ราฮีม สเตอร์ลิ่งและอายเมอริค ลาป๊อกตร์ได้นำสิ่งของมาเซ่นไหว้ เจเรมี่ วิสเท่นกองหลังชาวมาลาวีที่เสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น วิสเท่นย้ายมาร่วมทีม แมนซิตี้ ตั้งแต่เมื่อปี 2016

แถลงการณ์ของสโมสรกล่าวว่า:“ ครอบครัวแมนซิตี้รู้สึกเศร้าใจที่ได้รับรู้ถึงการจากไปของอดีตผู้เล่นอคาเดมี่ เจเรมี่ วิสเท่น

ราฮีม สเตอร์ลิ่งกล่าวว่า เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งถึงเพื่อนและครอบครัวของเขา ความคิดของเราอยู่กับคุณในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ 

ลาปอร์เต้กองหลังชาวฝรั่งเศสตอบด้วยหัวใจสีฟ้าและเสริมว่า“ ข่าวสยอง… RIP หนุ่มน้อย

ทอมมี่ ดอยล์กองกลางของแมนซิตี้วัย 19 ปีซึ่งเปิดตัวในพรีเมียร์ลีกเมื่อเดือนกรกฎาคมเขียนในทวิตเตอร์ว่า“ น่าเศร้ามาก RIP พี่ชายของฉัน”

ข่าวดีของแฟนบอล แมนซิตี้ เมื่อ “กาเบรียล เชซุส” จะกลับไปหาเพื่อนที่สนามซ้อมอีกครั้ง

เชซุสเจ็บชวดลงสนามให้ทีมเรือใบสีฟ้าตั้งแต่เกมที่ชนะวูลฟ์เมื่อเดือนที่แล้ว โดยทีมไม่ได้ส่งเขาลงสนามเลย และช่วงนี้เซอร์จิโอ อเกวโร่ กุนก็เจ็บออดๆแอดๆเช่นกัน

ดาวรุ่งวัย แมนซิตี้ วิสเท่น

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ส่งข้อความไปถึงเชซุส โดยอธิบายถึงอาการบาดเจ็บของเขาว่าเป็นกล้ามเนื้อและเตือนว่าการนำเขากลับมาเร็วเกินไปอาจทำให้ปัญหารุนแรงขึ้นและทำให้เขาเจ็บเพิ่มขึ้นอีก หลายเดือน

แม้ว่าอาการของนักเตะชาวบราซิลเริ่มเป็นบวกมากขึ้นจนทำให้สมาคมฟุตบอลบราซิลตัดสินใจเรียกเขาไปซ้อมกับทีมชาติช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึง

แมนเชสเตอร์ซิตี้หวังว่าเป๊ป กวาร์ดิโอล่าจะขายสัญญาต่อไปในซัมเมอรหน้า แต่ได้หาเทรนเนอร์ขัดตาทัพเพื่อเป๊ป กวาร์ดิโอล่าไม่อยู่กับทีมแล้ว ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของเป๊ปกับทีมเรือใบสีฟ้าและเขาอาจจะไม่ต่อสัญญากับทีมต่อไปก็ได้

ดาวรุ่งวัย แมนซิตี้ วิสเท่น

เป๊ปได้รับแชมป์กว่า 6 รายการ ช่วงที่เขาคุมทีมแมนซิตี้ โดยเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย แต่ก็เกิดความล้มเหลวเช่นกันในฟุตบอลยุโรปเมื่อเขาไม่สามารถพาทีมได้แชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกได้เลยทั้งที่แมนซิตี้และบาเยิร์น มิวนิค

เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลกวาร์ดิโอลาจะอยู่กับทีมต่อไปหรือไม่ หากว่าอยู่ต่อก็เท่ากับว่าเขาจะอยู่คุมทีมที่อังกฤษมากกว่าที่บาร์เซโลน่า (4ปี)

เดลี่เมล์รายงานว่าเวลานี้แมนซิตี้กำลังเคว้ง แต่เล็งกุนซือฉุกเฉินไว้แล้ว คือ อดีตผู้จัดการทีมสเปอร์ส อย่างเมาริซิโอ โปเชตติโน่และจูเลียน นาเกลส์มันน์ของ ไลป์ซิกที่มองว่าเป็นกุนซือที่มากฝีมือในเวลานี้ สำหรับโปรแกรมนัดต่อไปของพวกเขาคือไปเยือนมาร์กเซย์ในคืนวันอังคาร

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือมากประสบการณ์ของทีม ไก่เดือยทอง ได้ออกอาการหน้าบานสุดขีดหลังจากที่ทีมกำลังทำผลงานไปได้สวย บุกไปเอาชนะทีมกุหลาบไฟ 1-0 ประตู เก็บคะแนนกลับบ้านด้วยความพอใจ ในเกมการแข่งขันเมื่อวันจันทร์ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทีมถูกมองว่าทำผลงานได้อย่างไม่สม่ำเสมอพร้อมกับยกความดีความชอบให้แก่ ซน ฮึง-มิน ดาวยิงชาวเกาหลีใต้ที่เป็นเหมือนฮีโร่ของทีมทุกเกือบสนาม 

"มูรินโญ่" หน้าบานทีมคืนฟอร์ม

โชเซ่ มูรินโญ่” เทรนเนอร์ใหญ่ทีมท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรระดับชั้นนำแห่งวงการลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พอใจกับการทำผลงานของบรรดาลูกทีมเป็นอย่างมากที่บุกไปเอาชนะ 1-0 ประตู ได้สำเร็จที่สนามเทิร์ฟ มัวร์ เก็บ 3 คะแนนเข้ากระเป๋าได้สำเร็จ จากการสังหารประตูของดาวยิงชาวเกาหลีใต้ทีมที่ทำประตูในระยะเผาขนได้ในนาทีที่ 76 ทำให้ในเวลานี้ทีมลงแข่งขันไปแล้วทั้งหมด 6 สนามและเก็บคะแนนไปได้ 11 คะแนน ครองตำแหน่งอยู่อันดับที่ 5 ของตาราง 

"มูรินโญ่" หน้าบานทีมคืนฟอร์ม

“เกมการแข่งขันในแต่ละสนามแน่นอนว่าผมมีความคาดหวังทีมของเราจะต้องเก็บ 3 คะแนนกลับบ้านได้ทุกครั้ง และในวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่เราทำมันได้สำเร็จเรากำลังขึ้นไปอยู่อันดับที่ 5 ของตารางและแน่นอนว่าเราจะต้องทำผลงานให้ดีกว่านี้ เราไม่อยากเป็นแค่ทีมที่ติดอันดับท็อปโฟร์แต่สุดท้ายแล้วเมื่อปิดฤดูกาลเราอยากจะมีชื่อของทีมเป็นทีมที่คว้าถ้วยแชมป์ลีก ผมพยายามที่จะวางแผนการเล่นของทีมเพื่อรักษาสมดุลของเกมเอาไว้เราอาจจะไม่ได้ระเบิดฟอร์มยิงได้หลายประตูแบบถล่มทลายเพราะผมไม่ต้องการที่จะเสี่ยงเดินเกมแบบไม่มีประสิทธิภาพ แต่ในวันนี้ต้องขอชื่นชมบรรดาผู้เล่นกองหน้าของทีมเราที่ทำผลงานได้อย่างดี” โชเซ่ มูรินโญ่ กล่าว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ไรอัน กิ๊กส์ ปีกพ่อมดในตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาบอกว่า เขามีความหวังว่า เอดิสัน คาวานี่ ดาวยิงรายใหม่ของทีมปีศาจแดง จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีม และตีการ์ดพลังบวกให้กับเพื่อนร่วมทีม เหมือนกับการมาของ บรูโน แฟนานเดส ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกส

"กิ๊กส์" หวัง "คาวานี่"

“เอดิสัน คาวานี่” ดาวเตะทีมชาติอุรุกวัย ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แบบไม่มีค่าตัวภายหลังหมดสัญญากับ ปารีส แซงแชร์กแมง ยอดทีมของประเทศฝรั่งเศส โดยเซ็นต์สัญญา 1 ปี พร้อมออปชั่นขยายสัญญาอีก  1 ปี ซึ่งทาง ไรอัน กิ๊กส์ กุนซือทีมชาติเวลส์ได้กล่าวว่า “ผมมีโอกาสได้เจอกับ เอดิสัน คาวานี่ผมจำได้ดีตอนนั้นผมคุมทีมชาติเวลส์เป็นนัดที่สอง ผมต้องดวลกับทีมชาติอุรุกวัย วันนั้นเขาเล่นได้อย่างโดดเด่น ดูดีกว่า หลุยส์ ซัวเรซ ด้วยซ้ำ ก่อนหน้านั้นผมไม่คิดว่าเขาจะรับมือยากขนาดนั้น เขาร้างสนามมานาน และตอนนี้เขาต้องใช้เวลาเรียกความฟิต สิ่งที่คุณจะได้จากเขาคือการเป็นกองหน้าขนานแท้ เรามี อองโทนี่ มาร์กซิยาล และ มาคัส แรชฟอร์ด ซึ่งทั้งสองโดดเด่นและถนัดเล่นด้านข้าง แต่คาวานี่คือหน้าเป้าที่พร้อมยืนค้ำกับกองหลัง เขาเต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ระดับสูง และผมหวังว่าเขาจะสร้างพลังบวกให้กับเพื่อนร่วมทีม เหมือนกับที่ บรูโน แฟนานเดส ได้ทำเอาไว้”

เอดิสัน คาวานี่ ดาวเตะวัย 33 ปี โด่งดังมากับ ปาแลร์โม อยู่กับทีมช่วงปี 2007-2011 ลงสนาม 117 นัด ยิงได้ 37 ประตู จากนั้นย้ายไปอยู่กับ นาโปลี อยู่กับทีมถึงปี 2013 ลงสนาม 138 นัด ยิงได้ 104 ประตู หลังจากนั้นตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ ปารีส แซงแชร์กแมง ในเดือนกรกฎาคม ปี 2013 ด้วยค่าตัว 64 ล้านยูโร ลงสนามให้ทีม 301 นัด ยิงได้ 200 ประตู ได้แชมป์ลีกเอิง 6 สมัย ติดทีมชาติอุรุกวัย 116 นัด ยิงได้ 50 ประตู

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                เซลจ์โก บูวัช ผู้อำนวยการกีฬาไดนาโม มอสโกว ทีมดังแห่งลีก รัสเซีย ยืนยันชาตินี้ไม่มีทางจะญาติดีกับ เจอร์เก้นน์ คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ทีมดังของพรีเมียร์ลีกอังกฤษอีกแล้ว และไม่คิดจะยินดีกับ เจอร์เก้นน์ คล็อปป์ แต่อย่างใดหลังพา “หงส์แดง” เถลิงบังลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมระบุ การที่ลิเวอร์พูลบินสูงอยู่ในเวลานี้เป็นผลงานจากฝีมือของเขาทั้งนั้น

บูวัช ยังแค้น คล็อปป์

                โดย เซลจ์โก บูวัชเปิดเผยว่า “ผมมีความสุขที่เห็นนักเตะ เห็นแฟนบอลดีใจกับแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ผมไม่แสดงความยินดีกับ เจอร์เก้นน์ คล็อปป์ อย่างเด็ดขาด ผมทำงานหนักเพื่อลิเวอร์พูล และมีหน้าที่เหมือนผู้จัดการคนหนึ่ง ผมช่วยเหลือทีมทุกอย่างเพื่อต้องการให้ทีมประสบความสำเร็จ แต่ไม่อยากจะออกหน้าสื่อแค่นั้นเพราะผมไม่ต้องการเป็นจุดเด่นในหน้าสื่อ”

                นอกจากนี้ เซลจ์โก บูวัชยังกล่าวอีกว่า “ตอนนี้ผมไม่อยากจะทำงานเป็นผู้จัดการทีมแต่อย่างใด แต่หากบาร์เซโลนา ติดต่อมาผมอาจจะเปลี่ยนใจ แต่ถ้าเป็นทีมอื่นผมคงไม่เอา หลายๆ คนมองว่าผมรอคอยโอกาสที่ดีกว่า แต่หากคุณได้รู้ความจริงถึงทีมที่ติดต่อเข้ามาหาผม และทีมที่ผมได้ตอบปฏิเสธไป คุณจะไม่กล้าพูดแบบนั้นออกมา แต่ผมไม่อยากจะเอ่ยถึงหรอกว่ามีสโมสรอะไรบ้าง”

บูวัช ยังแค้น คล็อปป์

สำหรับ “เซลจ์โก บูวัช” วัย 59 ปี ร่วมงานกับ “เจอร์เก้นน์ คล็อปป์

                มาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยที่อยู่ ไมนซ์, ดอร์ทมุนด์ มาจนถึง ลิเวอร์พูล เป็นระยะเวลา 17 ปีด้วยกันที่ทั้งคู่ร่วมงานกันและ เซลจ์โก บูวัชได้รับฉายาว่า “เดอะ เบรน” เพราะคอยดูแลเรื่องต่างๆ และแนะนำเสนอแผนการเล่นมากมาย แต่แล้วเมื่อเดือนเมษายน ปี 2018 ทั้งคู่ได้ยุติความสัมพันธ์ลง โดยที่ไม่มีใครทราบว่าเหตุผลที่แท้จริงมาจากอะไร

                หลังจากนั้น เซลจ์โก บูวัชได้เดินทางไปร่วมงานกับ ไดนาโม มอสโกว ในฐานะผู้อำนวยการกีฬา ส่วน เจอร์เก้นน์ คล็อปป์ ได้แต่งตั้งผู้ช่วยขึ้นมาใหม่และหวยไปออกที่ เปปิน ลินเดอร์ส ชาวเนเธอร์แลนด์ เข้ามารับหน้าที่แทน ซึ่งประวัติฝีไม้ลายมือของโค้ชผู้นี้ก็ไม่ธรรมดาเคยผ่านงานในศูนย์ฝึกนักเตะเยาวชนของ เอฟซี ปอร์โต มา 7 ปี และของ พีเอาวี ไฮนด์โอเฟ่น อีก 5 ปีด้วยกัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ฟูแล่ม ทีมน้องใหม่ พรีเมียร์ลีก ที่แพ้รวดมา 4 นัดในฤดูกาลนี้ ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ได้คว้าตัว รูเบน ลอฟตัส ชีค กองกลางของสโมสร เชลซี มาร่วมทีม โดยจะเซ็นต์สัญญายืมตัว เป็นระยะเวลา 1 ฤดูกาล โดยไม่มีออปชั่นซื้อขาด

รูเบน ลอฟตัส ชีค ไปฟูแล่ม

รูเบน ลอฟตัส ชีค” ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ ไม่มีพื้นที่ว่างในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

ภายใต้การคุมทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด โดยในตำแหน่งเดียวกันมีทั้ง ไค ฮาเวิร์ต ดาวดังทีมชาติเยอรมัน และ เมสัน เมาท์ ขวางทางอยู่ ทางฝั่ง ฟูแล่ม ที่สถานการณ์กำลังแย่อย่างหนัก หลังจาก 4 นัดแรก ไม่สามารถเก็บคะแนนได้เลย จึงอาศัยจังหวะดังกล่าวอาสาเก็บเลเวลให้กับ ลอฟตัส ชีค ซึ่งทาง ฟูแล่ม สามารถการันตีตัวจริงให้กับนักเตะได้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่นักเตะ และสโมสรต้นสังกัดจริงต้องการ ซึ่งทาง ลอฟตัส ชีค ได้กล่าวว่า “ผมอยากจะบอกว่าผมยินดีที่ได้ย้ายมาเล่นกับ ฟูแล่ม ถึงแม้จะเป็นการย้ายมาอยู่กับทีมบ้านใกล้เรือนเคียงก็ตาม หวังว่าแฟนบอลคงเข้าใจ ผมได้มีโอกาสดู ฟูแล่ม อยู่บ้าง แนวทางการเล่นก็น่าสนใจดี และผมคิดว่า ผมจะกลับมาปังอีกครั้งกับสโมสรแห่งนี้ เป้าหมายหลักของผมคือการได้ลงสนาม และช่วยทีมเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุด”

รูเบน ลอฟตัส ชีคอยู่กับทีมเยาวชนของสโมสร เชลซี มาตั้งแต่ปี 2004 ถูกดันขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ ในปี 2014 ปัจจุบันได้ลงสนามให้ทีมสิงห์บลู 82 นัด ยิงได้ 12 ประตู ผลงานที่ดีที่สุดคือ การได้ลงสนาม 40 นัด ยิงได้ 10 ประตู ในฤดูกาล 2018/2019 ซึ่งในฤดูกาลนั้น เชลซี ได้แชมป์ยูโรป้าลีก ติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ 10 นัด ประเดิมสนามในนามทีมชาตินัดแรกในเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 ในเกมที่ทีมชาติอังกฤษ เสมอกับ ทีมชาติเยอรมัน 0-0 ในฟุตบอลนัดอุ่นเครื่อง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือใหญ่ของทีมไก่เดือยทอง ได้ออกโรงมาสวนกลับกุนซือใหญ่ทีมชาติอังกฤษ แกเร็ธ เซาธ์เกต หลังจากที่นายใหญ่ทั้งสองเปิดสงครามสาดน้ำลายกันเรื่องการใช้งานนักเตะฝีเท้าดี แฮร์รี่ เคน โดยทางกุนซือชาวโปรตุเกสย้ำว่าจนกว่าจะจบฤดูกาลนี้ตนจะไม่ยอมใช้งานนักเตะรวมถึงเกมการแข่งขันอุ่นเครื่อง ทั้งนี้เพื่อรักษาสภาพร่างกายนักเตะให้มีความพร้อมในการลุยศึกใหญ่มากที่สุด 

สวนยับโค้ชสิงโตคำรามเหตุใช้ “เคน” อ่วม

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือใหญ่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรระดับยักษ์ใหญ่แห่งวงการพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่าหลังจากนี้ตัวเขาจะไม่ยอมใช้งานนักเตะคนสำคัญของทีมให้ลงสนามอีกเพื่อที่ต้องการจะรักษาความฟิตและป้องกันอาการบาดเจ็บของนักเตะ แตกต่างจากกุนซือใหญ่ของสิงโตคำรามที่เรียกใช้งานนักเตะแบบไม่มีลิมิตโดยไม่คิดถึงสภาพนักเตะกำลังกายจะรับไหวหรือไม่จนเกิดเป็นสงครามน้ำลายระหว่าง 2 ผู้จัดการทีมคนดัง สำหรับการแข่งขันในศึก ยูโร 2020 ในปีนี้ได้มีการเลือกกำหนดการจัดการแข่งขันไปในปี 2021 

สวนยับโค้ชสิงโตคำรามเหตุใช้ “เคน” อ่วม

เคน” เป็นนักเตะคนสำคัญของเราทุกเกม

เคน เป็นนักเตะคนสำคัญของเราทุกเกมการแข่งขันแน่นอนว่าเราอยากที่จะมีเขาอยู่ในสนาม แต่เราเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องร่างกายและความฟิตพร้อมของนักเตะเราไม่ต้องการให้นักเตะคนใดคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บอยู่แล้ว เพราะมันส่งผลต่อการเล่นเกมระยะยาวไม่ว่าจะเป็นในรอบแบ่งกลุ่มหรือการแข่งขันเกมอุ่นเครื่องที่รออยู่ผมไม่ต้องการให้เขาเสี่ยงลงสนาม ซึ่งแตกต่างจากทางกุนซือทีมชาติของเขาโดยส่วนตัวแล้วผมค่อนข้างสนิทกับผู้ช่วยของเขานะ เรารู้หน้าที่อยู่แล้วว่าควรปฏิบัติตัวต่อนักเตะอย่างไรหากเปรียบเทียบการใช้งานผมว่าเขาเรียกใช้งานนักเตะมากกว่าผมอีกนะ” โชเซ่ มูรินโญ่

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ต้องยอมรับเลยว่าในปัจจุบันพลพรรคปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทัพของ โอเล่ห์ กุนนาร์ โซลชา ไม่ได้เป็นสโมสรยักษ์ใหญ่ของโลกอีกต่อไปแล้ว แม้ว่าผลงานนอกสนามของเขาจะยอดเยี่ยม เป็นสโมสรที่มีแฟนบอลให้การสนับสนุน รวมถึงเป็นสโมสรที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่ถ้าหากหันไปมองผลงานในสนาม ก็จะเห็นเลยว่าพวกเขาล้มเหลวอย่างแท้จริง และนี่คือ 3 สิ่งสำคัญที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นจะที่จะต้องทำ ถ้าหากพวกเขาหวังจะกลับไปยิ่งใหญ่อีกครั้งเหมือนในอดีต แต่ต้องจะทำอย่างไรนั้น เราไปหาคำตอบพร้อมๆกันได้เลยครับ

3 สิ่งสำคัญที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นจะที่จะต้องทำ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ปล่อยนักเตะที่ไม่จำเป็นออกไปจากทีม – จะว่าไปแล้วแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือเป็นทีมที่มีขุมกำลังนักเตะให้เลือกใช้ค่อนข้างมาก ซึ่งปริมาณนักเตะของพวกเขาสามารถสลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันได้แบบสบายๆ แต่ถ้าหากลองพิจารณาให้ลึกลงไปแล้ว ก็จะเห็นเลยว่าประสิทธิภาพของนักเตะของพวกเขานั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินเอามากๆ หลายคนคือนักเตะที่ไม่จำเป็นกับทีม

ไม่ว่าจะเป็น อันเดรียส เปเรย์รา , เจสซี ลินการ์ด , ฟิล โจนส์ , ดิโอโก้ ดาโลต์ , โอเดียน อิกาโล , ลี แกรนท์ , เซร์คิโอ้ โรเมโร่ แม้ว่าปล่อยนักเตะเหล่านี้ออกไป ทีมก็แทบจะไม่ได้รับผลกระทบเลยด้วยซ้ำ และที่สำคัญก็คือสโมสรจะลดภาระค่าใช้ภายในทีมไปได้มากเลยทีเดียว เพราะนักเตะเหล่านี้ล้วนมีค่าเหนื่อยที่สูงทั้งสิ้น

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หาปราการหลัง เข้ามายืนคู่กับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยอมลงทุนกว่า 80 ล้านปอนด์ เพื่อกระชากตัว แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ปราการหลังดีกรีทีมชาติอังกฤษ จากเลสเตอร์ ซิตี้ เข้ามาเป็นผู้บัญชาการเกมรับและกัปตันทีมของสโมสร แต่พวกเขากลับไม่ยอมลงทุนซื้อคู่ขาในตำแหน่งเกมรับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เข้ามาด้วย วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ

ดูเหมือนว่าจะไม่ดีพอกับเป็นยืนเป็นปราการหลังตัวจริงให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่วน เอริค ไบยี่ ก็บาดเจ็บบ่อยเหลือเกิน ขณะที่ คริส สมอลลิง และ ฟิล โจนส์ ก็ดูเหมือนว่ากำลังเตรียมที่จะย้ายออกจากสโมสรในเร็ววันนี้ และนั่นทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นเหลือเกินที่จะต้องคว้าตัวปราการหลังรายใหม่เข้ามาเสริมทัพ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หาแนวรุกเกรดเอ เข้ามาเสริมทัพ – สามประสานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดปัจจุบัน อย่าง เมสัน กรีนวู้ด , มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อองโตนี มาร์กซิยาล อาจจะทำประตูได้เยอะก็จริง แต่จริงหนึ่งที่พวกเขาทั้งสามคนยังขาดอยู่นั่นก็คือความสม่ำเสมอของฟอร์มการเล่นนั่นเอง โดยเฉพาะ เมสัน กรีนวู้ด และ อองโตนี มาร์กซิยาล

ที่โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อหันมองไปที่ตัวสำรองอย่าง แดเนียล เจมส์ หรือ โอเดียน อิกาโล่ ก็อาจจะหวังพึ่งพาอะไรไม่ได้มากนัก ดังนั้นหากพวกเขาหวังจะกลับมาทวงบัลลังก์ความสำเร็จคืน การคว้าตัวแนวรุกเกรดเอ เข้ามาเสริมทัพ คือสิ่งที่สมควรทำเป็นอย่างมาก

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                ในเกมคาราบาว คัพ รอบ 4 เมื่อคืนวันพุธที่ 30 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเอาชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ได้อย่างไม่ยากเย็นด้วยสกอร์ 3 – 0 ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ได้แบบไม่ยากเย็น โดยหนึ่งในนักเตะที่สร้างผลงานได้โดดเด่นเป็นอย่างมากคือ เอริก ไบยี่ ปราการหลังทีมชาติไอวอรี่ โสต์ ที่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเป็นนัดที่ 2 ในการแข่งขันรายการนี้

เปิดสถิติอันสุดยอดของ "เอริก ไบยี่"

โดยในนัดก่อนหน้านี้ที่เจอกับ ลูตัน ทาวน์ “เอริก ไบยี่” ที่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงก็สร้างผลงานได้อย่างดี

                ทั้งในเรื่องการจ่ายบอลหรือตัดบอลจนมีหลายฝ่ายอยากจะให้ เอริก ไบยี่ยืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวจริงคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แทนที่ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ที่ช่วงหลังฟอร์มเริ่มออกทะเล

และในเกมรอบที่ 4 เมื่อคืนวันพุธที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมาเอริก ไบยี่ก็สร้างผลงานที่สุดยอดออกมาอีกครั้งให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเข้าสร้างสถิติเป็นผู้เล่นที่เข้าปะทะได้สำเร็จถึง 100% เต็มจากการลงเล่นเป็นตัวจริงทั้ง 2 ในศึก คาราบาว คัพ

รวมถึงการที่เอริก ไบยี่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงทั้ง 2 นัด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บคลีนชีตได้ทั้ง 2 นัด สถิติต่อมาคือในทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีเพียงแค่ เฟร็ด กองกลางชาวบราซิลเลี่ยน คนเดียวเท่านั้นที่ตัดบอลได้มากกกว่าเอริก ไบยี่

เปิดสถิติอันสุดยอดของ "เอริก ไบยี่"

ในเกมนัดที่ผ่านมา ณ สนาม “เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม” ไม่มีนักเตะคนไหนที่ตัดบอลได้มากกว่า เอริก ไบยี่โดยตลอดทั้งเกมดาวเตะทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ตัดบอลไปทั้งหมด 3 ครั้งด้วยกัน รวมถึง เอริก ไบยี่ยังเป็น 1 ใน 3 นักเตะในเกมดังกล่าวที่สามารถบล็อกลูกยิงของฝั่งตรงข้ามได้ และสถิติสุดท้ายในเกมกับ ไบรท์ตัน

เมื่อคืนที่ผ่านมามีนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียง 3 คนเท่านั้นที่ผ่านเข้าเป้ามากกว่าเอริก ไบยี่ โดย ไบยี่ผ่านบอลเข้าเป้าถึง 90.7 % ส่วน 3 คนที่มีเปอร์เซ็นต์สูงกว่าคือ ฆวน มาต้า, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค และ ปอล ป็อกบา

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ตัดเกรดผู้เล่น ลิเวอร์พูล นัดเปิดซิงพ่ายแก่ อาร์เซ่น่อล 3-1 ไปดูสิว่ามีใครได้คะแนนเท่าไหร่กันบ้าง

ลิเวอร์พูล พ่าย อาร์เซนอล

อลิสซง เบ็คเกอร์ (8) : ลูกยิงของลากาแซต์แบบไม่เต็มข้อทำให้นายด่านชาวบราซิลต้องเสียประตูในจังหวะยิงตรงกรอบครั้งแรก แต่ในครึ่งหลังเห็นได้ชัดว่าเขาทำการบ้านมาเป็นอย่างดี จากจังหวะปักหลักยืนเซฟไม่หลงพุ่งไปตามจังหวะเหมือนปลายฤดูกาลที่แล้ว

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (8) : เกมรุกโชว์ฟอร์มได้ดี ทำแอสซิตส์ 1 ลูก รวมถึงมีส่วนกับการทำประตูที่ 3 ซึ่งเปิดเข้าไปแล้วถูกเคลียร์มาเข้าทางโชต้า แต่มีตำหนิในเรื่องการเช็คล้ำหน้าพลาดจนทีมเกือบเสียประตู  

โจ โกเมซ (8) : เล่นได้ดี ไม่มีจังหวะเข้าพรวด มีส่วนจังหวะเพรสซิ่งสูงและตัดบอลได้หลายหน

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ (8) : เล่นได้ตามมาตรฐาน ไม่ค่อยมีงานหนัก เนื่องจากมี โกเมซ เป็นตัวไล่บอลด่านแรก 

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน (8) : สกัดพลาดจนเสียประตูแรก แต่ก็ไถ่โทษด้วยการยิงประตูขึ้นนำ 2-1 นอกนั้นทำได้ดีในการประสานกับแนวรุกฝั่งซ้ายอย่าง มาเน่

ฟาบินโญ่ (8) : เก็บกวาดและคอยช่วยซ้อนบอลสวนกลับของคู่แข่งได้ดี ทำให้แนวรับไม่เหนื่อย  

ลิเวอร์พูล พ่าย อาร์เซนอล

จีนี่ ไวจ์นัลดุม (7) : เล่นได้ตามมาตรฐานของตัวเอง ทั้งการไล่บอลและต่อบอลกับเพื่อนร่วมทีมอย่างต่อเนื่อง

นาบี เกอิต้า (7) : เป็นกองกลางที่ยืนสูงชิด 3 แนวรุก จ่ายบอลได้ดี แต่ว่าในครึ่งหลังเหมือนโดนลักพาตัวไป จึงถูกเปลี่ยนตัวออก

โม ซาลาห์ (8) : จังหวะประตูตีเสมอ มีส่วนสำคัญต่อการได้ประตู จากการวิ่งฉีกหนีเทียร์นี่จนเสียหลัก นอกจากนี้ยังถอยตัวเองมาเชื่อมเกมให้บอลไหลลื่น รวมถึงช่วงท้ายเกมที่วิ่งตัดเข้าในและจ่ายให้ โชต้า ซึ่งหากเป็นประตู สามารถเป็นแอสซิตส์แห่งฤดูกาลได้เลย

บ๊อบบี้ ฟิร์มิโน่ (7) : เล่นได้ตามมาตรฐาน แต่ก็ไม่สามารถโชว์ในพื้นที่ของตัวเองได้

ซาดิโอ มาเน่ (8) : ต้นเกมเกือบยิงประตูให้ทีมขึ้นนำหากมีความเฉียบคมมากกว่านี้ แต่ก็มายิงประตูตีเสมอให้กับทีมได้ นอกนั้นก็ช่วยวิ่งไล่บอล รวมถึงพาเบเยริน กับ โฮลดิ้ง ท่องเที่ยวด้วยการวิ่งแข่งจนขาอ่อนแรง ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกไปพัก

ตัวเกรดตัวสำรอง ลิเวอร์พูล

เจมส์ มิลเนอร์ (7) : ส่งลงมาเพื่อให้เกมแดนกลางนิ่ง ซึ่งก็ทำได้ตามมาตรฐาน

ดิโอโก้ โชต้า (7) : ลงมา 10 นาทีกว่า มีโอกาสยิง 3 ครั้ง ซึ่งลูกที่ ซาลาห์จ่ายมานั้นควรนิ่งกว่านี้ แต่ก็แก้ตัวยิงประตูแรกได้ จากลูกโหม่งสกัดของคู่แข่ง  

ทาคุมิ มินามิโนะ : ไม่มีคะแนน เนื่องจากลงมาช่วงใกล้หมดเวลา

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับว่ารู้สึกผิดหสังเป็นอย่างมากที่ทีมพ่ายต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ขาดลอยคาบ้าน 2-5 แต่ยืนยันว่าจะหาทางแก้ไขเพื่อให้ทีมกลับมาแข็งแกร่งเช่นเดิม

โดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเทรนเนอร์ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าในฐานะรองแชมป์เก่าของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พ่ายแพ้เป็นเกมแรกของลีกในซีซั่น 2020-21 หลังเปิดสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม โดน เลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะไปได้แบบขาดลอย 2-5 ทั้งๆที่ได้ประตูออกนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกมจาก ริยาด มาห์เรซ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ถึงกระนั้น เจมี่ วาร์ดี้ ซัดแฮตทริก บวกกับ 2 ลูกของ เจมส์ แมดดิสัน และยูริ ตีเลม็องส์ ทำให้ “จิ้งจอกสยาม” บุกมาเก็บ 3 คะแนนแบบพลิกความคาดหมาย ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูงของตารางด้วยการมี 9 คะแนนจาก 9 เกม ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” มีเพียง 3 คะแนนจาก 2 นัด อยู่ในอันดับ 13 ของตาราง

นอกจากนั้นจากผลการแข่งขันดังกล่าวส่งผลให้เกิดสถิติย่ำแย่มากมายทั้งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับตัวของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าเอง ประกอบด้วย นี่เป็นเพียงครั้งที่ 2 ซึ่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่าคุมทีมแพ้ในกมเหย้าแรกของฤดูกาลในลีกตลอดอาชีพ, เป็นครั้งแรกจาก 438 เกมในสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสียถึง 5 ประตู, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เป็นทีมแรกที่เสียถึง 3 จุดโทษในเกมเดียว ตั้งแต่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส ในเดือนตุลาคม เมื่อปี 2014 และเป็นครั้งแรกจาก 686 เกมที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าคุมทีมแล้วเสียถึง 5 ประตู 

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

หลังการแข่งขันในเกมดังกล่าว “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกว่า

“ปัญหาก็คือเรากดดันตัวเองเกินไปในการพยายามทำประตูที่สอง และสาม หลังจากที่ได้ประตูแรกอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นเกม ซึ่งพวกเขาก็รอจังหวะที่จะเล่นจังหวะโต้กลับใส่เราอยู่แล้ว จริงๆเราเล่นกันได้ดีในครึ่งแรก และทำประตูได้ไว ทว่าพวกเขาตั้งรับลึกจริงๆ ขนาดที่ว่าตอนที่ เลสเตอร์ นำห่าง 5-2 แล้ว พวกเขาก็ยังปักหลักอยู่ในกรอบเขตโทษกันอย่างมากมาย”

“เรารู้ว่า เจมี่ วาร์ดี้ มีสไตล์การเล่นแบบวิ่งทะลุกองหลัง เช่นเดียวกับ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ซึ่งเราต้องจับตาเขาให้ดี ถึงกระนั้นเราเกิดความกังวลใจขึ้น และเราทำได้ไม่ดีเลยในการรับมือกับพวกเขา อย่างไรก็ตามผมจะพยายามแก้ไขสิ่งต่างๆที่เป็นจุดอ่อนในเกมนี้ และยืนยันว่าจะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน”

สำหรับเกมต่อไปของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโปรแกรมพบกับ เบิร์นลี่ย์ ในฟุตบอลคาราบาว คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้ายวันที่ 30 ก.ย.นี้  ก่อนจะบุกเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 3 ต.ค.

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก