เรอัล มาดริด ว่าที่แชมป์ลาลีก้า ฤดูกาล 2019/2020 เตรียมเสนอขาย ดานี่ เซบาญอส กองกลางดาวรุ่งของทีม ที่ตอนนี้เล่นแบบยืมตัวอยู่กับ อาร์เซน่อล โดยราชันชุดขาวตั้งค่าตัวเอาไว้ที่ราคา 25 ล้านยูโร

เซบาญอส

“ดานี่ เซบาญอส” โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม กับ อาร์เซน่อล

ดานี่ เซบาญอสดาวเตะวัย 23 ปี โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ อาร์เซน่อล แต่กับต้นสังกัดจริงอย่าง เรอัล มาดริด เขาไม่อาจเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงของทีมได้ เนื่องจากมี คาเซมิโร่

ดาวเตะทีมชาติบราซิล โทนี่ โครส ดาวเตะทีมชาติเยอรมัน รวมไปถึง ลูก้า โมดริช ดาวเตะทีมชาติโครเอเชีย  จับจองตำแหน่งเอาไว้  เรอัล มาดริด จึงจำเป็นจะต้องปล่อยตัวนักเตะออกจากทีม เพื่อไม่เป็นการขัดขวางพัฒนาการของนักเตะ 

และอีกเหตุผลก็คือตอนนี้พวกเขาต้องการหาเงินทุนเพื่อซื้อนักเตะใหม่เข้าสู่ทีม โดยเป้าหมายหลักตอนนี้คือ พอล ป็อกบา มิดฟิลด์คนดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่คาดว่าจะมีค่าตัวมากกว่า 120 ล้านปอนด์ เป็นอย่างต่ำ

เซบาญอส

ทางฝั่งของ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือของ อาร์เซน่อล ต้องการจะได้ตัว ดานี่ เซบาญอสให้ค้าแข้งอยู่กับทีมต่อไป แต่ก็ต้องประมูลแข่งกับ บาเลนเซีย และ เรอัล เบติส 2 ทีมดังจากลาลีก้า ที่พร้อมจะรับดาวเตะวัย 23 ปี ไปปั้นเกมในแดนกลางเช่นกัน

ดานี่ เซบาญอสย้ายจากสโมสร เรอัล เบติส มาอยู่กับ เรอัล มาดริด ในปี 2017 ด้วยค่าตัว 18 ล้านยูโร ภายใต้สัญญา 6 ปี โดยเขาได้ลงสนามให้ เรอัล มาดริด 56 นัดรวมทุกรายการ ยิงได้ 5 ประตู ในส่วนของฤดูกาล 2019/2020 ย้ายมาเล่นแบบยืมตัวกับ อาร์เซน่อล ลงสนาม 32 นัด ยิงได้ 2 ประตู ในส่วนของการเล่นในนามทีมชาติ เขาติดทีมชาติสเปนไปแล้ว 9 นัด ยิงได้ 1 ประตู

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, ข่าวโยกย้ายตัว

                ขึ้นชื่อว่านักฟุตบอลหลายๆคนต้องมีความใฝ่ฝันอยากจะรับใช้ทีมชาติด้วยกันทั้งนั้น แต่เส้นทางที่จะถึงฝั่งฝันนั้นช่างยากเย็นแสนเข็นซะเหลือเกิน แต่ก็ใช่ว่าจะมีไม่มีใครทำได้ ซึ่งการติดทีมชาตินั้นต้องมีทั้งฝีมือ และจังหวะในชีวิตที่ดีอีกด้วย ยิ่งเป็นตำแหน่งผู้รักษาประตูด้วยนั้นจะต้องใช้ฝีไม้ลายมือในระดับหนึ่ง ซึ่งนักเตะที่เราจะนำเสนอในวันนี้ มีชื่อว่า โจ ฮาร์ท อดีตมือ 1 ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้

และควบตำแหน่งดีกรีผู้รักษาประตู มือ 1 ทีมชาติอังกฤษ แต่ทว่าทำไม นักเตะที่มีฝีไม้ลายในระดับนี้ ถึงกลายเป็นนักเตะไร้สังกัด วันนี้เราจะมาดูสาเหตุว่าทำไม โจ ฮาร์ทถึงจุดตกต่ำของชีวิตในระดับนี้

โจ ฮาร์ท

“โจ ฮาร์ท” แจ้งเกิดกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้

                โจ ฮาร์ทแจ้งเกิดกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งก่อนหน้านั้น โจ ฮาร์ทก็เก็บสะสมประสบการณ์มาในระดับหนึ่ง โดย โจ ฮาร์ทได้แจ้งเกิดในยุคของ โรแบร์โต้ มันชินนี่ ซึ่งในฤดูกาล 2010-2011นั้น โจ ฮาร์ทได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งสิ้น 55 เกม เสียประตูเพียงแค่ 38 ประตู และเก็บคลีนชีทได้ถึง 18 นัด

