“ทัพหงส์แดง” ลิเวอร์พูล ลงสนามในพรีเมียร์ลีก นัดที่ 33 เป็นฝ่ายเปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ “ทัพสาลิกาดง” นิวคาสเซิล เกมนี้ ลูกทีมของ เจอเกนย์ คล็อปป์ เป็นฝ่ายออกนำเร็ว ตั้งแต่ 4 นาทีแรก จากฝีเท้าของ โม ซาลาห์ และหลังจากนั้น พวกเขามีโอกาสปิดเกมอีกหลายต่อหลายครั้ง แต่จบไม่คมเอง และสุดท้าย มาโดนทีเด็ดของ โจ วิลล็อค กดประตูตีเสมอ ในนาที 90+5 ทำให้แบ่งกันไปฝั่งละ 1 คะแนน

ผ่าน 33 เกม ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มเป็น 54 คะแนน อยู่อันดับที่ 6 ตามหลังทีมอันดับ 4 เชลซี และทีมอันดับ 5 เวสแฮมต์ ยูไนเต็ด 1 คะแนน แต่ลงสนามมากกว่า 1 นัด และสองทีมข้างบนต้องเจอกันเองในนัดต่อไป มีโอกาสที่จะโดนทิ้ง 4 แต้ม หากฝั่งใดฝั่งหนึ่งชนะ

"คล็อปป์" เซ็ง!

คล็อปป์ กล่าว “พวกเราสร้างโอกาสยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ”

ซึ่งทาง เจอเกนย์ คล็อปป์ได้กล่าวหลังจบเกมว่า “พวกเราสร้างโอกาสยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ เราเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม จริงๆแล้วในจังหวะพวกนั้น เราควรที่จะเปลี่ยนเป็นประตูให้ได้

เราควรจะฝังพวกเขาในเกมนี้ให้เร็ว แต่เราดันปล่อยพวกเขาไว้ เรายังให้โอกาสพวกเขาอยู่ในเกม สกอร์ห่างแค่ลูกเดียว อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ ถึงแม้พวกเขาจะถอยลงไปรับลึกถึง 9 คนก็ตาม

ผมขอถามหน่อยเถอะ หากมีทีมที่มีโอกาสยิงอย่างมากมาย แล้วทำได้แค่นี้ ยิงนกตกปลาแบบนี้ จะสามารถเก็บชัยชนะกลับบ้านได้ยังไง แต่เรายังโชคดีนะ ที่ประตูแรกของพวกเขาถูก VAR ยึดคืน ถือเป็นของขวัญชิ้นงามจากทีมงาน VAR ที่มอบให้กับเรา

เกมนี้ผมมองว่าเราควรจะได้สามคะแนน แต่ นิวคาสเซิล พวกเขาก็สมควรได้หนึ่งคะแนนกลับบ้านเช่นกัน”

โปรแกรมการแข่งขันนัดต่อไป ลิเวอร์พูล จะลงสนามนัดที่ 34 ออกไปทำศึกแดงเดือดกับ “ทัพปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมรองจ่าฝูง วันที่ 2 พฤษภาคม จากนั้นจะกลับมาเล่นในบ้าน รับมือ “ทัพนักบุญแดนใต้” เซาแธมตั้น ทีมอันดับ 14 ในเกมนัดที่ 35 วันที่ 9 พฤษภาคม 2564

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sexypremier เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

“ไก่เดือยทอง” ทอตแนมฮอต สเปอร์ ตอนนี้อยู่อันดับ 7 ของตาราง ลงสนาม 33 นัด เก็บได้ 53 คะแนน ตามหลังพื้นที่ท็อปโฟร์ 2 คะแนน แต่แข่งมากกว่า 1 นัด ต้องลุ้นหลายต่อ หากอยากหยิบโควต้าฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียนลีก นอกจากนั้นแล้ว พวกเขายังมีเกมสำคัญ ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลคาราบาวคัพ ที่จะต้องดวลกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 25 เมษายน วันอาทิตย์นี้

ทอตแนมฮอต สเปอร์

ซึ่งทาง ฮูโก้ ญอริส ได้กล่าวว่า “สเปอร์ ยังมีโอกาสที่จะหยิบตั๋ว ฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปียนลีกมาครอบครองได้

แต่เราต้องพึ่งตัวเอง เราต้องเก็บสามคะแนนเต็ม ในทุกนัดที่เหลือต่อจากนี้ และสิ่งสำคัญอีกเรื่องคือ เราต้องคว้าแชมป์คาราบาวคัพ มาครองให้ได้ เพราะหลายปีที่ผ่านมา ทีมของเราห่างหายจากการเป็นแชมป์มานานพอสมควร

ถึงแม้มันจะไม่อาจเปลี่ยนอะไรในฤดูกาลนี้ได้ มันเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวัง นั่นเป็นเพราะเรามีช่วงเวลาที่ฟอร์มออกทะเล แต่เกมที่เหลือ หากเราเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด มันอาจจะดึงความรู้สึกทั้งหมดกลับมาได้ และหากเราจบฤดูกาลนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม เหมือนที่ตั้งใจไว้ ฤดูกาลหน้า เราจะพกความมั่นใจไปสู้ศึกด้วย”

ทางด้าน เป๊ป กวาดิโอล่า กุนซือติกิตาก้า ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้กล่าวว่า “ทีมของเรามองเกมพรีเมียร์ลีก สำคัญเป็นอันดับแรก จากนั้นต่อด้วยเกมยุโรป ตามมาด้วยเอฟเอคัพ และสำคัญน้อยที่สุดคือคาราบาวคัพ แน่นอนเราอยากคว้า 4 แชมป์ เราอยากจะลงสนามเพื่อไปหยิบแชมป์สมัยที่ 4 แต่มองไปเบื้องหน้า มียอดทีมอย่าง ปารีส แซงแชร์กแมง ยืนท้าทายเราอยู่ และก็ยังมีเกมหนักกับ คริสตัล พาเลซ อีกด้วย เราต้องมารอดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ ซึ่งตามความเป็นจริง เกมคาราบาวคัพ มันควรจบไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์แล้ว แต่มันต้องมาเตะในตอนนี้ ซึ่งเป็นช่วงสำคัญสุดๆของฤดูกาล”

หากนับ 8 เกมล่าสุด ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ทอตแนมฮอต สเปอร์ ถือว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกัน ลูกทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า เก็บชัยชนะไป 4 นัด ส่วนลูกทีมของ ไรอัน เมสัน คว้าชัยมา 3 นัด เสมอกัน 1 นัด โดยเกมล่าสุดที่เจอกัน ในเดือนกุมภาพันธ์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถล่มไปขาดลอย 3-0

หากคุณสนใจ สมัคร sexy baccarat เชิญเข้ามาพร้อมรับฟรีเครดิตทุกวันฟรีที่เว็บเรา พร้อมด้วยคาสิโน สล็อต แทงบอลออนไลน์ให้ท่านเลือกเล่นได้ครบจบที่เดียว

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี และ เชลซี 3 ทีมยักษ์ใหญ่ แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้รับข่าวดี หลังจากสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ประกาศจะไม่ตัดสิทธิ์ทั้ง 3 ทีมออกจากการแข่งขันฟุตบอลถ้วยยุโรปที่ยังเหลือโปรแกรมแข่งขันอยู่ในฤดูกาลนี้ แม้ว่าทั้งหมดจะเคยประกาศเข้าร่วมการแข่งขัน ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ก็ตาม

3 ทีมยักษ์ใหญ่

                จากกรณีที่ 12 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งทวีปยุโรปได้มีแผนการจะจัดการแข่งขัน ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก แต่สุดท้ายแผนต้องล่มไปเพราะถูกประท้วงโดยแฟนบอล รวมถึงการถอนตัวของ 8 ทีมใหญ่ไปก่อน และก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่าสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เตรียมจะลงดาบ 8 ทีมที่ทำการถอนตัวออกมาก่อนหน้า รวมถึงเตรียมหาบทลงโทษอีก 4 ที่ยังคงเดินหน้าโปรเจกต์ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก แต่มีอยู่ 3 ทีมยักษ์ใหญ่คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี และ เชลซี ที่ยังคงมีเกมตกค้างในฟุตบอลถ้วยยุโรปฤดูกาลนี้อยู่ ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ถึงบทลงโทษต่างๆ นาๆ

3 ทีมยักษ์ใหญ่

3 ทีมยักษ์ใหญ่ แห่งอังกฤษจะไม่ถูกยูฟ่า ลงโทษแต่อย่างใด

                อย่างไรก็ตามล่าสุดคณะกรรมการสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้ทำการประชุมและหาบทสรุปในเรื่องของเกมที่ค้างอยู่ ผลออกมาว่า 3 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งอังกฤษจะไม่ถูกยูฟ่า ลงโทษแต่อย่างใด และยังคงได้รับไฟเขียวให้ลงแข่งขันในฟุตบอลรายการยุโรปประกอบด้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูโรป้า ลีก นัดที่ตกค้างอยู่ ผิดกับที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันในตอนแรกว่าจะถูกลงโทษด้วยการตัดสิทธิ์

3 ทีมยักษ์ใหญ่

                โดยในการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นั้นจะมีสองทีมที่ต้องลงแข่งขันในรอบรองชนะเลิศนั่นคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่จะต้องพบกับ ปารีส แซงต์ – แชร์กแมงค์ และ เชลซี จะพบกับ เรอัล มาดริด ส่วนในการแข่งขัน ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก จะมีอีก 1 ทีม คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะลงแข่งในรอบรองชนะเลิศเช่นเดียวกันโดยจะต้องพบกับโรม่า

                แม้ว่าทั้ง 3 ทีมยักษ์ใหญ่จะไม่โดยบทลงโทษจาก ยูฟ่า ในครั้งนี้ แต่ทั้งหมดรวมกับอีก 9 ทีมที่เข้าร่วม ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ในตอนแรกนั้น ยูฟ่า จะต้องมีบทลงโทษมาจัดการอย่างแน่นอน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sexy baccarat เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                ควันหลงของรายการฟุตบอลยุโรปเจ้าปัญหายังไม่จบลง เมื่อทางนายใหญ่ของ ลิเวอร์พูล อย่าง Jurgen Klopp ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า เหล่าทีมยักษ์ที่เคยมีความคิดจะไปก่อตั้งซูเปอร์ลีกไม่ควรจะถูกลงโทษใด ๆ จากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ แม้ว่าอีก 14 สโมสรที่เหลือจะออกมาต่อต้านการตัดสินใจของพวกเขาอย่างรุนแรงเช่นเดียวกับเหล่าแฟนบอลที่ทำให้ทีมใหญ่ทั้งหลายได้ตัดสินใจถอนตัวออกไปในที่สุด แม้ว่าครั้งหนึ่งสโมสรได้พยายามจะหันไปกอบโกยเงินจากเหล่าทีมใหญ่ด้วยกันก็ตาม

ลิเวอร์พูล "Jurgen Klopp"

ด้านผู้จัดการทีมของ “ลิเวอร์พูล” ก็ได้ออกมาพูถึงความคิดเห็นของตัวเองไว้ว่า..

                มันเป็นสิ่งที่เหนือการควบคุมของเขาหากทีมจะโดนตัดแต้มจากการกระทำในครั้งนี้ ซึ่งเขาคงจะพูดอะไรออกมาได้ไม่มาก ทว่า Jurgen Klopp ออกมาแสดงความเห็นว่า สโมสรทั้งหกไม่ควรจะโดนลงโทษแต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่มีผลเสียอะไรออกมาจากการจัดตั้งซูเปอร์ลีกเพียงไม่กี่วันนั่นเอง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมในวงการฟุตบอล รวมถึงสถานการณ์นี้ยังแตกต่างออกไปจากสมัยที่ทีมอย่างวีแกนจะต้องโดนตัดแต้ม แม้ว่าสุดท้ายแล้ว หากมีบทลงโทษจริง เขาก็ไม่สมารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อยู่ดี

ลิเวอร์พูล "Jurgen Klopp"

                เมื่อถูกถามเรื่องความรักต่อวงการฟุตบอลนั้น กุนซือมากพลังของลิเวอร์พูลก็ออกมายืนยันว่า เขายังรักฟุตบอลในสนามอยู่เช่นเดิม แม้ว่าสิ่งที่อยู่ล้อมรอบของวงการจะเปลี่ยนไปก็ตาม ซึ่งรายการซูเปอร์ลีกนั้นเป็นสิ่งที่หลายคนรอคอยมานานและสื่อก็ไม่สามารถหยุดพูดได้เลยทีเดียว แม้ว่าเขาจะมีความเห็นบางอย่างที่ไม่ชอบใจนักและขอให้ความสนใจไปที่อนาคตมากกว่า อีกทั้งเขาคงจะคิดถึงช่วงเวลานี้ที่การแข่งขันนี้เกือบเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

                ส่วนเป้าหมายของลิเวอร์พูลในปีนี้ พวกเขาก็คงต้องการจะทำอันดับขึ้นไปแข่งในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้ หลังจากที่ตัวเองพลาดท่าหมดลุ้นแชมป์ทุกถ้วยไปแล้ว รวมถึงผลงานของทีมก็เริ่มจะกลับมาเข้าที่เข้าทางมากขึ้น จนกระทั่งน่าจะมีโอกาสลุ้นบินสูงในช่วงท้ายฤดูกาลได้และคงจะช่วยให้แฟนบอลลืมเรื่องซูเปอร์ลีกไปได้บ้างนั่นเอง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sexy baccarat เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                แม้ว่าชื่อของ Frank Lampard จะเป็นตำนานของเชลซีก็ตาม แต่ทว่าเจ้าตัวกลับครองตำแหน่งผู้จัดการทีมของต้นสังกัดเก่าเพียงฤดูกาลครึ่งเท่านั้น ซึ่งทางกองกลางอย่าง Jorginho ก็ออกมาแสดงความเห็นว่า อดีตยอดรองกัปตันของทีมอาจยังไม่พร้อมจะรับงานที่ต้องรับแรงกดดันมหาศาลกับสโมสรจนต้องถอนตัวออกไปก่อน เนื่องจากประสบการณ์คุมทีมของเจ้าตัวก็น้อยเกินไป แม้ว่าในช่วงฤดูกาลแรกเขาจะสามารถพาทีมจบสี่อันดับแรกของตารางพรีเมียร์ลีกจนสามารถไปเล่นในฟุตบอลถ้วยใหญ่ได้อีกครั้งก็ตาม แต่ผลงานในช่วงหลังกลับไม่ดีพอให้เขาอยู่ต่อนั่นเอง

Frank Lampard

                สิ่งที่จอมทัพของเชลซีบอกไว้ถึงนายใหญ่คนเก่าก็คือ เขาเชื่ออย่างสุดใจเลยว่า Frank Lampard คือตำนานของที่นี่ แต่ทว่าเขาบังเอิญข้ามขั้นตอนในเส้นทางที่จะมาคุมทีมระดับใหญ่แบบนี้ ซึ่เงขายังไม่พร้อมที่จะยืนในตำแหน่งสูงแบบนั้น ก่อนที่สุดท้ายสิงโตน้ำเงินครามจำเป็นจะต้องบอกงานอดีตนักเตะยอดเยี่ยมของตัวเองและไปเลือกใช้บริการผู้จัดการทีมชาวเยอรมันที่เคยประสบความสำเร็จกับโบรุสเซียดอร์ทมุนด์และปารีสแซงต์แชร์แมงอย่าง Thomas Tuchel ในปัจจุบัน ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดีขึ้นทันตาเห็นอีกด้วย

Frank Lampard

ส่วนผลงานสมัยที่ Frank Lampard เป็นนักเตะของเชลซี

                เจ้าตัวได้ย้ายมาจากเวสต์แฮมยูไนเต็ดในปี 2001 ก่อนที่จะได้ลงสนามไปกว่า 600  นัดและทำประตูไปได้มากกว่า 200 ประตูเลยทีเดียว โดยในช่วงเวลานั้นเองที่พวกเขาสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สามสมัยและยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกหนึ่งสมัยในปี 2012 จนกระทั่งออกจากทีมไปในเวลาต่อมา ซึ่งตัวเขาก็มีโอกาสไปเป็นผู้จัดการทีมดาร์บี้เคาท์ตี้และโดนทางสิงน้ำเงินครามเรียกตัวไป หลังจากที่ทีมโดนลงโทษแบนห้ามซื้อนักเตะและนายใหญ่คนก่อนอย่าง Maurizio Sarri ถูกปลดออกไปเช่นกัน

                เชื่อเป็นทางออกที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่าย เมื่อเชลซีเองก็สามารถพลิกผลงานกลับมาเล่นดีอีกครั้ง รวมทั้งมีโอกาสไปลุ้นแชมป์ถึงสองรายการอย่างเอฟเอคัพที่พลาดท่าเมื่อปีก่อนและแชมเปี้ยนส์ลีก ส่วนทางด้าน Frank Lampard ก็สามารถไปเก็บประสบการณ์เพิ่มเติมกอ่นจะหนกลับคืนสู่วงการในภายหลังได้นั่นเอง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sexy baccarat เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

            เดวิด เบ็คแฮม เทพบุตรลูกหนังชาวอังกฤษออกโรงคัดค้านแผนการที่บรรดาทีมชั้นนำในทวีปยุโรปจำนวน 12 ทีม จะแยกตัวออกจากจัดการแข่งขันรายการใหม่อย่าง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ซึ่งได้ลงนามอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา

โดยอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษชี้ว่า สโมสรต่าง ๆ ควรเห็นคุณค่าและให้ความสำคัญกับความรู้สึกของแฟนบอลมากกว่าเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว

เดวิด เบ็คแฮม

เดวิด เบ็คแฮม” ลั่น วงการฟุตบอลทั่วโลกกำลังตกอยู่ในอันตราย!

            เดวิด เบ็คแฮมตำนานมิดฟิลด์เท้าชั่งทองของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาโพสต์ข้อความบน อินสตาแกรม ส่วนตัวแสดงความไม่เห็นด้วยที่บรรดาทีมชั้นนำในทวีปยุโรปจำนวน 12 ทีม จะแยกตัวออกจากจัดการแข่งขันรายการใหม่อย่าง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ที่ได้มีการลงนามอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในทีมที่เข้าร่วมรายการเจ้าปัญหานี้ก็คือ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรสุดรักสุดหวงของเจ้าตัวนั่นเอง โดย เดวิด เบ็คแฮมระบุผ่าน อิสตาแกรม ว่า “ผมเป็นรักฟุตบอลคนหนึ่ง มันคือชีวิตของผมมาอย่างยาวนานเท่าที่ผมจำได้ ผมรักมันตั้งแต่เป็นเยาวชน และผมก็ยังเป็นแฟนบอลอยู่ในตอนนี้ ตั้งแต่เป็นนักเตะคนหนึ่ง จนตอนนี้กลายเป็นเจ้าของทีม ผมรู้ว่ากีฬาจะไม่มีควาหมายอะไรเลยหากไม่มีแฟนบอล พวกเราต้องการฟุตบอลเพื่อทุกคน เราต้องการฟุตบอลที่ยุติธรรม และต้องการให้การแข่งขันมีความเหมาะสม หากเราไม่ปกป้องเกมที่เรารักแล้วละก็ มันก็จะอยู่ในอันตราย”

เดวิด เบ็คแฮม

            ทั้งนี้ เดวิด เบ็คแฮมถืออีกหนึ่งตำนานแข้งของทีม “ปีศาจแดง” ที่ออกโรงคัดค้านการก่อตั้ง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตำนาน Class of 92 อีกคนอย่าง “แกร์รี่ เนวิล” ก็ได้ออกมาจวกอดีตต้นสังกัดที่ดึงดันจะเข้าร่วมโปรเจคนี้ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19  แม้แต่บรมกุนซือมากบารมีอย่าง “เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” ก็ออกมาคัดค้านและวิจารณ์นโยบายดังกล่าวของบอร์ดบริหาร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นคนแรก ๆ ด้วยเช่นกัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sbo-premier เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

            ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีแผนที่จะดึงตัว “ยูเซฟ เอ็นเนเซรี่” แนวรุกอนาตไกลของ เซบีย่า มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่ดาวเตะวัย 23 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับต้นสังกัดในซีซันนี้

ขณะที่สื่อดังแดนกระทิงดุได้ออกมาเปิดเผยว่า ทีมคู่อริร่วมลีกอย่าง  “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก็กำลังให้ความสนใจคว้าหัวหอกรายนี้ไปเสริมเกมรุกที่เจอปัญหาปืนฝืดอย่างหนักในฤดูกาลนี้เช่นเดียวกัน

ปีศาจแดง ล่า ยูเซฟ เอ็นเนเซรี่

ปีศาจแดง และ หงส์แดง อาจต้องทุ่มเงิน 46 ล้านยูโร จ่ายค่าตัว “เอ็น เนเซรี่”

            ตามการรายงานของ เอสตาดิโอ เดปอร์ติโบ สื่อชั้นนำประเทศสเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา ระบุว่า ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีแผนที่จะดึงตัว “ยูเซฟ เอ็น เนเซรี่” หัวหอกทีมชาติโมร็อกโกของ เซบีย่า ทีมดังแห่งลีกแดนกระทิงดุไปเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้

หลังจากที่ดาวเตะวัย 23 ปี โชว์ฟอร์มสวยหรูด้วยการซัดไปถึง 22 ประตู จากการลงเล่น 45 นัด รวมทุกรายการ โดยเฉพาะในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่ เนเซรี่ ซัดไปคนเดียวถึง 6 ประตู จากการลงเล่น 8 นัด  ทั้งนี้ คาดกันว่า เซบีย่า ได้ตั้งค่าฉีกสัญญาของ เนเซรี่ ไว้สูงถึง 46 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,700 ล้านบาท ซึ่งหากขายนักเตะได้ที่ตัวเลขนี้จริง จะทำให้กองหน้าชาวโมร็อกโกกลายเป็นนักเตะที่ย้ายออกจาก เซบีย่า ด้วยค่าตัวสูงที่สุดเป็นสถิติของสโมสรเลยทีเดียว  

ปีศาจแดง ล่า ยูเซฟ เอ็นเนเซรี่

            อย่างไรก็ตาม สื่อเจ้าเดิมยังเสริมว่า “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คู่ปรับร่วมเวที พรีเมียร์ลีก ของทัพ ปีศาจแดง ก็กำลังหมายตาหัวหอกรายนี้เพื่อเป็นตัวแทนของสองกองหน้าตัวเก่งอย่าง ซาลาห์ และ มาเน่ ที่มีข่าวลืออย่างหนักว่าอาจย้ายออกทีมหลังจบฤดูกาลนี้

โดยมียักษ์ใหญ่อย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ เรอัล มาดริด ให้ความสนใจ  สำหรับ ยูเซฟ เอ็น เนเซรี่ ย้ายจาก เลกาเนส มาแข้งอยู่กับ เซบีย่า เมื่อซีซัน 2019/2020 ลงสนามไปแล้ว 71 นัด ยิงได้ 28 ประตู รวมทุกรายการ

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

            เอฟเวอร์ตัน สโมสรดังประจำเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกแถลงการณ์จวก 6 ยักษ์ใหญ่ร่วมลีกที่ลงนามเป็นผู้ร่วมก่อตั้งรายการ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก อย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา

โดยทีม “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ชี้ว่า การกระทำของ 6 บิ๊ก พรีเมียร์ลีก ไม่ต่างอะไรกับการทรยศเพื่อนร่วมลีกและแฟนบอลทั่วโลกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

เอฟเวอร์ตัน

เอฟเวอร์ตัน ลั่น บิ๊ก 6 พรีเมียร์ลีก ทำให้วงการฟุตบองอังกฤษแปดเปื้อน

            เอฟเวอร์ตัน ทีมดังแห่งถิ่น เมอร์ซี ไซด์ ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของ 6 สโมรยักษ์ใหญ่ประจำเวที พรีเมียร์ลีก ประกอบด้วย แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล, เชลซี, ลิเวอร์พูลและ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่ลงนามเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งการแข่งขัน ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ร่วมกับ 6 สโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่างแอตเลติโก้ มาดริด, เอซี มิลาน, เรอัล มาดริด, บาร์เซโลนา, ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลาน โดยคำแถลงของบอร์ดบริหาร “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ระบุว่า “เอฟเวอร์ตันเสียใจและผิดหวังอย่างมากที่เห็นการแยกตัวของทั้ง 6 สโมสร ที่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น  6 สโมสรทำให้ พรีเมียร์ลีก เสื่อมเสียชื่อเสียง ทั้ง 6 สโมสรไม่ให้ความเคารพสโมสรร่วมลีก ทั้ง 6 สโมสรหักหลังแฟนบอลส่วนใหญ่ของประเทศอังกฤษและทั่วโลก  ในช่วงเวลาที่เราต้องเผชิญกับวิกฤติทั่งโลก สโมสรควรต้องทำงานร่วมกัน ทำเพื่อแฟนบอล แต่พวกเขากลับสมคบกันเพื่อแยกตัวจากปิรามิดบอลที่ให้การซัพพอร์ตพวกเขามาตลอด

เอฟเวอร์ตัน

            ทั้งนี้ มีการรายงานว่า พรีเมียร์ลีก จัดให้มีการหารือด่วนในวันอังคารที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา โดยมี เอฟเวอร์ตันพร้อมด้วย 13 ทีมที่เหลือของ พรีเมียร์ลีก เข้าร่วมหารือ ถึงขั้นมีเสียงเรียกร้องให้ พรีเมียร์ลีก ตะเพิด 6 ทีมประจำลีกที่ลงนามเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งการแข่งขัน ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ออกจากการเป็นสมาชิก พรีเมียร์ลีก หลังจบฤดูกาลนี้เลยทีเดียว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sbo-premier เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

            รุมเมนิกเก้ บิ๊กบอสคนดังของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค มหาอำนาจลูกหนังประจำเวที บุนเดส ลิกา เยอรมัน ออกมาเปิดเผยว่า ยังไม่ปิดโอกาสที่จะคว้าตัว “เจอร์เก้น คล็อปป์” ยอดกุนซือของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล มานั่งเก้าอี้นายใหญ่ให้กับถิ่น ลิอันซ์อาเรนา แทนที่ “ฮันซี่ ฟลิค” ที่ทำท่าจะขอลาออกจากตำแหน่งหลังจากจบการแข่งขันในฤดูกาลนี้

โดยที่ผู้บริหารวัย 65 ปี ยอมรับว่า ชื่อของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นั้นได้ถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้งระหว่างการหารือของบอร์ดบริหารในเรื่องนี้

รุมเมนิกเก้

รุมเมนิกเก้ ลั่น “เสือใต้” ไม่มีเอี่ยว “ซูเปอร์ลีก” แน่นอน

            รุมเมนิกเก้ ประธานสโมสรที่มากด้วยประสบการณ์ของ บาเยิร์น มิวนิค ออกมายืนยันว่ายังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะดึงตัว “เจอร์เก้น คล็อปป์” ผู้จัดการทีมคนดังของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มารับหน้าที่นายใหญ่ของถิ่น “เสือใต้” แทนที่ “ฮันซี่ ฟลิค” กุนซือคนปัจจุบันที่มีแววว่าเขาจะอำลาทีมหลังจากจบฤดูกาลนี้เพื่อไปคุมทีมชาติเยอรมนีต่อจาก “โยอัคคิม เลิฟ” หลังจบศึก ยูโรปี 2020 ในช่วงกลางปีนี้ 

โดย คาร์ล- ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้เปิดเผยกับสื่อแดนมะกะโรนีว่า “เรายังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องโค้ชใหม่แต่อย่างใด อันดับแรกเราต้องคว้าแชมป์ บุนเดสลิกา ฤดูกาลนี้ให้ได้ก่อน จากนั้นค่อยมาตัดสินเรื่องนี้กันต่อไป แต่แน่นอนว่า ชื่อของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ถูกพูดถึงอย่างหนักในสโมสรของเรา” 

รุมเมนิกเก้

            นอกจากนี้ รุมเมนิกเก้ยังยืนยันว่า จะไม่พา “เสือใต้” เข้าร่วมกับ 12 สโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปในการแข่งขัน “ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก” อย่างแน่นอน  โดย รุมเมนิกเก้เผยว่า “บาเยิร์น มิวนิค ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับการวางแผนก่อตั้ง ซูเปอร์ลีก ที่เป็นข่าวดัง พวกเราเชื่อมั่นในโครงสร้างฟุตบอลปัจจุบัน

และได้ต้อนรับการเปลี่ยนแปลงของ แชมเปียนส์ ลีก เพราะเชื่อมั่นว่ากำลังเดินไปในทางที่ถูกต้องกับการพัฒนาฟุตบอลยุโรป ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันให้ตื่นเต้นและทำให้แฟนบอลและผู้ชมทั่วโลกได้มีอารมณ์ร่วมมากขึ้น”

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ sbo-premier เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

          ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีงดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศปลด “โชเซ่ มูรินโญ่” กุนซือชาวโปรตุกีสออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา หลังจากที่เทรนเนอร์วัย 58 ปี พาทีมทำได้แค่บุกไปเสมอ

เอฟเวอร์ตัน 2 – 2 ในเกม พรีเมียร์ลีก วันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา โดยผู้ที่จะเข้ามารับหน้าที่กุนซือขัดตาทัพก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น “ไรอัน เมสัน” อดีตกองกลางวัย 29 ปี ของ สเปอร์ส นั่นเอง

ไก่เดือยทอง

ไก่เดือยทอง ตั้ง “ไรอัน เมสัน” และ “คริส พาวล์” เป็นกุนซือขัดตาทัพ

            โดยไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ประกาศยุติความสัมพันธ์กับ “โชเซ่ มูรินโญ่” ผู้จัดการทีมเลือดฝอยทองอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา หลังจากที่กุนซือวัย 58 ปี ทำได้เพียงพาทีมบุกไปเสมอ เอฟเวอร์ตัน 2 – 2 ในเกม พรีเมียร์ลีก ประจำวันที่ 17 เมษายน

ไก่เดือยทอง

ที่ผ่านมา จนทำให้ สเปอร์ส เก็บได้เพียง 50 แต้ม จากการลงเล่น 32 นัด รั้งอันดับ 7 ของตารางคะแนน ห่าง “ขุนค้อน” เวสแฮม ยูไนเต็ด ที่ตำแหน่งท็อปโฟร์อยู่ 5 คะแนน และมีโอกาสสูงที่จะพลาดตั๋วไปลุยฟุตบอลยุโรปในซีซั่นหน้า 

โดย ไก่เดือยทอง ได้แต่งตั้ง “ไรอัน เมสัน” อดีตมิดฟิลด์วัย 29 ปี พร้อมด้วย “คริส พาวล์” ให้รับหน้าที่กุนซือขัดตาทัพก่อนที่ สเปอร์ส จะมีคิวลงเตะนัดชิงชนะเลิศศึก คาราบาว คัพ พบกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในคืนวันที่ 25 เมษายนนี้

ไก่เดือยทอง

            ทั้งนี้ ไก่เดือยทอง ประกาศตั้ง โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามารับหน้าที่ผู้จัดการแทนที่ของ “เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่” ที่ถูกปลดจากตำแหน่งไปเมื่อเดือนพศจิกายน ปี 2019 โดยเซ็นสัญญายาวถึงปี 2023 คุมทีมลงแข่งไปทั้งสิ้น 86 นัด ชนะ 44 นัด เสมอ 19 นัด

และแพ้ 23 นัด  ส่วนกุนซือขัดตาทัพอย่าง ไรอัน เมสัน ถือเป็นเด็กปั้นของ สเปอร์ส ตั้งแต่ยังเป็นนักเตะเยาวชน ค้าแข้งอยู่กับทีมตั้งแต่ ปี 2008 – 2016 ก่อนจะผันตัวมาเป็นสตาร์ฟโค้ชหลังแขวนสตั๊ดเมื่อปี 2018

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ ufabet777 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก