เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับว่ารู้สึกผิดหสังเป็นอย่างมากที่ทีมพ่ายต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ขาดลอยคาบ้าน 2-5 แต่ยืนยันว่าจะหาทางแก้ไขเพื่อให้ทีมกลับมาแข็งแกร่งเช่นเดิม

โดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเทรนเนอร์ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าในฐานะรองแชมป์เก่าของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พ่ายแพ้เป็นเกมแรกของลีกในซีซั่น 2020-21 หลังเปิดสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม โดน เลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะไปได้แบบขาดลอย 2-5 ทั้งๆที่ได้ประตูออกนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกมจาก ริยาด มาห์เรซ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ถึงกระนั้น เจมี่ วาร์ดี้ ซัดแฮตทริก บวกกับ 2 ลูกของ เจมส์ แมดดิสัน และยูริ ตีเลม็องส์ ทำให้ “จิ้งจอกสยาม” บุกมาเก็บ 3 คะแนนแบบพลิกความคาดหมาย ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูงของตารางด้วยการมี 9 คะแนนจาก 9 เกม ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” มีเพียง 3 คะแนนจาก 2 นัด อยู่ในอันดับ 13 ของตาราง

นอกจากนั้นจากผลการแข่งขันดังกล่าวส่งผลให้เกิดสถิติย่ำแย่มากมายทั้งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับตัวของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าเอง ประกอบด้วย นี่เป็นเพียงครั้งที่ 2 ซึ่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่าคุมทีมแพ้ในกมเหย้าแรกของฤดูกาลในลีกตลอดอาชีพ, เป็นครั้งแรกจาก 438 เกมในสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสียถึง 5 ประตู, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เป็นทีมแรกที่เสียถึง 3 จุดโทษในเกมเดียว ตั้งแต่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส ในเดือนตุลาคม เมื่อปี 2014 และเป็นครั้งแรกจาก 686 เกมที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าคุมทีมแล้วเสียถึง 5 ประตู 

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

หลังการแข่งขันในเกมดังกล่าว “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกว่า

“ปัญหาก็คือเรากดดันตัวเองเกินไปในการพยายามทำประตูที่สอง และสาม หลังจากที่ได้ประตูแรกอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นเกม ซึ่งพวกเขาก็รอจังหวะที่จะเล่นจังหวะโต้กลับใส่เราอยู่แล้ว จริงๆเราเล่นกันได้ดีในครึ่งแรก และทำประตูได้ไว ทว่าพวกเขาตั้งรับลึกจริงๆ ขนาดที่ว่าตอนที่ เลสเตอร์ นำห่าง 5-2 แล้ว พวกเขาก็ยังปักหลักอยู่ในกรอบเขตโทษกันอย่างมากมาย”

“เรารู้ว่า เจมี่ วาร์ดี้ มีสไตล์การเล่นแบบวิ่งทะลุกองหลัง เช่นเดียวกับ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ซึ่งเราต้องจับตาเขาให้ดี ถึงกระนั้นเราเกิดความกังวลใจขึ้น และเราทำได้ไม่ดีเลยในการรับมือกับพวกเขา อย่างไรก็ตามผมจะพยายามแก้ไขสิ่งต่างๆที่เป็นจุดอ่อนในเกมนี้ และยืนยันว่าจะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน”

สำหรับเกมต่อไปของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโปรแกรมพบกับ เบิร์นลี่ย์ ในฟุตบอลคาราบาว คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้ายวันที่ 30 ก.ย.นี้  ก่อนจะบุกเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 3 ต.ค.

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ลาซิโอ ยอดทีมของประเทศอิตาลี เตรียมเข้าเจรจากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมของพรีเมียร์ลีก เพื่อสอบถามถึงความเป็นไปได้ ในการขอยืมตัว อันเดรส เปเรย์ร่า ไปใช้งานเป็นเวลา 1 ปี พร้อมออปชั่นซื้อขาด

เปเรย์ร่า

อันเดรส เปเรย์ร่า ดาวเตะทีมชาติบราซิล ตกเป็นตัวเลือกรองในถิ่นโอลแทรฟฟอร์ดมาโดยตลอด

และจากการมาของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าเขาไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ โอเลย์ กุนนาร์ โซลชา ทางฝั่งของ ลาซิโอ พวกเขากำลังมองหามิดฟิลด์รายใหม่ จึงใช้โอกาสดังกล่าว ขอยืมตัว อันเดรส เปเรย์ร่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ปี พร้อมออปชั่นซื้อขาด โดยจากรายงานระบุว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังอยู่ในช่วงของการเจรจา ว่าฝั่งไหนจะเป็นทีมที่จ่ายค่าเหนื่อยให้นักเตะ หรือแบ่งจ่ายกันฝั่งละครึ่ง

อันเดรส เปเรย์ร่าดาวเตะวัย 24 ปี ย้ายจากทีมเยาวชนของ พีเอสวี ไอโฮเฟ่น มาอยู่ในทีมเยาวชนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2011 ก่อนจะถูกดันขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ ในปี 2014 แต่ไม่สามารถยึดตัวหลักได้ ซึ่งตลอด 7 ปีที่อยู่ในทีมชุดใหญ่ ได้ลงสนาม 75 นัด รวมทุกรายการ ยิงได้ 4 ประตู แบ่งเป็นการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 45 นัด ยิงได้ 2 ประตู ในส่วนของฤดูกาล 2019/2020 ได้ลงสนาม 40 นัด แต่ส่วนใหญ่จะเป็นตัวสำรอง ยิงได้ 2 ประตู และจ่าย 3 แอสซิสต์ ติดทีมชาติบราซิล 1 นัด ในเกมกระชับมิตรกับ ทีมชาติเอลซัลวาดอร์ ในวันที่ 11 กันยายน 2018 อยู่ในทีมชาติบราซิล รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ที่ได้รองแชมป์โลก ในปี 2015  โดยพ่ายให้กับ ทีมชาติเซอร์เบีย 1-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

หลังจากพวกพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับทัพหงส์แดง ลิเวอร์พูล แบบคาบ้าน ในศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 2 ไปด้วยสกอร์ 0-2 พลพรรคสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ภายใต้การคุมทัพของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ก็สามารถกลับมาคืนฟอร์มเทพได้อีกครั้ง หลังพวกเขาเปิดถิ่นสแตมฟอร์ด บริจน์ ถล่มผู้มาเยือนอย่างบาร์นสลีย์ ขาดลอย ด้วยสกอร์ 6-0 ในศึกฟุตบอลถ้วยคาราบาว คัพ รอบ 3 ซึ่งแม้ว่านี่จะเป็นการเอาชนะทีมจากดิวิชั่นที่ต่ำกว่า แต่ก็ถือว่าผลงานยอดเยี่ยมไม่เบาเลยทีเดียว

3 ประเด็นในเกม เชลซี คืนฟอร์มเทพ ถล่ม บาร์นสลีย์

เชลซี ถล่ม บาร์นสลีย์

การยิงแฮทริคของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ในเกมนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ตัดสินใจที่จะส่ง ไค ฮาแวร์ตซ์ ลงสนามในตำแหน่งกองกลางตัวรุก ซึ่งแตกต่างจากสองนัดแรกที่เขาได้ลงสนามในตำแหน่งกองหน้าและแนวรุกริมเส้น แม้ว่าจะสามารถยิงได้ถึง 3 ประตู

แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า ไค ฮาแวร์ตซ์ ยังสร้างสรรค์เกมในบทบาทกองกลางตัวรุกได้ไม่มีเท่าไรนัก สิ่งเดียวที่เหมือนว่าตัวเขาจะทำได้ดีกว่าเดิมนั่นก็คือความเฉียบคม ในการทำประตูนั่นเอง เชื่อว่าการยิงแฮทริค ในเกมนี้ของ ไค ฮาแวร์ตซ์ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าตัวได้มากทีเดียว และน่าคลายความกดดันจากการเป็นเจ้าของสถิตินักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดของ เชลซีลงได้บ้าง

เชลซี ถล่ม บาร์นสลีย์

ติอาโก้ ซิลวา อาจจะยังต้องปรับตัว – ติอาโก้ ซิลวา ปราการหลังดีกรีทีมชาติบราซิล ที่ย้ายจากปารีส แซงค์-แชร์กแมง มาอยู่กับ เชลซีแบบไร้ค่าตัว เพิ่งจะได้รับโอกาสลงประเดิมสนามในเกมนี้ แต่น่าเสียดายที่เขาได้ลงเล่นให้กับทัพสิงโตน้ำเงินคราม ไปเพียงแค่ 60 นาทีเท่านั้น

เนื่องจากยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ฟอร์มโดยรวมของ ติอาโก้ ซิลวา ยังไม่เหมือนกับมาตรฐานเดิมของเขาเท่าไรนัก แถมยังมีจังหวะที่จ่ายบอลและสกัดบอลผิดพลาด ออกมาให้เห็น ซึ่งดูแล้วคิดว่าปราการหลังวัย 35 กระรัตรายนี้ อาจจะยังต้องใช้เวลาในปรับตัวอีกซักระยะ

เชลซี ถล่ม บาร์นสลีย์

เบน ชิลเวลล์ ประเดิมสนามได้อย่างยอดเยี่ยม – อีกหนึ่งในนักเตะใหม่ที่ได้รับโอกาสให้ลงประเดิมสนามในเกมวันนี้ นั่นก็คือ เบน ชิลเวลล์ ฟูลแบ็คที่ เชลซีลงทุนไปคว้าตัวมาจากทัพจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ นั่นเอง แม้ว่าเจ้าตัวจะถูกส่งลงสนามมาเป็นสำรอง ในนาทีที่ 65 ของเกม

แต่ก็สามารถโชว์ฟอร์มในนัดประเดิมสนามได้อย่างยอดเยี่ยม ทำไป 1 แอสซิสต์ ด้วยการเปิดบอลอย่างแม่นยำจากริมเส้นฝั่งซ้าย ไปให้กับทางด้านของ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ได้โขกเข้าไปตุงตาข่าย ซึ่งดูแล้วตัวเขาน่าจะสามารถยึดตำแหน่งฟูลแบ็คฝั่งซ้ายของทัพสิงโตน้ำเงินคราม ได้อย่างไร้คู่แข่ง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือใหญ่ทีมไก่เดือยทอง ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกหลังจากจบเกมการแข่งขันนัดรอบคัดเลือกรอบที่ 3 ในศึกยูโรป้าลีก เมื่อวันพฤหัสบดี 24 กันยายน ที่ผ่านมา ทีมบุกไปคว้าชัยเหนือ ชเคนดิย่า 3-1 ประตู ซึ่งในเกมการแข่งขันครั้งนี้ในจังหวะที่ถูกตีเสมอตัวเขามีความรู้สึกหวั่นใจที่จะตกรอบในศึกครั้งนี้ไม่ใช่น้อย แต่สุดท้ายแล้วลูกทีมของตนก็สามารถพาทีมเข้ารอบได้ตามเป้า 

"มูรินโญ่" เผยนาทีถูกตีเสมอ

โชเซ่ มูรินโญ่” กุนซือใหญ่ทีมท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรระดับชั้นนำแห่งวงการลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เปิดศึกครั้งใหญ่ในถ้วยยูโรป้าลีกฤดูกาลล่าสุดอีกครั้งหนึ่ง แล้วสามารถเก็บ 3 คะแนนกับลังได้ตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ กุนซือใหญ่เผยว่ามีจังหวะหนึ่งในเกมการแข่งขันที่ทีมถูกตีเสมอได้สำเร็จ แต่สุดท้ายตนก็พลิกเกมด้วยการพานักเตะตัวสำรองลงสู่สนามจนทำให้ได้รับชัยชนะเหนือทีมคู่แข่ง แล้วเชื่อว่าหลังจากนี้บรรดาลูกทีมจะสามารถช่วยกันผลักดันทีมให้เข้าสู่รอบคัดเลือกรอบสุดท้ายได้อย่างแน่นอน 

"มูรินโญ่" เผยนาทีถูกตีเสมอ

“ตอนนี้เรากำลังตั้งใจทำงานกันอย่างหนักเพื่อลุยศึกในถ้วยยูโรป้าลีก ในเกมการแข่งขันล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาผมต้องยอมรับเลยว่าเป็นศึกหนักอีกเกมหนึ่งที่ทำให้ผมต้องวางแผนเป็นอย่างดี เพราะมันจะตัดสินชะตาทีมว่าเราจะได้ไปต่อหรือจะต้องถูกคัดออก  มีช่วงจังหวะหนึ่งที่ทีมถูกตีเสมอกัน 1-1 ประตู ในตอนนั้นผมคิดว่าเราจะต้องเดินเกมอย่างไรต่อไปดี การเปลี่ยนตัวผู้เล่นก็เหมือนจะได้ผลเป็นที่น่าพอใจผมต้องการสร้างความแตกต่างในเกมการแข่งขัน ที่ทีมคู่แข่งของเราไม่สามารถเดาทิศทางของแผนทีมเราได้” โชเซ่ มูรินโญ่ กล่าว 

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

        เกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจบลงด้วยชัยชนะของทีมเยือน ลิเวอร์พูล 2-0 ซึ่งมีหลายจังหวะพลิกเกมที่ถูกพูดถึง และจังหวะจุดโทษของ จอร์จินโญ่ เป็น 1 ในนั้น โดยในบทความนี้จะมาวิเคราะห์ถึงจังหวะดังกล่าวว่าเราเห็นอะไรกันบ้าง

        จังหวะจุดโทษนี้ เริ่มจาก ติอาโก้ อัลคันทารา เบรกตัวไม่ทันจนชนหลัง ติโม แวร์เนอร์ ล้มลง ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที โดยผู้สังหารจุดโทษคือ จอร์จินโญ่ ที่นับเป็นมือยิงจุดโทษที่แม่นยำ จากสถิติการอยู่เชลซี ยิง 7 ครั้ง เข้า 7 ครั้ง หรือหากนับตลอดชีวิตเขายิงพลาดไปเพียงครั้งเดียว

ลิเวอร์พูล เชลซี

ซึ่งเทคนิคที่เขาใช้ยิงจุดโทษในครั้งนี้คือการวิ่งไปที่ลูกฟุตบอล จากนั้นจะชะงักด้วยการกระโดด เพื่อดูหัวเข่าของผู้รักษาประตูว่าง้อไปทางทิศไหน หรือตัวของโกว์กำลังจะเทตัวพุ่งไปทางไหน จากนั้นเขาจะจิ้มบอลไปในทิศตรงข้ามที่โกว์พุ่ง โดยเทคนิคนี้นอกจาก จอร์จินโญ่ แล้ว บรูโน่ แฟร์นันเดส ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ใช้เทคนิคนี้ในการสังหารจุดโทษ

        ขณะที่ฟากฝั่งของผู้รักษาประตู แน่นอนว่าเทคนิคการเซฟจุดโทษมีหลากหลาย แต่นิยมมากที่สุดคือการอ่านหน้าเท้าแล้วเตรียมพุ่งเพื่อให้ทันรับลูก

แต่ในเกมนี้ต้องชมโค้ชผู้รักษาประตูของ ลิเวอร์พูล ที่เตรียมแผนรับมือมาเป็นอย่างดี

ลิเวอร์พูล เชลซี

เมื่อรู้ว่าผู้ยิงคือ จอร์จินโญ่ ที่มีสไตล์การยิงแบบชะงักแล้วกระโดดจิ้มบอล จึงสั่งให้ อลิซง เบคเกอร์ ยืนนิ่งๆ ตรง ๆ ไม่ขยับตัวและข้อเข่า จ้องมองที่บอลเท่านั้น เมื่อถึงเวลายิงจุดโทษฝั่งของจอร์จินโญ่   ทำตามสูตรเดิม คือวิ่งไปที่บอลและกระโดดตามเคย แต่สิ่งที่ต่างออกไปจากครั้งที่แล้วมาคือ อลิซง ยืนนิ่ง จนจอร์จินโญ่  ไม่ทราบว่ายอดนายทวารชาวบราซิลจะพุ่งไปทางใด จอร์จินโญ่ จึงจำใจต้องเลือกมุมจิ้มบอล ซึ่งเขาเลือกทางขวามือตัวเอง และแน่นอนว่าอย่างที่เราได้เห็นกัน การจิ้มบอลของ จอร์จินโญ่ เบาเกินไป อลิซง ล้มตัวปัดได้อย่างสบายๆ

        จากจังหวะนี้จึงสามารถวิเคราะห์ต่อได้ 2 มุมมอง 1. การยืนนิ่งๆ รอเซฟลูกยิงแบบนี้ของผู้รักษาประตู ใช้ได้กับพวกประเภทกระโดดแล้วจิ้มบอลเท่านั้น หากเป็นประเภทปกติที่วิ่งมาซัดเข้ามุมย่อมไม่สามารถพุ่งถึงได้อย่างแน่นอน  2.สำหรับจอมสังหารจุดโทษ หากยังอยากใช้วิธีการนี้อยู่

จะต้องกลับไปทำการบ้านด้วยการฝึกจิ้มหรือยิงก้าวเดียวให้รุนแรงไปที่มุมประตู เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าผู้รักษาประตูที่ยืนนิ่ง ซึ่งหากรุนแรงมากพอย่อมทำให้ผู้รักษาประตูพุ่งรับไม่ทัน 

        สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเพียงการยิงจุดโทษสูตรหนึ่งเท่านั้น ซึ่งโลกของฟุตบอลย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เมื่อไรที่มีเทคนิคการยิงหรือเซฟจุดโทษใหม่ ๆ เราจะนำมาวิเคราะห์ให้แฟนฟุตบอลได้อ่านกันอีกอย่างแน่นอน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก