ขึ้นชื่อว่าเป็นนักฟุตบอลอาชีพแล้วแน่นอนว่ามันเป็นที่เท่แบบสุดๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นท่าทางในสนามที่ดูเป็นแมนอย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แถมยังมีรายการจากการลงเล่นอีกมหาศาลจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมนักฟุตบอลอาชีพส่วนมากจึงมีแฟนหน้าตาดีทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตามก็มีนักฟุตบอลจำนวนไม่น้อยที่เป็น นักฟุตบอลหน้าตาดี ด้วย ทำให้พวกเขามีสาวๆรวมถึงหนุ่มๆเป็นจำนวนมากหลงไหลในความเท่ และนี่ 3 คือนักฟุตบอลหน้าตาดีที่ได้รับการยกย่องว่าเท่ที่สุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ลูกหนังโลก

3 คือ นักฟุตบอลหน้าตาดี ที่ได้รับการยกย่องว่าเท่ที่สุด

นักฟุตบอลหน้าตาดี

          โยฮัน ครัฟฟ์ – ถือเป็นนักเตะระดับตำนานที่ลีลาพลิ้วไหวเป็นอย่างยิ่งและโด่งดังที่สุดในโลกในช่วงเวลานั้น เรียกได้ว่าสูสีกับเปเล่และฟรานช์ แบ็คเค่นเบาเออร์เลยทีเดียว แต่หากจะพูดถึงหน้าตา เสน่ห์ หรือความเท่แล้ว ต้องบอกได้เลยว่าโยฮัน ครัฟฟ์กินขาด เพราะเจ้าตัวถือเป็นนักฟุตบอลหน้าตาดี คนนึงในเวลานั้นเลยทีเดียว นอกจากหน้าตาที่หล่อเหลาแล้ว เจ้าตัวยังมีลีลากับตอบคำถามได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมักตอบคำถามเป็นคำตอบแนวปรัชญามีแนวทางชัดเจนในตัวเองอยู่เสมอ อีกทั้งเจ้าตัวยังมีความรู้ในเรื่องของฟุตบอลเป็นอย่างดีอีกด้วย

นักฟุตบอลหน้าตาดี

          เดวิด เบ็คแฮม – คงไม่พูดอะไรกันมากเลยสำหรับนักฟุตบอลหน้าตาดี อย่างเดวิด เบ็คแฮม เพราะเจ้าตัวเป็นซูเปอร์สตาร์ของวงการฟุตบอลตลอดกาลเลยก็ว่าได้ แม้ว่าจะแขวนสตั๊ดไปหลายปีแล้วแต่ในปัจจุบันก็คงมีผู้คนพูดถึงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งความดังของเจ้าตัวต้องบอกเลยว่าแม้แต่คนที่ไม่ได้ดูฟุตบอลก็ยังรู้จักเดวิด เบ็คแฮม แม้ว่าปัจจุบันอายุจะเริ่มเยอะขึ้นแล้ว แต่เจ้าตัวกลับยิ่งหล่อและเท่ขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีการวางตัวที่เนี๊ยบและเรียบหรูอย่างที่สุด ซึ่งในยุคสมัยหนึ่งเจ้าตัวเคยได้รับความนิยมถึงขนาดที่ไหนว่าตัดผมทรงอะไรคนทั้งโลกก็ตัดตามมาแล้ว

นักฟุตบอลหน้าตาดี

          อันเดร ปิร์โล่ – และนักฟุตบอลหน้าตาดี ที่ได้รับการยกย่องว่าเท่ที่สุดตลอดกาลของเราก็คือ อันเดร ปิร์โล่ นั่นเอง โดยเจ้าตัวถือเป็นนักฟุตบอลที่ค่อนข้างจะไม่เหมือนใครนั่นก็เพราะว่าวัยเด็กของเขาไม่ได้ลำบากหรือเติบโตในสลัมเหมือนกับนักฟุตบอลคนอื่น แต่เขาเป็นถึงลูกของมหาเศรษฐีเลยทีเดียว ดังนั้นทุกการแสดงออกในสนามของเจ้าตัวจึงต้องเนี้ยบ หรู เท่ และมีความศิลปินอยู่ในตัวอยู่เสมอ โดยหลังจากแขวนสตั๊ดอันเดร ปิร์โล่ ได้นำเงินมาเปิดโรงงานไวน์ของตัวเอง และศึกษาเรื่องไวน์อย่างจริงจังจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องดังกล่าวไปแล้ว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

          จากความผิดพลาดที่ในเกมล่าสุดของดาบิด เดเคอา ทำให้แฟนบอล ปีศาจแดง บางกลุ่มเริ่มเรียกร้องให้กุนซืออย่างโอเล่ห์ กุนนาร์ โซลซา ดึงตัว ดีน เฮนเดอร์สัน นายทวารสัญชาติอังกฤษที่เป็นเด็กปั้นของสโมสรเข้ามายึดมือ 1 แทนผู้รักษาประตูสายเลือดกระทิงดุ หลังจากเจ้าตัวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับเชฟชิลด์ ยูไนเต็ดในสัญญายืมตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอง ก็เคยมีนายทวารเลือดผู้ดีอยู่กับทีมเช่นกัน และวันนี้เราจะพาทุกท่านไปส่องชีวิตของ 3 ผู้รักษาประตูเหล่านั้นกันครับว่าเป็นอย่างไรบ้างในปัจจุบัน

3 ผู้รักษาประตูเลือดผู้ดีที่ ปีศาจแดง เคยมี

ปีศาจแดง - เคยมีผู้รักษาประตู

          ทอม ฮีตัน – นายทวารรายนี้เข้ามาอยู่กับทีมเยาวชนของทัพปีศาจแดงตั้งแต่ปี 2002 ก่อนที่จะได้รับโอกาสเป็นมือ 1 ทันทีในชุดเยาวชน และสามารถก้าวขึ้นมายึดมือ 1 ในทีมสำรองของทีมได้สำเร็จ ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวทอม ฮีตัน ได้รับการคาดหมายว่าจะขึ้นมาเป็นมือ 1 ของทีมชุดใหญ่ได้เช่นเดียวกับ ดีน เฮนเดอร์สัน ในเวลานี้ แต่สุดท้ายทอม ฮีตัน ก็ไม่เคยลงเฝ้าเสาให้กับทัพปีศาจแดชุดใหญ่เลยแม้แต่นัดเดียว ก่อนจะพเนจรไปหลายสโมสรและสามารถแจ้งเกิดกับเบิร์นลีย์ได้สำเร็จ จนถึงขนาดก้าวไปติดทีมชาติอังกฤษเลยทีเดียว ปัจจุบันเจ้าตัวมีอายุ 33 ปี กำลังค้าแข้งอยู่กับแอสตัน วิลล่า

ปีศาจแดง - เคยมีผู้รักษาประตู

          เบน อามอส – เบน อามอส ย้ายเข้ามาอยู่กับทีมเยาวชนของสโมสรแมนยูตั้งแต่อายุเพียง 11 ปีเท่านั้น และยึดมือ 1 ของทีมทุกระดับตั้งแต่ชุดเยาวชนยันชุดสำรองของสโมสร ก่อนจะได้ลงเล่นในเกมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2008-2009 ในศึกเอฟเอคัพ ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นเจ้าตัวจะได้รับโอกาสให้ลงเฝ้าเสาบ้างเป็นบางนัดก็ตาม ซึ่งช่วงนั้นเจ้าตัวถูกปล่อยยืมตัวให้กับหลายสโมสรเช่นเดียวกับ ดีน เฮนเดอร์สัน ในเวลานี้ แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัวไม่สามารถยึดตัวหลักได้เลยแม้แต่สโมสรเดียว โดยล่าสุดนายทวารวัย 30 ปีรายนี้กำลังค้าแข้งให้กับชาร์ลตัน แอธเลนติกในฐานะอะไหล่ของทีม

ปีศาจแดง - เคยมีผู้รักษาประตู

           แซม จอห์นสโตน – นายทวารจากทัพปีศาจแดงอีกคนที่อยู่กับสโมสรมาตั้งแต่ฤดูกาล 2010-2011 และได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาให้กับทีมหลายนัดในศึกฟุตบอลถ้วย รวมถึงเคยมีชื่อเป็นผู้รักษาประตูตัวสำรองบ่อยครั้งในเกมพรีเมียร์ลีก แต่จนแล้วจนรอดนายทวารรายนี้ก็ไม่สามารถยึดมือ 1 ของสโมสรได้และต้องถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นให้กับหลายสโมสร สุดท้ายกลายเป็นเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ที่เข้ามาซื้อตัวไปร่วมทัพด้วยค่าตัว 8.5 ล้านปอนด์ ซึ่งที่นี่แซม จอห์นสโตนสามารถยึดมือ 1 ของทีมได้ทันที และทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเสียด้วยมีโอกาสสูงอย่างที่จะพาทีมเลื่อชั้นกลับขึ้นมาในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่ ดีน เฮนเดอร์สัน เคยทำได้ทัพดาบคู่เมื่อฤดูกาลก่อน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

          ถึงแม้ว่าผลงานในช่วงหลังของกุนซือเจ้าของฉายา เดอะ สเปเชี่ยล วัน โจเซ่ มูริญโญ่ อาจจะดูดรอปลงไปบ้าง แต่อย่างไรก็ตามอีกสิ่งหนึ่งเลยที่ถือเป็นความสามารถอันโดดเด่นของกุนซือชาวโปรตุเกสรายนี้นั่นก็คือความสามารถในการใช้จิตวิทยากับคู่แข่งรวมถึงนักเตะภายในทีมเพื่อให้สามารถพัฒนาฟอร์มการเล่นของตนเองให้ดีขึ้นได้นั่นเอง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาโจเซ่ มูริญโญ่ ก็เคยด่าลูกทีมไปไม่น้อยเลยทีเดียว และนี่คือตัวอย่างของ 3 นักเตะที่โดนกุนซือเดอะ สเปเชี่ยล วัน รายนี้ด่าจนได้ดี

3 นักเตะที่โดนกุนซือเดอะ “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” ด่ามีใครกันบ้าง

เดอะ สเปเชี่ยล วัน

          วิตอร์ บาย่า – กุนซือเดอะ สเปเชี่ยล วันเริ่มต้นอาชีพกุนซือกับเอฟซี ปอร์โต้ สโมสรยักษ์ใหญ่ในบ้านเกิดด้วยวัยเพียง 38 ปีเท่านั้น และความที่ยังหนุ่มและไม่ยอมใครง่ายๆทำให้เจ้าตัวมีปัญหากับผู้รักษาประตูตัวหลักของทีมอย่าง วิตอร์ บาย่า ถึงขนาดสั่งห้ามร่วมกิจกรรมทุกอย่างของทีมเป็นเวลาถึง 1 เดือนเลยทีเดียว แทนที่วิตอร์ บาย่า จะหมดอนาคตกับสโมสร หลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าตัวกลับมายึดตำแหน่งมือ 1 คืนได้สำเร็จและโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น พร้อมพาเอฟซี ปอร์โต้กลายเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกได้แบบหักปากกาเซียน

เดอะ สเปเชี่ยล วัน

          โจ โคล – กุนซือเจ้าของฉายาเดอะ สเปเชี่ยล วันผู้นี้มักจะตำหนิโจ โคล อยู่เสมอทั้งที่ในเวลานั้นโจ โคลถือเป็นเพรชเม็ดงามของวงการฟุตบอลอังกฤษและยังได้รับการยกย่องให้เป็นนักเตะอัจฉริยะอีกด้วย

ซึ่งการโดนตำหนิจากกุนซืออยู่บ่อยครั้งอาจจะให้นักเตะคนอื่นหมดความั่นใจ แต่ไม่ใช่สำหรับโจ โคล เพราะว่าเจ้าตัวเปลี่ยนคำตำหนิของโจเซ่ มูริญโญ่ ให้กลายมาเป็นแรงกระตุ้นให้ตัวเขาต้องทำงานหนักเดิม และมักจะโชว์ฟอร์มได้ดีเสมอยามถูกตำหนิ ซึ่งโจ โคล ได้ออกมาบอกเลยว่ากุนซือชาวโปรตุกีสรายนี้ถือเป็นกุนซือที่ดีที่สุดในชีวิตนักฟุตบอลของเขาเลยทีเดียว

เดอะ สเปเชี่ยล วัน

          ริคาร์โด คาร์วัญโญ่ – ถือเป็นนักเตะคนโปรดที่กุนซือเดอะ สเปเชี่ยล วัน มักจะหนีบไปด้วยทุกที่ไม่ว่าจะคุมสโมสรใดก็ตาม ตั้งแต่ปอร์โต้ เชลซี จนกระทั่งเรอัล มาดริด แต่อันที่จริงแล้วตอนที่เชลซี โจเซ่ มูริญโญ่เคยตัดชื่อเขาออกจากทีมด้วยซ้ำจนทำให้ ริคาร์โด คาร์วัญโญ่ ออกมาโวยวายใส่กุนซือบ้านเดียวกันอย่างหนักหน่วง

แต่แทนที่เจ้าตัวจะหมดอนาคตและถูกขายจากทีมไป คาร์วัญโญ่กลับฮึดสู้พร้อมกลับมายึดตำแหน่งปราการหลักตัวของทีมได้สำเร็จและจับคู่กับจอห์น เทอร์รี่ และพาทัพสิงห์บลูประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

แฟร้งค์ แลมพาร์ด เทรนเนอร์ของ เชลซี เชื่อว่า คริสเตียน พูลิซิช แนวรุกทีมชาติสหรัฐอเมริกาจะสามารถกล้าวขึ้นมาเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมได้ในอนาคต

สำหรับพูลิซิช เพิ่งทำผลงานได้น่าชื่นชมหลังลงสนามมาเป็นตัวสำรองในเกมที่ เชลซี บุกชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1 ที่สนาม วิลล่า พาร์ค ซึ่งเจ้าตัวคือคนที่พังประตูตีเสมอให้ทีมได้ในนาทีที่ 60 ก่อน โอลิวิเยต์ ชิรูด์ จะมาซัดประตูชัยในนาทีที่ 62 ส่งผลให้ “สิงห์บูลส์” ขยับเพิ่มเป็น 51 คะแนนจาก 30 นัด ยังอยู่ในอันดับ 4 ซึ่งเป็นโควต้าสุดท้ายที่จะได้ไปเล่นในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเท่าเดิม และนำห่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5 ไปเป็น 5 คะแนน

พูลิซิช

ก่อนหน้านี้พูลิซิช ไม่ค่อยได้รับโอกาสให้ลงสนามกับทีมมากนัก หลังย้ายมาเมื่อช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งเหมือนกับสมัยที่อยู่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้ รวมถึงมีอาการบาดเจ็บรบกวน โดยมีสถิติยิง 7 ลูก และแอสซิสต์ 6 ลูกจากการลงสนาม 24 เกมรวมทุกรายการ

กระทั่งหลังเกมที่ เชลซี เอาชนะ แอสตัน วิลล่า ได้ 2-0 แฟร้งค์ แลมพาร์ด เฮดโค้ช “สิงโตนำเงินคราม” ได้กล่าวถึงผลงานของพูลิซิช ว่า “เขากระหายในการลงสนามเป็นอย่างมาก ซึ่งผมรู้สึกได้ โดยเขาเหมือนกับผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บไปนานก่อนหน้านี้ทุกคน โดย รูเบน ลอฟตัส ชีค คือผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกับเขา (ที่ได้ลงสนามเป็นตัวจริง) แต่ผมรู้ว่าพูลิซิช นั้นมีความกระหายเป็นอย่างมาก เขาฝึกซ้อมได้ดี และความสามารถในกรอบเขตโทษของเขาคือสิ่งที่ผมพูดอยู่เสมอตลอดฤดูกาล”

พูลิซิช

“ผมคิดว่าพูลิซิช จะกลายเป็นผู้เล่นเกมรุกในระดับท็อปที่ผลิตสกอร์ในกรอบเขตโทษได้มากมาย หลังจากที่เขาแสดงให้เห็นตลอดเวลาที่เข้ามาอยู่กับสโมสร แน่นอนเขาจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงกับเรา และผมเชื่อว่าเขาจะเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมไม่ใช่แค่ในตอนนี้ แต่หมายถึงในอนาคตอันใกล้ด้วย”

พูลิซิช ได้กล่าวถึงการกลับมาลงสนามให้กับทีมหลังได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่ทางพูลิซิช ก็ได้กล่าวถึงการกลับมาลงสนามให้กับทีมหลังได้รับบาดเจ็บไปนาน โดยระบุ “ผมไม่ได้ลงช่วยทีมมาสักระยะ ซึ่งผมรู้สึกดีใจมากที่ได้กลับมาในเกมนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่มีอาการบาดเจ็บ โดยที่ผ่านมาทุกคนในทีมพยายามจะรักษาความฟิตให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ และตอนนี้ทุกอย่างเริ่มกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง”

ทั้งนี้ เชลซี จะมีศึกใหญ่ในเกมต่อไป นั่นก็คือการเปิด สแตมฟอร์ด บริดจ์ ดวลกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 25 มิ.ย.นี้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

นีล โมเปย์ กองหน้าไบรท์ตัน ยืนกรานว่าตนเองไม่ได้มีเจตนาจะทำร้าย แบรนด์ เลโน่ โกลด์ของอาร์เซน่อล จนได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด พร้อมชี้แข้ง “ปืนใหญ่” ควรจะมีความอ่อนน้อมบ้าง

โดยในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ไบรท์ตัน เป็นฝ่ายพลิกล็อคด้วยการเปิดสนาม ดิ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส สเตเดี้ยม เอาชนะ อาร์เซน่อล ได้อย่างหวุดหวิดทั้งที่เป็นฝ่ายถูก “ปืนใหญ่” ออกนำไปก่อนจากประตูของ นิโคลัส เปเป้ ในนาทีที่ 68 ทว่า ไบรท์ตัน เจ้าถิ่นกลับมาได้ 2 ประตูรวดจากลูกยิงของ ลูอิส ดังก์ นาทีที่ 75 และนีล โมเปย์  ที่สวมบทฮีโร่ซัดชัยในนาทีที่ 90+5

โมเปย์

อย่างไรก็ตามในเกมดังกล่าวเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นในช่วงท้ายครึ่งแรก เมื่อบอลกระดอนเข้าไปในกรอบเขตโทษของ อาร์เซน่อล แล้ว แบรนด์ เลโน่ ก็ออกมากระโดดรับบอลตามปกติ ทว่าโมเปย์ ที่วิ่งเข้าหาบอลกลับเบรกไม่อยู่ และชนเข้าไปที่ตัวของ เลโน่ เต็มๆ ซึ่งส่งผลให้ เลโน่ เข่ากระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บ และไม่สามารถเล่นต่อได้

และก่อนที่ เลโน่ จะถูกเปลี่ยนตัวออก เขาก็ได้ชี้ไปทางโมเปย์และโทษว่าเป็นความผิดของแข้งรายนี้ที่ทำให้ได้รับบาดเจ็บแม้เจ้าตัวจะพยายามอธิบายว่าเป็นอุบัติเหตุเท่านั้น ซึ่งจากนั้นตลอดทั้งแมตช์โมเปย์ก็โดนนักเตะ อาร์เซน่อล ก่อกวนตลอด ไม่ว่าจะเป็น การตระโกนด่าทอ หรือแอบเล่นนอกเกมใส่

โมเปย์ ก็สวมบทฮีโร่ช่วยให้ทีมคว้า 3 คะแนน

ถึงกระนั้นสุดท้ายแล้วโมเปย์ก็สวมบทฮีโร่ช่วยให้ทีมคว้า 3 คะแนนสำคัญ เก็บเพิ่มเป็น 32 คะแนนจาก 30 นัด มีโอกาสรอดตกชั้นสูง

โมเปย์

หลังการแข่งขันโมเปย์ให้สัมภาษณ์ถึงจังหวะที่ตนเองปะทะกับ เลโน่ ว่า “ในช่วงพักครึ่งนั้น ผมได้ไปขอโทษ มิเกล อาร์เตต้า (ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล) ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยผมไม่ได้มีเจตนาในการที่จะทำร้ายผู้รักษาประตูแต่อย่างใด โดยผมกระโดดเพื่อเล่นบอลเท่านั้น ผมขอโทษต่อทีม และเขา (เลโน่) โดยผมก็เคยผ่านการบาดเจ็บมา และรู้ว่ามันยากลำบากเพียงใด”

“ผมแค่ต้องการจะเล่นบอลจริงๆ ทว่านี่คือฟุตบอลซึ่งมันต้องมีการโดนตัวกันบ้าง แต่ผมไม่ได้มีเจตนาในการทำร้ายเขา โดยผมขอโทษอีกครั้ง และหวังว่าเขาจะหายกลับมาลงสนามได้โดยเร็ว”

นอกจากนั้นโมเปย์ยังฝากถึงนักเตะของ อาร์เซน่อล บางคนว่าควรจะมีความอ่อนน้อมถ่อมตนมากกว่านี้ โดยเผย “หนึ่งในนักเตะของพวกเขาพูดตลอดทั้งเกม และพูดถึงแต่สิ่งที่ไม่ดีกับผม ดังนั้นผมหวังว่านักเตะคนนี้ควรจะเรียนรู้เรื่องความอ่อนน้อมกว่านี้ ซึ่งตอนที่ผมทำประตูได้ ผมได้ไปพูดกับเขาคนนั้นว่า ฟังนะ นี่คือส่งที่จะเกิดขึ้นหากคุณพูดแต่สิ่งที่ไม่ดีในสนาม”

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

สิ้นสุดการรอคอยกับช่วงเวลาอันแสนยาวนาน ของเหล่าแฟนหงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ในที่สุดก็สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสูงสุดมาครองได้สำเร็จ แม้ว่าเวลานี้เหล่านักเตะในดินแดนแห่งเกาะอังกฤษยังคงฟาดแข้งกันอยู่เพราะยังไม่จบฤดูกาล แต่ทว่าหลังจากเกมการพ่ายแพ้ของแม้ซิตีให้กับทีมเชลซี ก็ทำให้ลิเวอร์พูลมีคะแนนทิ้งห่างอันดับสองไกลลิบตา จนกล่าวได้ว่า ต่อให้ลิเวอร์พูลจะแพ้ตลอดในเกมการแข่งขันที่ยังเหลืออยู่ เขาก็ยังคงมีถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติอยู่ในมือ

เหล่าแฟนฟุตบอล ลิเวอร์พูล ก็ออกมาฉลองแชมป์กัน

                และในเช้าวันรุ่งขึ้นของการแข่งขันระหว่างเชลซีกับแมนซิตี้สิ้นสุดลง เหล่าแฟนฟุตบอลหงส์แดงก็ออกมาฉลองแชมป์กันอย่างคึกคัก กับรถแห่ที่เป็นสีสัน พร้อมทั้งสุดฟุตบอลทีมโปรดแห่ประกาศความสำเร็จไปทั่วทุกมุมโลก และแม้กระทั่งในโลกโซเชียลมิเดียเองก็ฉลองความสำเร็จนี้กันอย่างไม่ขาดสาย ด้วยใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้มักจะโพสรูปภาพแห่งความประทับใจนี้ไว้เป็นที่ระลึก และก็ไม่พ้นเหล่าดาราหรือคนดังที่ต่างต้องออกมาแสดงตนกันอย่างมากมาย ทำให้เช้านี้เป็นเช้าที่มีสีสันที่สุดในรอบปี แต่ทว่านั่นกลับเป็นช่วงเวลาอันแสนเศร้าของเหล่าผีแดง กองแช่งที่ตามสาปส่งในทุกการแข่งขัน และแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเป็นทีมการแข่งขันที่เครียดแค้นกันเพียงใด แต่สุดแล้วกีฬาก็จะสามารถเชื่อมใจพวกเขาทั้งสองเอาไว้ได้

                นับว่าเป็นเรื่องราวที่แฟนฟุตบอลต่างยินดีและทำให้หัวใจพองโตในช่วงวิกฤตโควิดนี้ เพราะตลอด 30 ปี ที่เหล่าสาวกลิเวอร์พูลต่างรอคอยมาอย่างยาวนานได้จบลงที่วันนี้ พวกเขาทั้งผ่านสุดตกต่ำแห่งแอนฟิลด์ พลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมืออยู่หลายหน แต่นั่นก็ไม่อาจพรากใจรักของเหล่าแฟนบอลไปได้เลย จนกระทั้งวันที่พวกเขาจะได้โห่ร้องด้วยเสียงแห่งความปิตินี้พร้อมกัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

คงต้องลุ้นและติดตามกันต่อไป ว่า ซาอูล นักเตะตัวแรง ของทัพ “ตราหมี” แห่งศึก ลา ลีกา จะได้เข้ามาร่วมทัพกับทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ทัพยักษ์ใหญ่บนเกาะอังกฤษหรือไม่ เนื่องจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตแข้งทองของ ทัพ ปีศาจแดงได้แชร์ทวิตกับซาอูลพร้อมแคปชั่นเป็นอิโมจิรูปดวงตา ทำให้แฟนบอลของผีแดงต่างพากันคิดไปต่าง ๆ นานาว่าจะได้ตัว ดาวเตะสุดจี๊ดของ กองทัพตราหมี มาครอง

ซาอูล

“ซาอูล” ดาวเตะวัย 25 ปีมีข่าวกับแมนยู

โดยที่ผ่านมานั้นดาวเตะวัย 25 ปี ข่าวเป็นข่าวกับทาง แมนยู มาโดยตลอด ซึ่งซาอูลมีค่าตัวอยู่ที่ 70 ล้านปอนด์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 2,660 ล้านบาท แต่ทุกอย่างต้องเงียบไปด้วยพิษของโควิด-19 นั่นเอง ทั้งนี้แฟนบอล ผีแดง ยังต้องติดตามสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิดซึ่งจะมีการรายงานภายใน 3 วันนี้อย่างแน่นอน ซึ่งความเป็นไปได้สูงมากที่ดาวเตะทีมชาติสเปนรายนี้จะเลือกมาอยู่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพราะเหตุนี้ซ้ำรอยเหมือนกับตอนนี้ บรูโน่ ย้ายมาซบทัพผีในครั้งก่อน ในตอนนั้น ริโอ เฟอร์ดินานด์ ก็ใช้วิธีการนี้เป็นการบอกใบ้ให้แฟนบอลรู้เช่นกัน

ซาอูล

ทั้งนี้ตัวซาอูลกองกลางตัวเก่งของ แอตเลติโก มาดริด ก็ออกมาเป็นนัย ๆ เช่นเดียวกัน โดยบอกว่าอีก 3 วันจะประกาศทีมใหม่ของตัวเอง เล่นเอาแฟนบอลลุ้นระทึกกันใหญ่ หลังที่ผ่านมานักเตะรายนี้สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนเป็นที่หมายตาของหลายทีมเลยทีเดียวที่อยากจะได้เขาไปเสริมแกร่ง และแม้ว่าจะมีหลายทีมที่ต้องการตัวเขาแต่ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้นักเตะรายนี้ไปครอง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

ยังไม่ยอมให้ “โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์” ยังคงแข็งข้อ ส่ายหน้าหนีผีเงินไม่ถึง ชวดปีกฟอร์มเทพ “จาดอน ซานโช่”

สื่อผู้ดีออกมาเปิดเผย “แมนเชตเตอร์ ยูไนเต็ด” สุดยอดทีมดังจากฝั่งอังกฤษถึงกับจ๋อย หลังจากที่ต้องอกหักอย่างแรงในการเปิดใบสั่ง หมายมั่นที่จะแจกขนมจีบสุดยอดปีกที่ฟอร์มดีที่สุดคนหนึ่งอย่าง “จาดอน ซานโซ่” แข้งสุดหวงของเสือเหลือง ลีกชื่อดังของเยอรมัน

ดอร์ทมุนด์

วันที่ มิถุนายน 2020 สื่อดังได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า แมนเชตเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงต้องรอโอกาสต่อไป หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้แสดงท่าทีหมายมั่นที่อยากจะได้สุดยอดแข้งระดับเทพ ปีกพระกาฬ “จาดอน ซานโช่” เจ้าหนูมหัศจรรย์ที่เป็นหนึ่งในชุดนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดของทีมชาติอังกฤษ ที่สามารถพาอังกฤษเข้าไปเตะเส้นชัยได้สำเร็จในฟุตบอลโลก โดยปัจจุบันนักเตะรายนี้กำลังเชิดฉายสุดขีดในวัยเพียง 20 ปี

สื่อเผย กุนซือหน้าใหญ่ชาวนอร์เวย์ ยังคงต้องการ เจ้าหนู ซานโช่ จาก ดอร์ทมุนด์

ดอร์ทมุนด์

จากข้อมูลของสื่อเผยให้เห็นว่า กุนซือหน้าใหญ่ชาวนอร์เวย์ ได้แสดงท่าที่ชัดเจนอย่างเห็นได้ชัด เขาต้องการที่จะคว้าตัวเจ้าหนูคนเก่งจาดอน ซานโช่ เข้ามาเป็นกำลังเสริมให้แก่แดนกลางและกองทัพหน้าของทีม ก่อนหน้านี้ได้มีการยื่นข้อเสนอสูงฉลูดถึง 5,000 ล้านบาท หรือ 125 ล้านปอนด์เลยทีเดียว แต่ถึงกระนั้นเหมือนว่าทางฝั่งเอเย่นห์ใหญ่ของทางปีกฟอร์มดียังคงคิดหนัก เพราะข้อเสนอยังไม่มากพอที่พวกเขาต้องการหากจะต้องปล่อยตัวนักเตะคนนี้ออกไป

 สำหรับทางฝั่งแมนเชตเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใด หากทางฝั่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต้องการที่จะให้เสนอจำนวนเงินที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อแลกกับปีกฟอร์มดีอนาคตไกล จาดอน ซานโช่ เพราะถึงแม้ทางทีมดังแห่งแดนผู้ดีจะต้องการตัวแข้งรายนี้ แต่คงต้องคิดหนักกับจำนวนเงินมหาศาลที่ต้องลงทุนเพิ่ม.

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

เจดอน ซานโช่” ปฏิเสธการต่อสัญญากับต้นสังกัดเก่า เผย!! อยากย้ายกลับไปเล่นพรีเมียร์ลีก ที่บ้านเกิดอีกครั้ง

มีเรื่องให้ได้แปลกใจกันอีกแล้วกับข่าวในวงการฟุตบอลที่หลายคนติดตาม สำหรับ เจดอน ซานโช่ นักเตะตัวเก่ง มีชื่อเสียง ของทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ล่าสุดตอนนี้เจ้าตัวออกมาเผยว่าได้ปฏิเสธต่อการต่อสัญญาครั้งใหม่กับต้นสังกัดเก่า โดยให้เหตุผลว่า มีความต้องการย้ายกลับไปเล่นพรีเมียร์ลีกที่บ้านเกิด

ซานโช่

ความดังของเจดอน ซานโช่ไม่ธรรมดา เพราะเขากำลังเป็นเป้าหมายของหลายทีมฟุตบอลยักษ์ใหญ่ อย่าง ลิเวอร์พูลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ที่มีความต้องการตัวอย่างมาก แต่ถึงจะต้องการให้เจดอน ซานโช่ เข้าร่วมทีมมากเท่าไหร่ แต่นักเตะคนนี้ก็ยังคงยืนยันที่จะกลับค้าแข่งที่บ้านเกิดในซีซันหน้าแน่นอน ซึ่งมีรายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า

ซานโช่” กำลังหาหนทางที่จะกลับไปเล่นพรีเมียร์ลี

เจดอน ซานโช่ กำลังหาหนทางที่จะกลับไปเล่นพรีเมียร์ลีก มีข้อมูลจาก โกล และ spox ว่าจะมีการต่อสัญญาเพิ่ม โดยจะหมดสัญญาเดิม ปี 2022 แต่กลับไม่ใช่ทางเลือกของเจดอน ซานโช่ ทางด้านของทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงออกอย่างชัดเจนว่ามีความสนใจในตัวของเจดอน ซานโช่ อย่างมากและต้องการให้เข้าร่วมทีมด้วย เพราะผลงานที่โดเด่น คือ การยิง 14 ประตู จากการลงเล่น 26 นัดใน บุนเดสลีกา ที่เกิดขึ้นซีซันนี้

ซานโช่

ในส่วนของค่าตัวนักเตะตัวรุกมาแรงรายนี้ ทางโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้ตั้งค่าตัวเอาไว้ที่ราคา 100 ล้านปอนด์ และที่สำคัญไปมากกว่านั้นคือทางทีมจะไม่ยอมลดราคาค่าตัวเจดอน ซานโช่ ลงเด็ดขาด ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างไรต้องติดตามกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนักเตะดาวรุ่งคนนี้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

สื่ออังกฤษ เปิดเผยข่าวว่า ลิเวอร์พูล ยังแสดงความสนใจในการดึงตัว จาดอน ซานโช่ ปีกคนสำคัญของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทีมอยู่

โดยซานโช่กลายเป็นผู้เล่นเนื้อหอมมากที่สุดรายหนึ่งของทวีปยุโรป หลังโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในซีซั่นนี้ด้วยการทำไปแล้ว 19 ประตูกับ 20 แอสซิสต์จากการลงสนาม 39 นัดรวมทุกรายการให้กับ “เสือเหลือง”

ซานโช่

ด้วยฟอร์มที่เกิดขึ้นส่งผลให้เจ้าตัวตกเป็นข่าวกับหลายสโมสรดัง ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และลิเวอร์พูล ที่อยากได้ตัวมาเสริมแกร่ง

โดยที่ผ่านมาทีมที่มีข่าวกับซานโช่ มากที่สุด นั่นก็คือ ลิเวอร์พูล หลัง เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ที่ชื่นชอบสไตล์การเล่นของแข้งรายนี้เป็นอย่างมาก และยังเป็นนักเตะในต้นสังกัดเก่าของเจ้าตัว

อย่างไรก็ตาม ฮันส์-โยอาคิม วัตซ์เค่ ซีอีโอของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้ออกมายืนยันว่าจะไม่ยอมปล่อยซานโช่ ออกจากทีมหากได้ค่าตัวต่ำกว่า 120 ยูโร

ส่งผลให้ข่าวของซานโช่ กับ ลิเวอร์พูล เริ่มซาลงไป เนื่องจากค่าตัวที่สูงเกิน และกลายเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเชลซี ที่มีกำลังซื้อขึ้นมาเป็นตัวเต็งแทน

ซานโช่

สื่อดังยังคงรายงานว่า ลิเวอร์พูล ยังสนใจ ซานโช่

ทว่าล่าสุด “อินดิเพนเดนท์” สื่อดังของอังกฤษ รายงานข่าวว่า ลิเวอร์พูล ยังไม่ล้มเลิกความต้องการที่จะเซ็นสัญญากับซานโช่ และพร้อมจะทุ่มเงินจำนวนมหาศาลในค่าตัวระดับเดียวกับ อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิล และเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังทีมชาติฮอลแลนด์ เนื่องจากมองว่าเป็นดาวเตะคนสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนทีมได้ ต่างจากในรายของ ติโม แวร์เนอร์ และไค ฮาเวิร์ตช์ ที่พวกเขาเคยตกเป็นข่าวก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตามมีรายงานเพิ่มเติมว่า สโมสรที่มีสิทธิ์ได้ซานโช่ ไปร่วมทีมมากที่สุด คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทว่าพวกเขาจะต้องได้โควต้าไปเล่นในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าให้ได้เสียก่อนเพื่อเป็นแรงจูงใจ

ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้นสังกัดเก่าของซานโช่ อาจจะไม่ยื่นข้อเสนอในการดึงตัวดาวเตะผู้นี้กลับมา หลังกำลังเจอปัญหาไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ ที่สุ่มเสี่ยงทำให้พวกเขาพลาดไปเล่นในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 2 ฤดูกาล

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล