อย่างที่แฟนบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และแฟนของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ทราบกันดีว่าในช่วงเวลานี้กลายมาเป็นช่วงที่ลำบากอีกช่วงหนึ่งของทีมหงส์แดง หลังจากที่ในฤดูกาลก่อนหน้านี้พวกเขามีวันเวลาดี ๆ จากการคว้าถ้วยทั้งแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก แชมป์สโมสรฟุตบอลโลก และแชมป์พรีเมียร์ลีกที่รอมานาน 30 ปี  แต่ดูแล้วโอกาสที่จะป้องกันแชมป์น่าจะปิดประตูการป้องกันแชมป์ไปเป็นที่เรียบร้อยหลังจากที่ทีมเรือใบสีฟ้าขึ้นนำเป็นจ่าฝูงยาว ในขณะหงส์แดงอันดับตกลงมาที่ 8 ของตารางคะแนนแล้วในช่วงเวลานี้

หงส์แดง

            โดยหลังจากที่การแข่งขันนัดที่ 28 ในพรีเมียร์ลีกของหงส์แดงที่พวกเขาพึ่งจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมฟูแล่มและจบลงตรงที่หงส์แดงปีกหักคาบ้านแพ้ไป 0-1 ประตู ทำให้เป็นการพ่ายแพ้นัดที่ 6 ในบ้าน และเริ่มมีกระแสข่าวออกมาโจมตี เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันว่าทีมกำลังจะสั่งปลดเขาออกจากการเป็นผู้จัดการทีม  

และหาคนใหม่มาคุมทีมแทน ทังนี้ ชื่อของคนที่จะคุมหงส์แดงแทนนั้นก็คือ สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตนักเตะชื่อดังของทีมที่เวลานี้ได้กลายเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล และกำลังสร้างผลงานการคุมทีมอันน่าแสนยอดเยี่ยมจากการพาทีมเรนเจอร์สคว้าแชมป์สก็อตแลนด์พรีเมียร์ลีก และกระแสข่าวนี้เริ่มมีมากทุกวันจนในที่สุดก็มีข่าวว่า เจอร์ราร์ด ได้ออกมาให้ข่าวเองสรุปได้ว่า

หงส์แดง

ในช่วงเวาที่ หงส์แดง กำลังยากลำบากการมานำเสนอข่าวอะไรแบบนี้

ในช่วงเวลานี้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ตนจะได้ไปคุมทีมหงส์แดงเพราะยังมีงานอีกมากในทีมฟุตบอลต้นสังกัดตนเอง และในช่วงเวาที่หงส์แดงกำลังยากลำบากการมานำเสนอข่าวอะไรแบบนี้มันไม่ช่วยอะไรเลยแต่อย่างใด  เจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นผู้จัดการทีที่ดีและตนอยากให้เขาอยู่กับทีมหงส์แดงไปอีกให้นาน ๆ ซึ่งหงส์แดงเป็นทีมที่คนรักและมีวันเวลาที่ดีในขณะค้าแข้งที่นั้น

มันจะเป็นฝันที่เป็นจริงแน่หากตนได้มีโอกาสไปคุมทีมฟุตบอลนี้ ในวันใดวันหนึ่งในอนาคตข้างหน้านี้ แต่มันน่าจะยังไม่ใช่เวลานี้ ซึ่งที่จริงแล้วมีผู้จัดการทีมอีกมากที่ดีมากกว่าคนเองที่สมควรได้มาคุมทีมหงส์แดง และที่สำคัญนั้นก็คือในช่วงเวลานี้เราควรให้ความเคารพต่อ เจอร์เก้น คล้อปป์ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของหงส์แดงด้วย

สุดท้ายแล้วเราจะได้มีดอกาสเห็น สตีเว่น เจอร์ราร์ด มาดูแลทีมหงส์แดงในอนาคตนหรือหรือไม่วันเวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ได้แฟนบอลรอชมกันต่อไป

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ tiger789 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ยังคงอยู่ในช่วงวิกฤตเป็นอย่างมากสำหรับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ซึ่งคงต้องบอกว่าวิกฤติที่สุดแล้วนับแต่ที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้เข้ามาคุมทีมฟุตบอลทีมนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงเลยสำหรับแฟนบอลหงส์แดงรวมทั้งแฟนบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษทั้งหลาย นั่นก็เพราะใน 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาหงส์แดงถือว่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นอย่างมากเกินหน้าเกินตาทีมฟุตบอลทีมใด ไม่ว่าจะเป็นการสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2018-2019 มาได้สำเร็จ แชมป์สโมสรฟุตบอลโลกของฟีฟ่าประจำปี 2019 และแถมด้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2019-2020

หงส์แดง

ที่น่าปวดใจมากที่สุดนั่นก็คือผลงานการแข่งขันของทีมภายในบ้านซึ่งเคยเป็นจุดแข็งของทีมหงส์แดงมาโดยตลอด กลับกลายเป็นว่าพวกเขาไปแผลภายในบ้านตนเองติดต่อกันไปแล้ว 6 นัดด้วยกัน โดยนัดล่าสุดเป็นการพ่ายแพ้ให้กับทีมฟูแล่มคาบ้าน 0-1 ประตู และจากที่เคยนำเป็นอันดับ 1 ของตารางในช่วงต้นฤดูกาล

ตอนนี้อันดับของ “หงส์แดง” ร่วงลงมาเรื่อยๆทุกสัปดาห์จนมาหยุดอยู่ที่อันดับ 8 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษแล้ว

ซึ่งเกมการแข่งขันนัดที่ผ่านมาที่แฟนบอลได้ชมในคืนวันที่ 7 มีนาคม 2021 นั้น จะเห็นได้ชัดเลยว่าการแข่งขันไม่ค่อยจะมีระเบียบแบบแผนสักเท่าไหร่ เกมรับย่ำแย่ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามสวนกลับเกือบทำประตูได้บ่อยครั้งและเสียลูกอย่างง่ายๆในจังหวะที่ไม่น่าจะเสีย ซึ่งล่าสุด รอย คีน อดีตนักเตะในตำนานของทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หงส์แดง

ซึ่งในปัจจุบันกลายมาเป็นนักวิเคราะห์เกมการแข่งขันฟุตบอลชื่อดังอีกคนหนึ่งได้ออกมาทำการวิเคราะห์ผลการแข่งขันของหงส์แดงในช่วงเวลาที่ยากลำบากในครั้งนี้ว่า สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในเกมการแข่งขันนัดที่ผ่านมารวมทั้งนั้นก่อนหน้านี้นั่นก็คือการไม่สามารถรักษาแบบแผนการเล่นเป็นทีมของหงส์แดงไว้ได้เหมือนเมื่อก่อน

ซึ่งเป็นสิ่งที่เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันต้องหาทางรีบแก้ไขโดยด่วนให้ได้ในช่วงเวลานี้ ตำแหน่งด้วยกันแต่สภาพในเกมก็ยังไม่ดีขึ้น  แถมในเกมการแข่งขันนัดที่ผ่านมาทีมหงส์แดงก็เอานักเตะหลักตัวจริงของทีมไปเป็นตัวสำรองหลายคนซึ่งดูแล้วไม่ให้เกียรติกับทีมฟูแล่มเลย

จากที่กล่าวมาข้างต้นนั่นก็คือเป็นเสียงเสียงหนึ่งที่หงส์แดงควรจะรับฟังและนำไปหาทางปรับปรุงแก้ไขให้ได้โดยเร็วระวังอย่างยิ่งว่าผลงานจะกลับมาดีวันดีคืนเช่นเดิมนะ หงส์แดง ลิเวอร์พูล และเจอร์เก้น คล็อปป์

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ gclub1688 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

            ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่ประจำเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวังในฤดูกาลนี้ โดยล่าสุดหล่นลงมารั้งอันดับ 8 ของตารางคะนน หลังเปิดบ้านพ่ายให้กับ ฟูแล่ม 1 – 0 ในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา จน “ร็อบบี้ ฟาวเลอร์” ตำนานกองหน้าของ “หงส์แดง” ออกมาชี้ว่า “เจอเก้น คล็อปป์” ควรต้องโละสตาร์ดังในทีมบางคนที่ทำผลงานย่ำแย่ออกทีมเหมือนกับตอนที่ปล่อย “ฟิลิปเป้ คูตินโญ่” เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งเมื่อหลายปีก่อน และเสริมนักเตะหน้าใหม่เพื่อปรับสมดุลทีม

ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ควรขาย “ซาลาห์” ออกจากทีมตามความเห็นของ ฟาวเลอร์

            “ร็อบบี้ ฟาวเลอร์” ตำนานดาวยิงของ ลิเวอร์พูลแสดงความเห็นผ่านคอลัมน์ของตัวเองใน เดอะ มิร์เรอร์ หนังสือพิมพ์ชื่อดังของอังกฤษ ชี้ว่า “เจอเก้น คล็อปป์” กุนซือชาวเยอรมันของ “หงส์แดง” ควรจะเริ่มปรับทีมใหม่ได้แล้ว โดยการขายนักเตะที่ดูเหมือนจะหมดใจกับการค้าแข้งถิ่นใน แอนฟิลด์ อย่าง “โมฮาเหม็ด ซาลาห์” ออกไป เพื่อหาเงินมาเสริมทัพในซัมเมอร์นี้ 