นั่นส่งผลให้ต้นสังกัดอย่างเรือใบสีฟ้า คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครอง รวมถึงคว้าโควตา ไปเล่นบอลยุโรปอย่างโควตา แชมป์เปี้ยนลีก ด้วยการคว้าอันดับที่ 3 ของตารางพรีเมียร์ลีก ด้วยฟอร์มสุดสะเด่าร้อนแรงขนาดนี้ ทำให้ โจ ฮาร์ทได้ถุงมือทองคำมาครอง และสามารถยึดตำแหน่งผู้รักษาประตู มือ 1 ทีมชาติอังกฤษ ในที่สุด

โจ ฮาร์ท

                หลังจากนั้นฟอร์มของ โจ ฮาร์ทยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ และสามารถคว้าตำแหน่งถุงมือทองคำได้อีกครั้งหนึ่ง และโจ ฮาร์ท ยังสามารถสร้างสถิติส่วนตัวของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้ง

ถึงแม้ว่าในฤดูกาล 2012-2013 สโมสรแมนเชสเตอรื ซิตี้ จะไม่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ แต่ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมทั้งในนามสโมสร และในนามทีมชาติ

โดย โจ ฮาร์ทยังคงรักษาตำแหน่งผู้รักษาประตู มือ 1 ทีมชาติอังกฤษ ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ โจ ฮาร์ทคว้าถุงมือทองคำมาครอบครองเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นการได้รางวัลถุงมือทองคำติดต่อกัน 3 ปีซ้อน

โจ ฮาร์ท

                แต่แล้วฝันของ โจ ฮาร์ทก็ต้องสลายลง เมื่อชายที่ชื่อ เป็ป กวาดิโอล่า ก้าวเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีม โดย เป็ป กวาดิโอล่านั้น ไม่ส่ง โจ ฮาร์ทลงสนามแม้แต่นัดเดียว และปล่อยให้สโมสรอื่นยืมตัวจนทำให้ฟอร์มการเล่นของ โจ ฮาร์ทแย่ลงเรื่อยๆ

จนไม่มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษในที่สุด โดย เป็ป กวาดิโอล่า ให้เหตุผลว่า โจ ฮาร์ทไม่สามารถใช้เท้าเล่นบอลได้ดีเท่าที่ควร ทำให้ไม่อยู่ในแผนการทำทีม ซึ่งข่าวคราวล่าสุดของอดีตผู้รักษาประตู มือ 1 ทีมชาติอังกฤษ รายนี้ คือเขาได้กลายเป็นนักเตะไร้สังกัดไปแล้ว

เนื่องจากสโมสรที่เป็นต้นสังกัดของ โจ ฮาร์ทอย่าง เบิร์นลี่ ได้ทำการยกเลิกสัญญากับ โจ ฮาร์ทเนื่องจากเผชิญกับวิกฤตการเงินจากการระบาดของไวรัสโควิด 19 นั่นเอง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

                เป็นอีกเมตส์ที่น่าจับตามองของผู้คนทั่วโลกอย่างนับไม่ถ้วน ที่รอคอยการแข่งขันของ เรอัล มาดริด ที่มีลุ้นว่าอาจจะได้คว้าแชมป์ในศึก ลา ลีกา สเปน ซึ่งคราวนี้ต้องเจอกับทีมสุดแข็งอย่าง กรานาด้า ที่ได้เป็นเจ้าถิ่นในศึกครั้งนี้อีกด้วย

โดยทางทีมเยือนก็ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวยกทัพเต็มกำลังเตรียมตัวเก็บคะแนนในเมตสืนี้ไปให้ได้ ส่วนทางเจ้าบ้านเองก็มีดีไม่แพ้กันได้นักเตะที่พ้นโทษแบนกลับมาเสริมความแข็งแกร่งให้ทีมได้เป็นยังดี นับว่าเป็นการแข่งขันที่พลาดไม่ได้เลย

เรอัล มาดริด

รายละเอียดการแข่งขัน “เรอัล มาดริด” กับ กรานาด้า

            เมื่อการแข่งขันใกล้เริ่มขึ้นอีกไม่นานระหว่าง เรอัล มาดริด ที่รับบทเป็นทีมเยือนในครั้งนี้ กับทีมเจ้าบ้านอย่าง กรานาด้า เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นดูเหมือนว่าเจ้าบ้านจะยังไม่ค่อยโชว์ฟอร์มออกมาให้เห็นสักเท่าไหร่ ผิดกับทีมเยือนที่กระหน่ำบุกอย่างไม่หยุดหย่อน

จนได้ประตูแรกมาครองสำเร็จจากนาทีที่ 10 ซึ่งเริ่มเกมมาเหงื่อยังไม่ทันได้ออก จังหวะที่บอลหลุดไปถึง แฟร์กล็องด์ เมนดี้ เลี้ยงลูกหลุดเดี่ยวไม่รอช้าตีไข่แตกไปได้อย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันได้พักหายใจของทีมเจ้าบ้านก็โดนเพิ่มเข้าไปอีกลูกหนึ่งอย่างทันทีในนาทีที่ 16 คาริม เบนเซม่า ได้จังหวะครองบอลยาวมาจากมุมซ้ายของสนามทะลุกองหลังยิงทะลุมือผู้รักษาประตูไปได้ 2-0 หมดครึ่งแรกไปได้อย่างสวยงาม

