โกรนิงเก้น ปั้นตัวท็อปทั้งนั้น! รวมนักเตะระดับโลกที่เคยผ่านการค้าแข้งกับสโมสรโกรนิงเก้น

แฟนบอลที่ติดตามฟุตบอลมาอย่างยาวนาน น่าจะพบทราบกันดีอยู่แล้วว่า เอดิริวีซี่ ลีก ของประเทศเนเธอร์แลนด์ ถือเป็นแหล่งปลุกปั้นนักเตะระดับโลก ออกไปสู่วงการลูกหนังมากมาย โดยเฉพาะจาก อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดำ , พีเอสวี ไฮโอเฟ่น และเฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม สโมสรระดับยักษ์ใหญ่ของประเทศที่มักจะปลุกปั้นนักเตะให้ไปค้าแข้งกับทีมใหญ่เป็นประจำ แต่เชื่อเลยว่าแฟนบอลน้อยคนนักที่จะรู้จักสโมสร เอฟซี โกรนิงเก้น สโมสรเล็กๆของประเทศ ที่ซึ่งเคยปลุกปั้นนักเตะระดับมาโลกมาแล้วเช่นกัน แต่จะมีใครบ้างนั้น มาติดตามไปพร้อมๆกันได้เลยครับ

โกรนิงเก้น

เวอร์จิล ฟานไดค์เอฟซีโกรนิงเก้น จัดการดึงตัว เวอร์จิล ฟานไดค์ เด็กปั้นของสโมสรวิลเลี่ยม ทเว อีกหนึ่งทีมเล็กๆของประเทศมาร่วมทีม พร้อมมอบโอกาสในการลงสนามเกมฟุตบอลอาชีพเป็นนัดแรกให้กับเจ้าตัว ซึ่งในเวลานั้นฟอร์มของเวอร์จิล ฟานไดค์ ไม่ได้โดดเด่นเท่าไรนัก แต่อย่างไรก็ตาม เซลติก ยอดทีมจากสก็อตแลนด์ ก็ยังยอมควักเงิน 2.6 ล้านปอนด์ ดึงตัวแนวรับรายนี้ไปร่วมทัพ และเวอร์จิล ฟานไดค์ ใช้เวลากับเซลติก 2 ปี ก่อนจะย้ายไปอยู่กับเซาแธมป์ตัน ที่มีรุ่นพี่อย่างโรนัลด์ คูมัน เป็นกุนซืออยู่ และที่นี่เองเจ้าตัวฉายแววการเป็นกองหลังระดับท็อปออกมา จนเข้าตาทีมยักษ์ใหญ่หลายทีม และสุดท้ายเป็นลิเวอร์พูลที่คว้าตัวไปร่วมทัพได้สำเร็จ พร้อมได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในโลกไปเรียบร้อยแล้ว

โกรนิงเก้น

หลุยส์ ซัวเรส – กองหน้าชาวอุรุกวัยรายนี้ ย้ายจากนิซิอองนาล สโมสรบ้านเกิดของเขา มาร่วมทัพ เอฟซีโกรนิงเก้น ในปี 2006 ซึ่งในขณะนั้นหลุยส์ ซัวเรส มีอายุเพียง 19 ปี และมีปัญหากับปรับตัวอย่างมาก ก่อนจะใช้เวลาเกือบครึ่งฤดูกาลปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลยุโรปจนได้ และเมื่อถึงเวลานั้น เจ้าตัวก็จัดการผลิตประตูให้กับต้นสังกัดอย่างต่อเนื่อง จนทางอาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม ตัดสินใจคว้าตัวไปร่วมทีม และที่นี่เองที่เจ้าตัวแสดงความเป็นสุดยอดดาวยิงออกมาอย่างชัดเจน ก่อนจะย้ายไปเป็นเดอะแบกของลิเวอร์พูล และล่าสุดหลุยส์ ซัวเรส กำลังค้าแข้งอยู่กับบาร์เซโลน่า พร้อมพาทีมกวาดแชมป์ไปแล้วมากมาย

โกรนิงเก้น

อาร์เจน ร็อบเบน – ปีกหัวโล้นความเร็วจัดรายนี้ ถือเป็นนักเตะที่มาจากทีมระดับเยาวชนของเอฟซีโกรนิงเก้นเลยทีเดียว และได้รับโอกาสในทีมชุดใหญ่อย่างรวดเร็ว ในปี 2000 ซึ่งขณะนั้นเจ้าตัวมีอายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้น ลงเล่นให้ทีมไปทั้งสิ้น 52 นัด ก่อนจะย้ายไปอยู่ยักษ์ใหญ่ของประเทศอย่าง พีเอสวี ไฮโอเฟ่น ในปี 2002 ก่อนย้ายไปร่วมกับทีมยักษ์ใหญ่ระดับโลกอีก 3 สโมสร ได้แก่ เชลซี , เรอัล มาดริด และบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเจ้าตัวก็จัดการกวาดถ้วยแชมป์ร่วมกับทุกสโมสรที่ค้าแข้งมาโดยตลอด ก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ดไปเมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว

Posted in ข่าวกีฬา

บทวิเคราะห์ ปีแรกของ แฟรงค์ แลมพาร์ด กับ เชลซี มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

แม้จะยังไม่สิ้นสุดฤดูกาลจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ทำให้เกมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก จำเป็นต้องมีการเลื่อนออกไป แต่อย่างไรก็ตามการเริ่มต้นคุมทัพสิงห์บลูของกุนซือหนุ่มอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตแข้งระดับตำนานขอสโมสร ก็จะกำลังจะครบขวบปีเข้าแบบพอดิบพอดี เชื่อว่าแฟนบอลของเชลซีหลายๆคน จะพึงพอใจในตัวของกุนซือคนใหม่รายนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว เราลองมาดูกันดีครับ ว่าปีแรกของแฟรงค์ แลมพาร์ด กับการคุมทีมอย่างเชลซี สโมสรแห่งนี้ มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

แฟรงค์ แลมพาร์ด

การให้โอกาสเหล่าดาวรุ่งภายในทีมมากยิ่งขึ้น – สิ่งที่เราได้อย่างชัดเจนในการคุมทัพของแฟรงค์ แลมพาร์ด นั่นก็คือการให้โอกาศบรรดาดาวรุ่งในทีมชุดใหญ่นั่นเอง ซึ่งถือเป็นสิ่งที่แฟนบอลไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนักกับเชลซี แต่เพราะปัญหาเรื่องโทษแบนซื้อนักเตะนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามแฟรงค์ แลมพาร์ด ไม่แค่ได้เพียงให้โอกาสเท่านั้น แต่กลับใช้เหล่าดาวรุ่งเป็นแกนหลักของทีมเลยทีเดียว นักเตะอย่าง แทมมี่ อับราฮัม , เมสัน เมาท์ , ฟิกาโย โทโมริ , รีซ เจมส์ และคัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย ถือนักเตะดาวรุ่งที่ถือว่าแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวเลยทีเดียว

แฟรงค์ แลมพาร์ด

นักเตะเล่นตามได้ตามแผนแบบไม่มีปริปากบ่น – แน่นอนว่าการให้เหล่านักเตะดาวรุ่งขึ้นมาเป็นกำลังหลักของสโมสรแบบนี้ ย่อมทำให้บรรดานักเตะซีเนียร์หลายๆคน ถูกเบียดลงไปนั่งเป็นตัวสำรองอย่างช่วยไม่ได้ โดยเฉพาะในรายของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้าตัวเก๋า ดีกรีแชมป์โลก 2018 กับฝรั่งเศส ที่ถูก แทมมี่ อับราฮัม กองหน้าดาวรุ่งของทีมเบียดจนตกกระป๋อง ตกเป็นตัวสำรองอยู่หลายนัด แต่อย่างไรก็ตาม โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กลับไม่มีปริปากบ่นซักคำ และพร้อมทำหน้าของตนอยู่เสมอ ยามได้รับโอกาสลงสนาม

แฟรงค์ แลมพาร์ด

ปัญหาระหว่างนักเตะและผู้จัดการทีมแทบจะไม่มีให้เห็น – เชลซี ถือเป็นอีกสโมสรที่มีเหล่ากุนซือมากฝีมือหลายต่อหลายรายหมุนเวียนกันเข้ามาคุมทัพ แต่ก็ไม่เคยมีใครอยู่ได้นานเลย ซึ่งแทบทุกคนล้วนจะปัญหาเหล่านักเตะภายในทีมทั้งสิ้น จนต้องจำใจย้ายไปคุมทัพกับสโมสรอื่น ซึ่งที่ผ่านปัญหาระหว่างนักเตะและผู้จัดทีมของเชลซี มักจะมีข่าวออกมาให้เห็นกันบ่อยครั้ง แต่น่าใจเป็นมาก เพราะเมื่อแฟรงค์ แลมพาร์ด ก้าวขึ้นมาคุมทัพสิงห์บลู ปัญหาดังกล่าว ไม่เคยหลุดออกมาให้เห็นเลย แม้แต่ครั้งเดียว

Posted in ข่าวฟุตบอล