โรแบร์โต้ ดิมัตเตโอ ที่เคยเป็นอดีตผู้เล่นและกุนซือของเชลซี กล่าวเปิดเผยต่อเว็บไซต์ทางการของสิงห์บลูส์ว่า เขาต้องการจะซื้อตัว ติโม แวร์เนอร์ นักเตะทีมชาติเยอรมันตั้งแต่ที่คุมทีม แอสตัน วิลล่า

โดยแวร์เนอร์จะย้ายจากไลป์ซิกมาเล่นในพรีเมียร์ลีกช่วงฤดูกาลหน้า โดยมีการเปิดเผยว่าค่าตัวการย้ายทีมอยู่ที่ 47.5 ล้านปอนด์ นักเตะวัย 24 ปีรายนี้เป็นกองหน้าที่เก่งที่สุดในโลก และเล่นด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมให้ไลป์ซิกเมื่อฤดูกาลล่าสุด

จากการเปิดเผยของ whoscored กองหน้าทีมชาติเยอรมัน ยิงประตูได้กว่า 26 ประตู และ 8 แอสซิสต์ในบุนเดสลีกา ส่วนการแข่งขันฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ลีก เขายิงประตูไปแล้วกว่า 4 ประตูและ 2 แอสซิสต์ให้ทีมกระทิงแดง ในซีซั่นนี้

แวร์เนอร์

แวร์เนอร์ ยิงได้ 16 ประตูและจัดไปอีก 7 แอสซิสต์เมื่อฤดูกาล 2018/19

อดีตนักเตะและกุนซือของเชลซีที่ชื่อ โรแบร์โต้ ดิมัตเตโอ ที่เคยคุมทีมแอสตัน วิลล่าเมื่อซัมเมอร์ปี 2016 จนถึงเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ออกมากล่าวว่าจริงๆแล้วเขาต้องการลายเซ็นของแวร์เนอร์ตั้งแต่ช่วงที่อยู่สตุ๊ตการ์ตแล้ว แต่ว่าไลป์ซิกเป็นทีมที่ได้เขาไปร่วมทีม

ดิมัตเตโอกล่าวกับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเชลซีถึงแวร์เนอร์ว่า เมื่อผมอยู่ที่ชาลเก้ ผมเห็นการเล่นของเขาที่สตุ๊ตการ์ตและผมก็รู้สึกทึ่งมาก ผมอยู่ที่ชาลเก้ เพียงครึ่งฤดูกาลหลังก่อนที่ผมจะออกผมเคยกล่าวกับผู้อำนวยการกีฬาเหมือนกัน

ผมต้องการเซ็นสัญญาเขา เขาเป็นคนดีเขายังหนุ่มแน่น และมีความเร็วมีเทคนิคที่เป็นเลิศ ผมเลยถามว่าเราจะเซ็นสัญญาเด็กหนุ่มอย่างติโม แวร์เนอร์ได้หรือไม่

แวร์เนอร์

แต่ว่าผมไม่ได้รับคำตอบ สุดท้ายผมก็ลาออก ต่อมาเมื่อผมย้ายมาคุมทีมที่แอสตัน วิลล่า ฤดูกาลนั้นสตุ๊ตการ์ตต้องเป็นทีมที่หนีตกชั้น และผมลองสอบถามความเป็นไปได้ที่จะซื้อตัวเขาอีกครั้ง แต่ว่าคราวนี้เป็นไลป์ซิกที่ปาดหน้าคว้าเขาไป

ส่วนทีม สิงห์ผยอง แอสตัน วิลล่าที่ผมคุมทีมก็กังวลเกี่ยวกับการตกชั้นเช่นกัน และเรามีโปรแกรมแข่งกับวูลฟ์ที่วิลล่า ปาร์ค ดีน สมิธกุนซือวิลล่าในขณะนั้นคุมทีมอยู่รองบ๊วยของลีก และสุดท้ายเราก็ไม่ได้เขา ไม่แน่เหมือนกันว่าหากวิลล่าได้ตัว ติโม แวร์เนอร์ไปพวกเขาอาจจะไม่ต้องตกชั้นก็เป็นได้ และนักเตะชาวเยอรมันก็จะได้ย้ายมาเล่นที่พรีเมียร์ลีกตั้งแต่ ช่วง 3-4 ปีที่แล้วก็เป็นได้ ซีซั่นหน้าเราได้เห็นแวร์เนอร์กับเชลซีแน่นอน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

ข่าวลือย้ายทีม ล่าสุดของ พิคฟอร์ดแทน เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า,ความคืบหน้าของซานโช่ และดาวิด อลาบา

สิงโตน้ำเงินครามเวลานี้ดูเหมือนว่ากำลังยุ่งเกี่ยวกับการซื้อนักเตะช่วงหน้าร้อนอยู่หลายคนเหลือเกิน

การเอาชนะแมนเชสเตอร์ซิตี้ในคืนวันพฤหัสบดีไม่เพียงแต่ส่งแชมป์พรีเมียร์ลีกไปให้ลิเวอร์พูลเท่านั้น แต่ยังเพิ่มโอกาสในการติดท็อปโฟร์ของทีมด้วย เพราะการไปเล่นฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกก็สำคัญมาก

แฟรงค์ แลมพาร์ดมีการเซ็นสัญญานักเตะใหม่เข้าสู่ทีมสองราย คือ ฮาคิม ซิเยช และติโม แวร์เนอร์ ซึ่งจะเข้าร่วมทีมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

นี่คือ ข่าวลือย้ายทีม และข่าวซุบซิบล่าสุดที่มาจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์

ข่าวลือย้ายทีม

พิคฟอร์ด จะแทนที่เกป้า ข่าวลือย้ายทีมว่าเชลซีกำลังมองหาจอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตูชาวอังกฤษเพื่อมาแทนที่เกป้า อาร์ริซาบาลาก้าที่ดูเหมือนไม่มีความสุขกับทีม ช่วงซัมเมอร์นี้ โดยพิคฟอร์ดจะย้ายมาร่วมทีมสีน้ำเงินแห่งลอนดอนหรือไม่ หรือว่าเป็นการซื้อเพื่อหวังผลในแง่ธุรกิจเท่านั้น

โดย จอร์แดน พิคฟอร์ดของเอฟเวอร์ตันเป็นผู้รักษาประตูฝีมือดีคนหนึ่ง ได้รับการขนานนามว่าเป็นคนที่จะเข้ามาแทนที่ชาวสเปนในฤดูกาลหน้าหาก แฟรงค์ แลมพาร์ดต้องการขายเกป้าออกไป

มีข่าวลือย้ายทีมเจอร์เก้น คล็อปป์กุนซือหงส์แดงลิเวอร์พูลเล็งไปที่จาดอน ซานโช่อีกครั้งแต่ว่าต้องแย่งกับเชลซีเหมือนเดิมหลังจากที่ไม่ได้ตัวติโม แวร์เนอร์เพราะเชลซีตัดหน้ามาแล้ว มีสโมสรหลายแห่งในพรีเมียร์ลีกที่ตกเป็นข่าวกับเขา โดยยังมีแมนยู,ลิเวอร์พูล และบาเยิร์น มิวนิคที่ตกเป็นข่าวอย่างจริงจังในการล่าลายเซ็นปีกดาวรุ่งชาวอังกฤษผู้นี้

คล็อปป์กล่าวว่า ทีมเสื้อแดงจะเหมาะกับซานโช่มากกว่า แต่ผมคิดว่าลิเวอร์พูลยังไม่ได้ตัวเขาในซีซั่นนี้หรอก

ข่าวลือย้ายทีม

ข่าวลือย้ายทีมเรื่องดาวิด อลาบาปราการหลังชาวออสเตรีย

บาเยิร์น มิวนิคพยายามจะขยายสัญญานักเตะรายนี้ต่อไปแต่ว่ามีกระแสข่าวว่านักเตะอยากย้ายออกจากทีมแล้ว

สัญญาปัจจุบันของ อลาบ้า จะหมดอายุในฤดูร้อนหน้าและบาเยิร์นไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในสัญญาใหม่ได้ เชลซีเป็นหนึ่งในสโมสรที่จะเชื่อมโยงกับนักเตะทีมชาติออสเตรีย แม้ว่านักเตะอยากจะย้ายไปเล่นที่สเปนมากกว่าที่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่บาเยิร์นจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไม่เสียเขาไปแบบฟรีๆ

และจากเกมล่าสุดที่เชลซีชนะแมนซิตี้ได้ 2-1 แฟร้งค์ แลมพาร์ดกุนซือของสิงห์บลูส์กล่าวว่าคริสเตียน พูลิซิชมีพรสวรรค์ในการทำประตูเฉกเช่น ซาดิโอ มาเน่และราฮีม สเตอร์ลิ่งเลย

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวกีฬา, ข่าวโยกย้ายตัว

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชาวสเปน ของแมนซิตี้ออกมากล่าวว่า ดาวรุ่งของเบิร์นลี่ย์ที่ชื่อว่า ดไวท์ แม็คนีล เป็นเป้าหมายรายต่อไปของทีม หากว่าทีมต้องขาย ลีรอย ซาเน่ออกจากทีม

แมนซิตี้ เวลานี้ไม่อาจใช้บริการของ ลีรอย ซาเน่ได้เนื่องจากเขาได้รับบาดเจ็บ และการขาดเขาไปเป็นตัวแปรที่ทำให้แมนซิตี้ชวดแชมป์ลีกฤดูกาลนี้ด้วย และทีมเรือใบสีฟ้ามีโปรแกรมจะแข่งกับลิเวอร์พูลวันพฤหัสนี้

และมีการคาดหมายว่าทีมจะไม่มีเขาเล่นต่อในฤดูกาลหน้าเนื่องจากว่า ซาเน่เป็นที่ต้องการของบาเยิร์น มิวนิคที่ตามจีบเขาเป็นเวลานานแล้ว และเกือบจะซื้อเขาไปแล้วหากว่าเขาไม่เจ็บเสียก่อน

แม็คนีล

เป๊ปเปิดเผยว่าอาจจะมีนักเตะรายใหม่เข้ามาเล่นที่สนามอิตติฮัด สเตเดี้ยมไม่ 1-2 คน และเป๊ปเชื่อว่านักเตะวัย 24 ปีที่ชื่อลีรอย ซาเน่ อาจจะไม่อยู่กับทีมและทีมพร้อมปล่อยออกไปถ้าได้ค่าแรงที่เหมาะสม

รายงานว่า แมนซิตี้ก็สนใจนักเตะจากบุนเดสลีกาที่ชื่อลีออน ไบลี่ย์ของเลเวอร์คูเซ่นเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามมีสื่ออย่าง espn รายงานข่าวว่าส่วนของนักเตะโฮมโกรนด์ แมนซิตี้อยากได้ตัวดไวท์แม็คนีลของ เบิร์นลี่ย์ ด้วย เขาประเดิมสนามให้เบิร์นลี่ย์เมื่อฤดูกาล 2017/18 และได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องตังแต่ตอนนั้น และยังได้ติดทีมชาติอังกฤษ ยู21 มาแล้วเมื่อช่วงต้นฤดูกาล

เป๊ปกล่าวว่า “แม็คนีล” เป็นนักเตะที่มีความแข็งแรง และยังมีความสามารถนั่นเป็นสองปัจจัยที่ทำให้ทีมอยากได้ตัวเขา

โดยก่อนหน้านี้แม็คนีลเคยเป็นนักเตะเยาวชนของแมนยู อย่างไรก็ตาม แมนยูปล่อยตัวเขาออกมาตั้งแต่อายุ 15

ห้าปีจากนั้น เขาก็ได้ลงสนามเล่นในพรีเมียร์ลีก และสัญญาของเขาจะจบลงปี 2023 และมีออพชันขยายสัญญาต่ออีกปี หรือว่าเขาอยากจะต่อสัญญาที่นั่นไปยาวนานแค่ไหนก็ได้ ตามแต่ที่ใจเรียกร้อง

เขาได้ลงสนามมากกว่า 50 เกมให้เบิร์นลี่ย์ และยิงได้ 5 ประตูรวมกับอีก 11 แอสซิสต์ในเวลานี้

แม็คนีล

ด้าน ฌอน ไดซ์ออกมากล่าวว่าทีมใหญ่ๆ หลายทีมให้ความสนใจในตัวของแม็คนีลรวมถึงแมนยูที่ต้องการนำเขากลับไปที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดอีกครั้ง เราไม่อยากจะเสียเขาไปเลยแต่ผมก็ทำใจเหมือนกัน เราไม่ต้องการเสียนักเตะเก่งๆ ออกจากทีม แต่เขาเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์สูง

ทั้งนี้ยังมีอีกสามทีมที่ต้องการตัวเขาคือ เอฟเวอร์ตัน, วูลฟ์และเลสเตอร์ด้วย ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนักเตะว่าต้องการจะย้ายไปอยู่ทีมไหน แต่การย้ายมาแมนซิตี้ก็ไม่แน่ว่าเขาจะได้รับการันตีตำแหน่งตัวจริงหรือไม่

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล, ข่าวโยกย้ายตัว

          ขึ้นชื่อว่าเป็นนักฟุตบอลอาชีพแล้วแน่นอนว่ามันเป็นที่เท่แบบสุดๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นท่าทางในสนามที่ดูเป็นแมนอย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แถมยังมีรายการจากการลงเล่นอีกมหาศาลจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมนักฟุตบอลอาชีพส่วนมากจึงมีแฟนหน้าตาดีทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตามก็มีนักฟุตบอลจำนวนไม่น้อยที่เป็น นักฟุตบอลหน้าตาดี ด้วย ทำให้พวกเขามีสาวๆรวมถึงหนุ่มๆเป็นจำนวนมากหลงไหลในความเท่ และนี่ 3 คือนักฟุตบอลหน้าตาดีที่ได้รับการยกย่องว่าเท่ที่สุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ลูกหนังโลก

3 คือ นักฟุตบอลหน้าตาดี ที่ได้รับการยกย่องว่าเท่ที่สุด

นักฟุตบอลหน้าตาดี

          โยฮัน ครัฟฟ์ – ถือเป็นนักเตะระดับตำนานที่ลีลาพลิ้วไหวเป็นอย่างยิ่งและโด่งดังที่สุดในโลกในช่วงเวลานั้น เรียกได้ว่าสูสีกับเปเล่และฟรานช์ แบ็คเค่นเบาเออร์เลยทีเดียว แต่หากจะพูดถึงหน้าตา เสน่ห์ หรือความเท่แล้ว ต้องบอกได้เลยว่าโยฮัน ครัฟฟ์กินขาด เพราะเจ้าตัวถือเป็นนักฟุตบอลหน้าตาดี คนนึงในเวลานั้นเลยทีเดียว นอกจากหน้าตาที่หล่อเหลาแล้ว เจ้าตัวยังมีลีลากับตอบคำถามได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมักตอบคำถามเป็นคำตอบแนวปรัชญามีแนวทางชัดเจนในตัวเองอยู่เสมอ อีกทั้งเจ้าตัวยังมีความรู้ในเรื่องของฟุตบอลเป็นอย่างดีอีกด้วย

นักฟุตบอลหน้าตาดี

          เดวิด เบ็คแฮม – คงไม่พูดอะไรกันมากเลยสำหรับนักฟุตบอลหน้าตาดี อย่างเดวิด เบ็คแฮม เพราะเจ้าตัวเป็นซูเปอร์สตาร์ของวงการฟุตบอลตลอดกาลเลยก็ว่าได้ แม้ว่าจะแขวนสตั๊ดไปหลายปีแล้วแต่ในปัจจุบันก็คงมีผู้คนพูดถึงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งความดังของเจ้าตัวต้องบอกเลยว่าแม้แต่คนที่ไม่ได้ดูฟุตบอลก็ยังรู้จักเดวิด เบ็คแฮม แม้ว่าปัจจุบันอายุจะเริ่มเยอะขึ้นแล้ว แต่เจ้าตัวกลับยิ่งหล่อและเท่ขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีการวางตัวที่เนี๊ยบและเรียบหรูอย่างที่สุด ซึ่งในยุคสมัยหนึ่งเจ้าตัวเคยได้รับความนิยมถึงขนาดที่ไหนว่าตัดผมทรงอะไรคนทั้งโลกก็ตัดตามมาแล้ว

นักฟุตบอลหน้าตาดี

          อันเดร ปิร์โล่ – และนักฟุตบอลหน้าตาดี ที่ได้รับการยกย่องว่าเท่ที่สุดตลอดกาลของเราก็คือ อันเดร ปิร์โล่ นั่นเอง โดยเจ้าตัวถือเป็นนักฟุตบอลที่ค่อนข้างจะไม่เหมือนใครนั่นก็เพราะว่าวัยเด็กของเขาไม่ได้ลำบากหรือเติบโตในสลัมเหมือนกับนักฟุตบอลคนอื่น แต่เขาเป็นถึงลูกของมหาเศรษฐีเลยทีเดียว ดังนั้นทุกการแสดงออกในสนามของเจ้าตัวจึงต้องเนี้ยบ หรู เท่ และมีความศิลปินอยู่ในตัวอยู่เสมอ โดยหลังจากแขวนสตั๊ดอันเดร ปิร์โล่ ได้นำเงินมาเปิดโรงงานไวน์ของตัวเอง และศึกษาเรื่องไวน์อย่างจริงจังจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องดังกล่าวไปแล้ว

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

          จากความผิดพลาดที่ในเกมล่าสุดของดาบิด เดเคอา ทำให้แฟนบอล ปีศาจแดง บางกลุ่มเริ่มเรียกร้องให้กุนซืออย่างโอเล่ห์ กุนนาร์ โซลซา ดึงตัว ดีน เฮนเดอร์สัน นายทวารสัญชาติอังกฤษที่เป็นเด็กปั้นของสโมสรเข้ามายึดมือ 1 แทนผู้รักษาประตูสายเลือดกระทิงดุ หลังจากเจ้าตัวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับเชฟชิลด์ ยูไนเต็ดในสัญญายืมตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอง ก็เคยมีนายทวารเลือดผู้ดีอยู่กับทีมเช่นกัน และวันนี้เราจะพาทุกท่านไปส่องชีวิตของ 3 ผู้รักษาประตูเหล่านั้นกันครับว่าเป็นอย่างไรบ้างในปัจจุบัน

3 ผู้รักษาประตูเลือดผู้ดีที่ ปีศาจแดง เคยมี

ปีศาจแดง - เคยมีผู้รักษาประตู

          ทอม ฮีตัน – นายทวารรายนี้เข้ามาอยู่กับทีมเยาวชนของทัพปีศาจแดงตั้งแต่ปี 2002 ก่อนที่จะได้รับโอกาสเป็นมือ 1 ทันทีในชุดเยาวชน และสามารถก้าวขึ้นมายึดมือ 1 ในทีมสำรองของทีมได้สำเร็จ ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวทอม ฮีตัน ได้รับการคาดหมายว่าจะขึ้นมาเป็นมือ 1 ของทีมชุดใหญ่ได้เช่นเดียวกับ ดีน เฮนเดอร์สัน ในเวลานี้ แต่สุดท้ายทอม ฮีตัน ก็ไม่เคยลงเฝ้าเสาให้กับทัพปีศาจแดชุดใหญ่เลยแม้แต่นัดเดียว ก่อนจะพเนจรไปหลายสโมสรและสามารถแจ้งเกิดกับเบิร์นลีย์ได้สำเร็จ จนถึงขนาดก้าวไปติดทีมชาติอังกฤษเลยทีเดียว ปัจจุบันเจ้าตัวมีอายุ 33 ปี กำลังค้าแข้งอยู่กับแอสตัน วิลล่า

ปีศาจแดง - เคยมีผู้รักษาประตู

          เบน อามอส – เบน อามอส ย้ายเข้ามาอยู่กับทีมเยาวชนของสโมสรแมนยูตั้งแต่อายุเพียง 11 ปีเท่านั้น และยึดมือ 1 ของทีมทุกระดับตั้งแต่ชุดเยาวชนยันชุดสำรองของสโมสร ก่อนจะได้ลงเล่นในเกมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2008-2009 ในศึกเอฟเอคัพ ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นเจ้าตัวจะได้รับโอกาสให้ลงเฝ้าเสาบ้างเป็นบางนัดก็ตาม ซึ่งช่วงนั้นเจ้าตัวถูกปล่อยยืมตัวให้กับหลายสโมสรเช่นเดียวกับ ดีน เฮนเดอร์สัน ในเวลานี้ แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัวไม่สามารถยึดตัวหลักได้เลยแม้แต่สโมสรเดียว โดยล่าสุดนายทวารวัย 30 ปีรายนี้กำลังค้าแข้งให้กับชาร์ลตัน แอธเลนติกในฐานะอะไหล่ของทีม

ปีศาจแดง - เคยมีผู้รักษาประตู

           แซม จอห์นสโตน – นายทวารจากทัพปีศาจแดงอีกคนที่อยู่กับสโมสรมาตั้งแต่ฤดูกาล 2010-2011 และได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาให้กับทีมหลายนัดในศึกฟุตบอลถ้วย รวมถึงเคยมีชื่อเป็นผู้รักษาประตูตัวสำรองบ่อยครั้งในเกมพรีเมียร์ลีก แต่จนแล้วจนรอดนายทวารรายนี้ก็ไม่สามารถยึดมือ 1 ของสโมสรได้และต้องถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นให้กับหลายสโมสร สุดท้ายกลายเป็นเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ที่เข้ามาซื้อตัวไปร่วมทัพด้วยค่าตัว 8.5 ล้านปอนด์ ซึ่งที่นี่แซม จอห์นสโตนสามารถยึดมือ 1 ของทีมได้ทันที และทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเสียด้วยมีโอกาสสูงอย่างที่จะพาทีมเลื่อชั้นกลับขึ้นมาในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่ ดีน เฮนเดอร์สัน เคยทำได้ทัพดาบคู่เมื่อฤดูกาลก่อน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

          ถึงแม้ว่าผลงานในช่วงหลังของกุนซือเจ้าของฉายา เดอะ สเปเชี่ยล วัน โจเซ่ มูริญโญ่ อาจจะดูดรอปลงไปบ้าง แต่อย่างไรก็ตามอีกสิ่งหนึ่งเลยที่ถือเป็นความสามารถอันโดดเด่นของกุนซือชาวโปรตุเกสรายนี้นั่นก็คือความสามารถในการใช้จิตวิทยากับคู่แข่งรวมถึงนักเตะภายในทีมเพื่อให้สามารถพัฒนาฟอร์มการเล่นของตนเองให้ดีขึ้นได้นั่นเอง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาโจเซ่ มูริญโญ่ ก็เคยด่าลูกทีมไปไม่น้อยเลยทีเดียว และนี่คือตัวอย่างของ 3 นักเตะที่โดนกุนซือเดอะ สเปเชี่ยล วัน รายนี้ด่าจนได้ดี

3 นักเตะที่โดนกุนซือเดอะ “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” ด่ามีใครกันบ้าง

เดอะ สเปเชี่ยล วัน

          วิตอร์ บาย่า – กุนซือเดอะ สเปเชี่ยล วันเริ่มต้นอาชีพกุนซือกับเอฟซี ปอร์โต้ สโมสรยักษ์ใหญ่ในบ้านเกิดด้วยวัยเพียง 38 ปีเท่านั้น และความที่ยังหนุ่มและไม่ยอมใครง่ายๆทำให้เจ้าตัวมีปัญหากับผู้รักษาประตูตัวหลักของทีมอย่าง วิตอร์ บาย่า ถึงขนาดสั่งห้ามร่วมกิจกรรมทุกอย่างของทีมเป็นเวลาถึง 1 เดือนเลยทีเดียว แทนที่วิตอร์ บาย่า จะหมดอนาคตกับสโมสร หลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าตัวกลับมายึดตำแหน่งมือ 1 คืนได้สำเร็จและโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น พร้อมพาเอฟซี ปอร์โต้กลายเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกได้แบบหักปากกาเซียน

เดอะ สเปเชี่ยล วัน

          โจ โคล – กุนซือเจ้าของฉายาเดอะ สเปเชี่ยล วันผู้นี้มักจะตำหนิโจ โคล อยู่เสมอทั้งที่ในเวลานั้นโจ โคลถือเป็นเพรชเม็ดงามของวงการฟุตบอลอังกฤษและยังได้รับการยกย่องให้เป็นนักเตะอัจฉริยะอีกด้วย

ซึ่งการโดนตำหนิจากกุนซืออยู่บ่อยครั้งอาจจะให้นักเตะคนอื่นหมดความั่นใจ แต่ไม่ใช่สำหรับโจ โคล เพราะว่าเจ้าตัวเปลี่ยนคำตำหนิของโจเซ่ มูริญโญ่ ให้กลายมาเป็นแรงกระตุ้นให้ตัวเขาต้องทำงานหนักเดิม และมักจะโชว์ฟอร์มได้ดีเสมอยามถูกตำหนิ ซึ่งโจ โคล ได้ออกมาบอกเลยว่ากุนซือชาวโปรตุกีสรายนี้ถือเป็นกุนซือที่ดีที่สุดในชีวิตนักฟุตบอลของเขาเลยทีเดียว

เดอะ สเปเชี่ยล วัน

          ริคาร์โด คาร์วัญโญ่ – ถือเป็นนักเตะคนโปรดที่กุนซือเดอะ สเปเชี่ยล วัน มักจะหนีบไปด้วยทุกที่ไม่ว่าจะคุมสโมสรใดก็ตาม ตั้งแต่ปอร์โต้ เชลซี จนกระทั่งเรอัล มาดริด แต่อันที่จริงแล้วตอนที่เชลซี โจเซ่ มูริญโญ่เคยตัดชื่อเขาออกจากทีมด้วยซ้ำจนทำให้ ริคาร์โด คาร์วัญโญ่ ออกมาโวยวายใส่กุนซือบ้านเดียวกันอย่างหนักหน่วง

แต่แทนที่เจ้าตัวจะหมดอนาคตและถูกขายจากทีมไป คาร์วัญโญ่กลับฮึดสู้พร้อมกลับมายึดตำแหน่งปราการหลักตัวของทีมได้สำเร็จและจับคู่กับจอห์น เทอร์รี่ และพาทัพสิงห์บลูประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

แฟร้งค์ แลมพาร์ด เทรนเนอร์ของ เชลซี เชื่อว่า คริสเตียน พูลิซิช แนวรุกทีมชาติสหรัฐอเมริกาจะสามารถกล้าวขึ้นมาเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมได้ในอนาคต

สำหรับพูลิซิช เพิ่งทำผลงานได้น่าชื่นชมหลังลงสนามมาเป็นตัวสำรองในเกมที่ เชลซี บุกชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1 ที่สนาม วิลล่า พาร์ค ซึ่งเจ้าตัวคือคนที่พังประตูตีเสมอให้ทีมได้ในนาทีที่ 60 ก่อน โอลิวิเยต์ ชิรูด์ จะมาซัดประตูชัยในนาทีที่ 62 ส่งผลให้ “สิงห์บูลส์” ขยับเพิ่มเป็น 51 คะแนนจาก 30 นัด ยังอยู่ในอันดับ 4 ซึ่งเป็นโควต้าสุดท้ายที่จะได้ไปเล่นในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเท่าเดิม และนำห่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5 ไปเป็น 5 คะแนน

พูลิซิช

ก่อนหน้านี้พูลิซิช ไม่ค่อยได้รับโอกาสให้ลงสนามกับทีมมากนัก หลังย้ายมาเมื่อช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งเหมือนกับสมัยที่อยู่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้ รวมถึงมีอาการบาดเจ็บรบกวน โดยมีสถิติยิง 7 ลูก และแอสซิสต์ 6 ลูกจากการลงสนาม 24 เกมรวมทุกรายการ

กระทั่งหลังเกมที่ เชลซี เอาชนะ แอสตัน วิลล่า ได้ 2-0 แฟร้งค์ แลมพาร์ด เฮดโค้ช “สิงโตนำเงินคราม” ได้กล่าวถึงผลงานของพูลิซิช ว่า “เขากระหายในการลงสนามเป็นอย่างมาก ซึ่งผมรู้สึกได้ โดยเขาเหมือนกับผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บไปนานก่อนหน้านี้ทุกคน โดย รูเบน ลอฟตัส ชีค คือผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกับเขา (ที่ได้ลงสนามเป็นตัวจริง) แต่ผมรู้ว่าพูลิซิช นั้นมีความกระหายเป็นอย่างมาก เขาฝึกซ้อมได้ดี และความสามารถในกรอบเขตโทษของเขาคือสิ่งที่ผมพูดอยู่เสมอตลอดฤดูกาล”

พูลิซิช

“ผมคิดว่าพูลิซิช จะกลายเป็นผู้เล่นเกมรุกในระดับท็อปที่ผลิตสกอร์ในกรอบเขตโทษได้มากมาย หลังจากที่เขาแสดงให้เห็นตลอดเวลาที่เข้ามาอยู่กับสโมสร แน่นอนเขาจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงกับเรา และผมเชื่อว่าเขาจะเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมไม่ใช่แค่ในตอนนี้ แต่หมายถึงในอนาคตอันใกล้ด้วย”

พูลิซิช ได้กล่าวถึงการกลับมาลงสนามให้กับทีมหลังได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่ทางพูลิซิช ก็ได้กล่าวถึงการกลับมาลงสนามให้กับทีมหลังได้รับบาดเจ็บไปนาน โดยระบุ “ผมไม่ได้ลงช่วยทีมมาสักระยะ ซึ่งผมรู้สึกดีใจมากที่ได้กลับมาในเกมนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่มีอาการบาดเจ็บ โดยที่ผ่านมาทุกคนในทีมพยายามจะรักษาความฟิตให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ และตอนนี้ทุกอย่างเริ่มกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง”

ทั้งนี้ เชลซี จะมีศึกใหญ่ในเกมต่อไป นั่นก็คือการเปิด สแตมฟอร์ด บริดจ์ ดวลกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 25 มิ.ย.นี้

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

นีล โมเปย์ กองหน้าไบรท์ตัน ยืนกรานว่าตนเองไม่ได้มีเจตนาจะทำร้าย แบรนด์ เลโน่ โกลด์ของอาร์เซน่อล จนได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด พร้อมชี้แข้ง “ปืนใหญ่” ควรจะมีความอ่อนน้อมบ้าง

โดยในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ไบรท์ตัน เป็นฝ่ายพลิกล็อคด้วยการเปิดสนาม ดิ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส สเตเดี้ยม เอาชนะ อาร์เซน่อล ได้อย่างหวุดหวิดทั้งที่เป็นฝ่ายถูก “ปืนใหญ่” ออกนำไปก่อนจากประตูของ นิโคลัส เปเป้ ในนาทีที่ 68 ทว่า ไบรท์ตัน เจ้าถิ่นกลับมาได้ 2 ประตูรวดจากลูกยิงของ ลูอิส ดังก์ นาทีที่ 75 และนีล โมเปย์  ที่สวมบทฮีโร่ซัดชัยในนาทีที่ 90+5

โมเปย์

อย่างไรก็ตามในเกมดังกล่าวเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นในช่วงท้ายครึ่งแรก เมื่อบอลกระดอนเข้าไปในกรอบเขตโทษของ อาร์เซน่อล แล้ว แบรนด์ เลโน่ ก็ออกมากระโดดรับบอลตามปกติ ทว่าโมเปย์ ที่วิ่งเข้าหาบอลกลับเบรกไม่อยู่ และชนเข้าไปที่ตัวของ เลโน่ เต็มๆ ซึ่งส่งผลให้ เลโน่ เข่ากระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บ และไม่สามารถเล่นต่อได้

และก่อนที่ เลโน่ จะถูกเปลี่ยนตัวออก เขาก็ได้ชี้ไปทางโมเปย์และโทษว่าเป็นความผิดของแข้งรายนี้ที่ทำให้ได้รับบาดเจ็บแม้เจ้าตัวจะพยายามอธิบายว่าเป็นอุบัติเหตุเท่านั้น ซึ่งจากนั้นตลอดทั้งแมตช์โมเปย์ก็โดนนักเตะ อาร์เซน่อล ก่อกวนตลอด ไม่ว่าจะเป็น การตระโกนด่าทอ หรือแอบเล่นนอกเกมใส่

โมเปย์ ก็สวมบทฮีโร่ช่วยให้ทีมคว้า 3 คะแนน

ถึงกระนั้นสุดท้ายแล้วโมเปย์ก็สวมบทฮีโร่ช่วยให้ทีมคว้า 3 คะแนนสำคัญ เก็บเพิ่มเป็น 32 คะแนนจาก 30 นัด มีโอกาสรอดตกชั้นสูง

โมเปย์

หลังการแข่งขันโมเปย์ให้สัมภาษณ์ถึงจังหวะที่ตนเองปะทะกับ เลโน่ ว่า “ในช่วงพักครึ่งนั้น ผมได้ไปขอโทษ มิเกล อาร์เตต้า (ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล) ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยผมไม่ได้มีเจตนาในการที่จะทำร้ายผู้รักษาประตูแต่อย่างใด โดยผมกระโดดเพื่อเล่นบอลเท่านั้น ผมขอโทษต่อทีม และเขา (เลโน่) โดยผมก็เคยผ่านการบาดเจ็บมา และรู้ว่ามันยากลำบากเพียงใด”

“ผมแค่ต้องการจะเล่นบอลจริงๆ ทว่านี่คือฟุตบอลซึ่งมันต้องมีการโดนตัวกันบ้าง แต่ผมไม่ได้มีเจตนาในการทำร้ายเขา โดยผมขอโทษอีกครั้ง และหวังว่าเขาจะหายกลับมาลงสนามได้โดยเร็ว”

นอกจากนั้นโมเปย์ยังฝากถึงนักเตะของ อาร์เซน่อล บางคนว่าควรจะมีความอ่อนน้อมถ่อมตนมากกว่านี้ โดยเผย “หนึ่งในนักเตะของพวกเขาพูดตลอดทั้งเกม และพูดถึงแต่สิ่งที่ไม่ดีกับผม ดังนั้นผมหวังว่านักเตะคนนี้ควรจะเรียนรู้เรื่องความอ่อนน้อมกว่านี้ ซึ่งตอนที่ผมทำประตูได้ ผมได้ไปพูดกับเขาคนนั้นว่า ฟังนะ นี่คือส่งที่จะเกิดขึ้นหากคุณพูดแต่สิ่งที่ไม่ดีในสนาม”

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

สิ้นสุดการรอคอยกับช่วงเวลาอันแสนยาวนาน ของเหล่าแฟนหงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ในที่สุดก็สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสูงสุดมาครองได้สำเร็จ แม้ว่าเวลานี้เหล่านักเตะในดินแดนแห่งเกาะอังกฤษยังคงฟาดแข้งกันอยู่เพราะยังไม่จบฤดูกาล แต่ทว่าหลังจากเกมการพ่ายแพ้ของแม้ซิตีให้กับทีมเชลซี ก็ทำให้ลิเวอร์พูลมีคะแนนทิ้งห่างอันดับสองไกลลิบตา จนกล่าวได้ว่า ต่อให้ลิเวอร์พูลจะแพ้ตลอดในเกมการแข่งขันที่ยังเหลืออยู่ เขาก็ยังคงมีถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติอยู่ในมือ

เหล่าแฟนฟุตบอล ลิเวอร์พูล ก็ออกมาฉลองแชมป์กัน

                และในเช้าวันรุ่งขึ้นของการแข่งขันระหว่างเชลซีกับแมนซิตี้สิ้นสุดลง เหล่าแฟนฟุตบอลหงส์แดงก็ออกมาฉลองแชมป์กันอย่างคึกคัก กับรถแห่ที่เป็นสีสัน พร้อมทั้งสุดฟุตบอลทีมโปรดแห่ประกาศความสำเร็จไปทั่วทุกมุมโลก และแม้กระทั่งในโลกโซเชียลมิเดียเองก็ฉลองความสำเร็จนี้กันอย่างไม่ขาดสาย ด้วยใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้มักจะโพสรูปภาพแห่งความประทับใจนี้ไว้เป็นที่ระลึก และก็ไม่พ้นเหล่าดาราหรือคนดังที่ต่างต้องออกมาแสดงตนกันอย่างมากมาย ทำให้เช้านี้เป็นเช้าที่มีสีสันที่สุดในรอบปี แต่ทว่านั่นกลับเป็นช่วงเวลาอันแสนเศร้าของเหล่าผีแดง กองแช่งที่ตามสาปส่งในทุกการแข่งขัน และแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเป็นทีมการแข่งขันที่เครียดแค้นกันเพียงใด แต่สุดแล้วกีฬาก็จะสามารถเชื่อมใจพวกเขาทั้งสองเอาไว้ได้

                นับว่าเป็นเรื่องราวที่แฟนฟุตบอลต่างยินดีและทำให้หัวใจพองโตในช่วงวิกฤตโควิดนี้ เพราะตลอด 30 ปี ที่เหล่าสาวกลิเวอร์พูลต่างรอคอยมาอย่างยาวนานได้จบลงที่วันนี้ พวกเขาทั้งผ่านสุดตกต่ำแห่งแอนฟิลด์ พลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมืออยู่หลายหน แต่นั่นก็ไม่อาจพรากใจรักของเหล่าแฟนบอลไปได้เลย จนกระทั้งวันที่พวกเขาจะได้โห่ร้องด้วยเสียงแห่งความปิตินี้พร้อมกัน

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล

คงต้องลุ้นและติดตามกันต่อไป ว่า ซาอูล นักเตะตัวแรง ของทัพ “ตราหมี” แห่งศึก ลา ลีกา จะได้เข้ามาร่วมทัพกับทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ทัพยักษ์ใหญ่บนเกาะอังกฤษหรือไม่ เนื่องจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตแข้งทองของ ทัพ ปีศาจแดงได้แชร์ทวิตกับซาอูลพร้อมแคปชั่นเป็นอิโมจิรูปดวงตา ทำให้แฟนบอลของผีแดงต่างพากันคิดไปต่าง ๆ นานาว่าจะได้ตัว ดาวเตะสุดจี๊ดของ กองทัพตราหมี มาครอง

ซาอูล

“ซาอูล” ดาวเตะวัย 25 ปีมีข่าวกับแมนยู

โดยที่ผ่านมานั้นดาวเตะวัย 25 ปี ข่าวเป็นข่าวกับทาง แมนยู มาโดยตลอด ซึ่งซาอูลมีค่าตัวอยู่ที่ 70 ล้านปอนด์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 2,660 ล้านบาท แต่ทุกอย่างต้องเงียบไปด้วยพิษของโควิด-19 นั่นเอง ทั้งนี้แฟนบอล ผีแดง ยังต้องติดตามสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิดซึ่งจะมีการรายงานภายใน 3 วันนี้อย่างแน่นอน ซึ่งความเป็นไปได้สูงมากที่ดาวเตะทีมชาติสเปนรายนี้จะเลือกมาอยู่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพราะเหตุนี้ซ้ำรอยเหมือนกับตอนนี้ บรูโน่ ย้ายมาซบทัพผีในครั้งก่อน ในตอนนั้น ริโอ เฟอร์ดินานด์ ก็ใช้วิธีการนี้เป็นการบอกใบ้ให้แฟนบอลรู้เช่นกัน

ซาอูล

ทั้งนี้ตัวซาอูลกองกลางตัวเก่งของ แอตเลติโก มาดริด ก็ออกมาเป็นนัย ๆ เช่นเดียวกัน โดยบอกว่าอีก 3 วันจะประกาศทีมใหม่ของตัวเอง เล่นเอาแฟนบอลลุ้นระทึกกันใหญ่ หลังที่ผ่านมานักเตะรายนี้สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนเป็นที่หมายตาของหลายทีมเลยทีเดียวที่อยากจะได้เขาไปเสริมแกร่ง และแม้ว่าจะมีหลายทีมที่ต้องการตัวเขาแต่ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้นักเตะรายนี้ไปครอง

อ่านข่าวกีฬาและข่าวฟุตบอล และ ข่าวโยกย้ายตัวผู้เล่น อัพเดทใหม่ทุกวัน

Posted in ข่าวฟุตบอล