            โดย อดีตหัวหอกลิเวอร์พูล วัย 45 ปี ระบุว่า “ผมไม่ได้อยากตำหนิอะไร ซาลาห์ หรอกนะ ผมรักเขาจะตาย แต่ผมเชื่อว่าการย้ายทีมสมัยนี้มันขึ้นอยู่กับความต้องการของนักเตะเป็นสำคัญ ถ้าเขาอยากย้าย เราก็ควรปล่อยเขาไป ถ้าเกิดนักเตะต้องการย้ายทีม เราก็ต้องยอมรับแต่โดยดี

ลิเวอร์พูล

ผมเชื่อว่าถ้าหากพวกเขาจะไม่มีความสุขและอยากจะย้ายทีม พวกเขาก็ควรจะถูกปล่อยออกไปซะ เจอร์เก้น คล็อปป์ เองก็เคยพูดทำนองนี้เหมือนกัน เขาไม่ต้องการลูกทีมที่ไม่ได้อยากอยู่กับทีมจริง ๆ”  นอกจากนี้ เจ้าของฉายา “ก็อด” ยังพาดพิงถึงอดีตแข้งลิเวอร์พูล อย่าง “ฟิลิปเป้ คูตินโญ่” ด้วยว่า “ผมเชื่อว่าเขาคิดแบบนั้นกับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มาก่อน

ตอนนั้น คูตินโญ่ อยากย้ายทีมมาก ๆ ซึ่ง คล็อปป์ ก็ไม่อยากให้ คูตินโญ่ อยู่กับทีมต่อไปเพราะทัศนคติของเขาไม่เหมาะกับทีม ดังนั้น ถ้า ซาลาห์ ไม่มีความสุขจจริง ๆ หรือเขาไม่พอใจที่ไม่ได้สัญญาฉบับใหม่อะไรทำนองนี้แล้วละก็ มันก็ควรต้องขายเขาซะ แล้วหาเงินให้มากที่สุดเพื่อเอาไปใช้ปรับแต่งทีม”

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ สล็อต888 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

            ดอนนารุมม่า (Gianluigi Donnarumma) นายทวารอนาคตไกลของ “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน ตกเป็นข่าวพัวพันเรื่องการย้ายทีมกับสโมสรยักษ์ใหญ่หลายแห่งในยุโรป หลังมีกระแสข่าวว่ามือกาวชาวอิตาเลี่ยนรู้สึกไม่พอใจกับค่าเหนื่อยที่เจ้าตัวได้รับอยู่กับต้นสังกัดในเวลานี้ แถมยังมีความเป็นไปได้ที่ค่าเหนื่อยจะลดลงหากมีการต่อสัญญาฉบับใหม่ โดยล่าสุด สื่อดังแดนมักกะโรได้ออกมาตีข่าวว่า เชลซี เตรียมฉวยโอกาสนี้ทาบคว้าตัวนายด่านวัย 22 ปี มาเฝ้าเสายังถิ่น สแตมฟอร์ดบริดจ์ พร้อมเพิ่มค่าเหนื่อยให้มากกว่าเดิมเกือบสองเท่า!

ดอนนารุมม่า

ดอนนารุมม่า อาจได้รับค่าเหนื่อยจาก “เชลซี” ฤดูกาลละ 10 ล้านยูโร!

            ตามการเปิดเผยของ ลิเบโร่ คิวโอติดิอาโน่ สื่อดังของอิตาลี ระบุว่าดอนนารุมม่า ผู้รักษาประตูร่างโย่งของสโมสร เอซี มิลานไม่ค่อยพอใจค่าเหนื่อยที่ตนเองได้รับอยู่กับต้นสังกัดในปัจจุบันเท่าไหร่นัก จนมีความเป็นไปได้ที่มือกาววัย 22 ปี อาจไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่แทนที่สัญญาฉบับปัจจุบันที่กำลังจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์นี้  ทั้งนี้ เชื่อกันว่า ดอนนารุมม่าได้รับค่าเหนื่อยจาก “ปีศาจแดงดำ” อยู่ที่ฤดูกาลละ 6 ล้านยูโร ซึ่งเคยมีข่าวลือว่า เจ้าตัวเคยพยายามขอขึ้นค่าเหนื่อยเป็น 10 ล้านยูโรต่อซีซันกับทางต้นสังกัดมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื้อใย ทำให้อนาคตของนายทวารทีมชาติอิตาลีในถิ่น ซานซีโร่ ไม่ค่อยสดใสนัก