เมื่อช่วงหลังเริ่มขึ้น เจ้าบ้านก็ได้เริ่มมีการตอบโต้คือบ้างจากการทำประตูของ ดาร์วิน มาชีส ในนาทีที่ 50 ลุดผ่านกองหน้าไปได้จากการส่งบอลของ ยานเกล เอร์เรร่า ยิงเข้าประตูไปได้อย่างหวุดหวิดตีตื้นมาได้ 2-1 ประตู จนจบการแข่งขันในที่สุด เรอัล มาดริด คว้าแชมป์กลับบ้านไป

เรอัล มาดริด

สรุปหลังการแข่งขัน

            เรอัล มาดริด ได้คว้า 3 แต้มมาจากการแข่งขันในครั้งนี้ ทำให้มีผลคะแนนรวมอยู่ที่ 83 คะแนนเข้าสู่รอบชิงแชมป์ในศึก ลา ลีกา สเปน ซึ่งยังคงตัวเอาใจช่วยต่อไป ส่วนทีมเจ้าบ้านก็ต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, ลาลีกา

เจอร์เก้น คล็อปป์ เฮดโค้ช ลิเวอร์พูล เผยว่าตนเองจะลาตำแหน่งกุนซือของ “หงส์แดง” ในอีก 4 ปีข้างหน้าหรือปี 2024 ซึ่งเป็นช่วงเสลาที่หมดสัญญาในถิ่น แอนฟิลด์ พอดี

สำหรับ คล็อปป์เข้ามารับหน้าที่คุมทัพ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2015 หลังลาตำแหน่งเทรนเนอร์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเจ้าตัวก็ช่วยให้ “หงส์แดง” ประสบความสำเร็จมากมายโดยเฉพาะในช่วง 2 ซีซั่นหลัง เริ่มจากเมื่อฤดูกาล 2018-19 ที่เจ้าตัวพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 6 ของสโมสร

คล็อปป์

ขณะที่ในฤดูกาลนี้ คล็อปป์ก็พา ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าทริปเปิลแชมป์มาครองอย่างยิ่งใหญ่ นั่นก็คือ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยเฉพาะแชมป์พรีเมียร์ลีก หรือแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษที่ถือเป็นถ้วยซึ่งแฟนๆ “เดอะ ค็อป” รอมานานกว่า 30 ปี

จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นทำให้คล็อปป์ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ติดอันดับท็อป 5 ของโลกในปัจจุบัน ซึ่ง ลิเวอร์พูล ก็ได้ตอบแทนผลงานด้วยการขยายสัญญากับกุนซือชาวเยอรมันไปถึงปี 2024 เป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตามคล็อปป์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ที่ทำให้แฟนๆของ ลิเวอร์พูล ต้องหวั่นใจ หลังเจ้าตัวได้ออกมากล่าวถึงวันที่ตนเองจะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ กับ “SWR Sport” หนังสือพิมพ์ในเยอรมันว่า “แน่นอนผมจะกลับไปที่เยอรมันหลังจากจบอาชีพการคุมทีม และทางที่เป็นไปได้มากที่สุดคือกลับไปอยู่ที่เมือง ไมนซ์”

คล็อปป์

ถึงกระนั้นคล็อปป์ให้คำมั่นว่าจะอยู่คุมทีม ลิเวอร์พูล ไปจนถึงหมดสัญญาอย่างแน่นอน “ผมจะอยู่กับ ลิเวอร์พูล ไปอีก 4 ปี ถ้าพวกเขาไม่ปลดผมออกจากตำแหน่งเสียก่อน”

คล็อปป์” อาจจะหันไปรับงานคุมทีมชาติเยอรมัน

โดยที่ผ่านมามีข่าวว่าหลังจากหมดสัญญา นั้นคล็อปป์อาจจะหันไปรับงานคุมทีมชาติเยอรมันต่อไป ทว่าหากย้อนไปเมื่อปี 2019 เจ้าตัวเคยเผยกับนิตยสาร “Kicker” ถึงอนาคตของตนเองว่า “ผมเป็นคนที่มีพลังงาน แต่ผมมีปัญหาหนึ่งที่สำคัญ คือ ผมไม่สามารถทำอะไรแบบครึ่งๆกลางๆได้

ดังนั้นมี 2 ทางเลือก นั่นก็คือ ทุ่มเททำทุกอย่าง กับไม่ทำอะไรเลย ซึ่งถ้าหากว่าผมตัดสินใจที่จะไม่ทำอะไรเลยนั้น ผมจะหยุดพักจากวงการฟุตบอลเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี และหลังจากการหยุดพัก ผมก็ต้องตัดสินใจอีกครั้งว่าผมจะกลับมาทำงานหรือไม่ แต่ผมก็มั่นใจว่าพลังงานของผมจะกลับมา และพร้อมจะทำหน้าที่อีกครั้ง”

ทั้งนี้คล็อปป์ยังมีสิทธิ์พา ลิเวอร์พูล ทำสถิติเป็นแชมป์ลีกที่สามารถเก็บแต้มได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์หากพวกเขาเก็บชัยได้ในอีก 3 เกมที่เหลือของซีซั่นซึ่งจะพบกับ อาร์เซน่อล, เชลซี และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

สถานการณ์ลุ้นโควตาฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียนลีก เข้มข้นขึ้นมาทุกขณะ หลังจากเชลซี ทีมอันดับที่ 3 พลาดท่าบุกไปพ่ายให้กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 0-3 ทำให้ตอนนี้ เชลซี ลงสนามไปแล้ว 35 นัด มี 60 คะแนน ทิ้งห่างอันดับที่4 เลสเตอร์ ซิตี้ 1 คะแนน และนำหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 คะแนน แต่แข่งมากกว่า 1 นัด

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เล่นในสนาม บรามอล เลนน์ ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ประจำวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด เล่นในสนาม บรามอล เลนน์ ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี  โดยนัดนี้เจ้าบ้าน มาในระบบ 3-5-2 วาง ดีน เฮนเดอร์สัน เฝ้าเสา ทีเด็ดคู่หน้าให้ โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ จับคู่กับ เดวิด แม็คโกรดิค ทางฝั่งทีมเยือนมาในระบบ 4-3-3 วางเกป้า เป็นผู้รักษาประตู แนวรับคุมเกมโดย เซซา อัชปิลิกูเอต้า แดนกลางนำทัพโดย เมสัน เมาท์ และ จอร์จิญโญ่ ขณะที่ 3 ประสานในแดนหน้าวาง วิลเลี่ยน ,คริสเตียน พูลิซิซ และ แทมมี่ อับบราฮัม

นาที 18 จอร์จ บัลด็อค เก็บบอลได้ทางฝั่งขวา โยกหนี เมสัน เมาท์ ก่อนจะเปิดไปที่เสาสอง โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ ได้วอลเลย์แต่ไปติดกอหลัง เชลซี เกป้า ยังไวปัดเอาไว้ได้ทัน แต่ เดวิค แม็คโกรดิค อยู่ใกล้ๆบอลซ้ำดาบสองเข้าไปไม่เหลือ ส่งให้เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0

นาที 33 เอ็นดา สตีเวนส์ ครองบอลที่ฝั่งซ้าย ก่อนจะหาจังหวะทำชิ่งกับ เบน ออสบอร์น หลุดไปถึงเส้นหลัง ก่อนจะเปิดไปที่เสาแรก และเป็น โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ ขึ้นโหม่งคนเดียวที่เสาแรก บอลพุ่งเสียบเสาแรกแบบ เกป้า ไม่ต้องขยับ ส่งให้เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หนีห่างไปเป็น 2-0

นาที 77 เกมสวนกลับของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เดวิด แม็คโกลดริก พาบอลขึ้นมาเอง ก่อนจะไหลออกขวาไปให้ ลีส มุสเซ็ต ที่วิ่งประคองตามมา มุสเซ็ต เปิดเร็วไปหน้าประตู รูดิเกอร์ สกัดเอาไว้ได้ แต่บอลยังไม่พ้นอันตราย เดวิค แม็คโกรดิค ได้ซัดจ่อๆหน้ากรอบ 6 หลาเป็นประตูไม่เหลือ ส่งเจ้าบ้านทิ้งขาด 3-0 และจบเกม 90 นาทีด้วยสกอร์นี้

ทำให้ผ่าน 35 นัดเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เก็บเพิ่มเป็น 54 คะแนน อยู่อันดับที่ 6 ตามหลังทีมอันดับที่ 4 เลสเตอร์ ซิตี้ 5 คะแนน ส่วน เชลซี ยังอยู่ที่ 3 มี 60 คะแนน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

สื่อสเปน เปิดเผยว่า บาร์เซโลน่า ไม่มีความต้องการที่จะได้ตัว เนย์มาร์ กองหน้าค่าตัวสถิติโลกของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง กลับมาร่วมทีมเป็นรอบที่สอง เพราะปัญหาด้านการเงิน

เนย์มาร์

สำหรับเนย์มาร์ ย้ายไปอยู่กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ตั้งแตปี 2017 ด้วยค่าตัวที่ถือว่าเป็นสถิติโลกมาจนถึงปัจจุบัน นั่นก็คือ 222 ล้านยูโร โดยเจ้าตัวก็เข้าไปเป็นกำลังหลักของ เปแอสเช ต้นสังกัดใหม่ร่วมกับ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ทันที หลังพาทีมประสบความสำเร็จมากมาย เช่น แชมป์ลีกเอิง ฝรั่งเศส 3 สมัย (2017–18, 2018–19 และ2019–20), แชมป์ เฟร้นช์ ลีก คัพ 1 สมัย (2017–18) และแชมป์เฟร้นช์ คัพ 1 สมัย (2017–18) เป็นต้น

ขณะที่ผลงานส่วนตัวเนย์มาร์ ทำไป 69 ประตูกับ 39 แอสซิสต์จากการลงสนาม 80 เกมรวมทุกรายการ ส่วนในซีซั่นนี้เขาทำไปแล้ว 18 ปรตูกับ 10 แอสซิสต์จากการลงสนาม 22 นัดรวมทุกรายการ

ถึงแม้ “เนย์มาร์” จะประสบความสำเร็จกับ เปแอสเช มากมาย

โดยถึงแม้ว่าเนย์มาร์ จะประสบความสำเร็จกับ เปแอสเช มากมาย รวมถึงเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีม ถึงกระนั้นมีรายงานอย่างต่อเนื่องว่าหัวหอกทีมชาติบราซิลรายนี้กลับไม่มีความสุขที่จะอยู่ในถิ่น ปาร์ค เดอ แพร็งส์ อีกต่อไป

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากที่เนย์มาร์ไม่สามารถปรับตัวกับการใช้ชีวิตที่ประเทศฝรั่งเศสได้ และอยากย้ายกลับไปเล่นกับ บาร์เซโลน่า เพื่อจะได้เคียงข้างในเกมรุกกับ หลุยส์ ซัวเรซ และลิโอเนล เมสซี่ อีกครั้ง

ขณะที่ทาง บาร์เซโลน่า หลังพวกเขาเสีย เนย์มาร์ ไป ผลงานของทีมก็ตกลงแบบชัดเจน เพราะตัวแทนที่ดึงตัวเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น อุสมาน เด็มเบเล่, ฟิลิฟเป้ คูตินโญ่ หรือ อองตวน กรีซมันน์ ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้เหมือนกับ เนย์มาร์

เนย์มาร์

โดย โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร บาร์เซโลน่า เคยออกมาเปรยว่า อยากได้ตัว เนย์มาร์กลับมาคืนถิ่นเป็นรอบที่ 2 และเคยได้มีการพูดคุยกับ เนย์มาร์ ซีเนียร์ คุณพ่อ และเอเย่นต์ส่วนตัวของเนย์มาร์ บ้างแล้ว

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ฟุตบอลต้องหยุดการแข่งขันเนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ข่าวลือระหว่าง เนย์มาร์กับ บาร์เซโลน่า ก็เงียบไป ซึ่งล่าสุด “มาร์ก้า” สื่อดังของแดนกระทิงดุ เปิดเผยว่า “เจ้าบุญทุ่ม” ถอดใจที่จะเซ็นสัญญากับเนย์มาร์ แล้ว เนื่องด้วยเหตุผลเรื่องสภาวะด้านการเงินที่มีปัญหาจากไวรัสโคโรน่า ทำให้ไม่มีทุนพอในการทุ่มซื้อนักเตะคนเดียวในระดับ 200 ล้านยูโร

ขณะที่อีกเหตุผลหนึ่งคือการที่พวกเขาวางตัว เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กองหน้า อินเตอร์ มิลาน ที่มีอายุ และค่าตัวที่น้อยกว่าเนย์มาร์ มาเสริมเกมบุกแทน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ระบุลูกทีมควรจะเป็นฝ่ายเก็บชัยเหนือ เบิร์นลี่ย์ ในเกมที่เสมอกัน 1-1 พร้อมชม ยิค โป๊ป ว่ามีฟอร์มที่น่าประทับใจ

ลิเวอร์พูล ของคล็อปป์ หยุดสถิติการชนะในลีกที่สนาม แอนฟิลด์ ติดต่อกันไว้ 24 เกม พร้อมหยุดสถิติชนะ 17 นัดติดต่อกันในบ้านฤดูกาลนี้ หลังล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พวกเขาทำได้แค่เสมอกับ เบิร์นลี่ย์ 1-1 แม้ว่าจะเป็นฝ่ายทำประตูได้ก่อน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน นาที 34 ทว่าถูกตามตีเสมอจาก เจย์ โรดริเกวซ นาที 69

คล็อปป์

ในเกมดังกล่าว “หงส์แดง” มีโอกาสยิงมากถึง 23 ครั้ง เข้ากรอบ 8 ครั้ง โดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีโอกาสยิงคนเดียว 6 ครั้ง แต่ได้มาเพียง 1 ประตู ขณะที่ เบิร์นลี่ย์ มโอกาสยิงเพียง 6 ครั้ง และได้ 1 ประตู

จากผลการแข่งขันนี้ส่งผลให้ลูกทีมของคล็อปป์ เก็บเพิ่มได้เป็น 93 คะแนนจาก 35 ครั้ง โดยเหลือการแข่งขันอีก 3 เกมของซีซั่น ซึ่งหากพวกเขาอยากทำลายสถิติการเป็นแชมป์โกยแต้มมากที่สุด ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำไว้ 100 คะแนนเมื่อปี 2017-18 พวกเขาต้องเก็บชัยให้ได้ทั้งหมด 3 เกมเท่านั้น

คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์ถึงฟอร์มในนัดที่ผ่านมา

หลังการแข่งขันคล็อปป์ กุนซือ “หงส์แดง” ให้สัมภาษณ์ถึงฟอร์มในนัดที่ผ่านมาว่า “ในหลายๆจังหวะที่ ลิเวอร์พูล เจอกับ นิค โป๊ป เขามักจะทำได้ดีมากๆ แต่เราควรจะทำประตูให้ได้มากกว่านี้ โดยเราทำทุกอย่างได้ถูกต้อง และเขา (โป๊ป) ก็เซฟได้มากมาย แต่ในท้ายที่สุดเราควรจะมีสกอร์มากกว่านี้

คล็อปป์

“เราไม่สามารถปิดเกมได้ และพวกเขาก็ได้ช่วงเวลาของตัวเองกลับมา ซึ่งมันรู้สึกเหมือนกับว่าเราแพ้ในเกมนี้มากกว่าเสมอ โดยเราควรจะต้องกลับไปดูการเล่นของเราให้ดีกว่านี้ แน่นอนเราโมโหกรรมการ (ที่ไม่ให้จุดโทษ) แต่อย่างไรก็ตามเราควรที่จะโทษตัวเองก่อนที่ไม่สามารถปิดเกมนี้ได้ โดยทีมทำได้ถูกต้อง 99% แต่ผมจะไม่หยุดตำหนิลูกทีมใน 1% ที่เหลือซึ่งพวกเขาผิดพลาด” คล็อปป์กล่าวปิดท้าย

ด้าน ฌอน ไดซ์ กุนซือ เบิร์นลี่ย์ กล่าวถึงเกมที่ผ่านมาว่า “เราตั้งเกมรรับได้ดี และ โป๊ป ผู้รักษาประตูของเราก็เซฟได้อย่างยอดเยี่ยม โดยจริงๆพวกเขาเป็นฝ่ายที่ทำได้ดี และเราไม่สามารถหยุดพวกเขาไว้ได้เลยในช่วงครึ่งแรก ทำให้ครึ่งหลังผมได้บอกกับลูกทีมว่าไม่ต้องกดดัน และเล่นไปตามธรรมชาติซึ่งส่งผลให้เรามีช่วงเวลาที่ดี และเกือบได้ 3 คะแนนจากทีมที่ระดับท็อปหลังการยิงไปชนคาน”

ทั้งนี้โปรแกรมต่อไป ลิเวอร์พูล จะพบกับ อาร์เซน่อล ที่สนาม เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม วันที่ 15 กรกฎาคมนี้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แนวรุกคนสำคัญของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วางเป้าหมายว่าตนเองอยากพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ 2 รายการที่เหลือของซีซั่นนี้อย่างเอฟเอ คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

โดนสเตอร์ลิ่ง เพิ่งทำผลงานได้อย่างสุดยอด หลังเหมาคนเดียว 3 ประตูในเกมที่ “เรือใบสีฟ้า” บุกชนะ ไบรท์ตัน 5-0 ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับมาเก็บชัยได้อีกครั้ง และมีเพิ่มเป็น 72 คะแนนจาก 35 เกม รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงต่อไป

สเตอร์ลิ่ง

และจากการทำแฮตทริกดังกล่าวส่งผลให้สเตอร์ลิ่ง ยิงไปแล้วถึง 27 เกมรวมทุกรายการในฤดูกาลนี้ซึ่งมากที่สุดในอาชีพค้าแข้ง ซึ่งแบ่งเป็นในลีกอย่างเดียว 17 ประตู และเป็น 4 ประตูจาก 6 เกมหลังสุด

นอกจากนั้นยังเป็นแฮตทริกที่ 4 ของ สเตอร์ลิ่ง กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมจาก ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2015-16 โดยเป็นรองเพียงแค่ เซร์คิโอ อเกวโร่ ซึ่งทำแฮตทริกได้มากที่สุดในทีม “เรือใบสีฟ้า” ที่ 9 ครั้ง

หลังเกม “สเตอร์ลิ่ง” ที่ได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมทช์

หลังเกมสเตอร์ลิ่ง ที่ได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมทช์ ในเกมที่ผ่านมาให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผมคือการทำประตูเหล่านี้เพื่อให้ทีมบรรลุเป้าหมายเพิ่ม โดยสุดท้ายหากเราสามารถคว้าแชมป์ได้ทั้ง เอฟเอ คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มันคงเป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ตามหากว่าเราทำไม่ได้การทำแฮตทริกรวมถึงประตูอื่นๆของผมมันคงจะไม่มีความหมายใดๆ”

สเตอร์ลิ่ง

นอกจากนั้นหลังเกมนี้ แกรมส์ ซูเนสส์ อดีตแข้งระดับตำนานของ ลิเวอร์พูล ได้กล่าวว่าสเตอร์ลิ่ง นั้นเป็นนักเตะที่ดีกว่า ซาดิโอ มาเน่ แนวรุกของ “หงส์แดง” โดยระบุ “ผมคิดว่าสเตอร์ลิ่ง ดีกว่า มาเน่ ตรงที่เขามีอายุน้อยกว่า และเขาก็อยู่ในระเดียวกับ มาเน่ แล้ว และเยังมีเวลาพัฒนาตัวเองอีกมากมาย อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่า มาเน่ ไม่เก่ง เพราะเขาคือผู้เล่นที่คล้ายกับนักรบ และเชื่อว่าทุกสโมสรต้องการตัวเขาไปร่วมทีม”

ส่วน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ระบุถึงผลงานของลูกทีมในเกมนี้ว่า “ผมพอใจกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเกมนี้ ไม่ว่าจะเป็นผลการแข่งขัน หรือระดับการเล่นที่เราสามารถไปถึงได้ โดยตอนนี้เราอยู่ในระดับที่ดี และพร้อมจะเล่นในช่สงสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก (อีก 3 เกม) รวมถึงรายการอื่นๆไม่ว่าจะเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และเอฟเอ คัพ”

“ส่วนความพ่ายแพ้ในเกมกับ เซาแธมป์ตัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้นตอนนี้เราลืมไปหมดแล้ว ทั้งๆที่เราก็เล่นได้ดีไม่ต่างกับเกมนี้แต่กลับไม่สามรรถทำประตูได้ ซึ่งฟุตบอลบางทีก็มีอะไรแปลกประหลาด”

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

สื่ออังกฤษ รายงาน เรอัล มาดริด บิ๊กทีมแห่งศึกลาลีก้า สเปน มีแผนที่จะคว้าตัว 2 ผู้เล่นดาวโรจน์สัญชาติฝรั่งเศสอย่าง คิลิยัน เอ็มบัปเป้ แนวรุก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และเอดูอาร์โด้ คามาวินก้า กองกลางตัวรับ แรนส์ มาเสริมแกร่งในปี 2021

โดยนักเตะในชุดปัจจุบันของเรอัล มาดริด นั้นมีแข้งหลายรายที่อายุเกินเลข 3 ไม่ว่าจะเป็น เซร์คิโอ รามอส, ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส, มาร์เซโล่ และคาริม เบนเซม่า ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาเหล่านี้เหลือเวลาการใช้งานได้อีกไม่นาน

เรอัล มาดริด

เป็นเหตุให้ “ราชันชุดขาว” เริ่มวางแผนที่จะเสริมทัพเพื่อสร้างทีมสำหรับอนาคต หรือ “กาลาติกอส” ยุคใหม่ร่วมกับเหล่าบรรดาผู้เล่นดาวรุ่งในขณะนี้ ทั้ง โรดริโก้, วินิซิอุส จูเนียร์, มาร์โก อเซนซิโอ้ และเฟรเดริโก้ บัลเบรเด้ เป็นต้น

เรอัล มาดริด” มีข่าวกับแข้งหลายราย

โดยที่ผ่านมาเรอัล มาดริด มีข่าวกับแข้งหลายราย โดยมี คิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้า ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีอายุเพียง 21 ปี แต่เจ้าตัวก็ประสบความสำเร็จในอาชีพค้าแข้งมาแล้วอย่างมากมายทั้งในสโมสรที่คว้าแชมป์ลีกร่วมกับทีม 3 สมัย  2017–18,2018–19 และ2019–20 เช่นเดียวกับในระดับทีมชาติที่เขาซิวแชมป์โลกร่วมกับฝรั่งเศสในปี 2018

กระทั่งล่าสุด “เมล์ ออนไลน์” สื่อดังของอังกฤษ รายงานโดยอ้างอิงจากสื่อสเปนหลายสำนักว่า เรอัล มาดริดได้วางแผนในการเสริมทีมล่วงหน้าเป็นที่เรียบร้อย โดยเล็งไปที่ 2 แข้งดาวรุ่งสัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งรายแรกก็คือ เอ็มบัปเป้ เพื่อจะให้เข้ามาเป็นแกนหลักในเกมรุกแทนที่ของ เบนเซม่า หัวหอกรุ่นพี่ล่วงหน้า

เรอัล มาดริด

ส่วนอีกคน คือ เอดูอาร์โด้ คามาวินก้า มิดฟิลด์ตัวรับ แรนส์ ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะมีอายุเพียง 17 ปี แต่ด้วยฟอร์ที่โดดเด่นเกินวัยส่งผลให้เจ้าตัวได้รับการผลักดันให้ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว โดยลงสนามไปทั้งหมด 7 เกม ส่วนฤดูกาลเขาลงสนามให้ทีมไปทั้งหมด 25 เกมรวมทุกรายการ

อย่างไรก็ตามการยื่นข้อเสนอสำหรับ 2 ดีลดังกล่าวนั้นจะไม่เกิดขึ้นหลังจบฤดูกาลนี้แต่อย่างใด เนื่องจากปัญหาด้านการเงินจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เรอัล มาดริด ยังมีเงินทุนไม่พอที่จะขยับดึงตัวผู้เล่นใหม่

โดย ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริดเตรียมจะโละผู้เล่นส่วนเกิน ทั้ง แกเร็ธ เบล, ฮาเมส โรดริเกวซ และลูก้า โยวิช เพื่อหาทุนในการเสริมแกร่งในครั้งนี้ ที่คาดว่าจะต้องใช้เงินกว่า 250 ล้านปอนด์เป็นอย่างน้อย

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงชม เมสัน กรีดวู้ด แนวรุกดาวรุ่งว่าเป็นผู้เล่นที่ทีมจะขาดไปไม่ได้ในขณะนี้ และเชื่อว่ามีอนาคตที่สดใสรออยู่

ชื่อของกรีดวู้ด วัย 18 ปี ได้รับการพูดถึงอย่างมากตั้งแต่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 กลับมาแข่งขันกันอีกครั้ง เนื่องจากเจ้าตัวระเบิดฟอร์มเก่งด้วยการยิงไปแล้ว 3 เกมติดต่อกันในลีก หลังล่าสุดกดเพิ่ม 1 ประตูในนัดที่บุกชนะ แอสตัน วิลล่า 3-0 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา

กรีดวู้ด

ส่งผลให้กรีดวู้ด ทำสถิติเป็นนักเตะซึ่งมีอายุ 18 ปีหรือต่ำกว่าซึ่งสามารถยิงในพรีเมียร์ลีก 3 เกมติดต่อกันเป็นคนที่ 4 ต่อจาก แดนนี่ คาร์มาดาเทรี่, ไมเคิ่ล โอเว่น และฟรานซิส เจฟเฟอร์ส รวมถึงเป็นผู้เล่น “ปีศาจแดง” ซึ่งอายุไม่ถึง 20 ปี คนที่ 2 ของสโมสรที่สามารถยิงเกมพรีเมียร์ลีก 3 นัดติดต่อกัน ต่อจาก เวย์น รูนี่ย์ เมื่อปี 2005

และจากผลงานที่โดดเด่นส่งผลให้มีข่าวว่า แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษ เตรียมเรียกตัวกรีดวู้ด ขึ้นมาเล่นในทีม “สิงโตคำราม” ชุดใหญ่เร็วๆนี้

กระทั่งหลังเกมที่ “ปีศาจแดง” ถล่ม แอสตัน วิลล่า 3-0 โซลชา ได้ระบุถึงฟอร์มของกรีดวู้ด ในช่วงที่ผ่านมาว่า “ผมได้ช่วยเหลือเขาบ้างในบางอย่าง แต่เขาต้องทำมันเองทั้งเรื่องการโชว์ฟอร์ในการฝึกซ้อม, ผลงานในสนาม รวมถึงการใช้ชีวิต ซึ่งมันขึ้นอยู่กับเขาว่าเขาจะไปได้ไกลแค่ไหน”

กรีดวู้ด

“กรีดวู้ด” เพิ่งอายุ 18 ปี และแน่นอนว่าเขาจะทำได้ดีกว่านี้

“โดยกรีดวู้ด เพิ่งอายุ 18 ปี และแน่นอนว่าเขาจะทำได้ดีกว่านี้อีก โดยเขาคือนักฟุตบอลที่เป็นธรรมชาติ และอยู่กับอคาเดมี่ของเรามาตั้งแต่สมัยเยาวชน ก่อนหน้านี้คุณพ่อของเขาได้โชว์รูปที่ผมถ่ายกับเขาตอนที่กรีดวู้ด มีอายุ 7 ขวบ โดยเขารู้ว่าทุกคนในทีมเชื่อในตัวเขา และคุณไม่สามารถที่จะปล่อยนักเตะคนนั้นๆออกจากทีมไปได้ หากเขาคือคนผลิตสกอร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งกรีดวู้ด ทำเช่นนั้น”

นอกจาก โซลชา แล้ว ดาบิด เด เคอา ผู้รักษา ประตู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ออกมาชื่นชมกรีดวู้ด ว่า “เขาคือผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม และเป็นมีการจบสกอร์ในระดับท็อป คุณไม่มีทางรู้เลยว่าจริงๆแล้วเขาถนัดเท้าซ้าย หรือเท้าขวา ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าประทับใจในการเห็นแข้งอายุน้อยยิงประตูที่สวยเหมือนในเกมที่ผ่านมา ซึ่งเราต้องใจเย็นกับเขาในช่วงหลังจากนี้ เพราะเขายังมีอายุน้อยอยู่”

สำหรับกรีดวู้ด ทำไปแล้ว 18 ประตูกับ 5 แอสซิสต์จากการลงสนาม 44 นัดรวมทุกรายการในฤดูกาลนี้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล