ดิดิเยร์ เดส์ชองป์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสเผย กองหน้าตัวเก่งของทีมชาติฝรั่งอย่างอองตวน กรีซมันน์ กำลังเผชิญสภาวะความทุกข์กับการเล่นในระดับสโมสรกับบาร์เซโลน่า

        โดยกุนซือทีมชาติฝรั่งเศสมองว่า สาเหตุที่ลูกทีมคนเก่งอย่าง กรีซมันน์ไม่มีความสุขกับการเล่นที่บาร์ซ่า เนื่องจากโรนัลด์ คูมัน กุนซือของทีม จับเขาไปเล่นในตำแหน่งปีกถี่ขึ้นในฤดูกาลนี้ แต่สไตล์ของนักเตะเป็นพวกประเภทชอบใช้ทักษะที่มีเพื่อมีส่วนร่วมกับทีม

กรีซมันน์ ไม่มีความสุขบาร์ซ่า

ซึ่ง เดส์ชองป์ ได้กล่าวกับสื่อว่า “ผมคุยกับเขา (กรีซมันน์) อยู่ตลอด”

        “และผมจะได้เจอเขาหลังนี้ ผมมองว่าเขาไม่มีความสุขกับการเล่นในระดับสโมสร โดยที่ผมพูดนี้ ผมไม่ได้ต้องการที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการใช้งานนักเตะของสโมสร ไม่ว่าจะบาร์เซโลน่าหรือใครทั้งนั้น โดยผมได้รู้เรื่องที่ว่าคูมันไม่เข้าใจว่าทำไมกรีซมันน์ถึงเล่นบอลในตำแหน่งตรงกลางสนาม กรีซมันน์ต้องเล่นปีก และนั่นทำให้กรีซมันน์ต้องปรับตัวให้เข้ากับแท็กติก”

กรีซมันน์ ไม่มีความสุขบาร์ซ่า

        “ผมมองว่ากรีซมันน์จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเล่นตำแหน่งหัวใจของทีม เพราะนั่นจะทำให้เขาได้บอลเยอะ อีกทั้งเขาสามารถถอยมาเล่นช่วยกองกลางได้ เขาเป็นพวกที่หัวไวกับการเคลื่อนที่ ซึ่งการเอากรีซมันน์ไปเล่นริมเส้นในตำแหน่งปีก จะทำให้ประสิทธิภาพของเขาลดลง เพราะเขาไม่ได้มีความสามารถในการพาบอลและเอาชนะคู่ต่อสู้บริเวณริมเส้น เหมือนผู้เล่นตำแหน่งปีกธรรมชาติคนอื่น ๆ ” เดส์ชองป์ กล่าว

        สำหรับ อองตวน กรีซมันน์สร้างชื่อตั้งแต่สมัยอยู่กับทีมเรอัล โซเชียดาด จนแอตเลติโก มาดริด ได้ดึงตัวมาร่วมทีมและอยู่เป็นกำลังหลักในแนวรุกของทีม จนสุดท้ายบาร์เซโลน่า ก็ได้มาสู่ขอเพื่อพาขึ้นยานด้วยค่าตัว 120 ล้านยูโร แต่ดูเมื่อกับว่าการย้ายมาอยู่บาร์ซ่าของเขาราว 1 ฤดูกาลเศษ กรีซมันน์ไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้เหมือนสโมสรที่เขาเคยอยู่มาก่อนหน้านี้ อีกทั้งการที่คูมัน จับขาไปเล่นปีก คงต้องติดตามกันต่อไปว่า กรีซมันน์จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับตำแหน่งใหม่นี้ได้หรือไม่  

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, ลาลีกา

ฟูแล่ม ทีมน้องใหม่ พรีเมียร์ลีก ที่แพ้รวดมา 4 นัดในฤดูกาลนี้ ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ได้คว้าตัว รูเบน ลอฟตัส ชีค กองกลางของสโมสร เชลซี มาร่วมทีม โดยจะเซ็นต์สัญญายืมตัว เป็นระยะเวลา 1 ฤดูกาล โดยไม่มีออปชั่นซื้อขาด

รูเบน ลอฟตัส ชีค ไปฟูแล่ม

รูเบน ลอฟตัส ชีค” ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ ไม่มีพื้นที่ว่างในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

ภายใต้การคุมทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด โดยในตำแหน่งเดียวกันมีทั้ง ไค ฮาเวิร์ต ดาวดังทีมชาติเยอรมัน และ เมสัน เมาท์ ขวางทางอยู่ ทางฝั่ง ฟูแล่ม ที่สถานการณ์กำลังแย่อย่างหนัก หลังจาก 4 นัดแรก ไม่สามารถเก็บคะแนนได้เลย จึงอาศัยจังหวะดังกล่าวอาสาเก็บเลเวลให้กับ ลอฟตัส ชีค ซึ่งทาง ฟูแล่ม สามารถการันตีตัวจริงให้กับนักเตะได้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่นักเตะ และสโมสรต้นสังกัดจริงต้องการ ซึ่งทาง ลอฟตัส ชีค ได้กล่าวว่า “ผมอยากจะบอกว่าผมยินดีที่ได้ย้ายมาเล่นกับ ฟูแล่ม ถึงแม้จะเป็นการย้ายมาอยู่กับทีมบ้านใกล้เรือนเคียงก็ตาม หวังว่าแฟนบอลคงเข้าใจ ผมได้มีโอกาสดู ฟูแล่ม อยู่บ้าง แนวทางการเล่นก็น่าสนใจดี และผมคิดว่า ผมจะกลับมาปังอีกครั้งกับสโมสรแห่งนี้ เป้าหมายหลักของผมคือการได้ลงสนาม และช่วยทีมเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุด”

รูเบน ลอฟตัส ชีคอยู่กับทีมเยาวชนของสโมสร เชลซี มาตั้งแต่ปี 2004 ถูกดันขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ ในปี 2014 ปัจจุบันได้ลงสนามให้ทีมสิงห์บลู 82 นัด ยิงได้ 12 ประตู ผลงานที่ดีที่สุดคือ การได้ลงสนาม 40 นัด ยิงได้ 10 ประตู ในฤดูกาล 2018/2019 ซึ่งในฤดูกาลนั้น เชลซี ได้แชมป์ยูโรป้าลีก ติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ 10 นัด ประเดิมสนามในนามทีมชาตินัดแรกในเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 ในเกมที่ทีมชาติอังกฤษ เสมอกับ ทีมชาติเยอรมัน 0-0 ในฟุตบอลนัดอุ่นเครื่อง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

        โปรแกรมทีมชาติตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์ส่องเกิดดราม่าเล็กน้อย เมื่อทีมชาติสเปน กับ ทีมชาติมาลี ต่างเปิดศึก เรียกอดามา ตราโอเร ติดทีมชาติพร้อมกัน เท่ากับว่าดาวเตะหุ่นรถถังจำเป็นที่จะต้องเลือกว่าจะเล่นให้ทีมชาติใด โดยก่อนหน้านี้เขาถูกทีมชาติสเปนเรียกติดทีมชาติมาแล้ว 2 ครั้ง แต่โชคร้าย เกิดอาการบาดเจ็บ และอีกครั้งคือติดเชื้อโรควิด19 ทำให้เขาต้องถอนตัวจากทีมชาติสเปนโดยยังไม่ได้ลงเล่นแม้แต่นัดเดียว ทำให้ทีมชาติมาลี หวนกลับมาเรียกเขาไปติดทีมชาติอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากอดามา ตราโอเรมีบรรพบุรุษที่ถือสัญชาติมาลี

ตราโอเร ติด 2 ทีมชาติ

โดย”หลุยส์ เอ็นริเก้” นายใหญ่ทีมชาติสเปน ได้กล่าวถึง “ตราโอเร” ว่า

        “นี่เป็นการเรียกเขามาติดทีมชาติครั้งที่สามแล้ว ผมหวังว่าเขาจะมา แต่ยังไงก็ตามแต่นักเตะคือคนตัดสินใจ แต่เท่าที่ผมเคยพบกับเขาและคุยกับเขา ผมเชื่อลึกๆ ว่าเขาจะเล่นให้ทีมชาติสเปน”

        ซึ่งหากวิเคราะห์ถึงแนวโน้มที่ อดามา ตราโอเรจะเลือก น่าจะเป็นทีมชาติสเปนมากกว่า เนื่องจากเขาเกิดและเติบโตในประเทศสเปน อีกทั้งมีโอกาสประสบความสำเร็จในเวทีฟุตบอลยูโรและฟุตบอลโลกมากกว่าทีมชาติมาลี ซึ่งไม่ได้เป็นทีมชั้นนำของทวีปแอฟริกา รวมถึงเขาเป็นเด็กปั้นของบาร์เซโลน่า

มาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ก่อนที่เวลาต่อมาจะโยกย้ายมาค้าแข้งในอังกฤษ กับแอสตัน วิลล่า มิดเดิลสโบรช์ และวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ตามลำดับ ส่วนประเทศมาลี เป็นประเทศต้นทางบรรพบุรุษของตราโอเร เท่านั้น ซึ่งเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอะไรกับประเทศนี้เท่าใดนัก

ตราโอเร ติด 2 ทีมชาติ

        สำหรับทีมชาติสเปน นอกจากจะเรียก อดามา ตราโอเรติดทีมชาติแล้ว ก็ยังมีในรายอื่น ๆ อีก ได้แก่  ผู้รักษาประตู 3 คน เด เคอา, เกปา, ซิมง  กองหลัง 8 คน นาบาส, การ์บาฆัล, รามอส, เปา ตอร์เรส, ดิเอโก้ ยอเรนเต้, กายา, เรกีลอน, เอริค การ์เซีย กองกลาง 7 คน ฟาเบียน รุยซ์, บุสเก็ตส์, เซบาญอส, กานาเลส, กัมปานญา, โรดรี้, เมริโน, โอลโม และกองหน้า 5 คน โมเรโน, โอยาร์ซาบัล, ตราโอเร, ฟาติ, เฟร์ราน ตอร์เรส

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือใหญ่ของทีมไก่เดือยทอง ได้ออกโรงมาสวนกลับกุนซือใหญ่ทีมชาติอังกฤษ แกเร็ธ เซาธ์เกต หลังจากที่นายใหญ่ทั้งสองเปิดสงครามสาดน้ำลายกันเรื่องการใช้งานนักเตะฝีเท้าดี แฮร์รี่ เคน โดยทางกุนซือชาวโปรตุเกสย้ำว่าจนกว่าจะจบฤดูกาลนี้ตนจะไม่ยอมใช้งานนักเตะรวมถึงเกมการแข่งขันอุ่นเครื่อง ทั้งนี้เพื่อรักษาสภาพร่างกายนักเตะให้มีความพร้อมในการลุยศึกใหญ่มากที่สุด 

สวนยับโค้ชสิงโตคำรามเหตุใช้ “เคน” อ่วม

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือใหญ่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรระดับยักษ์ใหญ่แห่งวงการพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่าหลังจากนี้ตัวเขาจะไม่ยอมใช้งานนักเตะคนสำคัญของทีมให้ลงสนามอีกเพื่อที่ต้องการจะรักษาความฟิตและป้องกันอาการบาดเจ็บของนักเตะ แตกต่างจากกุนซือใหญ่ของสิงโตคำรามที่เรียกใช้งานนักเตะแบบไม่มีลิมิตโดยไม่คิดถึงสภาพนักเตะกำลังกายจะรับไหวหรือไม่จนเกิดเป็นสงครามน้ำลายระหว่าง 2 ผู้จัดการทีมคนดัง สำหรับการแข่งขันในศึก ยูโร 2020 ในปีนี้ได้มีการเลือกกำหนดการจัดการแข่งขันไปในปี 2021 

สวนยับโค้ชสิงโตคำรามเหตุใช้ “เคน” อ่วม

เคน” เป็นนักเตะคนสำคัญของเราทุกเกม

เคน เป็นนักเตะคนสำคัญของเราทุกเกมการแข่งขันแน่นอนว่าเราอยากที่จะมีเขาอยู่ในสนาม แต่เราเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องร่างกายและความฟิตพร้อมของนักเตะเราไม่ต้องการให้นักเตะคนใดคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บอยู่แล้ว เพราะมันส่งผลต่อการเล่นเกมระยะยาวไม่ว่าจะเป็นในรอบแบ่งกลุ่มหรือการแข่งขันเกมอุ่นเครื่องที่รออยู่ผมไม่ต้องการให้เขาเสี่ยงลงสนาม ซึ่งแตกต่างจากทางกุนซือทีมชาติของเขาโดยส่วนตัวแล้วผมค่อนข้างสนิทกับผู้ช่วยของเขานะ เรารู้หน้าที่อยู่แล้วว่าควรปฏิบัติตัวต่อนักเตะอย่างไรหากเปรียบเทียบการใช้งานผมว่าเขาเรียกใช้งานนักเตะมากกว่าผมอีกนะ” โชเซ่ มูรินโญ่

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ต้องยอมรับเลยว่าในปัจจุบันพลพรรคปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทัพของ โอเล่ห์ กุนนาร์ โซลชา ไม่ได้เป็นสโมสรยักษ์ใหญ่ของโลกอีกต่อไปแล้ว แม้ว่าผลงานนอกสนามของเขาจะยอดเยี่ยม เป็นสโมสรที่มีแฟนบอลให้การสนับสนุน รวมถึงเป็นสโมสรที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่ถ้าหากหันไปมองผลงานในสนาม ก็จะเห็นเลยว่าพวกเขาล้มเหลวอย่างแท้จริง และนี่คือ 3 สิ่งสำคัญที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นจะที่จะต้องทำ ถ้าหากพวกเขาหวังจะกลับไปยิ่งใหญ่อีกครั้งเหมือนในอดีต แต่ต้องจะทำอย่างไรนั้น เราไปหาคำตอบพร้อมๆกันได้เลยครับ

3 สิ่งสำคัญที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นจะที่จะต้องทำ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ปล่อยนักเตะที่ไม่จำเป็นออกไปจากทีม – จะว่าไปแล้วแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือเป็นทีมที่มีขุมกำลังนักเตะให้เลือกใช้ค่อนข้างมาก ซึ่งปริมาณนักเตะของพวกเขาสามารถสลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันได้แบบสบายๆ แต่ถ้าหากลองพิจารณาให้ลึกลงไปแล้ว ก็จะเห็นเลยว่าประสิทธิภาพของนักเตะของพวกเขานั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินเอามากๆ หลายคนคือนักเตะที่ไม่จำเป็นกับทีม

ไม่ว่าจะเป็น อันเดรียส เปเรย์รา , เจสซี ลินการ์ด , ฟิล โจนส์ , ดิโอโก้ ดาโลต์ , โอเดียน อิกาโล , ลี แกรนท์ , เซร์คิโอ้ โรเมโร่ แม้ว่าปล่อยนักเตะเหล่านี้ออกไป ทีมก็แทบจะไม่ได้รับผลกระทบเลยด้วยซ้ำ และที่สำคัญก็คือสโมสรจะลดภาระค่าใช้ภายในทีมไปได้มากเลยทีเดียว เพราะนักเตะเหล่านี้ล้วนมีค่าเหนื่อยที่สูงทั้งสิ้น

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หาปราการหลัง เข้ามายืนคู่กับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยอมลงทุนกว่า 80 ล้านปอนด์ เพื่อกระชากตัว แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ปราการหลังดีกรีทีมชาติอังกฤษ จากเลสเตอร์ ซิตี้ เข้ามาเป็นผู้บัญชาการเกมรับและกัปตันทีมของสโมสร แต่พวกเขากลับไม่ยอมลงทุนซื้อคู่ขาในตำแหน่งเกมรับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เข้ามาด้วย วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ

ดูเหมือนว่าจะไม่ดีพอกับเป็นยืนเป็นปราการหลังตัวจริงให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่วน เอริค ไบยี่ ก็บาดเจ็บบ่อยเหลือเกิน ขณะที่ คริส สมอลลิง และ ฟิล โจนส์ ก็ดูเหมือนว่ากำลังเตรียมที่จะย้ายออกจากสโมสรในเร็ววันนี้ และนั่นทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นเหลือเกินที่จะต้องคว้าตัวปราการหลังรายใหม่เข้ามาเสริมทัพ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หาแนวรุกเกรดเอ เข้ามาเสริมทัพ – สามประสานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดปัจจุบัน อย่าง เมสัน กรีนวู้ด , มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อองโตนี มาร์กซิยาล อาจจะทำประตูได้เยอะก็จริง แต่จริงหนึ่งที่พวกเขาทั้งสามคนยังขาดอยู่นั่นก็คือความสม่ำเสมอของฟอร์มการเล่นนั่นเอง โดยเฉพาะ เมสัน กรีนวู้ด และ อองโตนี มาร์กซิยาล

ที่โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อหันมองไปที่ตัวสำรองอย่าง แดเนียล เจมส์ หรือ โอเดียน อิกาโล่ ก็อาจจะหวังพึ่งพาอะไรไม่ได้มากนัก ดังนั้นหากพวกเขาหวังจะกลับมาทวงบัลลังก์ความสำเร็จคืน การคว้าตัวแนวรุกเกรดเอ เข้ามาเสริมทัพ คือสิ่งที่สมควรทำเป็นอย่างมาก

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

                ในเกมคาราบาว คัพ รอบ 4 เมื่อคืนวันพุธที่ 30 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเอาชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ได้อย่างไม่ยากเย็นด้วยสกอร์ 3 – 0 ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ได้แบบไม่ยากเย็น โดยหนึ่งในนักเตะที่สร้างผลงานได้โดดเด่นเป็นอย่างมากคือ เอริก ไบยี่ ปราการหลังทีมชาติไอวอรี่ โสต์ ที่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเป็นนัดที่ 2 ในการแข่งขันรายการนี้

เปิดสถิติอันสุดยอดของ "เอริก ไบยี่"

โดยในนัดก่อนหน้านี้ที่เจอกับ ลูตัน ทาวน์ “เอริก ไบยี่” ที่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงก็สร้างผลงานได้อย่างดี

                ทั้งในเรื่องการจ่ายบอลหรือตัดบอลจนมีหลายฝ่ายอยากจะให้ เอริก ไบยี่ยืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวจริงคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แทนที่ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ที่ช่วงหลังฟอร์มเริ่มออกทะเล

และในเกมรอบที่ 4 เมื่อคืนวันพุธที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมาเอริก ไบยี่ก็สร้างผลงานที่สุดยอดออกมาอีกครั้งให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเข้าสร้างสถิติเป็นผู้เล่นที่เข้าปะทะได้สำเร็จถึง 100% เต็มจากการลงเล่นเป็นตัวจริงทั้ง 2 ในศึก คาราบาว คัพ

รวมถึงการที่เอริก ไบยี่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงทั้ง 2 นัด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บคลีนชีตได้ทั้ง 2 นัด สถิติต่อมาคือในทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีเพียงแค่ เฟร็ด กองกลางชาวบราซิลเลี่ยน คนเดียวเท่านั้นที่ตัดบอลได้มากกกว่าเอริก ไบยี่

เปิดสถิติอันสุดยอดของ "เอริก ไบยี่"

ในเกมนัดที่ผ่านมา ณ สนาม “เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม” ไม่มีนักเตะคนไหนที่ตัดบอลได้มากกว่า เอริก ไบยี่โดยตลอดทั้งเกมดาวเตะทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ตัดบอลไปทั้งหมด 3 ครั้งด้วยกัน รวมถึง เอริก ไบยี่ยังเป็น 1 ใน 3 นักเตะในเกมดังกล่าวที่สามารถบล็อกลูกยิงของฝั่งตรงข้ามได้ และสถิติสุดท้ายในเกมกับ ไบรท์ตัน

เมื่อคืนที่ผ่านมามีนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียง 3 คนเท่านั้นที่ผ่านเข้าเป้ามากกว่าเอริก ไบยี่ โดย ไบยี่ผ่านบอลเข้าเป้าถึง 90.7 % ส่วน 3 คนที่มีเปอร์เซ็นต์สูงกว่าคือ ฆวน มาต้า, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค และ ปอล ป็อกบา

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ตัดเกรดผู้เล่น ลิเวอร์พูล นัดเปิดซิงพ่ายแก่ อาร์เซ่น่อล 3-1 ไปดูสิว่ามีใครได้คะแนนเท่าไหร่กันบ้าง

ลิเวอร์พูล พ่าย อาร์เซนอล

อลิสซง เบ็คเกอร์ (8) : ลูกยิงของลากาแซต์แบบไม่เต็มข้อทำให้นายด่านชาวบราซิลต้องเสียประตูในจังหวะยิงตรงกรอบครั้งแรก แต่ในครึ่งหลังเห็นได้ชัดว่าเขาทำการบ้านมาเป็นอย่างดี จากจังหวะปักหลักยืนเซฟไม่หลงพุ่งไปตามจังหวะเหมือนปลายฤดูกาลที่แล้ว

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (8) : เกมรุกโชว์ฟอร์มได้ดี ทำแอสซิตส์ 1 ลูก รวมถึงมีส่วนกับการทำประตูที่ 3 ซึ่งเปิดเข้าไปแล้วถูกเคลียร์มาเข้าทางโชต้า แต่มีตำหนิในเรื่องการเช็คล้ำหน้าพลาดจนทีมเกือบเสียประตู  

โจ โกเมซ (8) : เล่นได้ดี ไม่มีจังหวะเข้าพรวด มีส่วนจังหวะเพรสซิ่งสูงและตัดบอลได้หลายหน

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ (8) : เล่นได้ตามมาตรฐาน ไม่ค่อยมีงานหนัก เนื่องจากมี โกเมซ เป็นตัวไล่บอลด่านแรก 

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน (8) : สกัดพลาดจนเสียประตูแรก แต่ก็ไถ่โทษด้วยการยิงประตูขึ้นนำ 2-1 นอกนั้นทำได้ดีในการประสานกับแนวรุกฝั่งซ้ายอย่าง มาเน่

ฟาบินโญ่ (8) : เก็บกวาดและคอยช่วยซ้อนบอลสวนกลับของคู่แข่งได้ดี ทำให้แนวรับไม่เหนื่อย  

ลิเวอร์พูล พ่าย อาร์เซนอล

จีนี่ ไวจ์นัลดุม (7) : เล่นได้ตามมาตรฐานของตัวเอง ทั้งการไล่บอลและต่อบอลกับเพื่อนร่วมทีมอย่างต่อเนื่อง

นาบี เกอิต้า (7) : เป็นกองกลางที่ยืนสูงชิด 3 แนวรุก จ่ายบอลได้ดี แต่ว่าในครึ่งหลังเหมือนโดนลักพาตัวไป จึงถูกเปลี่ยนตัวออก

โม ซาลาห์ (8) : จังหวะประตูตีเสมอ มีส่วนสำคัญต่อการได้ประตู จากการวิ่งฉีกหนีเทียร์นี่จนเสียหลัก นอกจากนี้ยังถอยตัวเองมาเชื่อมเกมให้บอลไหลลื่น รวมถึงช่วงท้ายเกมที่วิ่งตัดเข้าในและจ่ายให้ โชต้า ซึ่งหากเป็นประตู สามารถเป็นแอสซิตส์แห่งฤดูกาลได้เลย

บ๊อบบี้ ฟิร์มิโน่ (7) : เล่นได้ตามมาตรฐาน แต่ก็ไม่สามารถโชว์ในพื้นที่ของตัวเองได้

ซาดิโอ มาเน่ (8) : ต้นเกมเกือบยิงประตูให้ทีมขึ้นนำหากมีความเฉียบคมมากกว่านี้ แต่ก็มายิงประตูตีเสมอให้กับทีมได้ นอกนั้นก็ช่วยวิ่งไล่บอล รวมถึงพาเบเยริน กับ โฮลดิ้ง ท่องเที่ยวด้วยการวิ่งแข่งจนขาอ่อนแรง ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกไปพัก

ตัวเกรดตัวสำรอง ลิเวอร์พูล

เจมส์ มิลเนอร์ (7) : ส่งลงมาเพื่อให้เกมแดนกลางนิ่ง ซึ่งก็ทำได้ตามมาตรฐาน

ดิโอโก้ โชต้า (7) : ลงมา 10 นาทีกว่า มีโอกาสยิง 3 ครั้ง ซึ่งลูกที่ ซาลาห์จ่ายมานั้นควรนิ่งกว่านี้ แต่ก็แก้ตัวยิงประตูแรกได้ จากลูกโหม่งสกัดของคู่แข่ง  

ทาคุมิ มินามิโนะ : ไม่มีคะแนน เนื่องจากลงมาช่วงใกล้หมดเวลา

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับว่ารู้สึกผิดหสังเป็นอย่างมากที่ทีมพ่ายต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ขาดลอยคาบ้าน 2-5 แต่ยืนยันว่าจะหาทางแก้ไขเพื่อให้ทีมกลับมาแข็งแกร่งเช่นเดิม

โดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเทรนเนอร์ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าในฐานะรองแชมป์เก่าของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พ่ายแพ้เป็นเกมแรกของลีกในซีซั่น 2020-21 หลังเปิดสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม โดน เลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะไปได้แบบขาดลอย 2-5 ทั้งๆที่ได้ประตูออกนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกมจาก ริยาด มาห์เรซ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ถึงกระนั้น เจมี่ วาร์ดี้ ซัดแฮตทริก บวกกับ 2 ลูกของ เจมส์ แมดดิสัน และยูริ ตีเลม็องส์ ทำให้ “จิ้งจอกสยาม” บุกมาเก็บ 3 คะแนนแบบพลิกความคาดหมาย ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูงของตารางด้วยการมี 9 คะแนนจาก 9 เกม ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” มีเพียง 3 คะแนนจาก 2 นัด อยู่ในอันดับ 13 ของตาราง

นอกจากนั้นจากผลการแข่งขันดังกล่าวส่งผลให้เกิดสถิติย่ำแย่มากมายทั้งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับตัวของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าเอง ประกอบด้วย นี่เป็นเพียงครั้งที่ 2 ซึ่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่าคุมทีมแพ้ในกมเหย้าแรกของฤดูกาลในลีกตลอดอาชีพ, เป็นครั้งแรกจาก 438 เกมในสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสียถึง 5 ประตู, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เป็นทีมแรกที่เสียถึง 3 จุดโทษในเกมเดียว ตั้งแต่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส ในเดือนตุลาคม เมื่อปี 2014 และเป็นครั้งแรกจาก 686 เกมที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าคุมทีมแล้วเสียถึง 5 ประตู 

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

หลังการแข่งขันในเกมดังกล่าว “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกว่า

“ปัญหาก็คือเรากดดันตัวเองเกินไปในการพยายามทำประตูที่สอง และสาม หลังจากที่ได้ประตูแรกอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นเกม ซึ่งพวกเขาก็รอจังหวะที่จะเล่นจังหวะโต้กลับใส่เราอยู่แล้ว จริงๆเราเล่นกันได้ดีในครึ่งแรก และทำประตูได้ไว ทว่าพวกเขาตั้งรับลึกจริงๆ ขนาดที่ว่าตอนที่ เลสเตอร์ นำห่าง 5-2 แล้ว พวกเขาก็ยังปักหลักอยู่ในกรอบเขตโทษกันอย่างมากมาย”

“เรารู้ว่า เจมี่ วาร์ดี้ มีสไตล์การเล่นแบบวิ่งทะลุกองหลัง เช่นเดียวกับ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ซึ่งเราต้องจับตาเขาให้ดี ถึงกระนั้นเราเกิดความกังวลใจขึ้น และเราทำได้ไม่ดีเลยในการรับมือกับพวกเขา อย่างไรก็ตามผมจะพยายามแก้ไขสิ่งต่างๆที่เป็นจุดอ่อนในเกมนี้ และยืนยันว่าจะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน”

สำหรับเกมต่อไปของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโปรแกรมพบกับ เบิร์นลี่ย์ ในฟุตบอลคาราบาว คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้ายวันที่ 30 ก.ย.นี้  ก่อนจะบุกเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 3 ต.ค.

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก

ลาซิโอ ยอดทีมของประเทศอิตาลี เตรียมเข้าเจรจากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมของพรีเมียร์ลีก เพื่อสอบถามถึงความเป็นไปได้ ในการขอยืมตัว อันเดรส เปเรย์ร่า ไปใช้งานเป็นเวลา 1 ปี พร้อมออปชั่นซื้อขาด

เปเรย์ร่า

อันเดรส เปเรย์ร่า ดาวเตะทีมชาติบราซิล ตกเป็นตัวเลือกรองในถิ่นโอลแทรฟฟอร์ดมาโดยตลอด

และจากการมาของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าเขาไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ โอเลย์ กุนนาร์ โซลชา ทางฝั่งของ ลาซิโอ พวกเขากำลังมองหามิดฟิลด์รายใหม่ จึงใช้โอกาสดังกล่าว ขอยืมตัว อันเดรส เปเรย์ร่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ปี พร้อมออปชั่นซื้อขาด โดยจากรายงานระบุว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังอยู่ในช่วงของการเจรจา ว่าฝั่งไหนจะเป็นทีมที่จ่ายค่าเหนื่อยให้นักเตะ หรือแบ่งจ่ายกันฝั่งละครึ่ง

อันเดรส เปเรย์ร่าดาวเตะวัย 24 ปี ย้ายจากทีมเยาวชนของ พีเอสวี ไอโฮเฟ่น มาอยู่ในทีมเยาวชนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2011 ก่อนจะถูกดันขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ ในปี 2014 แต่ไม่สามารถยึดตัวหลักได้ ซึ่งตลอด 7 ปีที่อยู่ในทีมชุดใหญ่ ได้ลงสนาม 75 นัด รวมทุกรายการ ยิงได้ 4 ประตู แบ่งเป็นการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 45 นัด ยิงได้ 2 ประตู ในส่วนของฤดูกาล 2019/2020 ได้ลงสนาม 40 นัด แต่ส่วนใหญ่จะเป็นตัวสำรอง ยิงได้ 2 ประตู และจ่าย 3 แอสซิสต์ ติดทีมชาติบราซิล 1 นัด ในเกมกระชับมิตรกับ ทีมชาติเอลซัลวาดอร์ ในวันที่ 11 กันยายน 2018 อยู่ในทีมชาติบราซิล รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ที่ได้รองแชมป์โลก ในปี 2015  โดยพ่ายให้กับ ทีมชาติเซอร์เบีย 1-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

หลังจากพวกพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับทัพหงส์แดง ลิเวอร์พูล แบบคาบ้าน ในศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 2 ไปด้วยสกอร์ 0-2 พลพรรคสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ภายใต้การคุมทัพของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ก็สามารถกลับมาคืนฟอร์มเทพได้อีกครั้ง หลังพวกเขาเปิดถิ่นสแตมฟอร์ด บริจน์ ถล่มผู้มาเยือนอย่างบาร์นสลีย์ ขาดลอย ด้วยสกอร์ 6-0 ในศึกฟุตบอลถ้วยคาราบาว คัพ รอบ 3 ซึ่งแม้ว่านี่จะเป็นการเอาชนะทีมจากดิวิชั่นที่ต่ำกว่า แต่ก็ถือว่าผลงานยอดเยี่ยมไม่เบาเลยทีเดียว

3 ประเด็นในเกม เชลซี คืนฟอร์มเทพ ถล่ม บาร์นสลีย์

เชลซี ถล่ม บาร์นสลีย์

การยิงแฮทริคของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ในเกมนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ตัดสินใจที่จะส่ง ไค ฮาแวร์ตซ์ ลงสนามในตำแหน่งกองกลางตัวรุก ซึ่งแตกต่างจากสองนัดแรกที่เขาได้ลงสนามในตำแหน่งกองหน้าและแนวรุกริมเส้น แม้ว่าจะสามารถยิงได้ถึง 3 ประตู

แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า ไค ฮาแวร์ตซ์ ยังสร้างสรรค์เกมในบทบาทกองกลางตัวรุกได้ไม่มีเท่าไรนัก สิ่งเดียวที่เหมือนว่าตัวเขาจะทำได้ดีกว่าเดิมนั่นก็คือความเฉียบคม ในการทำประตูนั่นเอง เชื่อว่าการยิงแฮทริค ในเกมนี้ของ ไค ฮาแวร์ตซ์ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าตัวได้มากทีเดียว และน่าคลายความกดดันจากการเป็นเจ้าของสถิตินักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดของ เชลซีลงได้บ้าง

เชลซี ถล่ม บาร์นสลีย์

ติอาโก้ ซิลวา อาจจะยังต้องปรับตัว – ติอาโก้ ซิลวา ปราการหลังดีกรีทีมชาติบราซิล ที่ย้ายจากปารีส แซงค์-แชร์กแมง มาอยู่กับ เชลซีแบบไร้ค่าตัว เพิ่งจะได้รับโอกาสลงประเดิมสนามในเกมนี้ แต่น่าเสียดายที่เขาได้ลงเล่นให้กับทัพสิงโตน้ำเงินคราม ไปเพียงแค่ 60 นาทีเท่านั้น

เนื่องจากยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ฟอร์มโดยรวมของ ติอาโก้ ซิลวา ยังไม่เหมือนกับมาตรฐานเดิมของเขาเท่าไรนัก แถมยังมีจังหวะที่จ่ายบอลและสกัดบอลผิดพลาด ออกมาให้เห็น ซึ่งดูแล้วคิดว่าปราการหลังวัย 35 กระรัตรายนี้ อาจจะยังต้องใช้เวลาในปรับตัวอีกซักระยะ

เชลซี ถล่ม บาร์นสลีย์

เบน ชิลเวลล์ ประเดิมสนามได้อย่างยอดเยี่ยม – อีกหนึ่งในนักเตะใหม่ที่ได้รับโอกาสให้ลงประเดิมสนามในเกมวันนี้ นั่นก็คือ เบน ชิลเวลล์ ฟูลแบ็คที่ เชลซีลงทุนไปคว้าตัวมาจากทัพจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ นั่นเอง แม้ว่าเจ้าตัวจะถูกส่งลงสนามมาเป็นสำรอง ในนาทีที่ 65 ของเกม

แต่ก็สามารถโชว์ฟอร์มในนัดประเดิมสนามได้อย่างยอดเยี่ยม ทำไป 1 แอสซิสต์ ด้วยการเปิดบอลอย่างแม่นยำจากริมเส้นฝั่งซ้าย ไปให้กับทางด้านของ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ได้โขกเข้าไปตุงตาข่าย ซึ่งดูแล้วตัวเขาน่าจะสามารถยึดตำแหน่งฟูลแบ็คฝั่งซ้ายของทัพสิงโตน้ำเงินคราม ได้อย่างไร้คู่แข่ง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, พรีเมียร์ลีก