ดอนนารุมม่า

            อย่างไรก็ตาม สื่อเจ้าเดิมยังเสริมว่า “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี สโมสรเงินถุงเงินถังจากเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หวังที่จะใช้โอกาสนี้ในการดึงตัว ดอนนารุมม่ามาเฝ้าเสายังถิ่น สแตมฟอร์ดบริดจ์ ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยยอดทีมแห่งกรุงลอนดอนพร้อมจะทุ่มค่าเหนื่อยให้ซีซันละ 10.5 ล้านยูโรตามที่นายด่านรายนี้ต้องการ ซึ่งหากข่าวนี้เป็นเรื่องนี้จะทำให้ ดอนนารุมม่าได้รับค่าเหนื่อยสูงกว่าที่ได้รับกับ “รอสโซเนรี่” เกือบ 2 เท่าเลยทีเดียว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ สล็อตคิงคอง เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

          ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวว่า อาจไม่มีเงินก้อนโตสำหรับการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ เนื่องจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ส่งผลต่อตัวเลขรายรับ-รายจ่ายของสโมสรอย่างรุนแรงไม่ต่างกับทีมอื่น ๆ โดยข่าวดังกล่าวมีต้นตอมาจาก “โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” กุนซือหน้าทารกที่ออกมาบอกเป็นนัยว่า ทีมของตนอาจไม่มีงบประมาณสำหรับเสริมทัพในดีลใหญ่ ๆ หลังจบฤดูกาลนี้

“โซลชา” แย้ม ปีศาจแดง อาจไม่มีงบ

ปีศาจแดง ต้องการเสริมทัพในตำแหน่งกองหลังและกองหน้า

            “โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ของปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาให้สัมภาษณ์แบบเป็นนัยว่า ทีมของตนอาจไม่มีเงินสำหรับการซื้อตัวนักเตะเข้ามาเสริมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

เนื่องจากสโมสรได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างหนัก พร้อมทั้งเชื่อว่า โลกลูกหนังจะไม่มีการเสริมทัพดีลใหญ่ ๆ มากนักในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะทุกทีมต่างก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เดียวกัน โดย โซลชา ระบุว่า “การเกิดโรคระบาดมันกระทบต่อทุกคนในวงการฟุตบอล การขาดรายได้ทำให้ทุกคนมีปัญหาด้านการเงินกันทั้งนั้น เราควรมองโลกตามความจริง

“โซลชา” แย้ม ปีศาจแดง อาจไม่มีงบ

และต้องทำธุรกิจด้วยความรับผิดชอบทั้งในสนามและนอกสนาม เราปรับปรุงสนามซ้อมและสนามแข่งในช่วงที่ผ่านมา เราต้องมองภาพรวมว่าเราใช้เงินกับตรงไหนและใช้ได้มากเท่าไหร่ นั่นคือคำถามที่เกิดขึ้นในโลกความจริงตอนนี้” นอกจากนี้ กุนซือวัย 48 ปี ยังกล่าวถึงการเสริมนักเตะรายใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ว่า “เรามีนักเตะหลายคนจากอะคาเดมี่

เราอาจจะมอบโอกาสให้พวกเขาได้เล่นกับทีมชุดใหญ่ ทุกสโมสรในโลกต่างก็เจอปัญหาแบบเดียวกัน ดังนั้น ทีมอื่น ๆ ก็แทบจะไม่ต่างจากเราเลย ผมคิดว่าโลกฟุตบอลคงจะมีการเสริมนักเตะน้อยลงมากจากการที่อะไรหลายอย่างเปลี่ยนไป”

“โซลชา” แย้ม ปีศาจแดง อาจไม่มีงบ

            ทั้งนี้ ปีศาจแดงภายใต้การคุมทีมของกุนซือชาวนอร์เวย์ทำท่าว่าจะห่างไกลจากแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ออกไปทุกที เนื่องจากตามหลังจ่าฝูงอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 15 แต้ม จนกูรูฟุตบอลบางคนชี้ว่า หาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการไล่ล่าแชมป์ลีกในซีซันหน้า พวกเขาจำเป็น้องเสริมทัพในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กและกองหน้าซึ่งนั่นต้องใช้งบเสริมทัพไม่น้อยเลยทีเดียว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ รวมสล็อตทุกค่ายในเว็บเดียว เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                เอริก ไบยี่ ปราการหลังกระดูกยุงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงยกย่อง เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมเรอัล มาดริด จากสเปน ว่าเป็นนักเตะที่รักษาสภาพร่างกายและรักษามาตรฐานฟอร์มการเล่นเอาไว้ได้ดี โดย ไบยี่ ยืนยัน รามอส เก่งกาจกว่าทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด และ ลิโอเนล เมสซี่ 2 ดาวยิงอันดับต้นๆ ของโลกฟุตบอลในปัจจุบัน แถมยกให้เป็นหมายเลข 1 ในใจของเขาอีกด้วย

                นับตั้งแต่ เซร์คิโอ รามอส ก้าวขึ้นมาสู่ชุดใหญ่ของเซบีย่า ในปี 2004 เขาก็รักษาฟอร์มการเล่นที่สุดยอดเอาไว้ตลอด จนได้ย้ายมาอยู่กับ เรอัล มาดริด ในฤดูกาล 2005 – 2006 และยึดครองตำแหน่งตัวจริงของ “ราชันชุดขาว” พร้อมกับตำแหน่งกัปตันทีม และด้วยฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวาทำให้ เซร์คิโอ รามอส ที่ปัจจุบันมีอายุ 34 ปีเข้าไปแล้ว กลายเป็นไอดอลให้กับปราการหลังรุ่นน้องหลายคนด้วยและหนึ่งในนั้นก็คือ เอริก ไบยี่ ที่ยกย่องให้ เซร์คิโอ รามอส เป็นนักเตะที่เก่งกว่าทั้ง โรนัลโด้ และ เมสซี่

ไบยี่

                โดย เอริก ไบยี่เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า “เซร์คิโอ รามอส คือนักเตะหมายเลข 1 ที่อยู่ในใจของผม ผมนับถือเขามาเนิ่นนาน ทุกอย่างมาจากความทุ่มเท, ประสบการณ์ และความคงเส้นคงวาที่เขาแสดงออกมาให้กับวงการฟุตบอล มันทำให้ผมยกย่อง เซร์คิโอ รามอส เป็นอย่างมาก และสำหรับผม ผมคิดว่าเขาคือนักเตะที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล”

                นอกจากนี้ เอริก ไบยี่ยังกล่าวต่อไปอีกว่า “แน่นอนว่าแต่ละคนย่อมมีความคิดและมีนักเตะในดวงใจที่แตกต่างกัน แต่ถ้ามีคนเดินเข้ามาถามว่า เฮ้ย เอริก! นายคิดว่าใครเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดกัน ระหว่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ ผมจะสวนกลับไปทันทีเลยว่า คนที่เก่งที่สุดสำหรับผมคือ เซร์คิโอ รามอส เท่านั้น”

เซร์คิโอ รามอส

                สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันของ เซร์คิโอ รามอส นั้น สัญญาฉบับปัจจุบันกับ เรอัล มาดริด กำลังจะหมดในช่วงซัมเมอร์นี้ และมีข่าวหลุดออกมาตลอดว่าทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้สื่อหลายสำนักต่างเล่นข่าวการย้ายทีมของ เซร์คิโอ รามอส ซึ่งมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เซ็นเตอร์แบ็คทีมชาติสเปน เคยออกมาเผยว่าต้องการจะย้ายมาเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เท่านั้น ซึ่งตรงนี้ต้องรอดูกันต่อไป

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ โจ๊กเกอร์123 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                ปิแอร์ – เอเมริค โอบาเมยอง ดาวยิงกัปตันทีม อาร์เซนอล ยักษ์ใหญ่ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำการเหมาคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ “เดอะ กันเนอร์ส” เปิดบ้านเอาชนะ เบนฟิกา ทีมดังจากโปรตุเกส ไปแบบหวุดหวิด 3 – 2 รวม 2 นัด อาร์เซนอล ผ่านเข้ารอบด้วยประตูรวม 4 – 3

                ศึก ยูโรป้า ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้ายนัดที่สอง เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา อาร์เซนอล เปิดสนาม “เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม” ต้อนรับการมาเยือนของ เบนฟิกา จากโปรตุเกส โดยในเกมแรกที่ทั้งสองทีมเจอกันที่บ้านของ เบนฟิกา นั้นเสมอกันไป 1 – 1

โอบาเมยอง

เริ่มศึกยูโรป้า ลีก โอบาเมยอง พาทีมขึ้นนำ 1 – 0

                ครึ่งแรกเริ่มเกมมาจนถึงนาทีที่ 21 อาร์เซนอล ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1 – 0 จากความยอดเยี่ยมของ บูกาโย่ ซาก้า ที่จ่ายตัดกองหลังของเบนฟิกา ไปเข้าเท้าของ ปิแอร์ – เอเมริค โอบาเมยองก่อนจะยิงไวสวนตัวของ เอลตอน เลยเต้ เข้าไปอย่างสุดสวย

                อย่างไรก็ตามในนาที 43 เบนฟิกา ก็มาตามตีเสมอเป็น 1 – 1 จากจังหวะฟรีคิกนอกเขตโทษและเป็น ดิโอโก้ กอนซัลเวส ที่วิ่งมาอัดด้วยเท้าขวาบอลพุ่งเข้าตาข่ายอย่างสวยงาม สุดปัญญาที่ แบรนด์ เลโน จะพุ่งปัดถึง จบ 45 นาทีแรก อาร์เซนอล เสมอกับ เบนฟิกา อยู่ 1 – 1

โอบาเมยอง

                ครึ่งหลังเริ่มมา 5 นาที อาร์เซนอล พลาดได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ มาร์ติน โอเดการ์ด จ่ายให้ ปิแอร์ – เอเมริก โอบาเมยอง หลุดเข้าไปยิงตุงตาข่าย แต่เมื่อเช็คจาก VAR กลายเป็นว่า โอบาเมยอง ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว  

                นาที 62 เบนฟิกา กลับมาได้ประตูขึ้นนำอาร์เซนอล เป็น 2 – 1 จากจังหวะที่ ดานี่ เซบายอส โหม่งกลับหลังแต่ไม่ทันสังเกตว่ามีนักเตะทีมเยือนตามมาดักบอลอยู่ บอลจึงมาเข้าทางของ ราฟา ซิลวา ก่อนที่จะหลุดเดี่ยวเข้าไปส่องผ่านมือ เลโน เข้าไปอย่างง่ายดาย

                อาร์เซนอล ไม่ยอมง่ายๆ ไล่มาเป็น 2 – 2 ในอีก 5 นาทีถัดมา จากจังหวะที่ วิลเลี่ยน หลุดขึ้นมาทางด้านซ้าย ก่อนที่จะไหล่กลับมาให้กับ คีแรน เทียร์นี่ ก่อนที่แบ็คซ้ายจอมบุกจะกดด้วยซ้ายเต็มข้อบอลพุ่งแรงเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม ทำเอา มิเกล อาร์เตต้า ถึงกับสะใจแบบออกนอกหน้า

                เกมเดินทางมาถึงท้ายเกม อาร์เซนอล ยังเสมอกับ เบนฟิกา อยู่ 2 – 2 ถ้าจบแบบนี้ “ปืนใหญ่” จะตกรอบทันที แต่แล้วเหมือนเทพีแห่งชัยชนะจะอยู่ข้าง อาร์เซนอล เมื่อ บูกาโย่ ซาก้า ได้จังหวะตักบอลเข้ามาที่เสาไกล และเป็น ปิแอร์ – เอเมริค โอบาเมยอง ที่โขกเข้าไปไม่เหลือ แม้กรรมการจะเช็ค VAR แต่ก็ยังยืนยันคำตัดสินเดิมคือให้ประตูแก่เจ้าบ้าน จบ 90 นาที อาร์เซนอล เอาชนะ เบนฟิกา ไป 3 – 2 รวม 2 นัด ชนะ 4 – 3 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ สล็อต1234 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล

                สลาเวีย ปราก ทีมดังจากลีกเช็ก โชว์ฟอร์มหักปากกาเซียน หลังเป็นฝ่ายบุกไปเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี ทีมแกร่งจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ถึงถิ่นด้วยสกอร์ 2 – 0 ทำให้สกอร์รวม 2 สลาเวีย ปรากเป็นฝ่ายเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึก ยูโรป้า ลีก ต่อไป

                ศึกฟุตบอล ยูโรป้า ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้ายนัดที่สองเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมาเป็นการแข่งขันที่สนาม “คิง พาวเวอร์ส สเตเดี้ยม” เลสเตอร์ ซิตี เจ้าบ้านต้อนรับการมาเยือนของ สลาเวีย ปรากจ่าฝูงของลีกเช็ก ณ เวลานี้ โดยในเกมแรกที่บ้านของ สลาเวีย ปรากนั้นทั้งสองทีมเสมอกันมา 0 – 0

สลาเวีย ปราก

เริ่มเกม สลาเวีย ปราก ปะทะ เลสเตอร์ ศึก ยูโรป้า ลีก

                เริ่มต้นครึ่งแรกมาเป็นฝ่ายของ เลสเตอร์ ซิตี ที่เปิดเกมบุกใส่ทีมเยือนอย่างไม่ยั้งแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เด็ดขาดพอ และพอหลังจากนาทีที่ 20 เป็นต้นไปกลายเป็น สลาเวีย ปรากที่บุกได้น้ำได้เนื้อมากกว่า แต่จังหวะสุดท้ายก็เหมือนกับเจ้าถิ่นคือขาดความเฉียบคม ทำให้จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ที่ 0 – 0

                ครึ่งหลังเริ่มมาได้ 4 นาที กลายเป็นแฟนบอลของ สลาเวีย ปรากที่ได้เฮกันลั่นหน้าจอจากจังหวะที่ นิโคเล่ สตานชู เปิดบอลมาจากฝั่งซ้ายบอลลอยข้ามหัวแนวรับของ “สุนัขจิ้งจอก” ยาวมาจนถึง ลูคัส โปรว็อด ที่วิ่งมาแปเข้าไปอย่างเด็ดขาด

สลาเวีย ปราก

                เจ้าถิ่นเริ่มอยู่นิ่งไม่ได้และเกือบจะได้ประตูตีเสมอในนาที 65 จากจังหวะที่ เจมี วาร์ดี้ ได้พักบอลในจังหวะแรกก่อนจะตบมาให้กับ ริคาร์โด เปเรยร่า ได้แปเข้าไป แต่กรรมการไม่ให้เป็นประตูเนื่องจากจังหวะแรกที่ วาร์ดี้ พักบอลนั้นได้กลายเป็นแฮนด์บอลไปก่อนแล้ว

                และในเมื่อเจ้าบ้านไม่ได้ประตูตีเสมอ ก็กลายเป็น สลาเวีย ปรากที่มาได้ประตูที่ 2 ในนาทีที่ 78 จากผลงานของ ปีเตอร์ โอยาลินก้า ที่แหวกแนวรับเข้า เลสเตอร์ ซิตี ก่อนจะจ่ายให้ อับดัลลาห์ ซิม่า ได้ซัดเข้าไป จบ 90 นาที สลาเวีย ปรากบุกมาเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี 2 – 0 สกอร์รวม 2 นัด สลาเวีย ปรากชนะ 2 – 0 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ UFA666 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล

                ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิงของ เอซี มิลาน ทีมดังแห่งกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ยกย่อง โรนัลโด้ อดีตตำนานดาวยิงทีมชาติบราซิล คือนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลในวงการฟุตบอลตามมุมของตนเอง พร้อมยืนยันนักเตะหลายๆ คนคงอยากจะเป็นอย่างโรนัลโดอย่างแน่นอน หากได้เห็นคลิปวิดีโอของ “โล้นทองคำ” ในสมัยที่ยังค้าแข้งอยู่

โรนัลโด้

หากย้อนไปไม่นานชื่อของ “โรนัลโด้” จะต้องถูกหยิบยกขึ้นมาแน่นอน

                นับตั้งแต่อดีตเป็นต้นมาวงการฟุตบอลต่างมีนักเตะระดับสุดยอดขึ้นมาประดับวงการโดยตลอด และในปัจจุบันทุกคนต่างยกให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้และ ลิโอเนล เมสซี่ คือ 2 ดาวยิงที่ยิ่งใหญ่ในปัจจุบันแต่หากย้อนไปไม่นานชื่อของโรนัลโด้จะต้องถูกหยิบยกขึ้นมาแน่นอน ในเรื่องนี้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ได้กล่าวว่า “ผมไม่ต้องพูดอะไรถึงโรนัลโดมากนัก กับฉายา ฟีโนมีนอม ของเขา”

                “นักเตะบนโลกใบนี้ ผมได้เคยพูดเอาไว้แล้วว่าแยกได้เป็น 2 แบบ แบบแรกคือนักเตะที่เล่นฟุตบอล นั่นคือนักเตะประเภทที่เราเห็นทุกคนในการแข่งขัน กับอีกแบบคือนักเตะที่ยิ่งใหญ่มากจนเหมือนว่าตัวเขาเองคือวงการฟุตบอลทั้งโลก และโรนัลโด้ คือนักเตะในแบบที่ 2”

โรนัลโด้

                ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กล่าวต่อไปว่า “เมื่อไหร่ที่ทุกคนได้เห็นโรนัลโด้ลงแข่ง ทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักเตะหรือคนดูต่างอยากจะเลียบและอยากเป็นอย่างโรนัลโด้ ไม่ว่าจะลูกสับขาหลอก, การเลี้ยงแบบงูเลื้อย ทุกอย่างที่โรนัลโด้ทำมันสุดยอดมากจริงๆ และคงไม่มีใครทำได้แบบนี้อีกแล้ว และสำหรับตัวผมโรนัลโด้คือนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลทั่วโลก”

                สำหรับ โรนัลโด้นั้นมีชื่อเต็มว่า โรนัลโด้ หลุยส์ นาซาริโอ เด ลิมา เป็นตำนานดาวยิงทีมชาติบราซิล เคยลงเล่นให้กับทีมชั้นนำของยุโรปมากมายไม่ว่าจะเป็น เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า, เอซี มิลาน, อินเตอร์ มิลาน, พีเอสวี ไฮนด์โอเฟ่น และติดทีมชาติบราซิลไปทั้งหมด 98 นัด ยิงไปได้ทั้งหมด 62 ประตูด้วยกัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ ufabet777 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล

                เรอัล มาดริด ยอดทีมจากสเปน ต้องออกแรงอย่างหนักกว่าจะได้ประตูชัยก่อนจะเบียดเอาชนะ อตาลันต้า ที่เหลือผู้เล่นแค่ 10 คนตั้งแต่ครึ่งแรก ไปด้วยสกอร์ 1 – 0 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา

                ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดแรก ของรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา อตาลันต้า ทีมแกร่งจากประเทศอิตาลี ลงเล่นใน “เกวิสส์ สเตเดี้ยม” พบกับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริดเจ้าของแชมป์รายการนี้สูงสุดในประวัติศาสตร์

เรอัล มาดริด เฉือน อตาลันต้า

เริ่มเกม เรอัล มาดริด – อตาลันต้า ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

                ครึ่งแรกเริ่มมาได้แค่ 17 นาที อตาลันต้า ก็ต้องเสียเปรียบในเรื่องของผู้เล่นจากจังหวะที่ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ นักเตะของเรอัล มาดริด จะกระชากบอลขึ้นมาแต่กลับถูก เรโม ฟอยเลอร์ ขวางเอาไว้ ผู้ตัดสินไม่รอช้าควักใบแดงไล่ ฟอยเลอร์ ออกจากสนามทันที เนื่องจากมองว่า ฟอยเลอร์ เป็นนักเตะที่อยู่คนสุดท้าย

                เมื่อได้เปรียบในเรื่องของผู้เล่นเรอัล มาดริด ก็เปิดเกมรุกอย่างหนักเพื่อเอาประตูขึ้นนำให้ได้ แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอ ประกอบกับแนวรับของ อตาลันต้า ต่างช่วยกันสกัดเอาไว้ได้ จบ 45 นาทีแรกเรอัล มาดริด ยังคงเสมออยู่กับ อตาลันต้า ที่ 0 – 0

                ครึ่งหลังเรอัล มาดริด ยังคงเปิดเกมรุกเต็มสูบเพื่อเอาประตูให้ได้ แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังขาดๆ เกินๆ บวกกับแผนการเล่นของ อตาลันต้า ที่ต้องการจะเน้นเสมอเป็นหลักหลังจากต้องเสียเปรียบในเรื่องของตัวผู้เล่นตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งแรก

                จนกระทั่งในนาที 86 เกมรับของอตาลันต้า ก็พังทลายลง จากจังหวะเตะมุม โทนี่ โครส เล่นลูกสั้นจ่ายให้กับ ลูก้า โมดริช ก่อนที่เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโครเอเชียจะไหลเข้ากลางมาให้กับ แฟร์กล็องด์ เมนดี้

ก่อนที่ เมนดี้ จะบรรจงปั่นบอลด้วยเท้าขวาบอลพุ่งโค้งผ่านมือของ ปิแอร์ลุยจิ โกลลินี่ เข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม พาเรอัล มาดริด นำ 1 – 0

                แม้ว่าในช่วงท้ายๆ อตาลันต้า จะพยายามเปิดเกมบุกขึ้นมา แต่นักเตะของเรอัล มาดริด ก็ช่วยกันสกัดเอาไว้ จบ 90 นาที อตาลันต้า พ่ายให้กับเรอัล มาดริด ไป 0 – 1 โดยเกมที่ 2 จะกลับมาแข่งขันกันในวันที่ 16 มีนาคม 2564 ต่อไป

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน และถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ สมัครได้ที่ gclub168 เพื่อความสนุก และตื่นเต้น อย่างปลอดภัย โอนไว รับเงินจริง

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก