะที่ 3 ประสานในแดนหน้าวาง วิลเลี่ยน ,คริสเตียน พูลิซิซ และ แทมมี่ อับบราฮัม

นาที 18 จอร์จ บัลด็อค เก็บบอลได้ทางฝั่งขวา โยกหนี เมสัน เมาท์ ก่อนจะเปิดไปที่เสาสอง โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ ได้วอลเลย์แต่ไปติดกอหลัง เชลซี เกป้า ยังไวปัดเอาไว้ได้ทัน แต่ เดวิค แม็คโกรดิค อยู่ใกล้ๆบอลซ้ำดาบสองเข้าไปไม่เหลือ ส่งให้เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0

นาที 33 เอ็นดา สตีเวนส์ ครองบอลที่ฝั่งซ้าย ก่อนจะหาจังหวะทำชิ่งกับ เบน ออสบอร์น หลุดไปถึงเส้นหลัง ก่อนจะเปิดไปที่เสาแรก และเป็น โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ ขึ้นโหม่งคนเดียวที่เสาแรก บอลพุ่งเสียบเสาแรกแบบ เกป้า ไม่ต้องขยับ ส่งให้เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หนีห่างไปเป็น 2-0

นาที 77 เกมสวนกลับของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เดวิด แม็คโกลดริก พาบอลขึ้นมาเอง ก่อนจะไหลออกขวาไปให้ ลีส มุสเซ็ต ที่วิ่งประคองตามมา มุสเซ็ต เปิดเร็วไปหน้าประตู รูดิเกอร์ สกัดเอาไว้ได้ แต่บอลยังไม่พ้นอันตราย เดวิค แม็คโกรดิค ได้ซัดจ่อๆหน้ากรอบ 6 หลาเป็นประตูไม่เหลือ ส่งเจ้าบ้านทิ้งขาด 3-0 และจบเกม 90 นาทีด้วยสกอร์นี้

ทำให้ผ่าน 35 นัดเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เก็บเพิ่มเป็น 54 คะแนน อยู่อันดับที่ 6 ตามหลังทีมอันดับที่ 4 เลสเตอร์ ซิตี้ 5 คะแนน ส่วน เชลซี ยังอยู่ที่ 3 มี 60 คะแนน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ระบุลูกทีมควรจะเป็นฝ่ายเก็บชัยเหนือ เบิร์นลี่ย์ ในเกมที่เสมอกัน 1-1 พร้อมชม ยิค โป๊ป ว่ามีฟอร์มที่น่าประทับใจ

ลิเวอร์พูล ของคล็อปป์ หยุดสถิติการชนะในลีกที่สนาม แอนฟิลด์ ติดต่อกันไว้ 24 เกม พร้อมหยุดสถิติชนะ 17 นัดติดต่อกันในบ้านฤดูกาลนี้ หลังล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พวกเขาทำได้แค่เสมอกับ เบิร์นลี่ย์ 1-1 แม้ว่าจะเป็นฝ่ายทำประตูได้ก่อน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน นาที 34 ทว่าถูกตามตีเสมอจาก เจย์ โรดริเกวซ นาที 69

คล็อปป์

ในเกมดังกล่าว “หงส์แดง” มีโอกาสยิงมากถึง 23 ครั้ง เข้ากรอบ 8 ครั้ง โดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีโอกาสยิงคนเดียว 6 ครั้ง แต่ได้มาเพียง 1 ประตู ขณะที่ เบิร์นลี่ย์ มโอกาสยิงเพียง 6 ครั้ง และได้ 1 ประตู

จากผลการแข่งขันนี้ส่งผลให้ลูกทีมของคล็อปป์ เก็บเพิ่มได้เป็น 93 คะแนนจาก 35 ครั้ง โดยเหลือการแข่งขันอีก 3 เกมของซีซั่น ซึ่งหากพวกเขาอยากทำลายสถิติการเป็นแชมป์โกยแต้มมากที่สุด ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำไว้ 100 คะแนนเมื่อปี 2017-18 พวกเขาต้องเก็บชัยให้ได้ทั้งหมด 3 เกมเท่านั้น

คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์ถึงฟอร์มในนัดที่ผ่านมา

หลังการแข่งขันคล็อปป์ กุนซือ “หงส์แดง” ให้สัมภาษณ์ถึงฟอร์มในนัดที่ผ่านมาว่า “ในหลายๆจังหวะที่ ลิเวอร์พูล เจอกับ นิค โป๊ป เขามักจะทำได้ดีมากๆ แต่เราควรจะทำประตูให้ได้มากกว่านี้ โดยเราทำทุกอย่างได้ถูกต้อง และเขา (โป๊ป) ก็เซฟได้มากมาย แต่ในท้ายที่สุดเราควรจะมีสกอร์มากกว่านี้

คล็อปป์

“เราไม่สามารถปิดเกมได้ และพวกเขาก็ได้ช่วงเวลาของตัวเองกลับมา ซึ่งมันรู้สึกเหมือนกับว่าเราแพ้ในเกมนี้มากกว่าเสมอ โดยเราควรจะต้องกลับไปดูการเล่นของเราให้ดีกว่านี้ แน่นอนเราโมโหกรรมการ (ที่ไม่ให้จุดโทษ) แต่อย่างไรก็ตามเราควรที่จะโทษตัวเองก่อนที่ไม่สามารถปิดเกมนี้ได้ โดยทีมทำได้ถูกต้อง 99% แต่ผมจะไม่หยุดตำหนิลูกทีมใน 1% ที่เหลือซึ่งพวกเขาผิดพลาด” คล็อปป์กล่าวปิดท้าย

ด้าน ฌอน ไดซ์ กุนซือ เบิร์นลี่ย์ กล่าวถึงเกมที่ผ่านมาว่า “เราตั้งเกมรรับได้ดี และ โป๊ป ผู้รักษาประตูของเราก็เซฟได้อย่างยอดเยี่ยม โดยจริงๆพวกเขาเป็นฝ่ายที่ทำได้ดี และเราไม่สามารถหยุดพวกเขาไว้ได้เลยในช่วงครึ่งแรก ทำให้ครึ่งหลังผมได้บอกกับลูกทีมว่าไม่ต้องกดดัน และเล่นไปตามธรรมชาติซึ่งส่งผลให้เรามีช่วงเวลาที่ดี และเกือบได้ 3 คะแนนจากทีมที่ระดับท็อปหลังการยิงไปชนคาน”

ทั้งนี้โปรแกรมต่อไป ลิเวอร์พูล จะพบกับ อาร์เซน่อล ที่สนาม เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม วันที่ 15 กรกฎาคมนี้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก